เคร้ง! ฉัวะ!
เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวในห้องบรรทมฮ่องเต้ หลี่หยางยืนปักหลักอยู่หน้าประตูบานใหญ่เพียงคนเดียวรับมือกับทหารองครักษ์นับสิบที่กรูเข้ามา ดาบในมือของเขารวดเร็วและแม่นยำ ทุกการตวัดคือหนึ่งชีวิตที่ร่วงหล่น แต่ศัตรูมีมากเกินไปราวกับฝูงมดแตกรัง
"ไปเร็วเข้า!" หลี่หยางะโโดยไม่หันมอง "ข้าจะยันพวกมันไว้เอง!"
เซียวหลันกัดฟันแน่น นางประคองร่างฮ่องเต้ที่ยังอ่อนแรงไปที่รูปภาพัขนาดใหญ่หลังบัลลังก์ นางคลำหาปุ่มกลไกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของั
กริ๊ก... ครืด...
ผนังหินเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องทางลับที่มืดมิดและมีกลิ่นอับชื้นโชยออกมา
"ฝ่าา... ทางนี้เพคะ"
ฮ่องเต้หันกลับไปมองหลี่หยางและเหล่าทหารที่กำลังฆ่าฟันกันในห้องนอนของพระองค์ด้วยแววตาเ็ป "อาณาจักรของข้ากลายเป็โรงเชือดไปแล้วหรือนี่"
"รักษาชีวิตไว้ก่อนเพคะ ถึงจะมีโอกาสทวงคืน!" เซียวหลันดึงแขนเสื้อฮ่องเต้ ลากพระองค์เข้าไปในความมืด
เมื่อทั้งสองเข้าไปแล้ว หลี่หยางก็ถีบทหารสองคนกระเด็นแล้วรีบะโม้วนตัวตามเข้าไปในช่องลับ ประตูกลไกเลื่อนปิดลงเฉียดปลายจมูกของทหารศัตรูไปเพียงเส้นยาแดง
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงทุบผนังและเสียงะโของราชครูดังลอดเข้ามา "พังมันเข้าไป! อย่าให้พวกมันรอดไปได้!"
ภายในอุโมงค์ลับใต้ดินวังหลวง
ความมืดมิดปกคลุมจนมองไม่เห็นมือตัวเอง เซียวหลันหยิบแท่งเรืองแสง มันหลอดแก้วบรรจุสารฟอสฟอรัสที่นางสกัดจากกระดูกสัตว์และหินแร่ขึ้นมาเขย่า แสงสีเขียวนวลสว่างขึ้นพอให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ปูด้วยอิฐชื้นแฉะ
"ทางนี้จะนำไปสู่ตำหนักเย็นท้ายวัง" ฮ่องเต้ตรัสเสียงหอบ "แต่ข้าเกรงว่าราชครูจะรู้เส้นทางนี้"
"ทำไมเพคะ?"
"เพราะข้าเป็คนบอกมันเอง ตอนที่ข้าไว้ใจมันที่สุด" ฮ่องเต้แค่นหัวเราะสมเพชตัวเอง "ข้าบอกทุกทางหนีทีไล่ให้มันรู้ เพื่อให้มันปกป้องข้า ไม่นึกว่ามันจะใช้เพื่อล่าข้า"
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่ใช่เสียงคนเดิน แต่เป็เสียงกรงเล็บขูดกับพื้นหินก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องหน้า
แกรก... แกรก...
หลี่หยางหยุดกึก ยกมือห้าม "ข้างหน้ามีดักรอ"
"ข้างหลังพวกมันก็กำลังพังเข้ามา" เซียวหลันกระชับถุงผ้าที่เอวแน่น "เราถูกขนาบข้างแล้ว"
เงาร่างมหึมาสองร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นในแสงสีเขียวสลัว องครักษ์ทมิฬหรืุ์ดัดแปลง ร่างกายของพวกมันสูงเกือบเจ็ดศอก ิัสีเทาด้านเหมือนหิน ดวงตาสีขาวโพลนไร้แวว
"โฮก..." พวกมันคำรามต่ำๆ น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อย
"หลี่หยางจำทฤษฎีของข้าได้ไหม" เซียวหลันถามเสียงเรียบ มือล้วงเข้าไปในถุงผ้า
"เื่ความเย็นรึ"
“ใช่ พวกนี้เืข้นคลั่กเพราะยาพิษ ถ้าอุณหภูมิตกวูบเดียว ระบบไหลเวียนเืพวกมันจะน็อกทันที"
นางหยิบลูกบอลดินเผาขนาดเท่ากำปั้นออกมาสองลูกส่งให้หลี่หยางลูกหนึ่ง
“นี่คือะเิน้ำแข็งข้างในบรรจุแอมโมเนียมไนเตรตเข้มข้นและถุงน้ำ เมื่อกระแทกแตกสารเคมีจะผสมกันและดูดความร้อนรอบข้างจนติดลบภายในพริบตา"
"ปาไปที่ตัวพวกมัน เล็งให้แตกกระจายทั่วตัว!"
องครักษ์ทมิฬพุ่งเข้ามาพร้อมดาบั์ ความเร็วของพวกมันน่ากลัวผิดกับขนาดตัว
“ตอนนี้แหละ!"
เซียวหลันและหลี่หยางขว้างลูกบอลดินเผาออกไปพร้อมกัน
เพล้ง! เพล้ง!
ลูกบอลกระทบหน้าอกของอสูรกายทั้งสอง แล้วแตกกระจายออก ของเหลวสีใสสาดกระเซ็นไปทั่วร่างพวกมัน ในตอนนั้นปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นทันที ไอเย็นะเืสีขาวพวยพุ่งออกมาจากจุดที่เปียกชื้น เสียงเปรี๊ยะๆ ของเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตัวดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
"โฮก... กรร...” เสียงคำรามของพวกมันขาดห้วง การเคลื่อนไหวที่เคยรวดเร็วช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ิัสีเทาเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำและมีรอยปริแตกเพราะของเหลวในร่างกายแข็งตัวขยายพอง
เพียงไม่กี่ลมหายใจ องครักษ์ทมิฬทั้งสองก็ยืนแข็งทื่อเป็รูปปั้นน้ำแข็ง เืที่ข้นหนืดภายในหยุดไหลเวียน หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
"สำเร็จ!" เซียวหลันกำหมัดแน่น "วิทยาศาสตร์ชนะไสยศาสตร์เสมอ"
ฮ่องเต้มองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง "นี่มันเวทมนตร์เหมันต์รึ"
"วิทยาศาสตร์เพคะฝ่าา" เซียวหลันรีบดึงแขนพระองค์ "รีบไปเถอะเพคะก่อนที่ความเย็นจะหายไปและพวกมันอาจจะฟื้นตัว"
หลี่หยางเดินเข้าไปถีบร่างที่แข็งทื่อนั้นเบาๆ
เพล้ง!
ร่างขององครักษ์ทมิฬแตกร้าวและร่วงกราวลงมาเป็ก้อนเนื้อแข็งๆ ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกทุบ
"ตายสนิท" หลี่หยางยืนยัน "รีบไปเถอะ!"
ปลายทางอุโมงค์ลับคือสถานที่ที่ตำหนักเย็นปักหลักอยู่ ทั้งสามคนโผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำร้างในสวนท้ายวังที่รกร้างว่างเปล่า หญ้าขึ้นสูงท่วมหัว บรรยากาศเงียบสงัดวังเวง
"เราออกมาได้แล้ว" ฮ่องเต้ทรุดตัวลงนั่งบนแท่นหิน หอบหายใจอย่างหมดแรง
"ยังวางใจไม่ได้เพคะ" เซียวหลันมองไปที่ท้องฟ้า เห็นพลุสัญญาณสีแดงถูกยิงขึ้นจากตำหนักราชครู "พวกมันกำลังสั่งปิดเมืองและค้นหาเรา"
"เราต้องหาที่ซ่อนหรือไม่ก็หาคนช่วย" หลี่หยางเสนอ "ฝ่าา มีทหารหน่วยไหนที่ยังจงรักภักดีและไม่อยู่ใต้อำนาจราชครูบ้าง"
ฮ่องเต้นิ่งคิด สีหน้าเคร่งเครียด "ทหารรักษาพระองค์ถูกซื้อตัวไปหมดแล้วเหลือเพียงหน่วยองครักษ์เสื้อแพรที่ขึ้นตรงต่อข้า แต่หัวหน้าหน่วยถูกส่งไปชายแดน"
"เดี๋ยวนะ" ฮ่องเต้คลำที่อกเสื้อหยิบตราพยัคฆ์ทองคำครึ่งซีกออกมา “ยังมีอีกคน คนที่ข้าเคยเนรเทศเขาออกไปเพราะคำยุยงของราชครู แต่ข้าเชื่อว่าเขายังภักดี"
"ใครเพคะ"
“แม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้น บิดาของเ้าไงหลี่หยาง"
หลี่หยางและเซียวหลันตะลึงงัน
“บิดาข้า ตายไปแล้ว" หลี่หยางเสียงสั่น "คืนนั้นที่ชายแดน..."
"ไม่" ฮ่องเต้ส่ายหน้า “หลี่เจิ้นที่ตายไปคือตัวตายตัวแทน ข้าแอบส่งราชโองการลับให้เขาแกล้งตายและหลบหนีไปซ่อนตัวเพื่อรอวันที่ราชครูจะเผยธาตุแท้ ข้าไม่นึกว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้จนข้าเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด"
หลี่หยางยืนนิ่งเหมือนถูกฟ้าผ่า เมื่อได้รู้ว่าพ่อของเขายังไม่ตาย ความแค้นและความเศร้าโศกที่แบกรับมาตลอด แท้จริงแล้วคือแผนซ้อนแผนของฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ
"เ้าโกรธข้าไหม" ฮ่องเต้ถามเสียงแ่
หลี่หยางกำหมัดแน่น ขบกรามจนปวดหนึบ แต่เมื่อมองดูสภาพของฮ่องเต้ที่ชราและสำนึกผิด เขาก็ถอนหายใจยาว
“เื่นั้นไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้เราต้องตามหาเขา ท่านพ่อข้าอยู่ที่ไหน"
“เขาซ่อนตัวอยู่ที่วัดร้างชานเมืองทิศใต้ รอสัญญาณตราพยัคฆ์จากข้า"
"วัดร้างทิศใต้" เซียวหลันตาโต "นั่นมันใกล้กับโกดังเก็บสินค้าของหอเมฆา"
นางหยิบป้ายหยกเมฆาของไป๋อวิ๋นออกมา
"เรา้าความช่วยเหลือจากคนนอก ไป๋อวิ๋นอาจจะเป็ทางรอดเดียวที่จะพาเราฝ่าวงล้อมออกไปหาท่านพ่อของเ้าได้"
แต่ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าม้านับร้อยก็ดังกระหึ่มมาจากรอบทิศทาง แสงคบเพลิงสว่างจ้าล้อมรอบตำหนักเย็นไว้ทุกด้าน
"ล้อมไว้ให้หมด! อย่าให้หนูสกปรกหนีไปได้!!” เสียงองค์ชายสามะโก้อง
พวกมันตามมาทันแล้ว เซียวหลัน หลี่หยาง และฮ่องเต้ ถูกต้อนให้จนมุมอยู่ในตำหนักร้าง ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายเหลือเพียงการสู้จนตัวตาย หรือยอมจำนน เซียวหลันมองหน้าหลี่หยาง ทั้งคู่สื่อสารกันทางสายตาโดยไม่ต้องพูด พวกเขาไม่มีทางยอมจำนนเด็ดขาด
เซียวหลันล้วงมือเข้าไปในถุงใบสุดท้าย ถุงที่บรรจุอาวุธเคมีที่ร้ายแรงที่สุดที่นางเตรียมไว้สำหรับกรณีเลวร้ายที่สุด
"หลี่หยางอุดจมูกฝ่าาไว้!" นางสั่ง
"เ้าจะทำอะไร?"
“ข้าจะเปลี่ยนตำหนักเย็นแห่งนี้ให้กลายเป็ห้องรมแก๊ส"
