จินเลี่ยงเยื้องย่างเข้ามาใกล้ เขามองลู่เต้าด้วยสายตาเหยียดหยามและรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “ให้ข้าดูหน่อยสิ ว่าปากเ้าจะแข็งหรือนิ่มกันแน่!”
ลู่เต้าร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง “ใครก็ได้!!! ช่วยด้วย!!!”
ยิ่งพูดจินเลี่ยงก็ยิ่งกระสันสวาท “คนเป็ๆ บนูเาเซียนมีแค่สามคน คือท่านอาจารย์ เ้าและข้า ต่อให้เ้าะโจนคอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยเ้าหรอก”
ทันใดนั้น เสียง “ฟิ้ว” ดังขึ้นในห้องขัง จินเลี่ยงที่กำลังยิ้มอยู่พลันแข็งค้าง เมื่อก้มลงมองก็เห็นกระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุอกออกมา เืสดๆ ไหลออกจากาแ ไหลผ่านหน้าท้องและหว่างขาหยดลงพื้นกลายเป็ดอกไม้สีเื
กระบี่เล่มนี้แทงเข้ามาโดยไร้ซึ่งลางบอกเหตุ จินเลี่ยงหันหลังกลับไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขา้าดูว่าใครเป็คนลงมือ แต่เื้ักลับว่างเปล่า ภายในห้องเล็กมีเพียงเขาและลู่เต้าเท่านั้น
‘ใคร...ใครเป็คนปากระบี่?’ ใบหน้าของจินเลี่ยงซีดเผือดราวกับคนตาย หัวใจถูกแทงทะลุ ดวงตาเบิกโพลง เืที่ปากไหลริน ก่อนจะล้มลงจมในแอ่งเืของตน
จินเลี่ยงคงไม่ฝันถึงว่าสิ่งที่โผล่มาหาเขาไม่ใช่มนุษย์
กระบี่ที่ปักอยู่บนอกสั่นไหว ก่อนจะดึงตัวเองออกจากร่างไร้ิญญา หยดเืหยดลงพื้นช้าๆ มันลอยไปตรงหน้าลู่เต้า พู่สีแดงบนด้ามกระบี่แกว่งไปมาไม่หยุดราวกับหางสุนัข
หาใช่ผู้ใดอื่น แต่เป็กระบี่อสูรฉิวหมัวที่ก่อนหน้านี้ถูกหูต้าเซียนและจินเลี่ยงโยนทิ้งราวกับขยะ ไม่รู้ว่าออกตามหานานเท่าไหร่กว่าจะมาถึงถ้ำเขาหมอก์ ทันทีที่มาถึงก็ได้ยินเสียงร้องของลู่เต้า มันก็ตามเสียงมาถึงคุก และบังเอิญเห็นจินเลี่ยงกำลังจะทำเื่น่าละอายกับลู่เต้าพอดิบพอดี
ฉิวหมัวปกป้องนายน้อยด้วยความจงรักภักดี มันพุ่งเข้าไปโจมตีจินเลี่ยงจนถึงแก่ชีวิต ขนาดว่าจินเลี่ยงก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็คนฆ่าตนด้วยซ้ำ
“ฉิวหมัว! ทำได้ดีมาก!” ลู่เต้าเห็นว่ากระบี่อสูรได้ช่วยชีวิตเขาไว้ในวินาทีสุดท้ายจึงเอ่ยด้วยความตื้นตัน
เมื่อถูกชมเชย พู่ของฉิวหมัวก็กระดิกแรงยิ่งขึ้น ลู่เต้าพูดต่อ “ข้าถูกเข็มปักตรึงไว้กับพื้น เ้าช่วยดึงมันออกให้ข้าที!”
กระบี่อสูรโค้งปลายกระบี่ลง พยักหน้าแล้วก็เหาะลงไปที่พื้น ใช้พู่สีแดงพันรอบเข็มเงาไร้รอยแล้วดึงออก ลู่เต้าเป็อิสระ แขนขากลับมาขยับได้อีกครั้ง
หลังจากรอดตายมาได้ เขาลุกขึ้นกอดกระบี่อสูร และลูบคลำมันอย่างทะนุถนอมด้วยความปลาบปลื้ม “น่ารักจริงๆ! ไม่เสียแรงที่ข้ารักเ้า”
พูดจบ ลู่เต้าเดินไปนั่งย่อตัวลงข้างๆ ร่างไร้ิญญาของจินเลี่ยงเพื่อตรวจดูลมหายใจ เมื่อแน่ใจว่าเขาสิ้นลมแล้ว ก็หันไปมองประตูเหล็กที่เปิดอ้า
‘ไม่หนีตอนนี้ แล้วต้องรอเมื่อไรกันเล่า’
เวลานี้ลู่เต้าเปลือยท่อนบนเช่นนี้ หากออกไปคงจะทำให้พวกตุ๊กตากระดาษสังเกตเห็นเข้าได้ ตนก็เหลือบไปเห็นชุดคลุมของจินเลี่ยงพอดี
ตอนที่จินเลี่ยงคิดจะทำเื่ชั่วช้า เขาก็เปลื้องผ้าออกหมด พอถูกกระบี่อสูรแทงตาย เสื้อผ้าก็กลับมาสะอาดบริสุทธิ์ปราศจากคราบเื เหมาะให้ลู่เต้าใช้สวมใส่ยิ่งนัก
ขณะที่เปลี่ยนเป็ชุดของจินเลี่ยง เขาก็พึมพำกับศพของจินเลี่ยงว่า “อาจารย์ศิษย์คู่นี้ทำร้ายหญิงสาว เห็นชีวิตคนเป็ผักปลา ตายไปก็สมควรแล้ว!”
ในชั่วพริบตาลู่เต้าก็เปลี่ยนเป็ชุดนักพรต จินเลี่ยงกับเขามีรูปร่างใกล้เคียงกัน ชุดคลุมสีเหลืองนี้สวมใส่ได้พอดี ไม่หลวมหรือคับเกินไป
เขานำเข็มเงาเก็บไว้ แล้วเหน็บกระบี่อสูรไว้ที่ฝักดาบข้างเอว จากประสบการณ์ที่ออกไปข้างนอกครั้งก่อน เขาจึงทบทวนเส้นทางในใจอีกครั้ง
“เอาล่ะ เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว” ลู่เต้าลืมตาขึ้นแล้วเดินออกจากห้องเล็กไปยังทางเดิน
เขาเพิ่งจะก้าวเท้าออกไปได้ไม่นาน ก็ค่อยๆ ถอยหลังกลับมาทีละก้าว
ที่แท้มีตุ๊กตากระดาษกลุ่มหนึ่งขวางทางเอาไว้ บังคับให้ลู่เต้าถอยจากทางเดินกลับเข้าไปในห้องเล็ก ระหว่างนั้นเขาเผลอเหยียบหัวจินเลี่ยงเข้า
จินเลี่ยงนอนเปลือยกายจมกองเือยู่ ส่วนลู่เต้าสวมชุดนักพรต เื่ราวที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ไม่ต้องอธิบายก็รู้ได้
เดิมทีลู่เต้าคิดว่าจะใช้ชุดนี้ตบตาคนอื่นได้ ใครจะรู้ว่าพอไปยืนอยู่ข้างศพ ก็กลายเป็หลักฐานมัดตัว
‘แย่แล้ว...หากตุ๊กตากระดาษพวกนี้ไปแจ้งข่าว ก็จะล่อตาเฒ่านักพรตผู้นั้นมา ตอนนี้พลังิญญาของข้าหมดสิ้นแล้ว คงไม่ใช่คู่มือของเขาแน่’
ถึงแม้จะสู้หูต้าเซียนไม่ได้ แต่ด้วยกระบี่อสูรที่เหน็บอยู่ข้างเอว หาก้าจัดการตุ๊กตากระดาษพวกนี้ก็ไม่ใช่เื่ยาก ลู่เต้าฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายยังไม่ขยับ จึงรีบวางมือบนด้ามกระบี่เตรียมโจมตี
แต่พวกตุ๊กตากระดาษกลับไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาว่างเปล่าจ้องมองเขา ทำให้ลู่เต้าลังเลมากขึ้น พลางคิดในใจว่า ‘เด็กสาวพวกนี้ชะตาชีวิตอาภัพ ตอนมีชีวิตก็ถูกกลั่นเป็ยา พอตายไปแล้วก็ถูกใช้งานเยี่ยงทาส’
ลู่เต้าไม่ได้โกรธแค้นพวกนาง จึงไม่กล้าชักกระบี่ทำร้าย
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดหาวิธีอยู่นั้น ก็พบว่าพวกตุ๊กตากระดาษไม่ได้วิ่งไปแจ้งข่าว กลับกรูกันเข้ามาในห้องเล็ก แล้วล้อมวงชี้ไปที่ศพของจินเลี่ยงพร้อมหัวเราะ
ปกติแล้วหากจินเลี่ยงรู้สึกไม่พอใจอะไร ก็จะระบายอารมณ์กับตุ๊กตากระดาษ พวกตุ๊กตากระดาษในถ้ำหมอกล้วนเคยถูกเขาทำร้ายมาแล้วทั้งสิ้น
ในที่สุดปีศาจร้ายตนนี้ก็ตายไปแล้ว ความคัดแค้นที่พวกนางสะสมมานานหลายปีก็ถูกปลดปล่อย พวกนางต่างก็ดีใจที่ได้เห็นจุดจบของปัจจามิตร เมื่อเห็นสภาพศพที่เปลือยกายอย่างน่าสมเพช พวกตุ๊กตากระดาษก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ลู่เต้าก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เมื่อตุ๊กตากระดาษไม่ได้มีเจตนาร้าย เขาก็ไม่จำเป็ต้องชักกระบี่ออกมา มือที่วางอยู่บนด้ามกระบี่จึงค่อยๆ ลดลง
ทันใดนั้น ก็มีตุ๊กตากระดาษตนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มตุ๊กตากระดาษ มันถือของสองสิ่งมาให้ลู่เต้า
เป็ขวดน้ำเต้าที่ถูกยึดไป และหน้ากากทองสัมฤทธิ์ไร้รูปลักษณ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงใบหน้าได้ วิธีใช้หน้ากากไร้รูปลักษณ์นั้นง่ายมาก เพียงแค่แปะไว้บนใบหน้า แล้วคิดถึงใบหน้าที่้าจะเปลี่ยนก็พอ ไม่เพียงแค่ใบหน้าเท่านั้น แม้แต่เสียงก็เปลี่ยนได้เช่นกัน
‘ดีจริงๆ!’ ลู่เต้าเก็บสมบัติทั้งสองชิ้นกลับด้วยความดีใจ แต่กลับไม่เห็นขลุ่ยสะกดมาร เขาจึงถามว่า “เ้าเห็นขลุ่ยสีเขียวของข้าหรือไม่”
ตุ๊กตากระดาษส่ายหน้า ลู่เต้าจึงคิดว่าขลุ่ยสะกดมารน่าจะอยู่ที่หูต้าเซียน ตอนนี้คงเอากลับมาไม่ได้แน่ ตอนนี้วิธีเดียวคือลงจากเขาไปก่อน แล้วหาวิธีกำจัดผนึกปลุกไป๋เสียให้ตื่นขึ้นมา แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับตาเฒ่านักพรตคนนั้น
แต่หากไป๋เสียรู้ว่าเขาทำของสำคัญของผู้สืบทอดวิถีอสูรหาย คงต้องโกรธจนตัวสั่น และประเคนคำด่าให้เขาจนไม่เหลือชิ้นดีแน่
พวกตุ๊กตากระดาษราวกับอ่านใจได้ ก่อนที่ลู่เต้าจะพูดอะไร พวกนางก็หลีกทางให้เขาทันที
“วางใจเถอะ ข้าจะกลับมาช่วยพวกเ้าแน่นอน!” ลู่เต้าแปะหน้ากากทองสัมฤทธิ์ลงบนใบหน้า ใบหน้าบิดเบี้ยวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็ใบหน้าของจินเลี่ยง
ตุ๊กตากระดาษต่างใ ดวงตาจ้องมองลู่เต้ากับศพของจินเลี่ยงไปมา ใบหน้าของทั้งสองคนเหมือนกันราวกับแกะ พวกนางคิดว่าเขาฟื้นคืนชีพมาแล้ว
“อย่ากลัว ข้าเอง” ลู่เต้าปลอบพวกตุ๊กตากระดาษด้วยรอยยิ้ม ใครจะรู้ว่าพอพูดออกมาก็เผยพิรุธออกมา
เสียงแท้จริงของเขาดังกังวาน ไม่เหมือนกับเสียงแปลกๆ ของจินเลี่ยงเลย ลู่เต้าพยายามเลียนแบบเสียงของเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กว่า “แบบนี้ก็ไร้ที่ติแล้ว”
เมื่อพวกตุ๊กตากระดาษเห็นว่าแม้แต่เสียงก็เหมือนกันราวกับจินเลี่ยงกลับชาติมาเกิด ความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิติญญาทำให้พวกนางพยักหน้าตัวสั่น
ลู่เต้าปลอมตัวเป็จินเลี่ยงออกจากคุก แล้วเดินไปตามทางเดินอีกครั้ง เขาอาศัยความทรงจำในหัวเดินทางไปจนถึงทางออกของถ้ำหมอกอย่างราบรื่น
ลู่เต้าดีใจเป็อย่างยิ่ง ทว่าตอนกำลังจะก้าวเท้าออกไป ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำของหูต้าเซียนดังขึ้นข้างหลังเขา “จินเลี่ยง เ้าจะไปไหน”
ความยินดีที่ได้กลับมาเป็อิสระพลันมลายหายไปในพริบตา เขารู้สึกราวกับตกอยู่ในหุบเหวน้ำแข็ง โลหิตทั่วร่างแข็งค้าง
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบกลับทันที หูต้าเซียนจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ข้ากำลังถามเ้านะ”
ลู่เต้าทำได้เพียงหันกลับมาเลียนแบบน้ำเสียงอ่อนหวานของจินเลี่ยง “ท่านอาจารย์...”
