เกิดใหม่ไปเป็นฮูหยินแพทย์ ของท่านขุนนางทรยศ (จบแล้ว)

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

       ก่อนหน้านี้มู่เหยี่ยนให้เงินค่ารักษาเป็๲เงินยี่สิบตำลึงทำให้ภายในใจของสตรีแซ่อวี๋โจวเกิดความคิดอื่นนางตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เป็๲ปรปักษ์กับอวี๋เจียวอีกต่อไป หากจะทำให้นางต้องลำบากมิสู้ทำเยี่ยงที่นายท่านกล่าวมาคอยเอาอกเอาใจเพื่อให้นางหาเงินเข้าจวนมากขึ้นสักหน่อย

        ครั้นเห็นสตรีแซ่อวี๋โจวเปลี่ยนนิสัยใจคอกะทันหันอวี๋เจียวจึงคว้าเอาลูกท้อขนอีกสองลูกยัดใส่มืออวี๋ฝูหลิงและแม่หนูน้อยของหวังเมิ่งเยียนหลังจากนั้นยังกำผลซิ่งอีกหนึ่งกำมือแล้วส่งให้สตรีแซ่ซ่งเพื่อให้นางเอากลับไปกินที่ห้องของครอบครัวรอง

        มิเช่นนั้นแล้วผลไม้เหล่านี้คงไม่มีทางตกสู่ปากครอบครัวรองและครอบครัวใหญ่แม้แต่ลูกเดียวจะต้องถูกสตรีแซ่อวี๋โจวผู้ลำเอียงเก็บไว้ให้คนของครอบครัวสามทั้งหมดแน่นอน

        ครั้นเห็นอวี๋เจียวขวัญกล้าเช่นนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของสตรีแซ่อวี๋โจวแข็งค้าง แต่ติดที่สองสามีภรรยาสกุลจางอยู่ด้วยท้ายที่สุดยังคงไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา

        อวี๋หรูไห่ฉวยโอกาสเรียกอวี๋จือหางไปอีกด้านกำชับเขาให้จับตาดูอวี๋เจียวให้ดี หากเมิ่งอวี๋เจียวหนีไป เขาก็ไม่ต้องกลับจวนมาอีก

        อวี๋จือหางเข้าใจแจ่มแจ้งเขารู้ว่ายามนี้ท่านปู่ให้ความสำคัญกับเมิ่งอวี๋เจียวแต่เขาคิดว่าเมิ่งอวี๋เจียวน่าจะไม่แอบหนีไป วันนั้นตอนอยู่บนเขาชิงเหยียนพายุฝนตกหนักถึงเพียงนั้น นางยังไปหาสมุนไพรให้เ๯้าห้าโดยไม่กลัวว่าตนเองจะเป็๞อันตรายภายในใจย่อมมีมิตรภาพต่อเ๯้าห้าอยู่บ้าง

        หลังจากสั่งการอวี๋จือหางเสร็จเรียบร้อยอวี๋หรูไห่นำล่วมยาของตนมาให้อวี๋เจียวถือเอาไว้ในเมื่อไปตรวจไข้ที่จวนสกุลจางในฐานะหมอ ย่อมต้องทำตัวให้เหมือนท่านหมอแท้จริงแล้วสิ่งของที่อยู่ในล่วมยา อวี๋เจียวอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่เขายังคงให้อวี๋เจียวเอาไปด้วย

        คนกลุ่มหนึ่งเดินพ้นประตูรถลาที่สองสามีภรรยาสกุลจางนั่งมาจอดอยู่นอกจวนสกุลอวี๋สตรีแซ่จางประคองอวี๋เจียวขึ้นรถลาจากนั้นทั้งตนและอวี๋ฝูหลิงต่างพากันปีนขึ้นรถลา ส่วนอวี๋จือหางนั่งอยู่ข้างผู้ดูแลสกุลจางที่ทำหน้าที่ขับรถลาอยู่ด้านหน้า

        รถลาสั่นโคลงเคลงตลอดทางบั้นท้ายที่นั่งอยู่บนแผ่นไม้ของอวี๋เจียวรู้สึกเจ็บนางพยายามบังคับให้ตนสนใจทิวทัศน์ระหว่างทางถึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังผ่านไปครึ่งชั่วยาม ในที่สุดรถลาก็มาถึงตำบลชิงสุ่ย

        ในเมืองมีผู้คนมากมายสัญจรไปมาบนถนนที่ปูด้วยหินสีฟ้าครามสลับซับซ้อนมีร้านค้าจำนวนไม่น้อยตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของถนนอีกทั้งริมถนนยังมีแผงลอยขนาดเล็กที่วางตะกร้าขายของอยู่

        ครั้นรถลาข้ามทางสี่แยกอวี๋ฝูหลิงที่นั่งอยู่ข้างอวี๋เจียวพลันเอ่ยออกมาว่า “นั่นก็คือสำนักหุยชุน”

        อวี๋เจียวได้กลิ่นหอมของสมุนไพรแล้วนางมองตามสายตาของอวี๋ฝูหลิงไป ร้านของสำนักหุยชุนโดดเด่นอย่างยิ่งถือเป็๞หน้าร้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาร้านค้าบนถนนสายนี้๨้า๞๢๞มีป้ายสีทองแขวนเอาไว้ ยังแลดูมีสง่าราศียิ่งกว่าโรงสุราที่พบเห็นก่อนหน้าอยู่บ้างยามนี้ผู้ป่วยจำนวนมากกำลังเข้าแถวเพื่อตรวจโรค

        ไม่แปลกที่แม้แต่คนในหมู่บ้านก็ยังรู้จักชื่อเสียงของสำนักหุยชุน

        รถลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านประตูสำนักหุยชุนผู้ดูแลสกุลจางบังคับรถลาเลี้ยวเข้าไปในตรอกทางทิศตะวันออก

        ครั้นเจียงชิงเหอเงยหน้าขึ้นมองข้างนอกขณะตรวจโรคโดยไม่ทันตั้งใจได้พบกับอวี๋เจียวที่นั่งอยู่บนรถลาเข้าพอดีเขายังนึกว่าตนตาฝาดรีบชักมือกลับจากจับชีพจรแล้ววิ่งออกไปหน้าร้านด้วยความรีบร้อนทันใดเพราะรถลาเคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว เขาจดจ้องแผ่นหลังบนรถม้าของอวี๋เจียวครั้นคิดจะร้องเรียกคน รถลาได้เลี้ยวเข้าตรอกทางฝั่งทิศตะวันออกไปเสียแล้ว

        เขาก้มหน้าถอนหายใจด้วยความท้อถอยอย่างไม่อาจเลี่ยงถึงแม้ครั้งก่อนตอนอยู่สกุลอวี๋จะพบอุปสรรคทว่าเจียงชิงเหอรู้สึกว่าแม่นางน้อยเมิ่งผู้นี้พูดง่ายอาจหาโอกาสขอเทียบยารักษาแผลพุพองจากปากของนางมาได้

        เจียงชิงเหอคิดว่าเมิ่งอวี๋เจียวมาในตำบลคงเพราะมีธุระไม่มีทางจากไปภายในเวลาชั่วครู่เขาจึงสั่งให้เด็กจัดยารีบตามรถลาที่เลี้ยวเข้าตรอกฝั่งทิศตะวันออกไปส่วนเขารีบร้อนเข้าไปในห้องด้านใน

        “นายน้อยเฉิน เมื่อครู่ข้าเห็นแม่หนูจากสกุลอวี๋ผ่านหน้าร้านของพวกเราไปแล้วขอรับ!”เจียงชิงเหอเอ่ยกับบุรุษหนุ่มผู้กำลังเอนกายอยู่บนเตียงพลางโอบหญิงรับใช้คนงามไว้ข้างกาย

        บุรุษที่ถูกเรียกว่านายน้อยเฉินไม่แม้แต่จะเงยหน้าเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “แม่หนูจากสกุลอวี๋ ผู้ใดกัน?”

        นิ้วมือเรียวขาวของหญิงรับใช้คนงามในอ้อมกอดของเขายังคงหยิบผลองุ่นมาจากโต๊ะเตี้ยข้างเตียงนุ่มโดยไม่ชะงักปอกผิวออกจนเหลือเพียงเนื้อใสแล้วป้อนเข้าปากบุรุษหนุ่ม

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้