ห้าปีให้หลัง ที่บ้านหลิ่วเหอ
วันนี้เป็วันหยุดของวิทยาลัย เฉกเช่นปกติ ทั้งสองคนกลับบ้านมารับประทานอาหารกับหลิ่วเหอ
“เสี่ยวรุ่ยเอ๋ย เ้ากับเทียนฉีหมั้นกันครบห้าปีแล้ว ่เวลานี้พวกเ้าสองคนร่ำเรียนที่วิทยาลัยเซิ่งตู และพัฒนามาด้วยกัน พลังบรรลุถึงระดับสร้างรากฐาน่ปลาย ความรู้สึกยิ่งล้ำลึกขึ้นทุกขณะ เช่นนั้นควรคิดถึงเื่แต่งงานสักหน่อยไหม?” หลิ่วเหอมองเฉียวรุ่ยที่อยู่ด้านข้างพลางยิ้ม แล้วเอ่ยถาม
ได้ยินคำนี้ หลิ่วเทียนฉีพลันตะลึงเล็กน้อย ในใจคิด ‘นี่ท่านพ่ออยากให้ตนแต่งงานกับเสี่ยวรุ่ยแล้วหรือ?’
ได้ฟังคำพูดของหลิ่วเหอ หวังอันหยางที่ยืนอยู่ด้านหลังตกตะลึงไปเหมือนกัน นายท่านช่างไม่เหมือนผู้อื่นเสียจริง แม้นายน้อยเฉียวเป็บุรุษสองเพศ นายท่านก็ไม่รังเกียจ ตรงกันข้ามกลับเห็นด้วยกับการแต่งงานระหว่างเขากับนายน้อย
คำถามนี้ หลิ่วเหอถามเฉียวรุ่ยโดยตรง เขาจึงตื่นตะลึงที่สุดเมื่อเผชิญกับคำถามอันอ่อนโยน ใบหน้าน้อยถึงแดงขึ้นเล็กน้อย
“อา ท่านอาหลิ่ว...” เฉียวรุ่ยเรียกเสียงแ่ วางไก่ทอดที่กัดไปครึ่งหนึ่งในมือลง
“ฮ่าๆๆ ข้าให้หลิ่วถงไปดูมาแล้ว สามเดือนให้หลังมีวันดีวันหนึ่ง พอดีกับเป็วันที่พวกเ้าหยุด ไม่รู้ว่าเ้าคิดเห็นอย่างไร?” เด็กทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาห้าปี ในฐานะบิดา หลิ่วเหอย่อมหวังให้เด็กทั้งสองแต่งงานโดยไว ทำให้เื่มันแน่นอน
“ข้า ข้า...”เฉียวรุ่ยกัดริมฝีปาก ใบหน้ายิ่งแดงขึ้นไปอีก
“ข้าไม่มีความเห็น ทุกสิ่งล้วนให้ท่านพ่อตัดสินใจขอรับ!” หลิ่วเทียนฉียิ้ม จับมือเฉียวรุ่ยก่อนบอก
“อืม ท่านอาหลิ่วตัดสินใจเถอะ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้ารัว
“ฮ่าๆๆๆ ดี ถ้าอย่างนั้นข้าจะหาคนมาช่วยพวกเ้าเตรียมงานแต่ง เสี่ยวรุ่ย หากเ้ามีสินสอดอันใดที่้า ให้กลับไปลองคิดดูสักหน่อย ค่อยเขียนออกมามอบให้หลิ่วถงก็ได้!” ในเมื่อแต่งงาน สินสอดย่อมไม่ควรขาด
“ไม่ๆๆ ไม่ต้องขอรับ สินสอดอะไรกัน หลายปีมานี้ท่านอาหลิ่วช่วยข้ามามากมายแล้ว” หากไม่มีความช่วยเหลือของหลิ่วเหอ เฉียวรุ่ยคงไม่สามารถเข้าวิทยาลัยเซิ่งตู ศิลาทิพย์ทุกเดือนก็คงไม่พอใช้ หลิ่วเหอช่วยเขามามากมาย เพราะอย่างนั้น ตนไม่อาจเอ่ยปากเรียกราคาหรือ้าสินสอดอันใดจากอีกฝ่ายหรอก
“ฮ่าๆๆ วางใจเถิดเสี่ยวรุ่ย ต่อให้เ้าไม่้า อาหลิ่วก็ไม่มีทางปฏิบัติแย่ๆ กับเ้าอย่างเด็ดขาด” ไม่ว่าอย่างไร สินสอดนั้นขาดไม่ได้
“ท่านอาหลิ่ว...”
“ไม่เป็ไร ทุกสิ่งล้วนมอบให้ท่านพ่อจัดการเป็พอ!” หลิ่วเทียนฉีส่ายศีรษะบอก ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายอย่าขัดขวาง
“อืม!” เฉียวรุ่ยได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้ารับ
.........
หลังรับประทานอาหารกลางวัน ในห้องหนังสือของหลิ่วเหอ
หลิ่วเทียนฉียกกาน้ำชาออกมารินให้บิดาอย่างนอบน้อม
“ท่านพ่อ นี่เป็ชาทิพย์ระดับสุดยอดที่ข้าไหว้วานสหายให้ช่วยซื้อมา ท่านลองชิมดูขอรับ!”
“อืม!” หลิ่วเหอพยักหน้าน้อยๆ ยกถ้วยชาขึ้น ดึงฝาถ้วยออก เป่าใบชาด้านในแล้วจิบนิดๆ คำหนึ่ง
“อืม ไม่เลวเชียว หอมสะอาดถูกลิ้น ปราณทิพย์เข้มข้นนัก!”
“ท่านพ่อชอบก็ดีแล้วขอรับ!” เห็นบิดาพอใจ เขาดีใจเป็อย่างยิ่ง ในใจคิด ‘ดูท่าต่งเฟิงจะไม่ได้คุยโว ชาดีนี่ของจริง!’
“ชานี่ไม่เลวจริงเชียว? ได้มอบให้อาจารย์เ้าบ้างไหม?” หลิ่วเหอดื่มชาพลางถาม
“มอบให้แล้วขอรับ ข้าซื้อให้ท่านกับอาจารย์คนละหนึ่งกล่อง!”
“อืม ต้องใส่ใจ กตัญญูกับอาจารย์เ้าให้มาก พวกเราพ่อลูกเืข้นกว่าน้ำ เกิดมาเป็ครอบครัวเดียวกัน แต่ความรู้สึกระหว่างเ้ากับอาจารย์นั้นไม่เหมือน เ้าถึงควรกตัญญูกับเขาให้มากสักนิด ติดต่อสร้างความสัมพันธ์กับเขาให้ดีสักหน่อย เช่นนี้ความสัมพันธ์ยิ่งกลมเกลียว หลังจากนี้พักหนึ่ง ข้าจะให้หลิ่วถงเตรียมเทียบเชิญให้เรียบร้อย เ้าต้องนำไปส่งให้อาจารย์เ้าด้วยตนเอง เข้าใจไหม?”
หลิ่วเหอรู้ชัด ในวิทยาลัยนั้น อู๋ฉิงเป็ที่พึ่งของบุตรชาย เพราะอย่างนั้น ทุกครั้งที่บุตรชายกลับบ้าน หลิ่วเหอจะกำชับอีกฝ่ายให้กตัญญูตอบแทนบุญคุณของอาจารย์เสียส่วนใหญ่
“ขอรับ ลูกเข้าใจ” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ จดจำคำพูดของบิดาเอาไว้
อู๋ฉิงนั้น แม้ภายนอกเ็าอยู่บ้าง เข้มงวดอยู่เล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดูแลศิษย์คนนี้ได้ดีทีเดียว เรียกได้ว่าห้าปีมานี้ ความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ของพวกเขากลมเกลียวอย่างยิ่งมาตลอด อู๋ฉิงสอนตนวาดยันต์อย่างตั้งใจนัก ไม่เคยละเลยสักนิด ส่วนตนก็เคารพอาจารย์ท่านนี้มาเสมอ
“ฉีเอ๋อร์เอ๋ย ห้าปีมานี้ เ้าร่ำเรียนอักขระยันต์ขั้นสามจากอาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงกับพ่อ วันนี้อักขระยันต์ขั้นสามห้าร้อยยี่สิบชนิด เ้าเรียนครบหมดแล้ว แต่พลังของเ้ายังเป็เพียงระดับสร้างรากฐาน่กลาง ฉะนั้น อักขระยันต์ขั้นสี่ เ้ายังไม่อาจร่ำเรียนได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับอักขระยันต์ขั้นสาม เ้าเพียงร่ำเรียนไปเท่านั้น ยังต้องใช้เวลาทำให้มั่นคงและฝึกฝนอยู่มากหน่อย ภายหลังเ้าจะได้วาดยันต์ใช้ได้ตามใจ ใจคิดมือขยับอย่างไรล่ะ”
“ขอรับ คำสั่งสอนของท่าน ลูกจำสลักไว้ในใจแล้วขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าตอบรับย้ำๆ
“อีกเื่หนึ่ง พ่อมีสูตรลับผสมหมึกยันต์อยู่สิบหกแผ่น สูตรหมึกยันต์ขั้นหนึ่งจำนวนสี่แผ่นและสูตรหมึกยันต์ขั้นสอง ขั้นสามและขั้นสี่อย่างละสี่แผ่น เหล่านี้ล้วนเป็ของดีที่บรรพบุรุษตระกูลหลิ่วสืบทอดต่อกันมา เป็ความลับที่ตระกูลไม่ถ่ายทอดต่อ วันนี้พ่อจะถ่ายทอดสูตรลับเหล่านี้ให้เ้า หลังเ้ากลับไปจงฝึกฝน ดูแลรักษาให้ดี จำไว้เสีย ห้ามถ่ายทอดให้ผู้อื่น” หลิ่วเหอพูดพลางเอาหนังแพะขนาดเท่าฝ่ามือสิบหกแห่นออกมาส่งให้
ได้ยินอย่างนั้น หลิ่วเทียนฉีรีบลุกขึ้นมาคุกเข่าตรงหน้าหลิ่วเหอ รับสูตรสิบหกแผ่นนั้นไป
“ลูกขอบคุณท่านพ่อยิ่งนัก!”
สูตรทำหมึกยันต์นี้ไม่อาจดูแคลนได้ นี่เป็ความลับที่ไม่ถ่ายทอดของตระกูลหลิ่ว ในนิยายต้นฉบับเคยแนะนำสูตรนี้อย่างให้ความสำคัญ ตอนนั้นหลิ่วเหอถ่ายทอดให้หลิ่วซานพลางกำชับหนักหนา นางเอกที่ได้รับจึงขอบคุณหลิ่วเหอเป็อย่างยิ่ง
“ลุกขึ้นเถิด!” หลิ่วเหอยื่นมือไปพยุงบุตรชาย
“ท่านพ่อโปรดวางใจขอรับ ลูกจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง จะตั้งใจศึกษาสูตรผสมเหล่านี้อย่างแน่นอน!”
“อืม ร่ำเรียนให้ดี วิชาผสมหมึกยันต์นี่เป็วิชาสร้างเนื้อสร้างตัวของผู้ใช้ยันต์ แต่ลูกต้องจำไว้ หลังเ้าผสมหมึกยันต์เป็ ห้ามบอกผู้อื่นเด็ดขาด และอย่าขายหมึกยันต์ที่เ้าผสมให้ผู้อื่นด้วย ไม่เช่นนั้นอาจนำภัยมาสังหารตน” หลิ่วเหอมองบุตรชายนิ่ง กำชับขึ้นอีกครั้งอย่างไม่วางใจ
“ขอรับ ลูกเข้าใจ! นอกจากเสี่ยวรุ่ย ลูกจะไม่บอกผู้ใดและไม่ขายหมึกยันต์ที่ตนผสมด้วย” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับประกัน
“อืม จำไว้ให้ตนเองใช้ก็พอ อย่าโอ้อวดผู้อื่น อย่าป่าวประกาศเชียวล่ะ!”
“ขอรับ ลูกจำคำสอนของท่านพ่อได้แม่น!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าตอบรับ เก็บสูตรลับสิบหกแผ่นเข้าไปในแหวนมิติของตนอย่างระมัดระวัง
.........
สิ้นสุดวันหยุด หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยก็กลับวิทยาลัย
“สูตรลับผสมหมึกยันต์?” เฉียวรุ่ยได้ยินเื่นี้ รู้สึกตะลึงเป็อย่างมาก
“ถูกต้อง นี่เป็สูตรที่สืบทอดจากบรรพบุรุษตระกูลข้า หมึกยันต์ที่ข้าใช้ก่อนหน้านี้ล้วนเป็ของที่ท่านพ่อผสมขึ้นเองตามสูตร” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับก่อนตอบ
“ถ้าเช่นนั้น ผู้ใช้ยันต์ทั้งหมดล้วนผสมหมึกยันต์ได้เองหรือ?” เฉียวรุ่ยเอียงคอมองเล็กน้อย ถามอย่างสนใจ
“แน่นอนว่าไม่ ในผู้ฝึกยันต์หนึ่งแสนคน อย่างมากคงมีเพียงสองถึงสามคนเท่านั้นที่ผสมหมึกยันต์เป็ เพราะอย่างนั้นสูตรเหล่านี้จึงยิ่งล้ำค่านัก หากผู้อื่นล่วงรู้ว่าข้ามีสูตรหรือผสมหมึกยันต์เป็ เป็ไปได้อย่างยิ่งว่าข้าจะถูกสังหารเพื่อชิงสมบัติ”
ได้ยินอย่างนั้น เฉียวรุ่ยก็เบิกตาโตทันที “นี่ มันร้ายแรงปานนี้เชียว!”
“อืม! ดังนั้น เสี่ยวรุ่ยต้องเก็บความลับให้ข้า อย่าบอกผู้ใดเชียวนะ!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักอย่างอ่อนโยน เอ่ยเตือนจริงจัง
“อืมๆ ข้ารู้แล้ว ข้าไม่บอกผู้ใดหรอก!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าหงึกหงัก รับปากทันที
เื่นี้เป็เื่ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเทียนฉี เขาต้องรอบคอบ
“สองวันนี้ ข้าดูสูตรลับไปคร่าวๆ พบว่ากระดูกสัตว์อสูรกับเืสัตว์อสูรเป็วัตถุดิบสำคัญในการผสมหมึกยันต์ ข้าเลยคิดว่า...”
ได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาของเฉียวรุ่ยพลันเป็ประกาย
“พวกเราจะไปเขาสัตว์อสูร สังหารสัตว์อสูรเพื่อหากระดูกสัตว์อสูรกับเืสัตว์อสูรใช่ไหม?”
“ฮ่าๆๆ ถูกต้อง เป็เช่นนั้นล่ะ” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ายอมรับ
“ดีเหลือเกิน ข้าไม่ได้สังหารสัตว์อสูรมานานมากแล้ว!” เฉียวรุ่ยยกยิ้ม ท่าทางกระตือรืนร้นขึ้นมาก
หลิ่วเทียนฉีมองใบหน้าตื่นเต้นอย่างน่ารักนั่นพลางลูบศีรษะน้อยของอีกฝ่ายอย่างรักใคร่
“หากไปเขาสัตว์อสูร ต้องเตรียมของมากมายนัก”
“อืม ข้ารู้ ข้าไปหาศิษย์พี่เมิ่ง ซื้ออุปกรณ์อาคมไม่สมบูรณ์ราคาถูกจำนวนหนึ่งก่อนค่อยไปหาต่งเฟิง เอาโอสถรักษาอาการาเ็ โอสถห้ามเืและโอสถเสริมพลังทิพย์อีกสักหน่อย ส่วนยันต์เ้าเตรียมได้ ยังมีอย่างอื่นที่ต้องเตรียมอีกไหม?” เฉียวรุ่ยจ้องคนรัก ถามอย่างขยันขันแข็ง
“ดีที่สุด ต้องไปวิทยาลัยควบคุมสัตว์อสูร เอาป้ายควบคุมสัตว์อสูรมาสักหน่อย ตอนนี้พวกเราสองคนเป็ผู้ฝึกตนขั้นสาม่กลาง หากจับสัตว์อสูรขั้นหนึ่งกับขั้นสองเป็ๆ คงไม่มีปัญหาเท่าไรนัก แต่สัตว์อสูรขั้นสามจัดการไม่ง่ายปานนั้น ถ้าได้ป้ายควบคุมสัตว์อสูรสักหลายแผ่นย่อมดีกว่า”
“ก็จริง ถ้าอยากได้เืสัตว์อสูร ดีที่สุดคือจับเป็เพื่อรีดเื แต่จับสัตว์อสูรขั้นสามเป็ๆ คงไม่ง่ายเช่นนั้น!”
“ดังนั้น ให้ดีที่สุด พวกเราต้องซื้อป้ายควบคุมสัตว์อสูรให้ได้!”
“ได้ เื่ซื้อของให้ข้าจัดการเอง หลายวันนี้เ้าสงบใจ จัดเตรียมยันต์วิเศษที่พวกเราต้องใช้เถอะ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า รับหน้าที่ซื้อของไป
“ดี มีภรรยาดีอย่างเ้าช่วย ข้าเพียงสงบใจ เตรียมยันต์ประเภทโจมตีกับป้องกันเพิ่มขึ้นอีกนิด สักครู่คงทำได้!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางส่งศิลาทิพย์ถุงหนึ่งให้คนรัก
“ใคร ใครเป็ภรรยาคนดีช่วยเ้ากัน?” เฉียวรุ่ยถลึงตา ค้อนหลิ่วเทียนฉีที่อยู่ข้างกายด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ฮ่าๆๆ ตอนนี้อาจไม่ใช่ แต่สามเดือนให้หลังก็ใช่แล้ว เช่นนั้นพวกเราต้องลงมือเร็วขึ้นอีกนิด เร่งเดินทางกลับมาก่อนพิธีแต่งงาน อย่าทำให้งานล่าช้าเชียว!”
“ข้า ข้าไปซื้อของดีกว่า!” เฉียวรุ่ยรับศิลาทิพย์เก็บเข้ากำไลของตน ใบหน้าแดงลุกขึ้นปุบปับ แล้วก้าวเร็วๆ ออกไปทันที
“ไปเถอะ!” หลิ่วเทียนฉียิ้มเย้าคนรัก มองส่งอีกฝ่ายจากไป
