คนที่ทำให้หลิงเซียวไปรับด้วยตัวเองได้ ถือเป็เกียรติอย่างหามิได้
เมื่อข่าวสะพัดออกไป แทบทุกคนอยากปรี่ไปดูตัวโหยวเสี่ยวโม่ว่าเป็เช่นไร คนที่ทำให้หลิงเซียวไปรับด้วยตัวเองได้
ในสายตาพวกเขา หลินเซียวเป็คนที่โดดเด่นทั้งรูปโฉมและพลังความสามารถ แม้บางทีจะเหิมเกริมอวดดี ท่าทีสูงส่งนิ่งเฉย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความรู้สึกชื่นชมในใจของศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มีต่อเขาแต่อย่างใด โดยเฉพาะความแตกต่างของเขาในตอนนี้กับแต่ก่อน
ั้แ่กลับจากลงเขาคราวก่อน นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไป
หลินเซียวแต่ก่อนนั้น ใบหน้านิ่งเฉยตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนที่ห่วงใยหรือเหินห่างเ้า
แต่หลินเซียวในตอนนี้ไม่เหมือนกัน ใบหน้าหล่อเหลาเอาการนั้นแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเสมอ ตอนพูดจาน้ำเสียงก็ไพเราะเสนาะหูขึ้น อ่อนหวานเชื่องช้า มีความดึงดูดเบาๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภายใต้น้ำเสียงและรอยยิ้มที่อ่อนนุ่มราวกับหยก ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ตกเป็ทาสเสน่ห์ของเขานับวันยิ่งเพิ่มขึ้น
ความเปลี่ยนไปของหลินเซียวเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนสงสัย
อันที่จริง ั้แ่วันแรกที่หลิงเซียวกลับมาสำนักก็ตกเป็เป้าสังเกตจากจิ้งจอกเฒ่าแล้ว
ทังฝานลองทดสอบตอนที่ทั้งสองเจอกัน ทว่าไม่เจอข้อสงสัยอะไร
อย่างอื่นก็มีแต่เื่ที่ว่า นิสัยของหลินเซียวเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน สำนักเทียนซินขึ้นชื่อว่าเป็สำนักใหญ่ ทุกเื่จึงต้องระวังเป็พิเศษ ดังนั้นหลังจากนั้นก็มีคนไปทดสอบหลิงเซียวอีก แต่ผลลัพธ์ล้วนเหมือนกับทังฝาน ไม่พบเจออะไรน่าสงสัย เพราะว่าหลิงเซียวตอนนี้นั้นรู้เื่ราวความลับทุกอย่างในสำนักเทียนซิน
แต่พวกเขาคงไม่มีทางคิดได้ว่า นั่นเป็ความทรงจำของหลินเซียวคนเดิมจริงๆ
ทว่าเทียบกับหลินเซียวคนก่อนแล้ว หลินเซียวในตอนนี้บุคลิกนิสัยโอนอ่อนกว่าแต่เดิมเยอะ ศิษย์น้องมากมายกล้าเข้าหาเขามากขึ้น
เวลาเพียงเดือนเดียว ศิษย์พี่ศิษย์น้องในแขนงการต่อสู้ ต่างหลงใหลเขาไปกว่าครึ่ง รวมถึงพวกที่หลินเซียวคนก่อนเอาไม่ค่อยอยู่ ตอนนี้ก็ถูกหลิงเซียวกำราบเรียบ อำนาจของหลิงเซียวเหนือกว่าหลินเซียวคนก่อนนัก
แต่กระนั้นเมื่อโหยวเสี่ยวโม่กับหลิงเซียวปรากฏตัวพร้อมกัน จึงตกเป็เป้าสายตาของคนกลุ่มใหญ่
“ศิษย์พี่ใหญ่ คนนี้สินะ ศิษย์น้องเล็ก หน้าตา…ไม่เลวเลยนี่!”
“อือ ไม่เลวจริงด้วย เป็แบบที่ข้าชอบเลย”
“ที่แท้คนที่ทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ไปรับด้วยตัวเองคือเขาคนนี้เองหรือ ข้าเคยเห็นมาก่อน นี่ใช่ศิษย์อัจฉริยะฝูจื่อหลิน จอมหน้าตายที่มีชื่อเสียงของทัพพิภพใช่ไหม?”
โหยวเสี่ยวโม่ “…”
ฝูจื่อหลิน “…”
หลินเซียว “เหอะๆ”
กลุ่มคนพูดจาจ้อแจ้ ไม่มีท่าทีลึกลับ สูงส่งจนมิอาจเอื้อมเหมือนที่ได้ยินศิษย์นอกพูดถึงเลยแม้แต่นิด กลับกัน เหนือความคาดหมายตรงที่ออกจะ…พูดมาก เพียงแต่เป้าหมายของพวกเขาผิดคนไปหน่อย
โจวเผิงทนดูไม่ได้ “พวกเ้าเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่เขา”
เสียงพูดคุยพลับเงียบลงทันใด ถัดมา โหยวเสี่ยวโม่จึงก้าวออกมาจากด้านหลังฝูจื่อหลินอย่างลังเล วินาทีถัดมา สายตาทุกคู่ราวกับฉายแสงเอกซ์เรย์มายังเขา จนเขาต้องหดคอลง เขาถอนตัวตอนนี้ทันมั้ยนะ?
“เป็เด็กที่น่ารักน่าเอ็นดูจริง นี่ยังไม่ครบสิบแปดปีสินะ?”
“ฮึ ข้าก็ว่าอยู่ ศิษย์พี่ใหญ่จะชอบจอมหน้าตายได้ยังไงกัน” เสียงถอนหายใจดังเฮือก
“ที่แท้ศิษย์พี่ใหญ่ก็ชอบคนที่อ่อนแอปวกเปียกแบบนี้ ถึงว่าคนอื่นตามจีบตั้งนานก็ไม่รับรักซะที รู้แบบนี้ข้าก็คงไม่ฝึกวิชาดาบพายุขจี”
“ขอแหวะหน่อยเถอะ ถึงแม้เ้าจะไม่ฝึกฝนก็เหมือนกัน ดูท่าทีดุอย่างกะหมีนั่นสิ” สีหน้าดูแคลนของศิษย์น้องผู้หนึ่ง
“หน่อยแน่ เ้าบ้านี่ มีอย่างที่ไหนพูดกับศิษย์พี่เช่นนี้ ข้าดุเหมือนหมีที่ไหนกัน”
ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่โหยวเสี่ยวโม่หน้าแดงก่ำ หลิงเซียวชอบเขาอย่างนั้นหรือ? เป็ไปไม่ได้ แม้ว่าหลิงเซียวจะเคยช่วยเขาอยู่หลายครั้ง แต่มีการแลกเปลี่ยนโดยตอบแทนด้วยน้ำพักน้ำแรงเขาทั้งสิ้น ด้วยเหตุนั้น เขายังต้องตกลงเงื่อนไขที่ไม่ยุติธรรมพวกนั้นอีก
หลิงเซียวที่หน้าหนากว่า เมื่อได้ยินคำพูดที่พวกเขาคุยกันก็หาได้รู้สึกขุ่นเคืองแต่อย่างใด เอ่ยเพียงไม่กี่คำก็ทำให้พวกเขาแยกย้ายกันไปเตรียมตัวประลอง จากนั้นจึงพาโหยวเสี่ยวโม่และฝูจื่อหลินไปยังห้องพักพวกเขา เพียงแต่สายกลางนั้นต่างจากสายอื่น สายกลางนั้นไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะย่างกรายเข้ามาได้ ดังนั้นปกติจะไม่มีแขกมาเยือน ดังนั้นจะไม่มีการเตรียมห้องพักรับรอง จึงต้องให้พวกเขาพักร่วมห้องกับคนอื่น
ทว่าตอนที่หลิงเซียวเอ่ยถึงเื่นี้ คนที่ปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงที่สุดเห็นจะเป็โหยวเสี่ยวโม่
“ทะๆๆ…ท่านหมายความว่า ข้าต้องนอนห้องเดียวกับท่านงั้นรึ?” โหยวเสี่ยวโม่จ้องมองหลิงเซียวอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“สายกลางไม่มีห้องรับแขก ฉะนั้นการประลองประจำปีห้องนึงต้องนอนร่วมกันหลายคน หรือศิษย์พี่ใหญ่ของเ้าไม่ได้บอกกับเ้าหรือ?” หลิงเซียวเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเขาอารมณ์ดีไม่น้อย
โหยวเสี่ยวโม่อ้าปากค้าง เขาไม่เคยได้ยินศิษย์พี่ใหญ่เอ่ยถึงเื่นี้มาก่อนเลย คิดมาตลอดว่าทุกคนนั้นจะได้พักห้องเดี่ยว
“ห้องข้าอยู่ทางไหน?” ฝูจื่อหลินที่ไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปาก เขายอมรับความเป็จริงได้ง่ายกว่าโหยวเสี่ยวโม่ เขาเองก็เข้ามาสายกลางหนแรก ทว่าอารมณ์นั้นสุขุมกว่าโหยวเสี่ยวโม่มากนัก รวมทั้งท่าทางเ็าราวกับน้ำแข็งด้วย จึงไม่ปริปากบ่นกับเื่เล็กน้อยเช่นนี้
หลิงเซียวชี้ไปยังห้องถัดไป ยิ้มพร้อมเอ่ย “ห้องข้างๆ คือห้องของศิษย์น้องโจว จากนี้เ้าต้องพักร่วมกับเขา”
ฝูจื่อหลินสีหน้าไร้ความรู้สึกพยักหน้า จากนั้นจึงเดินจากไป ผลักประตูออกจากนั้นปิดประตู ‘ปัง’ กิริยาท่วงท่าดูสะอาดสะอ้าน ราวกับถูกฝึกมาเป็อย่างดี
โหยวเสี่ยวโม่ตะลึงตาค้าง แต่เมื่อนึกถึงสภาพตัวเอง เขาก็ยังสบายใจไม่ได้
ถ้าร่วมห้องกับคนอื่น เขายังพอรับได้ แต่คนที่เขาต้องร่วมห้องด้วย กลับเป็หลิงเซียวคนที่ชอบแกล้งเขาสารพัด เ้าคนชั่วร้ายนี่!
“ศิษย์พี่หลิง เื่ห้องนี่แบ่งกันแต่แรกหรือ?” โหยวเสี่ยวโม่เกรงว่าหลิงเซียวจะใช้อำนาจไปเรื่อย
หลิงเซียวหรี่ตา ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีความน่าหลงใหลดึงดูด หางตานั้นซ่อนอารมณ์อันชั่วร้ายไว้ แต่ใบหน้ากลับมีแต่รอยยิ้มอ่อนโยน จากนั้นได้ยินเสียงเขาเอ่ยเบาๆ “ฟังเ้าพูดเหมือนว่าเ้ายอมนอนกับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่กับข้างั้นสิ”
“ไม่ใช่ๆ” โหยวเสี่ยวโม่ส่ายหัวไปมาจนรู้สึกตาลาย
เห็นท่าทีเช่นนี้ หลิงเซียว ‘หึ’ เบาๆ ในลำคอ “อย่าลืมสิ สภาพเ้าตอนนี้น่ะ ต้องนอนกับข้าเท่านั้น ถ้าเกิดคนอื่นค้นพบความลับบนตัวเ้าขึ้นมา เ้าคิดว่านอกจากข้าแล้ว ใครจะช่วยเ้าปิดบังความลับเื่ห้วงเวลาทะเลสาบนั่นได้?”
โหยวเสี่ยวโม่เหงื่อไหลหยดลงมาจากหน้าผาก เขาไม่เคยนึกถึงเื่นี้มาก่อนเลย
ที่หลิงเซียวพูดมาไม่มีผิด เขาปิดบังความลับชิ้นโตขนาดนี้ จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ ไม่งั้นชีวิตเขาจบเห่แน่ ฉะนั้นเขาไม่มีเลือกอื่น ท้ายสุดก็ต้องนอนร่วมห้องกับหลิงเซียว
เมื่อเห็นเขาคอตกยอมรับชะตา หลิงเซียวอารมณ์ดีพร้อมโอบไหล่เขา เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ไปกันเถอะ ศิษย์น้องเล็ก ข้าจะพาเ้าไปเยี่ยมชมห้องหลินเซียว เ้าเป็ผู้โชคดีคนแรกเลยนะ ศิษย์น้องคนอื่นๆ ยังไม่เคยมีใครเข้าพักมาก่อนเลยนะ”
โหยวเสี่ยวโม่เชิดปากขึ้น เขาไม่ได้อยากเป็ผู้โชคดีคนนั้นซะหน่อย!