อยู่ๆ หลินลั่วหรานก็ปรากฏตัวขึ้นเ้าจิ้งจอกตัวน้อยก็กำลังเดินวนไปมาในบริเวณที่เธอหายไป เมื่อเห็นว่าอยู่ๆเธอก็ปรากฏตัวออกมา
มันไม่เข้าใจกับการหายไปโดยไร้เหตุผลของหลินลั่วหรานเอาเสียเลยหลินลั่วหรานนั้นกำลังอารมณ์ดีมาก
จิ้งจอกทั้งสองต่างก็พยายามจะช่วยเหวินกวนจิ่งดังนั้นเธอจึงมีความประทับใจที่ค่อนข้างดีกับพวกมัน
เธอส่งลูกท้อลูกหนึ่งให้กับเ้าจิ้งจอกตัวน้อย
ตอนนี้อาการาเ็ของเหวินกวนจิ่งมั่นคงขึ้นแล้วหลินลั่วหรานเองก็ไม่รู้ว่า เขาจะฟื้นตื่นขึ้นมาเมื่อไรจึงได้แต่เพียงเฝ้ารอคอยให้เขาตื่นมาโดยเร็วเธอจึงนั่งสมาธิฝึกศาสตร์ลงที่มุมหนึ่งของตัวถ้ำและไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใด
ความจริงแล้วในถ้ำของจิ้งจอกนี้ก็มีกลิ่นสมุนไพรและดอกไม้อยู่เต็มไปหมดการอยู่ที่นี่จึงไม่ใช่เื่น่าเศร้าอะไรการที่จะต้องอยู่ภายในโลกใต้ดินที่ไม่รู้วันคืน และมีเพียงแสงไฟสลัวๆ อีกต่างหากที่ทำให้หลินลั่วหรานรู้สึกได้ถึงความกดดัน
เธอเข้าสู่การฝึกศาสตร์พร้อมกับรอให้เวลาไหลผ่านไปเธออยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เพื่อที่เหวินกวนจิ่งจะได้ฟื้นตื่นขึ้นมาเสียทีแต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อยากให้เวลาไหลผ่านไปช้าๆเพื่อที่จะได้มีเวลาไปช่วยเป่าเจีย
จิ้งจอกขาวอ่อนแอลงเรื่อยๆ เ้าจิ้งจอกตัวน้อยนั้นไม่ได้คิดอะไรมากมายนักเมื่อกินลูกท้อเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันก็ะโไปมาอยู่ภายในถ้ำและคลุกลงไปในกองดอกไม้ที่เปล่งประกายแสง หลินลั่วหรานค่อยๆ เข้าสู่สมาธิ
ผลที่ได้รับมาจากสระเืนั้นยิ่งใหญ่มากมันทำให้เธอกลายมาเป็ระดับพื้นฐานตอนต้น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นระดับพื้นฐานตอนกลางในตอนนี้เธอจึงไม่สามารถวางใจได้เื่ของหญิงสาวสวมชุดดำนั้นยังไม่ได้ถูกแก้ให้หายไปเธอไม่อาจจะอยู่ที่แอฟริกาได้นานนัก...เมื่อหาเป่าเจียพบก็จะต้องรีบกลับไปทันทีหลินลั่วหรานตัดสินใจความจริงแล้วเื่ความลับของการหายตัวไปของเหล่านักปราชญ์ระดับแยกจิตนั้นก็ไม่ใช่เื่ที่ตัวของเธอในตอนนี้จำเป็ที่จะต้องรู้อยู่แล้ว
หลายปีที่ผ่านมา บางทีอาจจะมีคนมากมายพยายามตามหาเบาะแส แต่ก็ยังคงไม่มีรายละเอียดอะไรออกมาแล้วการที่พวกเธอมาทะเลทรายในครั้งนี้ จะสามารถรับรู้ถึงมันได้อย่างไร
หลินลั่วหรานตรวจสอบกลุ่มพลังในร่างกายดูเหมือนว่าสีของกลุ่มพลังธาตุไฟจะเข้มขึ้นไม่น้อย...เป็เพราะว่าติดมาจากพลังไฟประหลาดหรือเปล่า?
ในตอนนี้หลินลั่วหรานมีเวลาว่างขึ้นมาในหัวของเธอนึกไปถึงศาสตร์ในสายเส้นเืของเหวินกวนจิ่งขึ้นมาโดยไร้เหตุผลเธอััมันมาอย่างละเอียดและก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างจากวิธีการกำหนดลมหายใจที่เธอใช้ฝึกเสียเท่าไร แปลกจังหรือว่าสิ่งที่อาจารย์เจี่ยสอนให้กับเธอมา จะเป็ของดีอย่างหนึ่ง?
เธอไม่ได้พบกับอาจารย์เจี่ยมาปีกว่าแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็อย่างไรบ้าง หลังจากออกไปจากที่นี่ได้จะต้องกลับไปถามเื่ของเขาจากพี่หวังเสียแล้ว
จิ้งจอกทั้งสองตัวและคนทั้งสองคน ต่างก็อยู่ร่วมกันด้วยความเงียบสงบจากตอนแรกที่หลินลั่วหรานยังคงคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เธอก็ค่อยๆเข้าสู่สมาธิอย่างแท้จริง
จนเมื่อเธอได้สติตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอก็พบว่าเหวินกวนจิ่งกำลังมองมาที่เธอพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าหลินลั่วหรานลืมตาขึ้นแล้ว เขาก็รีบประสานมือการคำนับลง
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของรุ่นพี่”
หลินลั่วหรานััได้ถึงกลิ่นอายของเขา ที่แท้มันก็มีการพัฒนาขึ้นไปแล้วการถูกพลังไฟเผาไหม้ในครั้งนี้ทำให้หลังจากที่เหวินกวนจิ่งสามารถผสมผสานพลังธาตุไฟประหลาดเข้าด้วยกันได้แล้วเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ระดับขั้น ‘ฝึกลมปราณเต็มรูปแบบ’ แม้ว่าจะยังคงไม่ได้มั่นคงนักแต่หากว่ากลับไปแล้วเก็บตัวข้ามผ่านขั้นตอนนี้ไปเสีย ก็ไม่ได้หนักหนานัก
“ยินดี ยินดี...แต่ว่าเื่ที่ช่วยนายเอาไว้ก็ยังต้องขอบคุณจิ้งจอกทั้งสองนี่ด้วย”
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ถือได้ว่าเป็การช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ แม้ว่าในใจของเขาจะมีอคติกับพวกสัตว์ชนิดอื่นแต่ก็ยังคงขอบคุณออกมาด้วยความจริงจัง
หลินลั่วหรานะโลุกขึ้นมา พร้อมกับปัดเศษฝุ่นบนร่างแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไปเถอะพวกเราเสียเวลามามากแล้ว”
เหวินกวนจิ่งยังคงลังเลอยู่เล็กน้อย เื่บุญคุณช่วยชีวิตครั้งนี้ในส่วนของหลินลั่วหราน เขาคงสามารถค่อยๆ ใช้คืนไปได้แต่ว่ากับเ้าจิ้งจอกทั้งสองนี่ล่ะ เขาไม่อยากจะติดหนี้ชีวิตกับเ้าสัตว์ประเภทอื่นทั้งสองนี่หรอก
หลินลั่วหรานถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะเดินไปยังด้านหน้าของจิ้งจอกขาว “พวกเธอมีอะไรอยากจะให้ช่วยไหม พวกเราจะพยายามให้เต็มที่...” แม้ว่าเหวินกวนจิ่งจะทำไม่ได้ เธอก็ต้องรับไว้ด้วยตัวเองเสียก่อน
แววตาของจิ้งจอกขาวขยับสั่นไหวก่อนที่มันจะดันร่างของจิ้งจอกตัวน้อยมายังบริเวณด้านหน้าของหลินลั่วหราน
นี่คือจะถวายลูกเหรอ?
ไม่รู้ว่าทำไม แต่หลินลั่วหรานรู้ั้แ่แรกแล้วว่าพลังชีวิตของจิ้งจอกขาวกำลังจะหมดลง ั้แ่ตอนที่กำลังช่วยเหวินกวนจิ่งอยู่เธอก็มีความคิดนี้ขึ้นมาแล้ว
เพียงแต่เหวินกวนจิ่งคงไม่รับเ้าจิ้งจอกตัวน้อยไว้การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะต้องคอยอุ้มจิ้งจอกอยู่ตลอดทั้งวันก็คงจะทำให้เขารู้สึกลำบากใจไม่น้อย เฮอ เฮอจะว่าไปเื่ตำนานของเทพจิ้งจอกก็มีอยู่มากมายบางทีเหวินกวนจิ่งอาจจะสนใจอยู่ก็ได้ ดังนั้นเธออย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรแทนเขาเลย
หลินลั่วหรานจึงให้เขาเข้าไปตกลง โอเค เหวินกวนจิ่งนั้นไม่ได้ต่างไปจากที่เธอคิดไว้และยิ่งเมื่อเห็นท่าทีของจิ้งจอกขาวแล้วดูเหมือนว่ามัน้าจะส่งเ้าจิ้งจอกน้อยนี้ให้กับเธอเสียมากกว่า
หลินลั่วหรานไม่เคยคิดมาก่อน ว่าวันหนึ่งเธอจะได้รับเลี้ยงจิ้งจอกอีกทั้งยังเป็จิ้งจอกที่สามารถหาสมุนไพรได้อีกด้วย
“เธออยากไปกับฉันไหม เ้าตัวน้อย?” หลินลั่วหรานนั่งยองๆลง ความจริงเธอเองก็รู้สึกดีกับจิ้งจอกน้อยตัวนี้มากทีเดียว
จิ้งจอกน้อยตัวนี้ไม่ว่าดูอย่างไรก็ดูน่ารัก แต่ความจริงแล้วมันอยากจะกระอักเืออกมาเสียให้ได้ มันไม่ใช่เ้าตัวน้อยเสียหน่อยข้ามีอายุที่ยาวนานกว่าเ้าเสียอีก...แน่นอนว่าสิ่งที่เ้าจิ้งจอกตัวน้อยบ่นขึ้นมาในใจนั้นไม่มีใครได้รับรู้มันคิดว่าก็คงเป็เพียงการขึ้นไปท่องเที่ยวเล่นบนพื้นโลกเท่านั้นและไม่นานนักก็จะได้กลับมา ดังนั้นมันจึงไม่ได้แสดงอาการขัดขืนอะไรมันไม่ได้รู้เลยว่า นี่คือการถวายลูกของจิ้งจอกขาว เนื่องจากตะเกียงชีวิตของมันกำลังจะดับลง
ดังนั้นเ้าจิ้งจอกตัวน้อยจึงพยักหน้าลงเบาๆ เท่านั้นแววตาของจิ้งจอกขาวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หลินลั่วหรานอุ้มเ้าจิ้งจอกน้อยขึ้นมา ก่อนจะวางมันลงบนบ่าแล้วเดินจากออกมาจากแห่งถ้ำนั้น เธอหันหลังกลับไปมองที่จิ้งจอกขาวมันยังคงพยายามที่จะยืนนิ่งอยู่ ทั้งที่ความจริงพลังชีวิตของมันเหลือน้อยเต็มทน
“เขาน่ารักมาก...ฉันจะดูแลเขาให้ดี” หลินลั่วหรานแอบส่งเสียงพูดไปยังบริเวณข้างหูของจิ้งจอกขาวจิ้งจอกขาวขยับริมฝีปากขึ้นหลินลั่วหรานรู้สึกว่าริมฝีปากของมันดูราวกับกำลังพูดว่า ‘ขอบคุณ’ อยู่แต่เธอก็รู้สึกว่ามันแปลกผิดปกติเกินไป สิ่งที่พูดภาษาคนได้นอกจากลิงชราที่เป็สัตว์ประเภทลิงจึงมีความใกล้เคียงกับมนุษย์อยู่แล้วพวกเสี่ยวจินนั้น หากจะทำให้ได้ ก็ต้องมีระดับการฝึกศาสตร์ที่สูงมากเ้าจิ้งจอกขาวนี่แม้แต่พวกหนูใต้ดินยังต่อสู้ด้วยไม่ได้เธอคงจะคิดไปเองเสียมากกว่า
เ้าจิ้งจอกตัวน้อยมองกลับไปที่จิ้งจอกขาวจากบนบ่ามันส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความรักความเอ็นดูออกมา
่นี้ข้าจะเก็บตัวฝึกศาสตร์ ่นี้เ้าไม่ต้องกลับมา
แล้วต้องรอถึงตอนไหนล่ะ?
รอจนเ้าสามารถที่จะกลับมายังใต้ดินได้ด้วยตัวคนเดียว
ในใจของจิ้งจอกน้อยคิดขึ้น กลับมาที่ใต้ดินได้ด้วยตัวคนเดียวเหรอมันก็ทำได้ง่ายๆ นี่นา ดูเหมือนว่าระยะเวลาที่จิ้งจอกขาวจะเก็บตัวฝึกศาสตร์นั้นจะไม่ได้นานมากเท่าไร
ถ้าหาก...ถ้าหากว่าหลินลั่วหรานเข้าใจภาษาของพวกจิ้งจอกเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ความรู้สึกโศกเศร้าก็คงจะเกิดขึ้นในใจของเธอเ้าจิ้งจอกขาวนั้นจะเก็บตัวฝึกศาสตร์อะไรกัน พลังชีวิตของมันกำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้วต่างหาก
หลังจากที่เ้าจิ้งจอกตัวน้อยที่ถูกอุ้มอยู่บนบ่าของหลินลั่วหรานเธอและเหวินกวนจิ่งต่างพากันเดินออกมาจากถ้ำบาเรียที่หลินลั่วหรานเอาแต่คิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ก็ค่อยๆกลายเป็พื้นผิวสีเดียวกันไปกับอุโมงค์รอบๆ ก่อนจะกลายเป็เนื้อเดียวกันไป
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้หลินลั่วหรานต่างก็ไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย หรืออาจจะพูดได้ว่าเพราะหลังจากที่พวกเขาออกมาจากถ้ำจิ้งจอกได้ไม่นานก็พบกับเื่บางอย่างที่ทำให้หลินลั่วหรานไม่มีเวลาได้ไปใส่ใจจิ้งจอกขาวแล้วอีกต่อไปแล้ว
เมื่อคนทั้งสองและจิ้งจอกตัวหนึ่งออกมาจากถ้ำจิ้งจอกได้ไม่นานหลินลั่วหรานก็เห็นฝูงหนูใต้ดินฝูงหนึ่งวิ่งผ่านไปยังทางแยกอีกทางด้วยความรวดเร็วด้วยจำนวนที่มากมายของพวกมันทำให้เกิดแรงสั่นะเืขึ้นรุนแรง
เ้าจิ้งจอกตัวน้อยขยับจมูกสีชมพูของมันไปมา ราวกับรู้สึกได้ถึงความไม่สงบ
แต่หลินลั่วหรานกลับถูกเศษผ้าที่หนูตัวหนึ่งในบริเวณรั้งท้ายลากติดมาด้วยดึงดูดสายตาไปเธอรีบจับหนูตัวนั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกมันขึ้นมาดู นี่คือเศษผ้าชีฟองและมันคือผ้าที่มาจากชุดที่เป่าเจียสวมใส่อยู่
“เป่าเจียอยู่ใกล้ๆ นี่!” หลินลั่วหรานกำเศษผ้าแน่นเธอรู้สึกว่ามือของตัวเองเต็มไปด้วยความสั่นไหว
เหวินกวนจิ่งนั้นสงบใจได้มากกว่า “รุ่นพี่พวกสัตว์วิ่งหนีกันกระจุยกระจายแบบนี้ดูเหมือนว่าจะมีอะไรผิดปกติ...พวกเราต้องระวังกันหน่อยหรือเปล่า?”
ระวังกันหน่อย? ถ้าแบบนั้น แล้วเป่าเจียล่ะ...หลินลั่วหรานกำเศษผ้าเอาไว้แน่นในใจของเธอกำลังเต็มไปด้วยความลำบากใจ
