ผู้ใหญ่บ้านเฉินเอ่ยพลางลูบเครา “ในอำเภอมีช่างหวง เมื่อครั้งยังหนุ่มเคยสร้างจวนในเมืองหลวงให้ผู้อื่น ยามนี้อายุล่วงเลยห้าสิบจึงกลับมาใช้ชีวิตวัยเกษียณที่บ้านเกิด ทั้งยังพาลูกศิษย์จำนวนไม่น้อยไปสร้างจวนให้คนในอำเภอ โจวฝู่ และละแวกใกล้เคียง
คนของเขาฝีมือไม่เลวทีเดียว นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงอันดีเช่นกัน ไม่รู้ว่าระยะหลังมานี้ได้ไปรับงานก่อสร้างที่ใดหรือไม่”
เคอโยวหรานเอ่ยด้วยความยินดี “ช่างหวงผู้นี้พักอยู่ที่ใดหรือเ้าคะ? พวกข้าจะเข้าไปสอบถามเขาในอำเภอสักหน่อย”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินตอบ “เขาอาศัยอยู่ในตรอกหลิ่วซู่ หากเข้าไปสอบถามก็จะรู้ได้ในทันที”
เคอโยวหรานยกยิ้มหวานเอ่ย “เช่นนั้นก็ดีเลยเ้าค่ะ เลือกวันไม่สู้เจอวันที่เหมาะ ข้าจะพาซานหลางออกไปสอบถามดูประเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินรีบรั้งเคอโยวหรานเอาไว้ เขากล่าวด้วยความร้อนใจว่า “โยวหราน ถั่วเหลืองสองพันจินที่เ้ารับปากตาเฒ่าเล่า? ถั่วของตาเฒ่าเห็นก้นถุงแล้ว ยังคงรอถั่วเหลืองฉุกเฉินจากเ้าอยู่เลย!
วันนี้ยังขาดส่งเต้าหู้ให้โรงสุราฟู่หยวน โชคดีที่เถ้าแก่อวี๋เข้าใจเหตุผลจึงยอมผ่อนปรนหนึ่งวัน ค่อยส่งไปใหม่ในวันพรุ่งได้ มิเช่นนั้นตาเฒ่าก็ไม่รู้ว่าจะไปอธิบายต่อเขาอย่างไรแล้ว”
ไอ้หยา เหตุใดนางจึงลืมเื่นี้จนหมดสิ้นกัน?
เมื่อวานตอนกลับมา ยังจำได้ว่านางซื้อเสบียงอาหารและวางเอาไว้ในรถม้า แต่เหตุใดกลับลืมถั่วเหลืองไปได้เล่า?
ดวงตาของเคอโยวหรานกลอกไปมาก่อนเอ่ย “อีกประเดี๋ยวข้ากับซานหลางจะเดินทางไปสอบถามในอำเภอเ้าค่ะ และจะส่งไปยังจวนของท่านผู้าุโใน่สายนะเ้าคะ”
“ย่อมได้ เช่นนั้นตาเฒ่าจะกลับไปรอถั่วเหลืองของเ้าอยู่ที่จวนแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านเฉินลุกขึ้นเตรียมเดินจากไป แต่เมื่อสาวเท้าไปไม่กี่ก้าวพลันนึกบางสิ่งขึ้นได้จึงเปิดปากอีกครั้ง
“โยวหราน ตาเฒ่าคิดดูแล้ว การไถคราดในฤดูใบไม้ผลิใกล้จะเริ่มต้นขึ้น กำลังคนภายในหมู่บ้านมีไม่เพียงพอ ดังนั้นเ้าช่วยตาเฒ่าถามช่างหวงว่าคนในมือเขามีมากพอจะทำโรงงานเต้าหู้พร้อมกันได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะ ไม่เป็ปัญหา” กล่าวจบ เคอโยวหรานพลันลากต้วนเหลยถิงออกไปข้างนอก
......
เคอเจิ้งซีกลับมายังจวนสกุลเคอ ครั้นเห็นผู้เฒ่าเคอก็เล่าเื่ราวที่พวกตนพบเจอในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟังรอบหนึ่ง
ภายหลังยังเอ่ยเสริมว่า “ท่านพ่อ ท่านลองไปดูเรือนฝั่งตะวันตกของสกุลต้วนเถิด ห้องที่ต้าส่าพักอาศัยสะอาดสะอ้าน ข้าวของเครื่องใช้มีแต่ของใหม่เชียวนะขอรับ
ที่นอนหมอนมุ้งบนเตียงนุ่มสบาย งานปักกับการตัดเย็บล้วนคือสิ่งที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน หากมิใช่ว่าได้ไปเยือนในวันนี้ ข้าก็คงไม่รู้ว่าต้าส่าใช้ชีวิตราวกับเป็เทพเซียนขอรับ”
น้ำเสียงของแม่เฒ่าเคอแหบแห้ง นางเอ่ยด้วยความตื่นตระหนกว่า “จริงหรือ! แค่กๆ...”
ทว่าเพิ่งเอ่ยออกไปได้สองคำก็ถูกหยุดไว้ด้วยเสียงไอ ถึงขั้นน้ำตาไหลออกมาเลยทีเดียว
เคอเจิ้งซีลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบโยนแม่เฒ่าเคอ “จริงขอรับ ท่านแม่ ข้าจะบอกอันใดท่าน แม้ข้าไปสกุลต้วนครั้งนี้มิได้เห็นหน้าเคอต้าส่า
แต่สะใภ้เด็กผู้นั้นที่ท่านซื้อมายกให้เคอต้าส่าผิวขาวแลดูเนียนนุ่มขึ้นไม่น้อย กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะยังเปลี่ยนเป็ชุดใหม่
อาจเพราะนางได้อยู่กินดีในสกุลต้วนจึงมีน้ำมีนวลขึ้น กลับกลายเป็หญิงงามเสียแล้ว ตอนเพิ่งก้าวเข้าไปข้ายังถึงขั้นจำนางมิได้ นึกว่าไปผิดจวนด้วยซ้ำนะขอรับ”
หลิวซื่ออยากเอ่ยเสริม แต่กลับพบว่าสันกรามของตนมิอาจประกบเข้าหากันได้ ทั้งเอ่ยวาจาไม่ถนัดและมีน้ำลายไหลออกมาไม่ยอมหยุด
นางไม่สามารถพูดสิ่งใด ทำได้เพียงพยายามเช็ดน้ำลาย ผู้เฒ่าเคอทอดมองนางด้วยความรังเกียจก่อนจะไล่หลิวชุนฮวาออกไปข้างนอก
เคอเจิ้งซีไม่แยแสหลิวชุนฮวาเลยสักนิด ยังคงเอ่ยวาจาถากถางให้แม่เฒ่าเคอกับผู้เฒ่าเคอฟังว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะบอกพวกท่านให้ มิได้มีเพียงถงซื่อที่งดงามขึ้น แม้แต่นังเด็กเคอโยวหลานกับเคอโยวเยวี่ยยังตัวสูงขึ้นหนึ่งศีรษะ
ใบหน้าซีดเหลืองแต่เดิมของพวกนางสองพี่น้องเลือนหายไปจนหมด กระทั่งบุตรสาวสกุลคหบดียังไม่มีน้ำมีนวลเท่าพวกนางเลยนะขอรับ หากขายออกไปจะต้องได้เงินไม่น้อยเป็แน่!
ยังมีเคอโยวหรานผู้นั้น ครั้นได้เห็นนางในวันนี้ ดวงตาของข้าแทบจะถลนออกจากเบ้า การขับพวกนางทั้งครอบครัวออกไป นับได้ว่าพวกเราขาดทุนครั้งใหญ่แล้วขอรับ!”
เสียงของแม่เฒ่าเคอแหบแห้งจนพูดไม่ออก ทว่าดวงตาเรียวเล็กของนางกลับเปี่ยมด้วยความขุ่นเคืองและไม่ยินยอม
เคอก่วงเถียนนั่งบิดผ้าเช็ดหน้าอยู่ด้านข้าง นางขบกัดฟันกรามจนเกิดเสียงดังกรอด ทั้งนึกโมโหจนใบหน้ากลายเป็สีม่วงคล้ำเสียแล้ว
ผู้เฒ่าเคอก้มหน้าลงอย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าภายในใจกำลังคิดสิ่งใด?
......
เพื่อเร่งรัดให้ทันเวลา เคอโยวหรานกับต้วนเหลยถิงจึงขับรถม้าออกจากจวนโดยไม่ทันได้กินข้าวกินปลาเลยด้วยซ้ำ
ระหว่างทาง คนทั้งสองดื่มน้ำสระบัวเจ็ดสีและกินขนมปังรองท้อง เรียกได้ว่าสุขสบายเป็อย่างยิ่ง
เคอโยวหรานที่อยู่ในรถม้าวาดภาพไปพลางเอ่ยกับต้วนเหลยถิงที่กำลังบังคับรถม้าไปพลางว่า “ซานหลาง ภายในมือของพวกเรายังมีเงินอีกเท่าใด หากซื้อบ้านสวนจะดีหรือไม่เ้าคะ?”
ต้วนเหลยถิงพยักหน้าเอ่ย “ได้ ล้วนแต่ฟังเ้า อีกประเดี๋ยวพวกเราไปถามที่โรงนายหน้าสักหน่อย จากนั้นหานายหน้าที่ไว้ใจได้มาจัดการเื่นี้”
ขณะเอ่ย คนทั้งสองพลันมาถึงตัวเมืองในอำเภอภายในเวลาอันรวดเร็วและซื้อกระสอบป่านนับร้อยใบ
จากนั้นเคอโยวหรานก็บอกให้ต้วนเหลยถิงบังคับรถม้าไปยังด้านในตรอกข้างสำนักคุ้มกัน
ครั้งก่อนเคอโยวหรานมาบรรจุเสบียงอาหารที่นี่ ครานี้นางเตรียมจะทำเช่นเดิมอีกครั้ง กระสอบป่านเหล่านี้สามารถใส่เสบียงอาหารได้ประมาณสองร้อยจินต่อหนึ่งใบ
เคอโยวหรานบรรจุถั่วเหลืองจำนวนสิบกระสอบ หลังปิดปากถุงให้เรียบร้อย ต้วนเหลยถิงจึงไปหารือกับสำนักคุ้มกัน
ท้ายที่สุดยังคงใช้เงินหนึ่งตำลึงจ้างกลุ่มคนเพื่อส่งถั่วเหลืองไปยังจวนผู้ใหญ่บ้านเฉินในหมู่บ้านเถาหยวน
เคอโยวหรานถึงกับอัดอั้นใจเพราะความสงสัย เสบียงอาหารครั้งก่อนก็ร้อยกว่าจินแล้ว ครั้งนี้ส่งไปสองพันจินทว่าก็ยังหนึ่งตำลึง
สำนักคุ้มกันของพวกเขาใช้หลักเกณฑ์ใดในการคิดค่าขนส่ง? หรือจะบอกว่าครั้งก่อนตนเป็คนหารือกับพวกเขา แต่ครั้งนี้ต้วนเหลยถิงเป็ผู้เจรจา ชายหญิงแตกต่างกัน พวกเขาจึงคิดเงินตามลักษณะคน?
ช่างเถิด คิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิดแล้ว เพราะจ่ายเงินไปแล้วมิใช่หรืออย่างไร?
หลังจากจัดการเื่นี้เสร็จ ต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานก็มุ่งหน้าไปยังตรอกหลิ่วซู่ เป็ดังที่ผู้ใหญ่บ้านเฉินบอกเอาไว้ เมื่อสอบถามก็พบจวนของช่างหวงในทันที
ครั้นช่างหวงได้ยินว่ามีงานก็เชิญคนทั้งสองเข้าไปข้างในด้วยความยินดี เพราะเขามิได้ประเดิมงานมากว่าครึ่งปีแล้ว
ภายในจวนกินสมบัติเก่ามาโดยตลอด เขาถึงกับร้อนรนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ต้วนเหลยถิงล้วงหยิบภาพวาดโรงงานเต้าหู้ที่เคอโยวหรานเป็คนวาดออกมาจากอกเสื้อแล้วเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านลองดูเถิดว่าราคาสร้างเรือนเช่นนี้เป็เงินจำนวนเท่าใด?”
ช่างหวงตอบหลังจากกวาดตามองโดยคร่าว “เรือนนี้คล้ายกับโรงงาน มีทางเข้าออกนอกในได้หลายจุด ไม่จำเป็ต้องใช้วัสดุมากนัก ค่าวัสดุราคาเพียงห้าถึงหกตำลึง พวกเ้าจะซื้อวัสดุเองหรือให้ทางฝั่งของข้าจัดเตรียมเล่า?”
เคอโยวหรานเปิดปากกล่าว “พวกเราไม่ชอบความยุ่งยาก พวกท่านจัดเตรียมวัสดุเป็พอ เพียงแต่จะต้องทำสิ่งของที่ภายในโรงงานจำเป็ต้องใช้สอยตามภาพนี้ทั้งหมดเ้าค่ะ”
ช่างหวงพิจารณาอีกครั้งก่อนเอ่ย “เื่นี้ไม่เป็ปัญหา เครื่องหมายบนภาพวาดชัดเจน ลูกน้องหลายคนของข้าฝีมือไม่เลว รับรองว่าทำได้แน่นอน”
ต้วนเหลยถิงพยักหน้าเอ่ย “ค่าแรงและระยะเวลาจะคิดอย่างไรขอรับ?”
ครั้นเห็นคนทั้งสองจริงใจ คิดจะปลูกเรือนจริงๆ ช่างหวงจึงบอกราคาตามความเป็จริง “ระยะเวลาสร้างต้องดูว่าพวกเ้ารีบร้อนหรือไม่ หากรีบข้าก็ต้องใช้คนเพิ่ม
ส่วนเื่ค่าแรง ค่าแรงของพวกเราทุกคนคือวันละสิบห้าอีแปะรวมอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ แค่กินอิ่มมีแรงทำงานเป็พอ จะสรุปยอดเงินทุกๆ สิบวัน”
เคอโยวหรานถามต่อ “ไม่ทราบว่าช่างฝีมือของ่หวงมีเยอะหรือไม่เ้าคะ พวกเรายังอยากจะสร้างจวนสักหลังด้วยเช่นกัน หากพวกท่านมีคนมากพอ สามารถเริ่มงานพร้อมกันได้หรือไม่?”
ช่างหวงได้ยินเช่นนั้นพลันหันมามองด้วยความยินดี “ไม่ขอปิดบังพวกเ้า ในมือของข้ามีช่างฝีมือจำนวนสามถึงสี่ร้อยคน ไม่มีงานให้ทำมาครึ่งปีแล้ว ยามนี้เ้าพวกนั้นถึงขั้นนั่งรองานเสียด้วยซ้ำ!
หากยังไม่มีงานเข้ามา ช่างหลายร้อยคนนี้คงได้ใกล้อดตายเต็มทีแล้ว
พวกเ้าวางใจเถิด ข้าทำอาชีพนี้มาเกินครึ่งชีวิต เน้นหนักเื่คำว่าความน่าเชื่อถือมากที่สุด จะต้องปลูกเรือนให้พวกเ้าอย่างเหมาะสมแน่นอน”
“เช่นนั้นก็ตกลงเ้าค่ะ” เคอโยวหรานหยิบเงินยี่สิบตำลึงจากในมิติวิเศษมาวางลงบนโต๊ะ
“ยามเช้าของวันพรุ่งขอให้ช่างหวงเตรียมวัสดุอุปกรณ์และพาเหล่าช่างตรงไปยังหมู่บ้านเถาหยวน โปรดจำไว้ว่าให้ทุกคนนำชามกับตะเกียบของตนเองไปด้วย พวกข้าจะเลี้ยงอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น ทั้งสามมื้อให้พวกท่านเ้าค่ะ”
