ในรอยแยกห้วงมิติเล็กละเอียดมากมาย เผยฉีฉีนำพาเนี่ยเทียนและไช่โยวเคลื่อนหน้าไปอย่างระมัดระวัง
ไม่เหมือนกับรอยแยกห้วงมิติหลายสิบเส้นตรงกลางหุบเขานั้น พื้นที่แห่งนี้กว้างขวางกว่ามาก รอยแยกห้วงมิติที่ดำรงอยู่เกรงว่าคงมีมากนับร้อยนับพัน
ต่อให้เป็เผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติเองก็ตาม เวลาที่เดินอยู่ในรอยแยกห้วงมิติที่ตัดสลับกันเ่าั้ก็ยังยากลำบาก
ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ผู้แข็งแกร่งมากมายของเดือนดับที่มีหม่าจิ่วเป็หัวหน้าแม้จะเต็มไปด้วยไอสังหาร ทว่าความเร็วที่พวกเขาไล่ตามพวกเผยฉีฉีสามคนกลับล่าช้าราวกับหอยทาก
และยิ่งเผยฉีฉีสามคนเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ ความเร็วของพวกเดือนดับก็ยิ่งช้าลงไปเรื่อยๆ
“ฟิ้วๆ!”
รอยแยกห้วงมิติเล็กละเอียดมากมายที่อยู่รอบด้านคล้ายใบมีดแหลมคมที่สามารถสับฟันทุกอย่างให้แหลกละเอียดได้ เส้นที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากเนี่ยเทียนไปแค่สิบกว่าชุ่น
เผยฉีฉีคอยจับตามองเขาและไช่โยวอย่างระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้พวกเขาสองคนทำตัวเหลวไหล และต้องคอยติดตามอยู่ข้างกายนางไม่ห่าง
“กรุ๊งกริ๊ง! กรุ๊งกริ๊ง!”
ทุกครั้งที่เนี่ยเทียนก้าวเดินจะต้องมีเสียงใสกังวานดังออกมาจากในถุงหนังขนาดใหญ่ที่ห้อยคาดเอวของเขา
“ด้านในมีอะไร?” ผ่านไปครู่หนึ่งไช่โยวก็อดไม่ไหวจนต้องถามขึ้นมา “มีของอะไรที่ไม่สามารถเก็บไว้ในกำลังเก็บของได้จนต้องพกติดตัว?”
เนี่ยเทียนหัวเราะเฮอๆ แล้วกล่าวว่า “วัตถุที่เป็ประเภทเก็บของย่อมเอาไว้ในกำไลเก็บของไม่ได้อยู่แล้ว”
“วัตถุประเภทเก็บของ...” ไช่โยวหน้ากระตุก “เป็กำไลเก็บของหมดเลยรึ?”
เนี่ยเทียนไม่ได้ตอบแต่ดึงเอาถุงหนังขนาดใหญ่นั่นออกมาเปิดให้ไช่โยวดูเอง
ไช่โยวเหลือบตามองแล้วก็พบว่าในถุงหนังนั้นมีกำไลเก็บของอยู่หลายชิ้น
กำไลเก็บของที่อยู่ในถุงหนังเกรงว่าน่าจะมีมากถึงสิบกว่าชิ้น นี่หมายความว่ามีผู้ฝึกลมปราณสิบกว่าคนที่ถูกเนี่ยเทียนปลิดชีพไป
“คนของเดือนดับหมดเลยรึ?” ไช่โยวเริ่มตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง
ตอนที่เขาและเผยฉีฉีฝ่าออกมาจากปากทางหุบเขากลับไม่พบเจอผู้แข็งแกร่งคนใดของเดือนดับเข้ามาขัดขวาง เห็นแค่เพียงเนี่ยเทียนที่มารออยู่ก่อนแล้ว
เวลานั้นในใจเขาก็เกิดความสงสัยแล้ว
ตอนที่เขาและเผยฉีฉีถูกกักตัวอยู่ภายใน เขาได้ยินกับหูตัวเองว่าหม่าจิ่วเอ่ยสั่งความให้พวกผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์ของเดือนดับกระจายตัวกันออกไปแล้วโอบล้อมทั้งหุบเขาเอาไว้
และก็เพราะเข้าใจว่าตรงทางออกของหุบเขาต้องมีผู้แข็งแกร่งของเดือนดับวางกำลังเฝ้าอย่างแ่า เขาและเผยฉีฉีที่ถูกกักตัวอยู่หลายวันจึงไม่เคยมีความคิดจะฝ่าวงล้อมออกมา
ทว่าสุดท้ายเผยฉีฉีกลับยืนกรานว่า้าตีฝ่าวงล้อมออกมาให้ได้ เดิมทีเขาไม่เห็นด้วยกับการที่เผยฉีฉีกระทำสุ่มเสี่ยง จึงเตรียมใจกระโจนเข้าสู่ความตายไปพร้อมกับเผยฉีฉีเรียบร้อยแล้ว
ผลกลับกลายเป็ว่าตรงทางออกของหุบเขามีเพียงเนี่ยเทียนยืนอยู่คนเดียว...
กำไลเก็บของสิบกว่าอันที่ปรากฏอยู่ในสายตาทำให้ไช่โยวเข้าใจได้ในที่สุดว่าเหตุใดเผยฉีฉีถึงได้ตัดสินใจเด็ดขาด ทำไมถึงกล้าเดินออกมาจากในกำบังธรรมชาติ
“อืม ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนของเดือนดับ” เนี่ยเทียนตอบรับเรียบๆ
ไม่เพียงแต่ไช่โยวเท่านั้น แม้แต่เผยฉีฉีที่คอยวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติและนำทางคนทั้งสองเคลื่อนหน้าไปอย่างต่อเนื่องก็ยังหันมามองเขาโดยไม่รู้ตัว
ในสายตาของเผยฉีฉีและไช่โยวต่างก็แสดงความแปลกใจ
พวกเขาสองคนรู้ดีว่าผู้ฝึกลมปราณของเดือนดับที่โอบล้อมพวกเขาไว้ในครั้งนี้ นอกจากหม่าจิ่วสามคนแล้ว คนอื่นๆ ล้วนอยู่ในขอบเขตกลาง์
ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่มีขอบเขตกลาง์มีสิบกว่าคนที่ตายด้วยน้ำมือของเนี่ยเทียน เขาทำได้อย่างไร?
“เอ่อ...ข้าเองก็เลื่อนขั้นสู่กลาง์แล้ว” เนี่ยเทียนอธิบาย
“ต่อให้เ้าเหยียบย่างเข้าสู่กลาง์ เ้าก็เป็แค่กลาง์่ต้นเท่านั้น” อารมณ์ของไช่โยวไม่สงบลงแม้แต่นิดเดียว “เ้าที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นกลาง์ ไม่ว่าใช้วิธีการใด แต่สามารถสังหารคนที่อยู่ระดับเดียวกันหรือแม้กระทั่งคนที่แข็งแกร่งกว่าหนึ่งระดับสิบกว่าคนเช่นนี้มันก็น่าตะลึงพรึงเพริดเกินไปแล้ว!”
ไช่โยวรู้ว่าพวกคนของเดือนดับที่ไล่ล่าพวกเขามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ขั้นกลาง์่ต้น
ทว่ากำไลเก็บของในถุงหนังของเนี่ยเทียนกลับมีเป็สิบกว่าชิ้น นี่หมายความว่าผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่ตายด้วยน้ำมือของเนี่ยเทียนต้องมีคนที่ระดับสูงกว่านั้นอย่างแน่นอน
สามารถสังหารคนระดับเดียวกันได้หลายคน ทั้งยังข้ามขั้นไปปลิดชีพคนที่ระดับสูงกว่า หัวเทียนผู้นี้...คือตัวประหลาดที่มาจากไหนกัน?
ไช่โยวขมวดคิ้วแน่น สายตาที่มองไปยังเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ
เผยฉีฉีเองก็แอบตะลึง
เมื่อแรกที่ได้รู้จักกับเนี่ยเทียน นางรู้สึกว่าเนี่ยเทียนน่าจะมีเื่มาจากอาณาจักรอื่นถึงได้ถูกหัวมู่พาตัวมาอยู่ที่นี่
เดิมทีนางคิดว่าเนี่ยเทียนไม่น่าจะมีความแตกต่างจากคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเท่าไหร่นัก ไม่รู้สึกว่าเนี่ยเทียนจะมีจุดที่พิเศษตรงไหน และก็ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่นางรับปากหัวมู่แล้วจึงโยนเนี่ยเทียนไปให้กับหลีเหย่อย่างไม่ใส่ใจ
ครั้งก่อนที่เดินทางมายังเทือกเขาฮ้วนคง ความโเี้และเรือนกายที่แข็งแกร่งของเนี่ยเทียนตอนอยู่ในถ้ำขุดแร่ถึงได้ทำให้นางมองเนี่ยเทียนต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
ทว่าตอนนั้นนางก็แค่รู้สึกว่าเนี่ยเทียนมีเรือนกายที่แข็งแรง เพราะขอบเขตของเนี่ยเทียนต่ำต้อยเกินไป นางจึงไม่ได้ใส่ใจเขาเท่าใดนัก
แต่คราวนี้กลับต่างออกไป
สูญเสียสภาพแวดล้อมที่พิเศษ ไม่มีข้อได้เปรียบทางเรือนกายที่แข็งแกร่ง เนี่ยเทียนกลับยังสามารถสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับได้มากมาย ทั้งยังข้ามขั้นไปสังหารศัตรูที่อยู่เหนือกว่าอีกระดับด้วย นี่ทำให้นางตกตะลึงอย่างมาก
นางกับผู้ฝึกลมปราณของเดือนดับและเปลวอัคคีต่อสู้กันมาในเทือกเขาฮ่วนคงหลายต่อหลายครั้ง นั่นจึงทำให้นางรู้ลึกซึ้งดีว่าผู้ฝึกลมปราณที่ได้รับการยอมรับจากเดือนดับและเปลวอัคคี ไม่มีใครที่เป็คนดี
นางรู้สึกว่าหากนำคนของเดือนดับและเปลวอัคคีไปเปรียบเทียบกับลูกศิษย์ในสำนักใหญ่ๆ ที่แข็งแกร่งของเก้าอาณาจักร พวกเขาก็มีฝีมือไม่เป็รองแน่นอน
เนี่ยเทียนอาศัยกำลังของตัวเองคนเดียวสังหารผู้แข็งแกร่งมากมายของเดือนดับติดต่อกัน อีกทั้งยังมีคนที่ระดับสูงกว่าตัวเองด้วย ช่างเป็เื่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
สิ่งที่ทำให้นางแข็งแกร่งเป็เพราะนางเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ เมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ้วนคงจึงสามารถอาศัยรอยแยกห้วงมิติสังหารคนรุ่นเดียวกันได้อย่างง่ายดาย หรือหากเป็พื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติรวมตัวกันหนาแน่น คู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูงกว่านางก็ยังปลิดชีพได้
แต่เห็นๆ กันอยู่ว่าเนี่ยเทียนแตกต่างไปจากนาง เขาไม่รู้จักเวทลับห้วงมิติเลยแม้แต่นิดเดียว ทว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ้วนคงกลับมีพลังในการสู้รบที่แข็งแกร่งพอๆ กับนาง นี่ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
“หัวเทียน เดี๋ยวรอออกไปจากเทือกเขาฮ้วนคง กำไลเก็บของที่เ้าได้มาจากการสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับมอบให้ข้าเป็คนจัดการเอง” ไช่โยวมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำเป็ประกายสุกใส “ข้ารับรองว่าจะให้ราคาที่ยุติธรรมต่อเ้ามากที่สุด ให้เ้าแลกหินวิเศษและวัตถุดิบที่้าให้ได้มากที่สุด”
หยุดชะงักไปครู่มุมปากของไช่โยวก็ยกขึ้นเป็รอยยิ้มแล้วกล่าวอีกว่า “ไม่เพียงเท่านี้ กะโหลกเืของพวกเราจะยังมอบของรางวัลให้เ้าเป็พิเศษ คนของเดือนดับและเปลวอัคคีทุกคนที่เ้าสังหารได้ล้วนเท่ากับช่วยพวกเรากำจัดอำนาจของคู่ต่อสู้ พวกเราต้องตอบแทนเ้า”
“เมื่อฆ่าคนของเดือนดับและเปลวอัคคีได้จะมีรางวัลมอบให้ต่างหากอีกด้วย?” เนี่ยเทียนตกตะลึง
ไช่โยวพยักหน้า “ในอาณาจักรเลี่ยคง ศัตรูที่แท้จริงของกะโหลกเืมีเพียงคนของเดือนดับและเปลวอัคคีเท่านั้น พวกเขาตายไปหนึ่งคนก็หมายความว่ากะโหลกเืของพวกเรามีพลังเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน เมื่อเดือนดับและเปลวอัคคีอ่อนแอได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว กะโหลกเืของพวกเราสามารถกำจัดพวกเขาและฮุบเอาพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังมาครองได้”
“สิทธิ์ทั้งหมดในการพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพังล้วนเป็เป้าหมายของกะโหลกเืมาโดยตลอด ความมุมานะของพวกเราก็เพื่อทำเป้าหมายนี้ให้กลายเป็จริง”
“กลับไปถึงกะโหลกเื ข้าจะจัดการหาป้ายตัวตนของขุนนางฝ่ายนอกให้แก่เ้า”
“มีป้ายนั้นก็เท่ากับว่าเ้าเป็สมาชิกฝ่ายนอกของกะโหลกเื ไม่จำเป็ต้องฟังคำสั่งของกะโหลกเื ทว่าคนของเดือนดับและเปลวอัคคีคนใดก็ตามที่เ้าสังหารได้ วัตถุที่เ้าได้จากตัวของผู้ตาย กะโหลกเืจะให้ราคาที่เป็ธรรมกับเ้ามากที่สุด ราคานั้นจะมากกว่าราคาตลาดประมาณสองเท่าตัว”
“นอกจากนี้แล้ว ต่อให้เป็สมาชิกฝ่ายนอกของกะโหลกเื ทว่าเมื่อมีป้ายตัวตนนั้นก็สามารถได้รับของค่าความดีจากกะโหลกเื ซึ่งค่าความดีนี้สามารถเอามาแลกเป็หินวิเศษ วัตถุดิบวิเศษและอาวุธวิเศษที่มีราคาเท่ากันจากกะโหลกเืได้”
“ข้อนี้ไม่เลว” เผยฉีฉีเหลือบตามองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้งแล้วเอ่ยขึ้นเรียบๆ “เป็ขุนนางฝ่ายนอกของกะโหลกเื ไม่จำเป็ต้องไปทำภารกิจนองเืกับกะโหลกเื ไม่ต้องรับงานจากกะโหลกเื หากกะโหลกเื้ารบกวนเ้าจริงๆ ก็ต้องให้เ้าเห็นด้วยก่อน เ้ามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ”
“แน่นอนว่าหากเ้าได้รับภารกิจของกะโหลกเืเ้าก็จะได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม”
“ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กลายมาเป็ขุนนางฝ่ายนอกของกะโหลกเื ไช่โยวยินดีมอบป้ายตัวตนของขุนนางฝ่ายนอกให้แก่เ้านั่นหมายความว่าเขายอมรับในความสามารถของเ้า เ้าได้รับความเคารพจากตัวเขา”
เผยฉีฉีเอ่ยชี้แนะ
“ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“จุดที่แตกต่างกันระหว่างขุนนางฝ่ายนอกกับสมาชิกของกะโหลกเืที่แท้จริงอยู่ที่สมาชิกที่แท้จริงของกะโหลกเืจำเป็ต้องฟังคำสั่งโยกย้ายจากกะโหลกเื ร่วมเป็ร่วมตายไปกับกะโหลกเื มีผลประโยชน์หนึ่งเดียวกัน สมาชิกที่แท้จริงของกะโหลกเืเวลาอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยไม่จำเป็ต้องจ่ายหินวิเศษ สามารถยืมใช้ค่ายกลนำส่งห้วงมิติของกะโหลกเืเดินทางมายังเทือกเขาฮ้วนคง หรือไม่ก็ไปยังอาณาจักรทั้งเก้าได้ตลอดเวลา”
“ขุนนางฝ่ายนอกเพราะว่ามีอิสระอย่างเต็มที่ ไม่จำเป็ต้องเชื่อฟังพวกเรา จึงไม่มีสวัสดิการเช่นนี้”
ไช่โยวอธิบายอีกครั้งถึงความแตกต่างของขุนนางฝ่ายนอกและสมาชิกที่แท้จริงของกะโหลกเื จากนั้นถึงได้พูดว่า “หากเ้า้าเป็สมาชิกที่แท้จริงของกะโหลกเืแน่นอนว่าย่อมได้ ข้าสามารถแนะนำตัวเ้าและช่วยจัดการให้เ้าได้”
“เขาไม่สามารถเป็สมาชิกที่แท้จริงได้หรอก เป็ได้แค่ขุนนางฝ่ายนอกเท่านั้น” เผยฉีฉีขมวดคิ้ว ตอบแทนเนี่ยเทียนว่า “หัวเทียนถือเป็คนของพวกเรา”
“เอาอย่างนั้นก็ได้” ไช่โยวเอ่ยอย่างจนใจ
-----
