ด้านนอกโถงทางเดิน ภายในหลุมทรายหน้าทางเข้าโบราณสถาน ผู้าุโเหมย ผู้าุโหลาน ผู้าุโจู๋ และผู้าุโจวี๋ ทั้งสี่คนกำลังหารือกันอยู่ พวกเขาเผชิญหน้ากับกำแพงเพลิง ซึ่งทำให้ไม่อาจทำอะไรได้เลย ผู้าุโทั้งสี่มีรูปร่างสูงและผอมบาง มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง แน่นอนว่าเป็หญิงชรา
“ฉันได้ยินมาว่าผู้าุโเฉินเกิดเื่ขึ้นไม่กี่วันก่อน กระจกครอบสุริยะถูกชิงไปจริงๆ เหรอ?”
“เื่นี้น่าจะเป็จริง แต่ไม่รู้ว่าใครกันที่ชิงไป”
“ไม่ว่ามันจะเป็ใคร ตำหนักไท่จี๋ของพวกเราต้องตามไล่ล่าสังหารมันแน่!”
“เื่นี้ปล่อยเป็หน้าที่ของผู้าุโเฉินเถอะ พวกเราไม่จำเป็ต้องสนใจ แต่กำแพงเพลิงตอนนี้ยากที่จะผ่านไปได้ ตระกูลถังและสำนักหมัดเทวาต่างไม่มีความเคลื่อนไหวสักนิด”
หลายคนกำลังหารือกันอยู่ แต่ไม่นานพวกเขาก็มองไปยังฝั่งตรงข้าม เส้นทางเข้าทั้งสี่ที่เหล่าศิษย์สำนักหมัดเทวาและตระกูลถังกำลังคุ้มกันอยู่ เวลานี้มีชายหนุ่มและผู้หญิงภายในอ้อมแขนปรากฏตัว
เขาคือเย่เฟิง!
ผู้าุโทั้งสี่เคยเห็นรูปของเย่เฟิงมาก่อนจึงสามารถจดจำได้ทันที แต่สาวงามที่อยู่ข้างเย่เฟิงเป็ใครกัน?
ไม่นานใครบางคนก็จดจำได้ว่าเป็เทพธิดาทะเลตะวันออก
“นั่นเป็เทพธิดาทะเลตะวันออก เธอถูกเย่เฟิงจับเป็ตัวประกัน!”
ผู้าุโจวี๋ตบหัวตัวเองพลางชี้ไปยังฝ่ายตรงข้าม
เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหมดที่คุ้มกันทางเข้าอยู่ในหลุมทรายต่างใ เทพธิดาทะเลตะวันออกปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกเขา? สายตามากมายหันไปจ้องสาวงามอย่างรวดเร็ว
“จับพวกเขาไว้!”
ผู้าุโทั้งสี่ต่างออกคำสั่งทันทีพร้อมโบกสะบัดมือ เหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋ที่อยู่รอบๆ พุ่งตรงไปยังทั้งสองคนทันที
“ไล่ตามไปเร็ว!”
เย่เฟิงผู้ใส่เสื้อดำพลันหัวเราะ ก่อนอุ้มซูเฟยหยิ่งวิ่งผละจากไป
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ทุกคนพยายามจับกุมพวกเขา ทิ้งไว้เพียงศิษย์ไม่กี่คนคอยคุ้มกันทางเข้าโบราณสถาน
เย่เฟิงลอบยิ้มชั่วร้ายทันที คนที่เพิ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าคนเ่าั้ แท้จริงแล้วไม่ใช่เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่ง แต่เป็จ้าวอี้เปยและหลิงเฉินที่สร้างร่างมายาขึ้นมา พวกเขาปรากฏตัวเพื่อหลอกล่อกลุ่มคนไปทางอื่น ตัวจริงของเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งยังซ่อนตัวอยู่ในโถงทางเดินไม่ได้ออกมา ท้ายที่สุดก็สบโอกาสปรากฏตัวขึ้นมา
พรึ่บ! พรึ่บ!
ด้วยความเงียบงัน เย่เฟิงลอบเข้าใกล้ศิษย์ตำหนักไท่จี๋ที่คุ้มกันทางเข้า ก่อนสังหารคนพวกนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มีระดับพลังเกือบสามสิบปี เย่เฟิงจัดการพวกเขาโดยไม่ต้องออกแรงอะไรมากเลย จากนั้นเขาก็โบกมือส่งสัญญาณให้ซูเฟยหยิ่งวิ่งออกมาเพื่อเข้าไปยังทางเข้านี้
เห็นเย่เฟิงจัดการสิ่งต่างๆ ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องให้สอน ในใจซูเฟยหยิ่งแอบชื่นชม ดูเหมือนว่าเย่เฟิงจะจดจำประสบการณ์ในโลกเทวะไปใช้ได้ถึงครึ่งแล้ว ตราบเท่าที่ระดับพลังบ่มเพาะเย่เฟิงเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งโลกเทวะ ก็สามารถใช้ลูกเล่นได้เล็กน้อย ไม่จำเป็ต้องพูดถึงโลกนี้ แน่นอนว่าผู้คนไม่สามารถเมินได้ แม้ผู้ฝึกวรยุทธ์จะค่อนข้างด้อย แตยังมีอุปกรณ์ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งได้อยู่ ซึ่งในโลกเทวะไม่มีของพวกนี้
ซูเฟยหยิ่งส่ายหัวไม่คิดต่อไปอีก หญิงสาวได้เข้ามาในโบราณสถานอีกฝั่งหนึ่งพร้อมเย่เฟิง อยู่ๆ ก็ััได้ถึงกลิ่นอายและอากาศร้อนแรง ดูเหมือนว่าราชันหั่วยวินเยาจะซ่อนตัวอยู่ในนี้ ซึ่งห่างไปไม่ไกล ไม่รู้เลยว่าราชันหั่วยวินเยาพบจุดวาร์ปแล้วหรือยัง?
ราชันหั่วยวินเยาไม่มีเข็มทิศดวงดาวเหมือนซูเฟยหยิ่ง ดังนั้นน่าจะไม่รู้ว่ามีจุดวาร์ปอยู่ในโบราณสถานแห่งนี้ แต่อีกฝ่ายอยู่ในนี้มานานแล้ว มันอาจเจอจุดวาร์ปแล้วก็เป็ได้
ตามข้อมูลที่เย่เฟิงได้รับมาก่อนหน้านี้ เขารุดหน้าอย่างรวดเร็วไปตามโถงทางเดินทราย รู้สึกถึงความร้อนในอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ ลมอุ่นพัดออกมาจากด้านใน เส้นทางนี้จะนำไปยังกำแพงเพลิงซึ่งเขาได้ฟังมาก่อนหน้า มันเป็เส้นทางที่พวกเขาใช้อยู่ในตอนนี้ จากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็มาถึงทางแยกโบราณสถาน ความร้อนทวีขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างทางพวกเขาพบศิษย์ตำหนักไท่จี๋มากมาย แต่เย่เฟิงก็จัดการได้อย่างเงียบๆ ก่อนใช้ลูกไฟทำลายซากศพจนปราศจากร่องรอย
การสื่อสารทั้งหมดไม่สามารถใช้ได้ในโบราณสถาน หลายคนต่างเฝ้าระวัง แต่ด้วยความรวดเร็วนี้ทำให้ศิษย์ตำหนักไท่จี๋ไม่ทันได้รับรู้ ส่วนคนของสำนักหมัดเทวาและตระกูลถังภายใต้การนำของสวีเซียวหยู่ถูกทิ้งห่างไปแล้ว ไม่เป็ภัยคุกคามต่อเย่เฟิง เขาคร้านจะสนใจอีกฝ่าย
กำแพงเพลิงอยู่ตรงหน้านี้เอง!
เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งทะลุมาถึงทางเข้าแล้วพบว่าทางเดินนี้นำไปยังใจกลางโบราณสถาน แต่กลับถูกปิดกั้นโดยกำแพงเพลิง ทำให้ศิษย์ตำหนักไท่จี๋ไม่สามารถมุ่งหน้าต่อไปได้อีก
นี่เป็กำแพงเพลิงที่ราชันหั่วยวินเยาใช้เป็ม่านพลัง อุณหภูมิของมันพุ่งสูง แต่กลับไม่ได้ทำลายหินหรือกำแพงเลย มันคือวิชาเซียนที่ใช้ปิดกั้นเส้นทางเท่านั้น
ในที่นี้ เย่เฟิงไม่สามารถรวบรวมพลังแห่งดวงดาวเพื่อสร้างศรฝังดวงดาวทำลายกำแพงเพลิงนี้ได้
‘ลองเดินไปดูที่กำแพงหน่อยดีกว่า’
เย่เฟิงตัดสินใจ กำแพงของโบราณสถานแข็งแรงมาก อย่างน้อยด้วยวิธีของตำหรักไท่จี๋ ตั้งหลายวันก็ไม่สามารถทำลายได้ จึงไม่สามารถหาวิธีผ่านกำแพงเพลิงนี้ไปได้เลย ต่อให้เป็ราชันหั่วยวินเยาและซูเฟยหยิ่ง ก็ยังไม่สามารถทำลายกำแพงนี้ได้ เนื่องจากมันแข็งแกร่งเกินไป
การทำลายกำแพงเพื่อใช้เป็เส้นทางอื่น จะประหยัดเวลามากมายหลายเท่าสำหรับพวกเขา อย่างไรก็ตามเย่เฟิงมีความคิดที่ดีกว่านั้น
กระบี่เจินชี่ที่สร้างมาจากแหวนกระบี่ัโบราณ ความแหลมคมของมันเพิ่มขึ้นจนถึงขนาดที่ซูเฟยหยิ่งร้องใ!
ตอนที่เย่เฟิงมีระดับพลังบ่มเพาะสิบห้าปี เขาสามารถฟันได้แม้กระทั่งเกราะของเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ด้วยกระบี่เจินชี่อันนี้ แม้กำแพงของโบราณสถานจะแข็งแกร่งและหนายิ่งกว่าเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ แต่ความแข็งแกร่งของเย่เฟิงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
เพียงกระบี่เดียว!
ซูเฟยหยิ่งมองอย่างตกตะลึง เย่เฟิงตวัดกระบี่ลงมาทำลายกำแพงโบราณสถานทันที
ตัวอักษรแปลกตายากจะเข้าใจปรากฏบนแผ่นหินที่แตกออกมา ทำให้ซูเฟยหยิ่งและเย่เฟิงหน้าเปลี่ยนสีทันที นี่คือตัวอักษรบนโลกเทวะไม่ใช่หรอกหรือ?
โบราณสถานแห่งนี้เกี่ยวข้องกับโลกเทวะจริงๆ ด้วย!
เื่นี้ทำให้ในใจซูเฟยหยิ่งเต็มไปด้วยความหวัง อุปกรณ์วาร์ปก่อนหน้าค่อนข้างด้อยคุณภาพ ดังนั้นเมื่อผ่านมานานอาจเสียหายได้เป็ธรรมดา แต่อุปกรณ์วาร์ปในโบราณสถานแห่งนี้ หวังว่ามันคงไม่เสียหายโดยง่ายหรอกนะ?
“ท่านอาจารย์ ไปกันเถอะ”
เย่เฟิงเอ่ยปาก ฟันกระบี่อีกหลายครั้ง จนเปิดทางพอที่คนจะเข้าไปได้ ความคมของกระบี่เจินชี่ แทบไม่มีสิ่งใดขัดขวางได้ ส่วนตัวโบราณสถานก็มั่นคงอย่างยิ่ง ขุดกำแพงทางเดินขนาดนี้แต่กลับไม่มีแม้แต่แรงสั่นะเืสักนิด เห็นได้ชัดว่ามันอยู่มานาน
“พวกเขาต้องอยู่ตรงนั้นแน่!”
“ตามไปเร็วเข้า!”
ขณะนั้นเองผู้าุโทั้งสี่ของตำหนักไท่จี๋ก็กลับมาในที่สุด พวกเขาพบเส้นทางที่เย่เฟิงขุดเจาะเข้าไป สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
เขาขุดเส้นทางได้อย่างไร?
ต้องรู้ว่าพวกเขาหัวหมุนกับเื่นี้หลายวันแล้ว ใช้อุปกรณ์ทุกอย่างตามความสามารถของตำหนักไท่จี๋ แต่ไม่สามารถขุดเจาะกำแพงโบราณสถานนี้ได้เลย แต่เย่เฟิงกับเทพธิดาทะเลตะวันออกกลับสามารถขุดเจาะเส้นทางนี้ได้ในทันทีเลยหรือ?
สีหน้าของสี่ผู้าุโขรึมลง ก่อนนำเหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋ตามเข้าไปในทางเดินนั่นทันที!
