"แอ๊น!!!... บรึ้น... บรึ้น..."
เสียงรถจักรยานยนต์ดัดแปลงดังขึ้นสะท้านฟ้า ไฟหน้าสามดวงส่องสว่างมาแต่ไกล ทั้งสามสวมชุดหนังสีดำและหมวกกันน็อคที่มีสัญลักษณ์ “0”
สองคันในนั้นยกล้อขึ้นมา จากนั้นเร่งเครื่องขับวนอยู่หน้าร้านของเจินซิ่วอย่างคึกคะนอง
หยางเฉินไม่ได้สนใจฮีโร่นักบิดพวกนี้นัก แต่ก็สังเกตเห็นสายตาของเจินซิ่ว ดูเหมือนว่านักซิ่งพวกนี้จะสร้างปัญหาให้เด็กสาวอยู่พอสมควร
แต่ทันใดนั้นเจินซิ่วก็ถอดถุงมือปรุงอาหารออกอย่างทะมัดทะแมง ก่อนจะหันมากล่าวกับหยางเฉินว่า
"ลุง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลบอยู่หลังรถเข็นห้ามออกมาเด็ดขาด"
"ทำไมล่ะ พวกเขามาหาเธออย่างนั้นเหรอ?" หยางเฉินถามอย่างสงสัย
"ไม่ต้องถาม ทำตามที่ฉันพูด ไม่งั้นก็อย่าโทษฉันก็แล้วกัน ฉันเตือนลุงแล้วนะ!" เจินซิ่วกล่าว
ไม่ว่าหยางเฉินจะถามอะไรแต่เจินซิ่วก็ไม่สนใจ เธอเดินไปข้างถนนเพื่อเผชิญหน้ากับสามนักซิ่งสายฟ้าอย่างองอาจ
นักซิ่งสายฟ้าทั้งสามเห็นดังนั้น ก็หยุดรถมอเตอร์ไซค์และถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่เจาะหน้าเจาะหูคล้ายกับพวกแยงกี้ข้างถนน
หนึ่งในนั้นเป็ชายหนุ่มผมยาว ไว้เครา สวมกางเกงรัดรูปเล็กน้อย ดูหล่อเหลาไม่เบา ที่คอมีผ้าพันคอรูปฉลามสีดำกำลังอ้าปากกว้างอวดเขี้ยวแหลมคม ชวนให้คนที่เห็นรู้สึกหวาดกลัว
หยางเฉินมองอย่างสนใจและอยากรู้อยากเห็น
"เจินซิ่ว กว่าฉันจะหาเธอเจอได้นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ" ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย
"ชาร์ค ฉันบอกนายกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าฉันขอถอนตัว และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกนายอีก ทำไมไม่ปล่อยฉันไปสักที หา!!!" เจินซิ่วกล่าวขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจ
ชายหนุ่มที่ชื่อชาร์คยิ้มฮัมเพลงพร้อมกล่าวว่า
"ถอนตัว? เจินซิ่ว เมื่อเธอเข้ามาในวังวนนี้แล้ว เธอจะไม่มีวันถอนตัวได้อีกเป็อันขาด พวกเราสนุกด้วยกัน อยากดื่มก็ดื่ม อยากกินก็กิน ชีวิตช่างเป็อิสระ แล้วดูเธอตอนนี้สิ มาทำร้านแผงลอยของทอดเล็กๆ นี่ จะไปมีความสุขอะไร”
"นั่นคือสิ่งที่พวกนายคิดไปเอง ฉันแค่อยากกลับตัวเป็คนดี" เจินซิ่วกล่าว
"เธอสามารถทอดทิ้งพวกพ้องของเราไปได้จริงๆ งั้นเหรอ จิตใจเธอทำด้วยอะไร อย่าคิดนะว่าจะออกไปได้ง่ายๆ คิดเหรอว่า ตำรวจจะเชื่อคำพูดของเธอ คิดเหรอว่าสังคมจะยอมรับคนอย่างเธอ มีใครจะกล้าเป็เพื่อนกับคนอย่างเธออีกงั้นหรือ?" ชาร์คหัวเราะอย่างเ็า
"นั่นเป็เื่ของฉัน นายกลับไปเถอะ แล้วไม่ต้องกลับมาหาฉันอีก" เจินซิ่วกล่าวพร้อมหันไปทางอื่น ดวงตาของเธอปรากฏแววโศกเศร้าออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็
ชาร์คยิ้มกล่าวว่า "ฉู่เจินซิ่ว ผู้หญิงที่ฉัน้า ไม่เคยหนีจากมือฉันไปได้ ฉันให้เวลาเธอคิดมามากพอแล้ว แต่ในเมื่อเธอยังดื้อรั้น ฉันก็จะช่วยเธอเอง!"
พูดจบชาร์คก็กลับขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ และสตาร์ทเครื่องพุ่งตรงไปที่เจินซิ่วทันที!
แต่ปฏิกิริยาของเจินซิ่วรวดเร็วยิ่ง เธอหลบไปด้านข้างและใช้มือเรียวเล็กคว้าไหล่ของชาร์คไว้ แล้วดึงลงมาจากรถทันที!
ชาร์คที่ร่างกายแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลกลับถูกหญิงสาวดึงลงจากรถอย่างง่ายดาย และล้มลงเสียงดังสนั่นพื้น!
"พี่ชาร์ค!"
สองนั่งซิ่งสายฟ้าที่เหลือพุ่งเข้าไปจัดการเจินซิ่วอีกแรง
สายตาเจินซิ่ววูบวาบด้วยความโกรธ และตรงเข้าไปตะลุมบอนกับทั้งสองทันที
หยางเฉินที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ด้านหลังแผงลอยก็พอจะเดาเื่ราวทั้งหมดได้บ้าง ดูเหมือนว่าเจินซิ่วจะเป็หนึ่งในสมาชิกแก๊งซิ่งมาก่อน และเมื่อเธอ้าจะออก พวกนี้กลับไม่ให้เธอออก
ท่าทางการต่อสู้ของเจินซิ่วไม่ใช่มือสมัครเล่น แม้ว่าอาจจะดูไร้กฎเกณฑ์ แต่สัญชาตญาณการตอบสนองของเธอนั้น ได้มาจากการประสบการณ์การต่อสู้กับคนจำนวนมากมาก่อน ทุกการเคลื่อนไหวของเธอนั้นสามารถฉกฉวยทุกโอกาสที่มีได้อย่างน่าทึ่ง
อย่างไรก็ตามสุดท้ายเจินซิ่วก็ยังเป็ผู้หญิงแม้จะแข็งแรงกว่าผู้หญิงทั่วไป แต่เมื่อเธอปะทะกับพละกำลังของชายสามคน มันก็จะรับมืออีกฝ่ายยากอยู่ดี
หลังจากชาร์คลุกขึ้นมาร่วมวง เจินซิ่วก็พลาดท่าจนได้ และโดนลูกเตะจากทางด้านหลังไปหนึ่งดอก!
"โอ้ย!"
เจินซิ่วร้องออกมาด้วยความเ็ป และกระเด็นไปทางหยางเฉินอย่างเหมาะเจาะ
หยางเฉินรับเธอไว้ในอ้อมแขน เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ได้รับาเ็สาหัส เขาก็หันไปกล่าวกับนักซิ่งสายฟ้าทั้งสามว่า
"น่าอับอายจริงๆ พวกนายทำร้ายผู้หญิง หนำซ้ำยังเป็การรุมสามต่อหนึ่งอีก ไม่อายบ้างหรือไง?"
"แกเป็ใคร? มายุ่งอะไรกับเื่ของพวกเราด้วย!" ชาร์คกล่าวขึ้นอย่างดุร้าย
เจินซิ่วที่อยู่ในอ้อมกอดของหยางเฉินนั้นรู้สึกเขินอายขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถผละออกได้แม้แต่น้อย ภายในอ้อมกอดของหยางเฉินนั้นอบอุ่นและใกล้ชิดจนได้ยินเสียงหัวใจของเขา
"ลุงปล่อยนะ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นเลย!" เจินซิ่วะโออกมาด้วยความกังวล
หยางเฉินยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง และััใบหน้าขาวผ่องของเจินซิ่วพร้อมกล่าวว่า
"เป็สาวเป็นางอย่าต่อยดีกับคนอื่นสิ ทำตัวให้สมกับเด็กผู้หญิงหน่อย"
เจินซิ่วหน้าแดงอย่างฉับพลัน เธอหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับลืมเลือนทุกสิ่งรอบตัว
ชาร์คเห็นดังนั้นก็บันดาลโทสะออกมาทันที
"เจินซิ่ว นี่เหรอหนุ่มใหม่ของเธอ ดูกากไม่เบานี่!"
เจินซิ่วได้ฟังก็ตาแดงก่ำ และผละออกจากแขนหยางเฉินพร้อมกล่าวว่า "เขาแค่ผ่านมาโดยบังเอิญเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน ถ้านาย้ามีเื่ก็มาเอากับฉันนี่!"
"มีความสัมพันธ์หรือไม่ สุดท้ายวันนี้เธอทั้งสองก็หนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น วันนี้เธอจะได้รับรู้ว่าการทอดทิ้งพวกเราไป จะได้รับผลตอบแทนเช่นไร..."
พูดจบชาร์คและพวกอีกสองคน ก็เดินไปล้อมวงหยางเฉินกับเจินซิ่วเอาไว้
เจินซิ่ว้าบอกหยางเฉินให้หนีไป แต่เมื่อหันกลับมาหยางเฉินกลับไม่อยู่ที่เดิมเสียแล้ว
"โอ้ว!"
เมื่อได้ยินเสียงหอนระงมของนักซิ่งสายฟ้า เจินซิ่วก็รีบหันกลับมาอย่างรวดเร็ว และยิ่งตกตะลึงเมื่อเห็นหยางเฉินโยนคนทั้งสองขึ้นไปกลางอากาศ เหมือนโยนขยะลงถัง!
จากนั้นปรากฏตัวตรงหน้าชาร์ค พร้อมตบเข้าไปที่ใบหน้าอย่างรุนแรง!
ผัวะ!
ร่างชาร์คหมุนวนเป็ลูกข่างและล้มลงกับพื้นก่อนจะสลบไปอย่าหมดท่า
การจัดการกับเด็กหนุ่มสามคนนี้ หยางเฉินใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น
เจินซิ่วไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่อาจจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น ลุงที่เธอเพิ่งจบเจออยู่ดีๆ ก็เกิดบ้าอะไรขึ้นมา แถมยังเก่งกาจมากอีกด้วย!
แต่ทันใดนั้นเองเสียงไซเรนจากตำรวจก็ดังขึ้น มุมหนึ่งของถนนมีรถตำรวจลาดตระเวนสองคันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!
เจินซิ่วเห็นดังนั้นก็ผลักหยางเฉินให้หนีไปทันที
"ลุง ตำรวจมาแล้ว รีบหนีเร็ว!"
"ทำไมต้องวิ่ง นี่ไม่ใช่ความผิดเราสักหน่อย" หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เ้าหน้าที่ลาดตระเวนสองคนลงมาจากรถ และชักปืนออกมาพร้อมถามว่า "เกิดอะไรขึ้น?!"
ไม่รอให้หยางเฉินและเจินซิ่วพูด สองนักซิ่งสายฟ้าที่เหลืออยู่ก็โพล่งออกมาทันที
"พี่ตำรวจ สารเลวสองคนนี้ทุบตีทำร้ายพวกเราครับ!"
"ไม่ใช่นะ พวกมันเริ่มก่อนต่างหาก!" เจินซิ่วพูดโต้ขึ้นมาเสียงดัง
นายตำรวจสองนายมองหยางเฉินและเจินซิ่ว จากนั้นหันไปมองนักซิ่งสายฟ้าทั้งสามพร้อมมอเตอร์ไซค์ ก็ขมวดคิ้วออกมากล่าวอย่างเยาะเย้ยว่า
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไปที่โรงพักให้หมด!"
จากนั้นนายตำรวจก็เรียกรถพ่วงออกมา ขนรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสาม และพาหยางเฉินกับคนอื่นๆ ไปยังสถานีตำรวจ
รถเข็นของเจินซิ่ว และรถจักรยานยนต์สามคันถูกตำรวจรวบเก็บไว้ทั้งหมด
สิบนาทีต่อมาทั้งห้าก็มาถึงสถานีตำรวจ เจินซิ่วที่เห็นหยางเฉินพลอยติดร่างแหไปด้วยในใจก็รู้สึกกังวลเป็อย่างมาก และหันไปกระซิบกับหยางเฉินเบาๆ
"ฉันขอโทษนะคะ"
หยางเฉินหัวเราะอย่างเฉื่อยชา "อย่าพูดอย่างนั้นสิ ฉันยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารของเธอเลย”
เจินซิ่วยิ้มแย้มในที่สุด "ขอบคุณนะลุง"
ในความเป็จริงหยางเฉินมาที่นี่ก็เหมือนได้กลับบ้าน เพราะเขาค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานีตำรวจ จากการแวะเวียนเข้ามาหลายต่อหลายครั้ง
นักซิ่งทั้งสามถูกนำตัวเข้าห้องสืบสวนพิเศษ ชาร์คยังทำท่าทีต่อต้านขัดขืนเ้าหน้าที่ในบางครั้ง
หยางเฉินและเจินซิ่วนั่งอยู่ตรงข้ามกับเ้าหน้าที่ตำรวจ และเริ่มต้นตอบคำถามอันแสนน่าเบื่อ
ในขณะที่เ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิด ไช่เอี๋ยนที่เพิ่งกลับมาก็เห็นหยางเฉิน และเด็กสาวข้างๆ ก็ขมวดคิ้วกล่าวว่า
"หยางเฉิน เกิดอะไรขึ้นกับนาย?"
หยางเฉินเห็นไช่เอี๋ยนก็ยิ้มอย่างอายๆ และบอกกล่าวเื่ราวที่เกิดขึ้น
เจินซิ่วเห็นไช่เอี๋ยนเหมือนหนูเห็นแมว เธอก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าหยางเฉินดูคุ้นเคยกับสารวัตรไช่ เธอก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ไช่เอี๋ยนที่ได้ฟังก็เผยรอยยิ้ม และตบไหล่เจินซิ่วพร้อมกล่าวว่า
"นี่เป็ครั้งที่สี่แล้วนะเจินซิ่ว"
เจินซิ่วไม่กล้ามองไช่เอี๋ยน ดวงตาของเธอปรากฏน้ำชื้น เธอกล่าว "สารวัตรไช่... ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."
ครั้งที่สี่? หยางเฉินตะลึง เขารู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ!
เจินซิ่วมองใบหน้าที่ประหลาดใจของหยางเฉินก็รู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมา เธอก้มหน้าลงโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
ไช่เอี๋ยนมองหยางเฉินด้วยสีหน้าแปลกๆ พร้อมหันไปกระซิบที่ข้างหูว่า
"หยางเฉิน เด็กคนนี้อายุ 18 เองนะ"
หา? ไหนบอกว่า 20? หยางเฉินคิดในใจ ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ผมเพิ่งรู้จักเธอวันนี้เอง”
เจินซิ่วคิดว่าหยางเฉินจะต้องรักษาระยะห่างระหว่างเธอ หัวใจก็รู้สึกเ็ปขึ้นมา แต่ก็ยังหันไปกล่าวกับสารวัตรไช่ว่า
"ฉันเพิ่งรู้สึกลุงวันนี้เอง ลุงมากินขนมที่ร้านฉันพอดี ปล่อยลุงไปเถอะนะคะ"
หยางเฉินกับไช่เอี๋ยนไม่คิดว่าหญิงสาวจะพูดเช่นนี้ เมื่อไช่เอี๋ยนมองสีหน้ากังวลของเจินซิ่ว เธอก็ไม่อาจเชื่อคำพูดของหยางเฉินได้อีก และถอนหายใจออกมาก่อนจะจ้องมองหยางเฉินด้วยความไม่พอใจ
หยางเฉินตะลึงงันไปในทันที เื่กลับกลายเป็เช่นนี้ได้อย่างไรกัน!!!
