เหลียนซานในชาติภพก่อน เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาก็ไม่ได้ถึงขั้นหล่อเหลาบาดใจสาวๆ แต่อย่างใด เครื่องหน้าแต่ละส่วนเพียงแค่ดูดีตามมาตรฐาน หากแต่สิ่งที่โดดเด่นคือบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม ด้วยส่วนสูงร้อยแปดสิบเิเ และนิสัยรักพวกพ้อง ใจกว้างดั่งแม่น้ำ ใครมีบุญคุณต้องทดแทน แต่ข้อเสียใหญ่หลวงคือเขาเป็พวกรักสันโดษ ไม่คิดจะแต่งงานมีครอบครัว
เมื่อชูชิงนึกถึงตรงนี้ เธอก็แอบส่ายหน้าเบาๆ... ชาตินี้เธอกับเหลียนซานคงเป็ได้แค่เพื่อนตายกันเท่านั้น เื่ชู้สาวอย่าได้หวัง อีกอย่าง ตอนนี้เธอเพิ่งจะอายุเท่าไหร่กัน เื่คู่ครองในอนาคตมันยังเร็วไปร้อยปีแสง
แต่สิ่งที่ชูชิงคาดไม่ถึงคือ พอลุงต้าลี่กลับถึงหมู่บ้านเป่ยซิน เขาไม่ได้แค่ไปเล่าให้ยายฟังว่าเธอเห็นดีเห็นงามกับการสร้างบ้านให้ครอบครัวเหลียนซาน แต่ยังบรรยายฉากที่เธอควักเงินห้าสิบหยวนออกมาอย่างไม่ลังเลเสียด้วย
ผลก็คือ... ยายฉินซูหลานเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ยายปักใจเชื่อว่าหลานสาวตัวดีแอบปิ๊งหนุ่มเหลียนซานเข้าให้แล้ว เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นชูชิงทุ่มไม่อั้นกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้ แถมเหลียนซานเองก็เป็เด็กหนุ่มอนาคตไกล ขยันขันแข็ง กตัญญู ยิ่งรู้สาเหตุที่ครอบครัวเขาถูกไล่ออกจากโกดังเก่า ยายก็ยิ่งเอ็นดู
เื่ของเื่คือเหลียนซานปฏิเสธที่จะไปช่วยงานร้านซาลาเปาคู่แข่ง ทำให้ร้านนั้นไม่พอใจและใส่ร้ายครอบครัวเขาจนถูกไล่ออก พอได้ยินดังนั้น ฉินซูหลานก็ตัดสินใจรับครอบครัวเหลียนซานไว้อย่างไม่ลังเล จัดแจงให้พ่อแม่เหลียนซานนอนห้องหนึ่ง ส่วนเหลียนซาน ต้าลี่ และตาหลี่ต้าเหวินนอนอีกห้อง และยายกับชูชิงนอนห้องเดียวกัน
...
ตกดึก ภายในห้องพักของสองสามีภรรยา
เหลียนโปกับเหมยฮวาเอนกายอยู่บนเตียง พลางกระซิบกระซาบกันท่ามกลางความเงียบสงัด
“พ่อของเสี่ยวซาน... ฉันไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้านเป่ยซินเลย พรุ่งนี้เราพาลูกย้ายไปที่อื่นเถอะนะ” น้ำเสียงของเหมยฮวาเต็มไปด้วยความกังวล
เหลียนโปถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แม่... เสี่ยวซานชอบที่นี่มากนะ เธอช่วยเคารพความ้าของลูกหน่อยได้ไหม”
“แต่ป้าหลี่กับลุงหลี่จะช่วยเราสร้างบ้านนะ มันต้องใช้เงินตั้งเท่าไหร่ เธอไม่ละอายใจบ้างเหรอ? ถึงเธอไม่... แต่ฉันละอายใจนะ”
“เหมยฮวา...” เหลียนโปหันมามองภรรยา “เธอละอายใจเื่รบกวนบ้านหลี่จริงๆ น่ะเหรอ? ฉันจำได้ว่าตอนแรกที่รู้ว่าเขารับเราไว้ เธอยังดีใจจนเนื้อเต้น แถมยังกำชับให้ฉันกับลูกช่วยงานเขาเต็มที่เพื่อตอบแทนบุญคุณ แล้วทำไมพอมาถึงที่นี่ พักยังไม่ทันข้ามคืนก็เปลี่ยนใจแล้วล่ะ?”
ความรู้สึกผิดฉายวาบขึ้นในดวงตาของเหมยฮวา “ฉัน... ฉันแค่ไม่ค่อยชิน...”
น้ำเสียงของเหลียนโปเริ่มเข้มขึ้น “ไม่ชินอะไร? ไม่ชินที่คนอื่นดีกับเรามากเกินไปงั้นสิ? ป้าหลี่กับลุงหลี่เขาก็บอกแล้วว่าเอ็นดูเสี่ยวซานที่สู้ชีวิต เขาถึงยื่นมือมาช่วย เพื่อลูก... ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะปักหลักที่นี่ ส่วนค่าสร้างบ้าน ฉันจะเขียนสัญญาเงินกู้ไว้ แล้วค่อยๆ ผ่อนคืนเขา”
“ลำพังสานตะกร้าหวายขายจะได้สักกี่ตังค์ ชาตินี้ก็ใช้หนี้ไม่หมดหรอก”
“เธอคิดผิดแล้ว ตอนแรกฉันก็กลัวแบบนั้น แต่ต้าลี่บอกว่าจะสอนฉันหาสมุนไพรบนเขา ขุดไปขายได้ราคาดี แถมยังจะให้ชูชิงสอนเราทำธุรกิจด้วย ไม่เกินสามปี เราปลดหนี้ได้แน่”
“ก็ได้... ฉันเถียงเธอไม่ชนะหรอก ขยับตัวก็ไม่ได้ จะไปอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่เธอจะลากไปเถอะ...” เหมยฮวาตัดพ้อเสียงเครือ
“เอาน่า นอนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เหลียนโปตัดบท พลิกตัวตะแคงข้างหนี
เหมยฮวาหลับตาลง... ทันใดนั้น ภาพหมูป่าดุร้ายตัวหนึ่งก็ผุดขึ้นในห้วงความคิด ซ้อนทับกับใบหน้าซื่อๆ ของต้าลี่ ความหวาดกลัวแล่นพล่านจนเธอสะดุ้งตื่น มือไม้ควานไปจับมือสามีไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ
เหลียนโปชักสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย “เป็อะไรอีก? ถ้าจะพูดคัดค้านเื่ย้ายบ้านอีก ก็กลืนลงท้องไปได้เลยนะ”
น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้มเหมยฮวา “เปล่าหรอกจ้ะ... ฉันแค่นึกถึงเื่เก่าๆ ก่อนจะเป็อัมพาต บางทีฉันก็คิดนะ ว่าถ้าฉันไม่มีความสามารถพิเศษบ้าๆ นั่น ฉันคงไม่ต้องมานอนเป็ผักแบบนี้ และครอบครัวเราคงได้อยู่กันพร้อมหน้าที่บ้านเกิดอย่างมีความสุข...”
เหลียนโปใจอ่อนลง พลิกตัวกลับมากุมมือภรรยา “เหมยฮวา... ทำไมถึงรื้อฟื้นเื่นี้ขึ้นมาอีก? มันผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว ที่เธอเป็อัมพาตอาจจะไม่เกี่ยวกับการช่วย ‘คนคนนั้น’ ทำเื่พรรค์นั้นก็ได้ ร่างกายเธออาจจะไม่แข็งแรงอยู่แล้ว อีกอย่าง... เธอเคยบอกเองไม่ใช่เหรอว่าตอนนั้นมันไม่สำเร็จ?”
เหมยฮวากระซิบเสียงสั่น “ตอนนั้นมันไม่สำเร็จจริงๆ... การ ‘อัญเชิญ’ หมูป่าตัวนั้นมันถูกระงับไปหลายปี จนกระทั่งปีนี้... มันเพิ่งจะสัมฤทธิ์ผล”
“หือ? เธอหมายความว่ายังไง?”
“หลังจากมาถึงบ้านหลี่ ฉันได้ยินลูกสาวเขาคุยกันว่าต้าลี่ถูกชูชิงช่วยกลับมาจากป่า เขาเกือบโดนหมูป่าขวิดตาย แถมเขายังแซ่เถา ไม่ใช่แซ่หลี่... ทุกอย่างมันประจวบเหมาะเกินไป”
เหลียนโปเบิกตากว้าง “นี่เธอหมายความว่า... เธอเป็ต้นเหตุเกือบจะฆ่าต้าลี่งั้นเหรอ?”
“ใช่จ้ะ... ที่ฉันอยากย้ายหนีเมื่อกี้ก็เพราะเื่นี้แหละ พอเห็นหน้าต้าลี่ ความรู้สึกผิดมันก็ตอกย้ำเข้ามา แม้ฉันจะได้รับกรรมจนพิการ แต่ฉันก็เกือบฆ่าเขาไปแล้ว ทั้งๆ ที่เขาดีกับลูกเราขนาดนี้ ดูแลพวกเราขนาดนี้ ฉัน...” เหมยฮวาร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เหมยฮวา... เอาอย่างนี้ไหม” เหลียนโปเสียงเครียด “พรุ่งนี้เราไปคุยกับต้าลี่เป็การส่วนตัว ฉันกับเธอจะสารภาพบาปกับเขาทั้งหมด ถ้าเขาให้อภัยไม่ได้ เราก็จะพาลูกย้ายออกไป ดีไหม?”
เหมยฮวาเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ได้ ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ ฉันกลัวเขาโกรธแล้วจะมาลงที่ลูกเรา”
“ต้าลี่เป็คนมีเหตุผล เขาไม่ทำร้ายเสี่ยวซานหรอก เขาแยกแยะได้ ถ้าเขาจะแค้น ก็ต้องแค้นคนทำ ซึ่งถ้าเขาจะเอาเื่ ฉันกับเธอก็ต้องยอมรับผลด้วยกัน”
“แต่ฉันก็ยังไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดอยู่ดี...
ฉันกลัวว่า ‘คนคนนั้น’ จะรู้ แล้วกลับมาทำร้ายลูกเรา”
“คนคนนั้น? คนที่จ้างวานให้เธออัญเชิญหมูป่าเหรอ?”
“ใช่จ้ะ”
“เหมยฮวา คิดให้ดีๆ นะ ต้าลี่เป็คนช่วยเราไว้ รับเราเข้ามาอยู่ในบ้านนะ ถ้ามีคนคิดร้ายกับเขา เรายิ่งต้องเตือนเขาไม่ใช่เหรอ?”
“มันก็ควร... แต่ถ้าคนนั้นรู้ว่าฉันเป็คนปากโป้ง เขาอาจจะ...”
“แล้วถ้าคนนั้นไปจ้างคนอื่นมาทำร้ายต้าลี่อีกรอบล่ะ? เธอจะทนนอนหลับลงเหรอ? อย่างน้อยฉันคนนึงล่ะที่ทำไม่ได้”
ความเงียบเข้าครอบงำชั่วอึดใจ ก่อนเหมยฮวาจะพยักหน้าช้าๆ “ก็ได้จ้ะ... พรุ่งนี้เราหาจังหวะบอกความจริงกับต้าลี่กัน”
“ดีมาก ไม่ว่าผลจะเป็ยังไง ฉันจะอยู่ข้างเธอ เราจะรับผิดชอบมันด้วยกัน”
“ขอบคุณนะพ่อ...”
“เราผัวเมียกัน มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน”
...
รุ่งเช้าวันต่อมา
ฉินซูหลานพาหลานสาวและเหลียนซานออกไปตลาดในเมืองเพื่อขายของ ส่วนตาหลี่ต้าเหวินก็แบกจอบออกไปทำนาตามปกติ
ต้าลี่เตรียมตัวจะขึ้นเขาไปขนหินเพื่อมาเป็ฐานรากสร้างบ้านให้ครอบครัวเหลียนซาน แต่เหลียนโปก็เรียกเขาไว้เสียก่อน
“น้องต้าลี่ เดี๋ยว... ฉันมีเื่อยากคุยด้วยหน่อย”
ต้าลี่หันมาฉีกยิ้มกว้าง “เดี๋ยวผมขอขึ้นไปแบกหินสักเที่ยวก่อนนะพี่ เดี๋ยวลงมาคุยกัน”
“ไม่ได้” น้ำเสียงเหลียนโปจริงจังจนน่าแปลกใจ “น้องต้าลี่ นายต้องฟังสิ่งที่เมียฉันจะพูดตอนนี้เลย แล้วหลังจากนั้นนายค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ว่าจะยังอยากช่วยพวกเราสร้างบ้านอยู่อีกไหม”
“หมายความว่าไงครับ?” ต้าลี่ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
เหลียนโปรีบเข้าไปอุ้มภรรยาออกมาจากห้อง วางเธอลงบนเก้าอี้เอนตัวในลานบ้าน เหมยฮวามองหน้าต้าลี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเ็ป
“น้องต้าลี่... พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ สำหรับสิ่งที่พี่ทำลงไป พี่ผิดไปแล้ว...” เสียงของเธอสั่นเครือ “จริงๆ พี่ไม่อยากจะพูดมันออกมาเลย แต่ครอบครัวนายดีกับเราด้วยใจบริสุทธิ์ขนาดนี้ พี่ทนปิดบังต่อไปไม่ไหวแล้ว”
ต้าลี่ยืนเกาหัวแกรกๆ “พี่สะใภ้พูดเื่อะไรครับ? ผมงงไปหมดแล้ว”
เหมยฮวาสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าเอ่ยปาก
“หมูป่าตัวนั้น... ที่มันทำร้ายนาย ก็เป็เพราะพี่เอง”
“ห๊ะ?” ต้าลี่ตาโต “หมูป่านั่นมันฟังคำสั่งพี่ได้เหรอ? แต่ตอนที่ผมโดนขวิด พี่ไม่ได้อยู่แถวนั้นเลยนี่ครับ”
เหมยฮวาก้มหน้าลง กระซิบเสียงแ่
“ก่อนที่พี่จะกลายเป็อัมพาต... พี่ใช้ ‘พลังจิต’ อัญเชิญมันมา... สั่งให้มันไปฆ่านาย”
