กว่าฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวจะเดินทางกลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาเกือบค่ำมืดเสียแล้ว โชคดีที่นางพอจะรู้จักมักคุ้นกับทหารเฝ้าเวรยามอยู่บ้าง พวกเขาเคยเห็นหน้านางอยู่บ่อยครั้งจึงยอมผ่อนปรนให้นางเข้าเมืองได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ อีกทั้งยังสอบถามว่าเท้าของนางไปโดนอันใดมา หญิงสาวเพียงตอบบ่ายเบี่ยงว่าลื่นล้มมาเท่านั้น ทหารที่เฝ้าหน้าประตูจึงรีบมอบยาให้นางเอาไว้ทาจะได้หายเร็วขึ้น ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรับยามาถือเอาไว้และเอ่ยขอบคุณพวกเขาอย่างซาบซึ้งใจ
นางรีบนำสมุนไพรที่เก็บได้ระหว่างเดินลงเขาซึ่งเหลืออยู่ส่วนหนึ่งไปขายให้กับท่านหมอจ้าว ท่านหมอจ้าวเห็นนางเดินกระเผลกๆ จึงช่วยตรวจให้โดยไม่คิดเงินและยังบอกให้นางพักให้มาก ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรับคำก่อนจะรีบเดินออกมาจากร้านหมอทันที เมื่อได้เงินมาแล้วหญิงสาวจึงแวะไปซื้อเนื้อหมูและผักสดที่ตลาดยามเย็นเพื่อนำกลับมาปรุงอาหารให้มารดาได้กิน ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวเดินกลับมาที่บ้านในทันที เมื่อกลับมาถึงบ้านฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะเห็นว่าภายในบ้านเงียบเชียบอย่างยิ่งและยังมืดสนิทอีกด้วย
เหตุใดท่านแม่จึงไม่จุดเทียนเล่า?
หญิงสาวพลันย่นหัวคิ้ว รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ทำให้ใจสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก นางรีบเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับร้องเรียกหามารดาของตนทันที
"ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ"
นางเอ่ยปากร้องเรียกมารดาแต่ทว่าไร้เสียงตอบกลับ นั่นยิ่งทำให้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมา นางรีบก้าวเข้ามาในห้องนอนของมารดาทันที ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะทรุดเข่าลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น
"ท่านแม่!"
ตอนนี้มารดาของนางกำลังนอนฟุบหน้าอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ ที่มุมปากของนางมีเืสดๆ ไหลออกมาเต็มพื้น ข้างกันนั้นยังมีถ้วยยาที่ตกแตกเป็เสี่ยงร่วงกระจัดกระจายอยู่อีกด้วย ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวกรีดร้องสุดเสียงทำให้เพื่อนบ้านที่อยู่บ้านข้างกันได้ยินเสียง พวกเขาพลันแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาดู เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าต่างก็ตื่นตระหนกไปตามๆ กัน มีชาวบ้านคนหนึ่งที่ตั้งสติได้ก่อนรีบบอกให้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพามารดาไปหาท่านหมอจ้าว ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รอช้านางรีบแบกมารดาขึ้นหลัง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงหมอของท่านหมอจ้าวในทันที โดยไม่สนใจว่าขาของตนจะเจ็บหรือไม่
แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะสายเกินไป มารดาของนางสิ้นใจตายจากนางไปเสียแล้ว
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเหมือนว่าโลกตรงหน้ากำลังจะถล่มลงมาอย่างไรอย่างนั้น นางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะรู้สึกราวกับว่าทุกสรรพสิ่งรอบกายเงียบงันไร้เสียง สมองของนางมึนงงจนแยกแยะสิ่งใดไม่ออก แม้กระทั่งเสียงของผู้คนรอบข้างก็ยังไม่เข้าหูของนาง ดวงตาของหญิงสาวพร่าฟางไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย
"เหมี่ยวเอ๋อร์ เ้าทำใจซะเถอะนะ มารดาของเ้าไปสบายแล้ว นางทนทรมานมานานช่างน่าเวทนาไม่น้อย คิดเสียว่านับจากนี้ไปนางจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว เ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีรู้หรือไม่"
ท่านหมอจ้าวเอ่ยเตือนสติฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสงสาร ค่ายาและค่ารักษาในวันนี้เขาไม่คิดเงินสักอีแปะเดียว อีกทั้งยังมอบเงินให้นางอีกจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาทำศพให้กับมารดาอีกด้วย
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น ชีวิตนี้นางเหลือมารดาเพียงคนเดียวเท่านั้น มารดาเป็ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของนาง ในเมื่อไม่มีมารดาแล้ว นางก็ไม่คิดที่จะอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแม้แต่วันเดียว
"อย่าคิดสั้นรู้หรือไม่ มารดาเ้าคงเสียใจมากหากเห็นเ้าตายตามนางไป นางก็หวังจะให้เ้ามีชีวิตที่ดีนะ"
เสียงของเพื่อนบ้านที่เอ่ยเตือนทำให้ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพลันได้สติกลับคืนมา ก่อนจะมองไปยังโลงศพของมารดาที่ตั้งอยู่ตรงหน้า โชคดีที่เหล่าชาวบ้านใจดีช่วยกันหามศพของมารดามาส่งที่บ้านของนางและยังช่วยกันไปซื้อโลงศพมาให้กับมารดาของนางอีกด้วย พิธีการก็จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเพียงเท่านั้น
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้ารับและเอ่ยขอบคุณพวกเขาจากใจจริง หลังจากส่งแเื่กลับไปหมดแล้ว ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินไปทิ้งกายนั่งอยู่ที่หน้าโลงศพของมารดา แสงเทียนที่วูบไหวอยู่ตรงหน้าทำให้นางรู้สึกจิตใจห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเงียบๆ อยู่หน้าโลงศพของมารดาเพียงลำพัง กลับได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังใกล้เข้ามา เมื่อนางหันไปมองก็พบว่าเป็ไป๋เฟิ่งอวี้คู่หมั้นเก่าของนางนั่นเอง
"ท่านมาทำไม!"
นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเ็า กับบุรุษผู้นี้นางตัดเยื่อขาดใยจากเขาไปตั้งนานแล้ว แม้นางจะไม่ถือสาที่เขาเคยทรยศนาง แต่นางก็ไม่้าจะพบหน้าเขาอีก การที่เขามาที่นี่อาจจะเพิ่มเื่ยุ่งยากให้กับนางหากอวี้เจียหลินทราบเื่เข้า
ไป๋เฟิ่งอวี้มองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนจะโยนเศษเงินจำนวนหนึ่งมาตรงหน้านาง
"ถือเสียว่านี่เป็ค่าช่วยทำศพมารดาเ้าก็แล้วกัน ตอบแทนที่ครั้งหนึ่งพวกเราเคยหมั้นหมายกันมาก่อน"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเศษเงินที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นด้วยสายตาเยาะหยัน ก่อนจะส่งเสียงเหอะในลำคอ นางคว้าหยิบเศษเงินเ่าั้มาถือเอาไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเขวี้ยงเศษเงินเข้าใส่ใบหน้าของไป๋เฟิ่งอวี้อย่างแรง ทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งโหยง แววตาที่มองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเ็าขึ้นหลายสิบส่วน
"เก็บเศษเงินของเ้ากลับคืนไปเถอะ แล้วรีบไสหัวไปซะ อย่ามาเกะกะสายตาข้า"
"เหมี่ยวเหมี่ยว เ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่ว หากเ้ายอมก้มหัวให้ข้าสักนิด ข้าอาจจะไปขอร้องอวี้เจียหลิน ขอให้นางอนุญาตให้ข้ารับเ้าเป็อนุภรรยาก็ได้ ตอนนี้เ้าไม่มีมารดาแล้ว อย่าเล่นตัวกับข้าอีกเลย ข้าสามารถเลี้ยงดูเ้าได้ เพียงแค่เ้ายอมก้มหัวให้อวี้เจียหลินสักหน่อย หากนางพอใจไม่เพียงไม่ตบตีด่าทอเ้า ยังจะมอบเงินให้เ้าอีกด้วย เ้ายอม…"
เพียะ!
ไป๋เฟิ่งอวี้ยังเอ่ยไม่ทันจบประโยคก็ถูกฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวตบหน้าเข้าให้อย่างจัง แรงที่นางใช้ตบเขาไม่เบาเลยแม้แต่น้อย
"ไสหัวไป! อย่ามารบกวนเวลาของข้า หากยังไม่ไปอีก ข้าจะเอาน้ำล้างเท้าสาดใส่หน้าเ้าให้ดู แล้วต่อไปอย่าได้มาดูิ่ข้าอีก อนุภรรยาอันใดกัน แม่เ้าสิอนุภรรยา!"
ไป๋เฟิ่งอวี้ที่ถูกด่าทออย่างไม่ไว้หน้าก็รู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่เพราะเขาเห็นแก่ศพของมารดานางจึงไม่คิดจะลงไม้ลงมือตบตีคน
"เ้าคิดให้ดีเถอะ อย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่ว"
"ไสหัวไปซะ!"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเอ่ยปากไล่คนอีกครั้ง เมื่อไป๋เฟิ่งอวี้จากไปแล้ว นางก็ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮอย่างสุดจะกลั้น ชะตาชีวิตของคนเราบางทีก็หน้าสมเพชเกินจะกล่าว แม้แต่ตัวนางเองก็เช่นเดียวกัน
สามวันต่อมาศพของมารดานางก็ถูกนำไปฝังที่เขานอกเมือง พิธีการถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย มีเพียงชาวบ้านที่มาช่วยส่งศพเพียงไม่กี่คน ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเอ่ยขอบคุณพวกเขาอย่างเกรงอกเกรงใจ ก่อนจะรีบเดินกลับมายังบ้านของตนทันที ตอนนี้แผลที่ข้อเท้าของนางหายดีแล้วจึงทำให้นางกลับมาเดินเหินสะดวกเหมือนแต่ก่อน
เมื่อมารดาจากไปฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก็พยายามใช้ชีวิตให้ปกติแม้จะคิดถึงมารดามากก็ตาม ระยะนี้ไป๋เฟิ่งอวี้ยังคงมาตามรังควานนางอยู่บ้างแต่นางก็สามารถหาทางหนีทีไล่ได้อยู่เสมอ
วันนี้หญิงสาวตื่นแต่เช้าเพื่อไปขายผัก เมื่อขายของเสร็จแล้วนางก็รีบเดินกลับบ้านทันที แต่ระหว่างทางนางกลับรู้สึกได้ว่าบรรยากาศในเมืองหลวงดูแปลกไปอย่างบอกไม่ถูก มีทหารมากมายที่วิ่งเข้าออกจากเมืองเป็ว่าเล่น สีหน้าของพวกเขาดูเคร่งเครียดมาก ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวซื้อขนมสองอย่างนำไปแบ่งให้ทหารที่เฝ้าหน้าประตู ก่อนจะเอ่ยถามเขา
"พี่ชาย เกิดเื่ใดขึ้นหรือ เหตุใดแคว้นอวี้ของเราจึงดูวุ่นวายนักเล่า"
ทหารผู้นั้นรับขนมไปจากมือของฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว ก่อนจะเอ่ยตอบ
"ยามนี้เซียวอ๋องเกิดบ้าเืจึงยกทัพไปตีเมืองน้อยใหญ่อย่างโหดร้าย ตอนนี้เขากำลังบุกมาทำศึกกับแคว้นอวี้ของพวกเราแล้ว ทหารของพวกเราล้มตายไปไม่น้อยเลย น่าเจ็บใจนัก ทั้งที่สองแคว้นอยู่ใกล้กันแท้ๆ ยามอดีตเซียวอ๋องยังมีชีวิตอยู่ทั้งสองแคว้นยังเป็พันธมิตรที่ดีต่อกัน ไม่คิดเลยว่าพอเซียวอ๋องคนใหม่ขึ้นมาครองตำแหน่งจะบ้าคลั่งไม่สนใจความสัมพันธ์อันดีก่อนหน้านี้ ระยะนี้เ้าก็อย่าได้ออกจากเมืองสุ่มสี่สุ่มห้าเป็อันขาดเพราะอาจจะถูกทหารแคว้นเซียวฆ่าตายเอาได้ ได้ยินว่าอวี้อ๋องสั่งเพิ่มกำลังพลเตรียมการรับมือกับเซียวอ๋องแล้ว เ้าก็เตรียมตัวให้พร้อม หากเกิดเื่ก็จงหนีออกจากแคว้นไปเสีย"
"สถานการณ์รุนแรงปานนั้นเชียวหรือ"
"าไม่เคยปรานีผู้ใด"
ทหารผู้นั้นเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาเอ่ยขอบคุณที่นางซื้อขนมมาให้ก่อนจะไปจัดการงานของตนเองต่อ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบกลับมาที่บ้านของตนเองทันที
แต่นางเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน ก็มีคนบุกเข้ามาจับตัวนางเอาไว้ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามขัดขืนแต่คนเ่าั้กลับออกแรงกระชากตัวนางให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาลากนางมาที่จวนของอวี้เจียหลิน ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ
"ท่านหญิงทรงจับตัวหม่อมฉันมาทำไมเพคะ"
อวี้เจียหลินที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในศาลารับลมปรายตามองฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ก่อนหน้านี้ไป๋เฟิ่งอวี้มาฟ้องนางว่าฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวตบตีเขาจนหน้าบวม นางที่รักสามีมากจึงอยากเอาคืนให้ จึงส่งคนไปจับตัวสตรีไม่รู้ดีชั่วผู้นี้มาที่จวน
"เ้าตบหน้าสามีข้า ข้าจะต้องเอาความแทนเขา"
ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดูแคลน ยามนี้นางไม่มีมารดาแล้วและไม่มีเื่ใดให้ต้องห่วงหาอีกต่อไป การที่นางถูกจับตัวมาที่นี่คงยากจะมีชีวิตรอด เช่นนั้นก็ไม่ต้องรักษากิริยาอะไรอีกต่อไปแล้ว
"สามีท่านมันบัดซบ ข้าตบเขาสักทีสองทีจะเป็ไรไป!"
อวี้เจียหลินเมื่อได้ยินฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเอ่ยย้อนตนเช่นนี้ก็เริ่มมีโทสะ นางเดินเข้ามาหาฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนจะยกมือขึ้นมาตบหน้าฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวไปฉาดหนึ่ง ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวเองก็ไม่ยอมแพ้รีบยกเท้าถีบเข้าไปที่กลางท้องของอวี้เจียหลินทันที นางยอมสตรีบ้าอำนาจคนนี้มานานเกินไปแล้ว ต่อไปนางจะไม่ยอมอีก!
ไม่เพียงแค่ยกเท้าถีบนางยังถ่มน้ำลายใส่หน้าอวี้เจียหลินอีกด้วย อวี้เจียหลินกรีดร้องเสียงหลงพุ่งเข้ามาหมายจะตบตีฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวอีกรอบ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวรีบสลัดให้หลุดจากการเกาะกุม ก่อนจะพุ่งเข้าไปตบตีกับอวี้เจียหลินเช่นเดียวกัน
เอาเถอะ ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ก่อนตายขอตบนังบ้านี่ให้สาแก่ใจก่อนก็แล้วกัน!
ด้านไป๋เฟิ่งอวี้นั้นก็ไม่คิดจะห้ามอีกทั้งยังนั่งมองสตรีสองคนตบตีกันอย่างมีความสุข อีกทั้งยังรู้สึกภูมิอกภูมิใจที่มีสตรีมาตบตีแย่งชิงตนเองอีกด้วย
ในขณะที่ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยวและอวี้เจียหลินกำลังลงไม้ลงมือกันอยู่นั้น ก็มีทหารเข้ามาแจ้งเื่บางอย่างด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"อวี้กงจู่ ท่านรีบหนีเถอะขอรับ ยามนี้เซียวอ๋องตีแคว้นอวี้แตกแล้ว บิดามารดาและน้องชายของท่านก็ถูกเซียวอ๋องสังหารจนสิ้นแล้วขอรับ!"
"เ้าว่าอะไรนะ!"
