แม้ว่าพื้นที่นี้จะอยู่มาั้แ่สมัยโบราณ ทว่าภายในนั้นถูกรักษาไว้เป็อย่างดี ต้นไม้โบราณแต่ละต้นล้วนผ่านจิต พลังชีวิตบริสุทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมา
แปลงยาแต่ละแปลงที่อยู่เบื้องหน้าถูกแบ่งสัดส่วนเอาไว้ แต่ละแปลงยาส่งแสงหมอกสว่างจ้า ภายในแปลงมีต้นสมุนไพริญญาอยู่ราวๆ เจ็ดแปดต้น
ทว่าด้านล่างของต้นสมุนไพริญญาแต่ละต้นนั้นเหี่ยวเฉา เมื่อเห็นดังนั้น เด็กหนุ่มั์ตาสีเืก็ยืดอกขึ้น พลางแผดเสียงกล่าวออกมาว่า “น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ ถ้าหากไม่เหี่ยวเฉาไปเสียก่อน เดาว่าตอนนี้น่าจะเติบโตจนกลายเป็ยาศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
“ใช่แล้ว เ้าดูสมุนไพริญญาแต่ละต้นสิ ไม่รู้ว่าร่วงโรยไปแล้วกี่รอบ พอเติบใหญ่ก็เหี่ยวเฉาลง น่าเสียดายจริงๆ”
เหล่าุ์พูดคุยกันพลางพุ่งทะยานเข้าไปเพื่อที่จะเก็บสมุนไพริญญา
เด็กหนุ่มั์ตาสีเืสังเกตเห็นสมุนไพริญญาที่หายากต้นหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังจะเก็บมันนั้น อักขระค่ายกลก็ปรากฏขึ้นมา คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดขึ้นเป็ปม แปลงยานี้มีค่ายกลปกป้องอยู่อย่างนั้นหรือ?
“รีบทำลายค่ายกลซะ พลังอานุภาพของมันมีอยู่ไม่มากแล้ว โจมตีไม่กี่ครั้งก็สามารถทำลายได้” เด็กหนุ่มั์ตาสีเืแผดเสียงคำรามกล่าวกับลิ่วล้อทั้งสองให้ทำลายค่ายกล พวกเขาไม่ได้โง่ที่คิดจะแปลงยานี้ เพราะนี่เป็แค่เขตนอกเท่านั้น
“ตาของข้าลายไปหมดแล้ว จะเก็บสมุนไพริญญาต้นไหนดี อีกทั้งที่นี่ยังมีค่ายกลอยู่ จะต้องทำลายค่ายกลเสียก่อน” หลินซือซือกวาดสายตามองพลางกล่าวออกมาด้วยความดีใจ
เต้าหลิงเองก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เช่นเดียวกัน ในตอนนั้นสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่กลีบดอกไม้สีเขียวมรกตกลีบหนึ่ง ทว่าจะพูดว่ากลีบดอกไม้ก็ไม่ถูก ต้นของมันสูงถึงสองฟุต พลังชีวิตมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมา กลีบดอกไม้ทั้งหกมีขนาดใหญ่เท่ากับฝ่ามือของคน ส่งกลิ่นหอมลอยฟุ้งคละคลุ้งไปทั่ว
“ดอกล้างไขกระดูก อีกทั้งยังมีหกกลีบ ดูแล้วอายุน่าจะราวๆ หกพันปีเห็นจะได้” หนังตาของเต้าหลิงกระตุกขึ้น พลางก้าวเท้าเดินเข้าไปโจมตีอักขระค่ายกล
“ดอกล้างไขกระดูกหกพันปี นี่มันของล้ำค่าหายาก” หลินซือซือรีบวิ่งเข้ามา ภายในแปลงยานี้มีต้นสมุนไพริญญาอยู่ทั้งหมดเจ็ดต้น อีกทั้งของล้ำค่าอย่างดอกล้างไขกระดูก ถ้าสามารถทำลายค่ายกลได้ก็จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล
ดอกล้างไขกระดูกสามารถนำมาล้างไขกระดูกได้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง มูลค่าของของสิ่งนี้นั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก โดยเพราะต้นนี้ที่มีอายุถึงหกพันปี
เต้าหลิงปล่อยหมัดออกไป เืลมเดือดพล่านขึ้น หมัดปะทะเข้ากับกลางอากาศ ปรากฏอักขระค่ายกลลอยขึ้นมา ด้วยพลังอานุภาพของพลังหมัดทำให้อักขระค่ายกลบิดเบี้ยว
“ทลาย” หลินซือซือแค่นเสียงคำราม พลางนำกระบี่ล้ำค่าออกมาโจมตี แสงกระบี่พุ่งออกไปเป็เส้นๆ
เต้าหลิงปล่อยหมัดที่สองออกไป หมัดนั้นแข็งแกร่งเป็อย่างมาก แสงสีเงินส่องประกายออกมาจากิั ราวกับัคะนองน้ำที่พุ่งออกมาจากมหาสมุทร โจมตีเข้าใส่อักขระค่ายกล
ทันทีที่หมัดที่สามพุ่งออกไป อักขระสีทองก็ะเิออก อีกทั้งยังมีดวงดาราลอยขึ้นมา ดวงดาราแต่ละดวงหนักอึ้งเป็อย่างมาก แรงพลังที่พุ่งเข้าไปทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อักขระค่ายกลแต่ละอักขระค่อยๆ ปริแตกออก
เหล่ายอดฝีมือลงมือกันอย่างเร่งรีบ ที่นี่มีแปลงยาอยู่ประมาณสิบกว่าแปลง ซึ่งสมุนไพริญญาแต่ละต้นนั้นทำให้ผู้คนต้องตาร้อน นี่ก็คือข้อดีของการที่ได้เข้ามาก่อน
ในตอนนี้เริ่มมีผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามา ขณะที่เต้าหลิงได้มาอยู่ตรงกลางแปลงยาพลางเริ่มเก็บสมุนไพริญญาอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของเจียงเฉินไห่เต็มไปด้วยความปีติ เขาได้ต้นสมุนไพริญญามาแล้วเจ็ดต้น ส่วนพวกเจียงชุนเย่เองก็ได้มาจำนวนไม่น้อย ชิงโปที่เก็บสมุนไพริญญามาแล้วต้นหนึ่งก็ยิ้มออกมาด้วยความปีติเช่นกัน ทว่าในตอนที่เงยหน้าขึ้นมานั้นเขาก็สังเกตเห็นดอกล้างไขกระดูกที่อยู่ภายในมือของเต้าหลิง จึงร้องเสียงหลงออกมาว่า “ดอกล้างไขกระดูกหกพันปี”
“อะไรนะ? หกพันปี!” เจียงชุนเย่ใมาก พลางแผดเสียงคำรามกล่าว “อยู่ที่ไหน อยู่ที่ไหน”
ในตอนนั้นเองนางก็สังเกตเห็นดอกล้างไขกระดูกที่อยู่ในมือของเต้าหลิง ั์ตาฉายความโลภ ชิงโปรีบสาวเท้าก้าวออกไปพลางยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า “พวกเ้าได้มาไม่น้อยเลยนี่ เมื่อครู่ที่ข้าบอกให้พวกเ้ามา พวกเ้าก็ไม่ยอม ตอนนี้รู้ถึงข้อดีแล้วสินะ”
เต้าหลิงยิ้มให้กับเขาพลางเก็บดอกล้างไขกระดูกลงไป ตอนนี้ขาดแค่หญ้าอุดม์และเืสัตว์อสูร์ธาตุไฟ ก็สามารถหลอมโอสถผ่านฟ้าได้แล้ว
เห็นดังนั้น สีหน้าของชิงโปพลันขึงขังขึ้น เขาขมวดคิ้วแล้วกล่าวออกมาว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะพวกข้าพาพวกเ้ามาที่นี่ พวกเ้าจะได้ของดีขนาดนี้อย่างนั้นหรือ เ้านำดอกล้างไขกระดูกมาให้ข้าเสีย อย่างไรก็ต้องตอบแทนอาจารย์อยู่แล้วนี่นะ”
“เ้าหมายความว่ายังไง” เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามขึ้น
“บัดซบ นี่เ้าฟังที่ข้าพูดไม่รู้เื่อะไรเลยงั้นหรือ” สีหน้าของชิงโปเย็นะเื พลางแผดเสียงด่า “ไม่รู้ค่าของมันแท้ๆ เ้าเอาดอกล้างไขกระดูกไปก็ไร้ประโยชน์ รีบส่งมันมาให้ข้าซะ”
สีหน้าของเต้าหลิงเริ่มดูไม่ดีนัก เ้านี่ชักจะโอหังเกินไปเสียแล้ว จู่ๆ ก็จะมาแย่งดอกล้างไขกระดูก เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหนังหน้าของชิงโปจะหนามากขนาดนี้
“ฮึ ในเมื่อเขาไม่รู้จักค่าของมัน เ้าบอกเขาไปก็สิ้นเื่ไม่ใช่หรือ” เจียงชุนเย่เดินเข้ามาพลางแสยะยิ้ม “ถ้าไม่มีพวกข้า เ้าจะได้สมุนไพริญญามากขนาดนี้หรือ พวกข้าจะให้ต้นสมุนไพรกับเ้าหนึ่งต้น เพราะเห็นแก่หน้าของซือซือหรอกนะ”
“ซือซือ เ้าคิดว่ายังไง” เจียงชุนเย่เหลือบมองไปที่หลินซือซือ นางไม่คิดว่าหลินซือซือจะกล้าคัดค้านสิ่งที่นางกล่าว
เมื่อหลินซือซือเก็บสมุนไพริญญาต้นสุดท้ายเสร็จ นางก็เงยหน้ามองไปที่เจียงชุนเย่แล้วกล่าวว่า “พวกเราเข้ามาพร้อมกัน ดังนั้น ใครเก็บอะไรได้ก็ควรเป็ของคนนั้นสิ จะให้พวกเ้าทำไม”
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเจียงชุนเย่ก็แปรเปลี่ยนเป็สีตับหมู นางรู้สึกขายหน้าเป็อย่างยิ่งพลางแผดเสียงคำรามออกมา “เ้ากล้ามากนะหลินซือซือ ถึงได้มาคัดค้านข้า อยากตายมากนักหรือ!”
“ฮึ เจียงชุนเย่ ข้าไปเป็เบี้ยเ้าั้แ่เมื่อไร ถึงจะต้องเออออกับทุกคำที่เ้าพูด” หลินซือซือส่งเสียงฮึ นางเองก็คิดไม่ถึงว่าคนที่รู้จักกันมานานจะมีนิสัยแบบนี้
“บัดซบ หลินซือซือ เ้าคิดว่านี่มันเป็เมื่อสองปีก่อนอย่างนั้นหรือ” เจียงชุนเย่โกรธมาก นางแผดเสียงกล่าวออกมาว่า “สองปีก่อน เ้าได้่ชิงสิบอันดับต้นๆ ของศิษย์ใหม่ไป ในตอนนั้นเ้าคงจะได้ใจมากสินะ ทว่าเ้าอย่าลืมเสียล่ะ ความสามารถของเ้าในตอนนี้ธรรมดามาก ในสายตาของข้าเ้าก็เป็แค่เบี้ย!”
“เ้า” ฝ่ามือเรียวของหลินซือซือกระชับแน่น จนมีเสียงกระดูกเสียดสีดังลั่นออกมา นางขบฟันกรอดพลางกล่าวว่า “เ้าอย่าให้มันมากเกินไปนักนะ”
“มากเกินไป” ใบหน้าของเจียงชุนเย่เย็นะเืขึ้น พลางแสยะยิ้มกล่าวเย้ยออกมา “กับแค่เบี้ยคนหนึ่ง ข้าถือว่าใจกว้างมากนะ ไม่เชื่อเ้าก็ลองไปถามคนอื่นดูสิ จะมีเ้านายที่ไหนใจดีแบบข้า”
เต้าหลิงเดินเข้าไปแตะบ่าที่สั่นเทาของหลินซือซือ เขามองไปที่เจียงชุนเย่แล้วกล่าวออกมาเรียบๆ ว่า“แค่รองเท้าของซือซือเ้าก็ไม่คู่ควร ยังจะมาส่งกลิ่นเหม็นเน่าอีก”
“เ้า เ้าว่าไงนะ” เจียงชุนเย่กำหมัดแน่น นางเบิกตาทั้งสองกว้างพลางแผดเสียงคำรามใส่เต้าหลิง “เ้าเด็กบ้า เ้าพูดอะไร พูดออกมาอีกครั้งสิ!”
“สมองเ้ามีปัญหาหรืออย่างไร อยากให้ข้าด่าเป็ครั้งที่สองอย่างนั้นหรือ” เต้าหลิงเหยียดยิ้ม
“บัดซบ เ้ามันรนหาที่ตาย ฆ่าเขาซะ ฆ่าเขาซะ!” เจียงชุนเย่กล่าวออกมาอย่างสูญเสียการควบคุม ชี้นิ้วไปที่เต้าหลิง
“คุกเข่ายอมรับผิดซะ” ชิงโปเอ่ยเสียงเย็น หลังจากที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง ฝ่ามือของเขาก็พุ่งเข้าไปจับที่ไหล่ของเต้าหลิง
“คุกเข่ายอมรับผิดซะ” พลังทั่วร่างของเต้าหลิงราวกับเหวลึก ดวงตาทั้งสองปรากฏร่างเงาดาราขึ้น พลังบริสุทธิ์ของเขาแข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังแฝงไปด้วยเสียงสายฟ้าที่ดังขึ้นมาเป็ระลอกๆ
ร่างของชิงโปสั่นเทา หัวใจของเขาเต้นแรงเร็วไม่เป็จังหวะ เขามองเห็นภาพดวงดาราที่พุ่งขึ้นมาบนท้องฟ้า หลังจากนั้นพวกมันก็ร่วงหล่นตกลงมาด้วยแรงกดดันที่หนักอึ้ง ภาพนิมิตที่เกิดขึ้นนั้นน่ากลัวเป็อย่างมาก พวกมันที่ร่วงตกลงมาหมายจะฆ่าเขาให้ตาย
ชั่วพริบตา ร่างของเขาก็ทรุดคุกเข่าลงไปที่พื้น ร่างทั้งร่างสั่นเทาเหมือนกับมองเห็นเทพ์อยู่เบื้องหน้า
ภาพที่เกิดขึ้นนั้นทำให้หลินซือซือใจนตัวสะดุ้งโหยง นางอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก สายตามองดูชิงโปที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่ที่พื้นดิน
ในขณะที่เจียงชุนเย่กำลังรอเต้าหลิงคุกเข่าขอโทษอยู่นั้น นางก็ว่าคนรักของตนที่ได้คุกเข่าลงต่อหน้า ริมฝีปากของนางสั่นระริก ชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่เขาแล้วแผดเสียงคำรามออกมา “ชิงโป เ้าทำอะไร ลุกขึ้นมา!”
เจียงชุนเย่โกรธมาก ดวงตาเหลือบมองหลินซือซือที่มีท่าทีสะใจ เปลวเพลิงโทสะภายในหัวใจก็พลันลุกโชนขึ้นแผดเผา นางไม่ชอบใจเป็อย่างยิ่งที่อีกฝ่ายมาทำท่าทีเช่นนั้นต่อหน้านาง จากนั้นนางก็แผดเสียงคำรามลั่น “เ้า นางแพศยา”
“ไสหัวไป” ฝ่าเท้าของเต้าหลิงกระทืบลงพื้น ชายเสื้อโบกสะบัด พลังที่รุนแรงพุ่งออกไปประหนึ่งราชสีห์ที่ลงมาจากขุนเขา คลื่นพลังม้วนตัวออกเป็ชั้นๆ ทำให้ร่างของพวกเขาทั้งสองกระเด็นลอยออกไป ก่อนจะตกลงสู่พื้นอย่างอนาถ
ร่างของเจียงชุนเย่เย็นเฉียบ สายตาที่หวาดกลัวจ้องมองไปยังเงาสีทองนั้น พลางเปล่งเสียงคำราม “เ้า เ้าทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ เ้าเป็ใคร!”
“บัดซบ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครเป็คนทำ”
ในขณะที่เจียงเฉินไห่เก็บสมุนไพรแปลงนี้เสร็จ เขาก็มองสำรวจรอบๆ แล้วพบว่าไม่มีสมุนไพริญญาหลงเหลืออยู่เลย เขาจึงออกตามหาพวกชิงโป ทว่าในตอนนั้นเขาเห็นพวกชิงโปถูกโจมตีจนกระอักเื เพลิงโทสะก็พุ่งทะลวงฝ่าชั้นฟ้าพร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น “พี่ชาย เ้าเด็กบ้านั่น รีบฆ่าเขาเสีย เขาแย่งดอกล้างไขกระดูกหกพันปีของข้าไป” เหมือนกับว่าเจียงชุนเย่ได้เห็นดวงดาวต่อชีวิต นางแผดเสียงคำรามพลางพยุงร่างของตัวเอง
“ว่าไงนะ ดอกล้างไขกระดูกหกพันปี” สายตาของเจียงเฉินไห่พลันร้อนขึ้นมา เขามองไปที่เต้าหลิงแล้วคำรามออกมาว่า “ฮึ กล้ามากที่มาแย่งของล้ำค่าจากพวกเดียวกัน เอามันมาให้ข้าเสีย”
“อาจารย์ ดอกล้างไขกระดูกนี้ พวกเราเป็คนหาเจอก่อน เจียงชุนเย่ต่างหากที่้าจะแย่งมันไป ท่านอย่าได้ฟังความข้างเดียว” หลินซือซือขมวดคิ้ว ขั้นฝึกฝนของเขานั้นอยู่ในขั้นกำเนิดพลัง ถึงนางกับเต้าหลิงจะร่วมมือกันต่อสู้ ทว่าก็ไม่ใช่คู่มือของเขา
เจียงเฉินไห่มองไปที่หลินซือซือแวบหนึ่งพลางกล่าว “ซือซือ ข้ารู้ว่าเ้าเป็คนที่มีจิตใจดี จึงได้ไม่รู้ถึงความน่ากลัวของโลกในการฝึกยุทธ์ เ้าปีศาจนี่จะต้องใช้วิชามายาอะไรสักอย่างหลอกเ้าอยู่ รีบตื่นขึ้นมาเสียเถิด”
จากนั้นเขาก็มองไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นะเื “เ้าปีศาจ แย่งดอกล้างไขกระดูกไปยังไม่พอ ยังกล้าใช้วิชามายาหลอกให้ซือซือพูดปกป้องเ้า นี่ถือเป็การล่วงละเมิดกฎของสำนัก โทษของเ้าในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ข้าจะลงมือปลิดชีพเ้าแทนเ้าสำนักเอง”
