ไม่ยกเลิกงานแต่งแล้ว
ณ มุมหนึ่งใต้ต้นแปะก๊วย เจี่ยนฮวนและเสิ่นจี้จือยืนประจันหน้ากัน
ผู้คนรอบข้างต่างพากันชะเง้อคอ มองไปยังคนทั้งคู่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางสีเขียวขจีอันเข้มข้นของฤดูร้อน
อาภรณ์สีขาวของพวกเขาโดดเด่นตัดกับฉากหลังที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ราวกับดอกเหมยสีแดงสองดอกกลางทุ่งหิมะ ดูสดใสและงดงามยิ่งนัก
เหล่าศิษย์สำนักอวี้ชิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ต่างปั้นหน้าขรึม ขณะที่มือกำลังทดสอบรากปราณให้ศิษย์ใหม่อย่างจริงจัง ปากก็แอบซุบซิบกันเบาๆ
"พวกเ้าได้ยินไหม! ศิษย์พี่เสิ่นมีคู่หมั้นด้วย!"
"ข้าใจริงๆ นะ ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่เสิ่นถูกเ้ายอดเขากู่รับกลับมาเป็ศิษย์สายตรงั้แ่อายุหกขวบหรอกหรือ? ครอบครัวของเขาก็ตายหมดจากเหตุการณ์ปีศาจอาละวาดครั้งนั้นแล้วนี่ แล้วจะมีคู่หมั้นตามมาถึงประตูสำนักได้อย่างไร?"
"ต้องเป็เื่ที่พ่อแม่หมั้นหมายกันไว้ั้แ่เด็กแน่ๆ"
"น่าเสียดายนะ แม่นางคนนั้นก็สวยไม่เบา แต่ศิษย์พี่เสิ่นต้องปฏิเสธแน่นอน"
"..."
ตรงนี้ห่างไกลจากผู้คน
เสิ่นจี้จือหลบสายตาลง อ่านหนังสือหมั้นทีละตัวอักษร ขนตาที่หนาเป็แพทอดเงาจางๆ ลงบนใบหน้า
เจี่ยนฮวนเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ครู่ต่อมา เสิ่นจี้จือพับหนังสือหมั้นกลับตามรอยเดิมแล้วหันไปมองเจี่ยนฮวน "ท่านปู่ของเ้าล่ะ?"
ตอนที่ทั้งสองบ้านหมั้นหมายกัน เขาอายุเพียงสามขวบ จึงจำความแทบไม่ได้เลย รวมถึงเื่การหมั้นหมายนี้ด้วย
แต่พอได้ยินเจี่ยนฮวนเอ่ยถึง ภาพของท่านปู่ในส่วนลึกของความทรงจำ ผู้ที่เคยให้ลูกกวาดแก่เขาก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ
เจี่ยนฮวนใช้รองเท้าเขี่ยหินก้อนเล็กๆ ใต้เท้า "ท่านปู่จากไปเมื่อสามเดือนก่อนแล้ว"
เสิ่นจี้จือเม้มปากเล็กน้อย เบนสายตาจากตัวเธอไปยังแถวของผู้คนที่ยาวเหยียดด้านนอก
เพราะการปลีกตัวออกมาของเขา ทำให้แถวนั้นหยุดนิ่งมานานแล้ว
เขาดึงสายตากลับมา ข่มความว้าวุ่นในใจลงแล้วพูดตรงๆ ว่า "แม่นางเจี่ยน สำหรับเื่การหมั้นหมายนี้ ข้ามุ่งมั่นเพียงแต่หนทางแห่งเต๋า เกรงว่าคงจะรับไว้ไม่ได้"
เจี่ยนฮวนกลั้นหายใจเล็กน้อย "ดังนั้น?"
เสิ่นจี้จือถาม "เ้า้าให้ข้าทำอย่างไร เ้าถึงจะยอมยกเลิกการหมั้นหมายนี้?"
เข้าทางพอดี
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อ้อมค้อม เธอก็จะเปิดอกคุยเช่นกัน
"หนึ่งแสนหินิญญา" เจี่ยนฮวนชูนิ้วขึ้นมาสิบนิ้ว "ขอเพียงท่านจ่ายมาหนึ่งแสนหินิญญา การหมั้นหมายของเราถือเป็อันยกเลิก ตกลงไหม?"
"..."
สีหน้าของเสิ่นจี้จือเ็าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นทอประกายลึกลับ จ้องมองเจี่ยนฮวนเขม็งโดยไม่กะพริบตา
เจี่ยนฮวนถูกจ้องจนเริ่มรู้สึกประหม่า
อะไรกัน? ราคาไม่เหมาะสมงั้นหรือ?
แต่นี่เป็ราคาที่เขาเป็คนเสนอเองในหนังสือนี่นา เธอก็ไม่ได้บวกเพิ่มเสียหน่อย
เสิ่นจี้จือหลับตาลง "แม่นางเจี่ยนไม่มีเื่อื่นที่อยากให้ข้าทำแล้วหรือ?"
เจี่ยนฮวนคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า "ไม่มี"
ปัญหาใหญ่ที่สุดของเธอตอนนี้คือขาดแคลนเงิน ขอเพียงมีเงิน ทุกอย่างก็คลี่คลายได้
เสิ่นจี้จือยืนยันอีกครั้ง "แม่นางเจี่ยนยืนกรานเงื่อนไขนี้เพียงอย่างเดียว?"
เจี่ยนฮวนไม่ลังเล "ใช่"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นจี้จือก็หลับตาลงและไม่เอ่ยปากอีก
เจี่ยนฮวนไม่ได้รบกวนเขา หินิญญาหนึ่งแสนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ อีกฝ่ายย่อมต้องขอเวลาชั่งน้ำหนักดูบ้าง
เธอเริ่มเบื่อจึงมองซ้ายมองขวาแก้เซ็ง ถึงขั้นก้มลงเก็บใบแปะก๊วยสีเขียวใบหนึ่งขึ้นมาเล่น
ครู่หนึ่ง เสิ่นจี้จือหลับตาลงและลืมตาขึ้นอีกครั้ง ราวกับตัดสินใจได้แล้ว เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า "งั้นก็ไม่ถอนแล้ว"
เจี่ยนฮวนชะงักกึก ใบแปะก๊วยในมือร่วงหล่นจากปลายนิ้ว หมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนจะตกลงสู่พื้นอย่างอ้อยอิ่ง
เธอแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ "ท่าน... ท่านว่าอย่างไรนะ??"
เสิ่นจี้จือมองเธอ "ไม่ถอนหมั้นแล้ว แม่นางเจี่ยนอยากแต่งงานเมื่อไหร่ก็ได้ แค่บอกข้าล่วงหน้าก็พอ"
เขาบอกลา "ข้ามีธุระ ขอตัวก่อน"
เจี่ยนฮวนใจหายวาบ รีบขวางเขาไว้ทันที "เอ๋ ท่านเดี๋ยวก่อน—"
ตอนนี้เธอใมากจนไม่อยากจะเชื่อ
อะไรกันเนี่ย ในนิยายเขายอมตายแต่ไม่ยอมถอนหมั้นไม่ใช่หรือไง!
มันผิดพลาดตรงไหนกันแน่
สมองของเจี่ยนฮวนหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว
อ้อ... จริงด้วย ตอนนี้เจียงเฉียวเฉียวยังไม่ได้เข้าสำนักอวี้ชิง นางจะเข้ามาในวันสุดท้ายของการรับสมัคร
ดังนั้นในตอนนี้ เสิ่นจี้จือกับนางเอกยังไม่ได้รู้จักกัน ความปรารถนาที่จะถอนหมั้นของเขายังไม่แรงกล้าพอ แน่นอนว่าเขาไม่ยอมเสียเงินหนึ่งแสนหินิญญา
เจี่ยนฮวนหลับตาลงอย่างท้อแท้ "งั้นท่านคิดว่าหินิญญาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมล่ะ?"
หนึ่งแสนไม่ได้ เก้าหมื่นก็ได้ แปดหมื่นก็ไม่เลว เจ็ดหมื่นถือว่ากำไร หกหมื่นก็พอรับได้ ห้าหมื่น—
ห้าหมื่นคือราคาสุดท้าย ต่ำกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด!
เสิ่นจี้จือปรายตามองเธอ แล้วหยิบถุงผ้าใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
เจี่ยนฮวนเห็นดังนั้นก็ตาเป็ประกาย จ้องมองเขาเขม็งโดยไม่กะพริบตา
อันนี้เธอรู้จัก!
ถุงเฉียนคุนที่พระเอกในนิยายเซียนต้องมีกันทุกคน สามารถบรรจุสิ่งของได้สารพัด
หินิญญาของเสิ่นจี้จือต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ คิดได้ดังนี้เธอก็เริ่มตื่นเต้น
แต่ครู่ต่อมา เมื่อเจี่ยนฮวนเห็นหินิญญาเพียงสามก้อนที่วางอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนฝ่ามือของเสิ่นจี้จือ เธอก็ตกอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนาน
เขาบอกสถานะปัจจุบันด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ข้ามีอยู่เท่านี้"
เจี่ยนฮวนเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อ "...ถุงมิติใหญ่ขนาดนี้ แต่บรรจุหินิญญาไว้แค่สามก้อนเนี่ยนะ?"
เสิ่นจี้จือมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ "นี่ไม่ใช่ถุงมิติ"
"..."
เจี่ยนฮวนนึกอะไรบางอย่างออกจึงถามอย่างหมดแรง "สรุปว่ามันคือถุงเงินธรรมดาๆ อย่างนั้นหรือ?"
เสิ่นจี้จือ "อืม"
เจี่ยนฮวน "..."
นิยายเื่ ศิษย์น้องเจียงเฉียวเฉียว เล่าเื่แบบย้อนอดีต โดยเริ่มเล่าจากเหตุการณ์ในอีกสามปีข้างหน้า
ตอนเริ่มนิยาย เป็่ที่เจียงเฉียวเฉียวเริ่มผิดหวังในตัวเสิ่นจี้จือจนถึงขั้นใจเ็า แต่กลับไม่ได้เขียนถึงเลยว่าเมื่อสามปีก่อนเสิ่นจี้จือยากจนขนาดไหน จนทำให้เจี่ยนฮวนคาดการณ์ผิดพลาด
เสิ่นจี้จือ "หินิญญาสามก้อน..."
เจี่ยนฮวนรู้ว่าเขาจะพูดอะไร จึงรีบขัดขึ้นทันที "ไม่มีทาง"
เสิ่นจี้จือ "อ้อ"
เจี่ยนฮวนสูดหายใจลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
เธอคือใคร เธอคือเจี่ยนฮวนนะ ขนาดอุตส่าห์สู้ชีวิตจนมีบ้านสักหลังแต่ดันทะลุมาอยู่ในร่างนี้จนต้องกลับไปเริ่มจากศูนย์เธอยังผ่านมาได้ แล้วนี่มันจะไปเหลืออะไร
ยังไงเสิ่นจี้จือก็ถือเป็หุ้นที่มีอนาคต ตอนนี้เขาไม่มีหนึ่งแสนหินิญญา แต่วันหน้าอาจจะมีก็ได้
ถือเสียว่าถือลอตเตอรี่ที่รอขึ้นรางวัลไปก่อนแล้วกัน
เจี่ยนฮวนชูนิ้วสามนิ้วขึ้นมา "ข้าให้เวลาท่านสามปี ภายในสามปีนี้หากท่านหาเงินได้ครบหนึ่งแสนหินิญญา จะถอนหมั้นเมื่อไหร่ก็ได้"
เสิ่นจี้จือตอบอืมอย่างไม่ใส่ใจ "งั้นข้ากลับล่ะ"
เขาไม่มีความคิดเื่แต่งงานอยู่ในหัวเลย แต่ไอ้หนึ่งแสนหินิญญานี่สิ ผีเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะหามาได้เมื่อไหร่
งั้นก็ตามใจเถอะ เธอว่าอย่างไรก็ตามนั้น
เจี่ยนฮวนขวางเขาไว้อีกครั้ง แล้วลองถามดูว่า "ท่านต้องพักอยู่ที่ยอดเขาถิงเจี้ยนใช่ไหม?"
ในนิยายเขียนไว้ว่าเสิ่นจี้จือเป็ศิษย์สายตรงของเ้ายอดเขาถิงเจี้ยน
และเมื่อครู่เธอเพิ่งรู้จากกงเฟยหงว่า ศิษย์ในและศิษย์สายตรงไม่ต้องเสียค่าที่พัก
เสิ่นจี้จือมองเธอเงียบๆ "เ้าดูจะรู้จักเื่ของข้าดีเหลือเกินนะ"
เจี่ยนฮวนแถไปมั่วๆ "ตอนอยู่เมืองหลินเซียน ข้าเคยถามเื่ของท่านมาบ้าง"
เสิ่นจี้จือ "อย่างนั้นหรือ"
เจี่ยนฮวนวกกลับมาเื่เดิม "สรุปคือท่านพักที่ยอดเขาถิงเจี้ยน ใช่หรือไม่?"
เสิ่นจี้จือ "ผิด ข้าไม่ได้พักที่นั่น"
เจี่ยนฮวนแปลกใจ "แล้วท่านพักที่ไหน?"
เสิ่นจี้จือดูเหมือนไม่อยากจะตอบ "...เ้ามีธุระอะไร?"
เจี่ยนฮวน "ไม่มีอะไร แค่ข้าไม่มีที่พัก ข้าขอไปพักกับท่านได้ไหม?"
เสิ่นจี้จือเงียบไปนานมาก เขามองสัมภาระที่เธอแบกอยู่ข้างหลัง แล้วนึกถึงบุญคุณช่วยชีวิตของตระกูลเจี่ยน จึงพยักหน้ายอมรับชะตากรรม แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้แล้วพูดว่า "ห้าวันต่อหนึ่งหินิญญา หักออกจากหนึ่งแสนนั่น"
มุมปากของเจี่ยนฮวนกระตุกเบาๆ "...ได้"
เมื่อทั้งสองบรรลุข้อตกลงกันแล้วจึงแยกย้ายกันไป
เจี่ยนฮวนเดินกลับไปหากงเฟยหง แล้วถามด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "พี่เฟยหง เื่ที่ท่านบอกว่าจะให้ยืมเงินเมื่อครู่นี้ ยังนับอยู่หรือไม่?"
............
ในที่สุด เจี่ยนฮวนก็เขียนสัญญากู้เงินให้กงเฟยหง โดยขอยืมเงินสามพันหนึ่งร้อยหินิญญา
กงเฟยหงเก็บสัญญาไว้อย่างดีพลางถามว่า "เ้าจะไม่ยืมเพิ่มอีกหน่อยจริงๆ หรือ?"
เจี่ยนฮวนส่ายหน้า "ไม่ล่ะ"
กงเฟยหงถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย
ตระกูลกงมีเงิน คนที่มายืมเงินพวกเขามีไม่ต่ำกว่าแปดร้อยหรือหนึ่งพันคน
บางคนอยากจะยืมเยอะๆ แต่บางคนขอยืมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ท่านพ่อท่านแม่บอกไว้ว่า ถ้าเจอคนประเภทหลังให้พยายามให้ยืมเยอะหน่อย เพราะเก้าในสิบส่วนคนพวกนี้จะมีอนาคตไกล
การให้คนพวกนี้เป็หนี้บุญคุณตระกูลกงไว้ จะเป็ผลดีต่อตระกูลในภายภาคหน้าเพื่อให้ตระกูลรุ่งเรืองไม่เสื่อมถอย
กงเฟยหงถามด้วยความอยากรู้ "แล้วเ้าพักที่ไหน?"
เจี่ยนฮวนชี้ไปที่เสิ่นจี้จือซึ่งกำลังยืนทำหน้าตายให้คนวางมือลงบนหินทดสอบปราณอยู่ข้างๆ "พักกับเขา"
ห้องพักที่แย่ที่สุดของสำนักอวี้ชิงสำหรับสิบคนยังต้องเสียปีละห้าหมื่นหินิญญา พักกับเสิ่นจี้จือห้าวันต่อหนึ่งหินิญญาย่อมคุ้มค่ากว่าเห็นๆ
กงเฟยหงมองเสิ่นจี้จือด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน
เขาเพิ่งจะรู้เมื่อครู่นี้เองว่าเจี่ยนฮวนมีคู่หมั้นแล้ว แถมยังเป็ว่าที่ศิษย์พี่ของเขาอีกต่างหาก
ถ้าอย่างนั้น เื่ที่เขาคิดว่าเจี่ยนฮวนมีใจให้เขา คงเป็เขาที่เข้าใจผิดไปเอง
กงเฟยหงรู้สึกขวยเขิน จึงคุยต่ออีกไม่กี่คำก็รีบตามศิษย์พี่คนอื่นๆ เข้าประตูสำนักไป
เหลือเพียงเจี่ยนฮวนที่รอเสิ่นจี้จืออยู่
ผลปรากฏว่ารออยู่นานมาก
แถวหน้าเสิ่นจี้จือยาวที่สุด คนอื่นเขาเสร็จกันหมดแล้ว แต่เขายังเหลือคนอยู่อีกครึ่งหนึ่ง
ตอนที่คุยเื่หมั้นหมายใต้ต้นไม้เมื่อครู่ เธอรู้สึกได้ชัดเจนว่าเสิ่นจี้จือรำคาญและอยากจะเดินหนีไปใจจะขาด
แต่ตอนนี้ ต่อให้คนจะเยอะแค่ไหน เสิ่นจี้จือกลับมีความอดทนอย่างยิ่ง
และทั้งหมดนี้ เจี่ยนฮวนก็มาเข้าใจอย่างถ่องแท้ตอนที่เห็นเสิ่นจี้จือไปรับค่าจ้าง
ศิษย์หญิงชุดขาวคนนั้นคือไป๋อิ๋ง ศิษย์สายตรงของเ้าสำนัก ซึ่งเป็ผู้รับผิดชอบงานชุมนุมรับศิษย์ครั้งนี้ทั้งหมด
เสิ่นจี้จือเอ่ยว่า "วันนี้ข้าทดสอบไปสามร้อยคน"
ไป๋อิ๋งจึงหยิบหินิญญาสามสิบก้อนออกมาจากถุงมิติส่งให้เสิ่นจี้จือ "วันนี้ลำบากศิษย์พี่แล้ว"
เสิ่นจี้จือ "ไม่ต้องเกรงใจ"
เขาเก็บหินิญญาเข้าที่อย่างดี ก่อนจะพาเจี่ยนฮวนที่แอบงีบหลับไปรอบหนึ่งแล้วกลับที่พัก
เจี่ยนฮวนเดินตามหลังเสิ่นจี้จือไป พลางเหลียวหลังกลับไปมองซ้ำๆ
เห็นเพียงศิษย์พี่ไป๋อิ๋งที่อยู่ข้างหลังะโขึ้นกระบี่แล้วเหินบินจากไปอย่างรวดเร็ว
เธอรีบวิ่งตามคนตัวสูงที่ก้าวขาลูกเดียวก็ไปได้ไกลคนนั้น "เราต้องเดินกลับกันหรือ?"
เสิ่นจี้จือถามกลับเรียบๆ "มิเช่นนั้นล่ะ?"
เจี่ยนฮวน "ศิษย์พี่คนนั้นบินไปแล้วนี่นา เราบินไม่ได้หรือ?"
เสิ่นจี้จือ "ข้าขี่กระบี่ไม่เป็"
เจี่ยนฮวน "แล้วทำไมนางถึงเรียกท่านว่าศิษย์พี่ แถมยังดูเคารพท่านมากด้วย?"
เสิ่นจี้จือเร่งฝีเท้า "เพราะข้าเข้าสำนักก่อนนาง"
เจี่ยนฮวนวิ่งตามพลางถามด้วยความสงสัย "แล้วศิษย์พี่คนนั้นอยู่ระดับไหน?"
ความรำคาญเริ่มปรากฏในดวงตาของเสิ่นจี้จือ "จินตาน (แก่นทองคำ)"
เจี่ยนฮวน "แล้วท่านล่ะ?"
เสิ่นจี้จือ "เลี่ยนชี่ (รวบรวมปราณ)"
เจี่ยนฮวน "..."
ในนิยาย เสิ่นจี้จือมีรากปราณห้าธาตุที่ฝึกฝนได้ยากที่สุด
เส้นทางของรากปราณห้าธาตุั้แ่เลี่ยนชี่ไปจนถึงจินตานนั้นยากลำบากทุกย่างก้าว ผู้ฝึกตนรากปราณห้าธาตุมากกว่าเก้าในสิบส่วนมักจะหยุดอยู่ที่ระดับเลี่ยนชี่ไปตลอดชีวิต
แต่หากรากปราณห้าธาตุสามารถฝ่าฟันไปจนถึงระดับจินตานได้ หลังจากนั้นเส้นทางจะราบรื่นอย่างยิ่ง เป็ที่เลื่องลือกันว่า "ลำบากก่อนสบายทีหลัง"
ตอนเริ่มนิยาย เสิ่นจี้จืออยู่ในระดับจินตานแล้ว มักจะต่อสู้ข้ามระดับได้เสมอ เป็ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของสำนักอวี้ชิง
คิดไม่ถึงเลยว่า เมื่อสามปีก่อนเขายังเป็เพียงระดับเลี่ยนชี่ตัวน้อยๆ ที่แม้แต่ขี่กระบี่ก็ยังทำไม่เป็
ส่วนที่นิยายละเว้นไว้ ตอนนี้พอมองย้อนกลับไปมันคือหลุมพรางชัดๆ
ตอนที่ทั้งคู่มาถึงที่พักของเสิ่นจี้จือก็ดึกมากแล้ว
วันเดียวที่ผ่านมานี้ ภาพลักษณ์ของเสิ่นจี้จือในใจเจี่ยนฮวนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากตัวร้ายสุดโหดที่ทั้งรวยและเก่งในนิยาย กลายเป็ผู้ฝึกตนยากจนที่ยังอยู่ใน่อ่อนแอ
ดังนั้นเมื่อเห็นกระท่อมไม้หลังเล็กที่แสนจะซอมซ่อนี้ เจี่ยนฮวนจึงไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ
กระท่อมไม้ของเสิ่นจี้จือเป็ห้องเดียว มีเตียงเพียงหลังเดียว
แต่เพราะเจี่ยนฮวน 'จ่ายเงิน' แล้ว เตียงจึงเป็ของเธอ ส่วนเสิ่นจี้จือนอนบนพื้น
ราตรีล่วงเลยมานาน เจี่ยนฮวนเหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอนอนบนเตียงกลับนอนไม่หลับเสียที
เธอหิวมาก กระเพาะว่างเปล่าจนรู้สึกเบาโหวง หากควักกระเพาะออกมาโยนออกไปนอกหน้าต่าง มันคงปลิวไปตามลมได้ง่ายๆ
เจี่ยนฮวนทนอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว
เธอเปลี่ยนจากท่านอนหงายเป็ท่านอนคว่ำ ยื่นตัวออกไปเอื้อมมือไปผลักคนที่นอนหลับอยู่บนพื้น "นี่ เสิ่นจี้จือ"
ท่ามกลางความมืด เสียงของเสิ่นจี้จือแว่วมาเจือด้วยความรำคาญ "ว่ามา"
เจี่ยนฮวน "ท่านมีอะไรกินไหม?"
เสิ่นจี้จือเงียบกริบ
เจี่ยนฮวนไม่ละความพยายาม ผลักเขาต่อ "ข้าหิวจนนอนไม่หลับ ท่านพอจะมีวิธีไหม? ท่านคุ้นเคยกับที่นี่ รอบๆ นี้มีต้นไม้ผลบ้างไหม?"
ได้เด็ดลูกไม้มาประทังท้องสักหน่อยก็ยังดี
เสิ่นจี้จือพลิกตัวหลบมือของเจี่ยนฮวนอย่างว่องไวแล้วลุกขึ้นนั่ง "นี่คือเขตของสำนักอวี้ชิง"
เจี่ยนฮวนไม่เข้าใจ "ข้าก็รู้อยู่นี่?"
"พืชิญญาทุกชนิดในเขตสำนักอวี้ชิงมีการติดราคาไว้ชัดเจน หากเ้าเด็ดไป อีกไม่นานก็จะมีศิษย์พี่ศิษย์น้องมาเก็บเงินเ้า"
เจี่ยนฮวน "...!"
สำนักอวี้ชิงนี่ทำไมถึงได้ขี้งกขนาดนี้นะ
............
ชั่วขณะนั้น ภายในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มหล่น
ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในความเงียบ
เจี่ยนฮวนถอนหายใจเบาๆ คิดจะทนนอนหิวไปก่อนสักคืน
ขณะที่กำลังจะเอนตัวลงนอน แสงเทียนในห้องก็พลันสว่างขึ้น
ภายใต้แสงเทียนสลัวๆ เสิ่นจี้จือก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้ายากจะคาดเดา
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขวดหยกออกมาจากอกเสื้อด้วยท่าทางที่ดูเสียดายเล็กน้อย
เขาเปิดจุกไม้ออก เทอยู่นานจึงมีเม็ดยาปี้กู่ (ยาอิ่มทิพย์) สีเขียวร่วงออกมาหนึ่งเม็ด
นี่คือยาปี้กู่ที่ราคาถูกที่สุด สองหินิญญาต่อหนึ่งเม็ด
เสิ่นจี้จือยื่นมือออกไป ใช้ปราณิญญาต่างกระบี่ ตัดแบ่งยาปี้กู่เม็ดนี้ออกเป็สองส่วนอย่างแม่นยำ
เขาโยนอีกครึ่งหนึ่งให้เจี่ยนฮวน "หนึ่งหินิญญา"
เจี่ยนฮวนดีใจจนเนื้อเต้น ชูนิ้วทำท่า 'OK' "ไม่มีปัญหา ขอบคุณท่านมาก"
เธอกำลังจะส่งยาปี้กู่เข้าปาก แต่หางตาเหลือบไปเห็นเสิ่นจี้จือตัดแบ่งยาที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของเขาออกเป็สามส่วนอีกที
เขาเก็บสองส่วนที่เหลือกลับเข้าขวดหยกอย่างระมัดระวัง แล้วกินเข้าไปเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนเดียว
เจี่ยนฮวน "..."
เจี่ยนฮวนเรียกเขา "เสิ่นจี้จือ"
เสิ่นจี้จือทำหน้าไม่สบอารมณ์ "อะไรอีก?"
เจี่ยนฮวนส่งยาปี้กู่คืนให้เขา "รบกวนท่าน ช่วยตัดแบ่งให้ข้าเป็สามส่วนที ขอบใจมาก"
เธอเองก็ต้องเก็บไว้กินพรุ่งนี้ด้วย
เสิ่นจี้จือ "..."
