หลังจากนั้นไฟในห้องนอนของชวี่อินก็ดับลง พร้อมกับปิ่นปักผมที่เขาเอาไว้แนบหมอนในทุกคืน
ย้อนกลับไปหนึ่งปีก่อน ภายใต้สายลมที่พัดรุนแรงเขาและชางอินวิ่งหนีกลุ่มอันธพาลมาหยุดพักที่ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ ทว่าเพียงพริบตาเดียวกลุ่มคนเ่าั้ ก็พากันห้อมล้อมทั้งสองไว้ไร้หนทางหนี เสียงฟ้าร้องและเม็ดฝนโปรยปรายลงมาท่ามกลางกลุ่มอันธพาลที่ล้อมไว้
“ไอ้พวกพ่อค้าเศรษฐีพวกนี้ ต้องฆ่ามันให้ตาย” ว่าแล้วพวกนั้นก็กรูกันเข้ามาทำร้ายสองพี่น้อง
“ชางอิน ข้าจะหลอกล่อพวกมันด้วยอัดจำนวนหนึ่งที่เรามี เ้าใช้โอกาสนั้นหนีออกไปให้ได้”
“ไม่! ข้าจักไม่ทิ้งท่านเด็ดขาด”
“เช่นนั้นเราจักตายกันหมด ท่านพ่อท่านแม่จักอยู่อย่างไร” ทั้งสองใช้แรงที่มีอยู่น้อยนิดต่อสู้ พลันหันมากระซิบพูดกันเมื่อได้จังหวะ
“ข้าจักไม่ทิ้งท่าน” ชางอินยืนยัน ก่อนที่ชวี่อินจะเริ่มหมดแรง
“หากเ้าไม่ไปล่ะก็ เราจะตายกันหมด และหากเ้าไม่เชื่อฟังข้า ก็อย่ามานับข้าเป็พี่ชายของเ้าอีก ไม่ว่าภพไหนก็ตาม” ว่าแล้วชวี่อินก็หันไปต่อสู้ รับแรงพวกอันธพาลแทนชางอิน เมื่อดูท่าจะรับแรงต่อไปอีกไม่ไหว ชวี่อินจึงใช้จังหวะต่อรองกับกลุ่มคนเ่าั้
“ข้ามีอัดจำนวนหนึ่ง หากพวกเ้าได้ไป พวกเ้าก็จะมีกินมีใช้ไปได้อีกหลายเดือน และข้ารับรองว่าจักไม่เอาเื่พวกเ้าในวันนี้”
ทั้งหมดหยุดนิ่งในทันที คนพวกนั้นต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จังหวะนี้ชวี่อินจึงส่งสัญญาณให้ชางอินหนีออกมา ก่อนที่จะมีหนึ่งในนั้นเตรียมวิ่งตามชางอินออกมา
“ปล่อยน้องชายข้าไป หาไม่แล้วพวกเ้าจะไม่ได้อะไรเลย”
“ปล่อยมันไป” หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มที่แต่งตัวมอซอกล่าวห้ามลูกน้อง พลันหันกลับมายังชวี่อิน ที่ในยามนี้ใบหน้าอาบด้วยเื พลางเหนื่อยหอบใกล้หมดแรงเต็มที
“เช่นนั้นเ้าก็ส่งอัดมาให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยเ้าไปอีกคน” ชวี่อินล้วงในซอกเสื้อ พร้อมนำถุงสีแดงที่มีอัดอยู่เต็ม ยื่นให้กับกลุ่มคนพวกนั้น ในตอนนี้เขาเองไม่มั่นใจนัก ว่ากลุ่มคนไร้สัจจะพวกนี้จะยอมปล่อยเขาหรือไม่ ทว่าอย่างน้อยชางอินก็หนีรอดปลอดภัยกลับไปแล้ว
“เหตุใดจึงมากมายเช่นนี้” ผู้โลภเอื้อมมาดึงถุงสีแดงออกจากมือชวี่อิน พลางกรูกันรุมล้อมยื้อแย่งกัน
“ของข้า แบ่งข้าด้วยสิ”
“นั่นเ้าเอาไปเยอะแล้ว” กลุ่มชายเ่าั้เริ่มไม่พอใจกันเอง ก่อนที่หัวหน้าของเขาจะดึงห่ออัดกลับมาที่มือ
“อย่าเถียงกัน ข้าจะแบ่งให้พวกเ้าทุกคนเท่า ๆ กัน” ว่าแล้ว ทั้งหมดก็รีบแบ่งอัดกันในทันที ความยากลำบากของผู้คนในเมืองเชียงหยางนั้นยังมีอีกมาก ในตอนนี้ชวี่อินไม่ได้นึกโกรธพวกเขา กลับรู้สึกเห็นใจมากกว่า ก่อนจะอ่อนแรงวูบหมดสติไป
เขาฟื้นกลับมาโดยไม่รู้ว่าตนหมดสติไปนานเท่าใด รู้ตัวอีกทีก็พบว่านอนอยู่บนกองฟางในโรงนาร้างแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรู้สึกจุกบริเวณหน้าอกอย่างมากจนต้องประคองตัวขึ้น
“ท่านฟื้นแล้วฤา เป็อย่างไรบ้าง” น้ำเสียงบางเบาถาม ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตาไปพบกับหญิงสาววัยสิบห้าปี ใบหน้างดงามหมดจด เอ่ยถามด้วยกิริยาอ่อนหวาน
“ข้ารอดจากคนพวกนั้นได้อย่างไร” ชวี่อินพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา
“พี่สาวข้าช่วยท่าน...” นางนึกบางอย่างได้จึงหยุดพูดก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแล้วทำเปลี่ยนเื่
“ข้าต้มยาไว้ให้ท่าน อย่างไรเสียดื่มเสียหน่อยจะได้มีแรง” หญิงสาวค่อย ๆ ประคองชวี่อินนั่งในท่าถนัด พลางหันไปหยิบยาต้มยกให้เขาดื่มช้า ๆ กลิ่นหอมจากกายของนางปะทะเข้ามาที่จมูก ก่อนชวี่อินจะจับจ้องไปยังใบหน้าของหญิงสาว
