“บ่าวกำลังจะไปถามอยู่พอดีเ้าค่ะ เพียงแต่ฝนดันตกหนักลงมาก่อนเ้าค่ะ”
“ช่างเถอะ มิใช่” ฟางเฟยยังเอ่ยมิทันได้จบคำเสียงกรีดร้องของสาวใช้ก็ดังขึ้นจนนางได้ยินอย่างชัดเจนแม้พายุฝนกำลังกระหน่ำ
กรี้ด!
“มีคนบุกรุก ๆ !” เสียงทหารคุ้มกันจวนะโขึ้น พร้อมบรรดาองครักษ์เงาที่ออกมาจากที่ซ่อนในจวน เพียงไม่นานทั้งตำหนักใหญ่ก็เกิดการโกลาหลขึ้นจากบรรดาชายชุดดำที่บุกเข้ามากลุ่มใหญ่
“คุ้มกันท่านอ๋อง!” หลี่เหวินที่ได้ยินก็รีบเร่งวิ่งออกไปเพื่อควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวาย ในใจเกิดความสงสัยเหตุใดถึงได้มีคนร้ายบุกจวนหนานจวิ้นอ๋องได้
“นะนี่มันเื่อันใดกันนี่ ระเร็วเข้าพวกเ้าเร่งพาท่านอ๋องแช่น้ำเย็น เ้าไปปิดประตู เ้ามากับข้า!” เสี่ยวกงกงเหงื่อแตก เนื้อตัวแม้สั่นเทาแต่ก็พยายามสะกดกลั้นความหวาดกลัวในใจพยายามควบคุมสติที่เหลือน้อยนิดเอ่ยสั่งกำชับบรรดานางกำนัลและบ่าวไพร่ให้ดูแลและปกป้องผู้เป็นาย
ส่วนหนานจวิ้นอ๋องนั้นบัดนี้สติที่พยายามประคองไหวใกล้หมดสิ้นเต็มที กายแกร่งร้อนลุ่มจนเหงื่อเม็ดไหลเกาะพราวไปทั้งตัว อาภรณ์ตัวนอกถูกปลดออก ก่อนจะสลัดบรรดานางกำนัลที่กำลังเข้ามาแตะต้องตนให้ออกห่าง พร้อมกับกัดกรามเอ่ยออกคำสั่งเสียงสั่น
“ออกไปให้หมด! สะเสี่ยวกงกง ปะไป ไปตามหมอมา” หลังเจิ้งหนานพยายามประคองตนเองลงแช่น้ำเย็นจัดในอ่างอาบน้ำไม้ขนาดใหญ่ได้สำเร็จก็กลั้นใจตะเบ็งเสียงออกคำสั่งด้วยเสียงเข้มกร้าว อีกทั้งยังดุดันแม้จะติดสั่นน้อย ๆ ตามแรงอารมณ์ปรารถนาที่กำลังประทุในกาย สองมือใหญ่กำรอบขอบอ่างไว้แน่น หลับตาแหงนเงยใบหน้าหวังใช้ไอเย็นช่วยคลายอาการร้อนลุ่มในกายแกร่งของตน
“เอ่อพะพ่ะย่ะค่ะ พะพวกเ้าได้ยินท่านอ๋องสั่งรึไม่ ออกไปสิเร็วเข้า” เสี่ยวกงกงแม้จะพะว้าพะวงนึกห่วงผู้เป็นายก็จำใจต้องทำตามคำสั่ง แม้ภายนอกกำลังเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ก็ตามที แม้ลึก ๆ จะรู้แจ้งแก่ใจว่าทหารของจวนอ๋องอีกทั้งราชองครักษ์อีกมากมายนั้นเช่นไรก็สามารถกำจัดผู้บุกรุกได้อยู่แล้วก็ตามที
“กงกงเกิดอันใดขึ้นเช่นนั้นหรือ” ฟางเฟยที่เห็นขันทีของหนานจวิ้นอ๋องรีบเร่งออกจากห้องบรรทมอีกทั้งบรรดานางกำนัลที่เร่งรีบเดินออกตามมาใบหน้าหมดจดของพวกนางนั้นคล้ายหวาดกลัวจนสีหน้าไม่มีสี เนื้อตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร ส่วนภายนอกกลางลานกว้างของจวนอ๋องท่ามกลางสายฝนกลับมีทหารของจวนกำลังฟาดฟันกระบี่ต่อสู้ฟาดฟันกับผู้บุกรุกกลุ่มหนึ่งอยู่อย่างดุเดือด ฟางเฟยบัดนี้หัวใจสั่นไหว เหงื่อกาฬผุดขึ้นให้ได้เห็นที่หน้าผากมนส่วนดวงตากระจ่างนั้นไหววูบคล้ายหวาดหวั่นอยู่มิน้อยรีบเอ่ยถามไถ่เสี่ยวกงกงอย่างนึกห่วง เช่นไรนางก็มาเป็ผู้อาศัยแม้เ้าของจวนเองไม่ยินดีต้อนรับเสียเท่าไหร่ แต่ก็มิเคยให้อาหารการกินและเครื่องอาภรณ์ของใช้นางบกพร่องแต่อย่างใด เช่นนั้นยามมีภัยนางเอกก็มิอาจทนเมินเฉิยได้เฉกเช่นกัน
“คะคุณหนูเว่ย ช่างดีจริง ๆ ท่านมาพอดี ท่านอ๋องต้องพิษ ไหนคนร้ายมาบุกจวนอีกเล่า ข้าจะไปตามท่านหมอขืนให้คนพวกนี้ไปมิทันใจเท่าใดเกรงจะไม่ทันการ เช่นนั้นคงต้องรบกวนแม่นางเว่ยแล้วขอรับ” เสี่ยวกงกงค้อมตัวขอร้องฟางเฟยให้ช่วยด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว
“ท่านอ๋องต้องพิษ! อะเอ่อเช่นนั้นเ้าไปเถอะ ท่านอ๋องเดี๋ยวข้าช่วยดูให้”
“ขอบคุณ ๆ คุณหนูเว่ย” เสี่ยวกงกงเอ่ยจบก็รีบเดินจากไปในทันที
ฟางเฟยบัดนี้ยืนหันซ้ายแลขวาก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องบรรทมที่ตกแต่งประดับประดาอย่างหรูหราตามรสนิยมของเ้าของตำหนัก สองเท้าก้าวเข้าไปด้านในห้องใหญ่ที่มีเตียงัแกะสลักจากไม้หอมเนื้อดีตั้งตะหง่านอยู่ ก่อนหูจะได้ยินเสียงหอบหายใจของเ้าของตำหนักดังออกมาจากห้องอาบน้ำที่มีม่านฉลุกั้นอยู่ในอีกด้าน
“ฮึก แฮ่ก ๆ” เจิ้งหนานที่ถูกพิษปลุกกำหนัดโจมตีกระหน่ำเป็ระลอก ๆ พ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมาราวกับมันช่วยบรรเทาอาการให้กายแกร่ง ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวจนกรามแกร่งขึ้นเป็สันนูนจากการพยายามอดทนของเ้าตัว คิ้วกระบี่ที่เรียงตัวหนาเข้มราวน้ำหมึกขมวดมุ่นเป็ปม มือสองข้างที่กำแน่นรอบขอบอ่างอาน้ำเห็นเป็เส้นเืปูดนูนขึ้นให้ได้เห็นอย่าง
“ท่านอ๋อง” ฟางเฟยที่เห็นสภาพไม่สู้ดีของหนานจวิ้นอ๋องก็ถึงกับยกมือป้องปากใ เหตุใดสภาพเขาถึงดูย่ำแย่เพียงนี้ได้เล่า
สองเท้าเผลอก้าวเดินเข้าหาร่างสูงใหญ่อย่างไม่รู้ตัว เมื่อได้สติอีกทีตัวของนางก็มานั่งอยู่ข้างอ่างใหญ่เข้าเสียแล้ว
“ท่านอ๋อง อ๊ะ!” ฟางเฟยที่เอ่ยเรียกหนานจวิ้นอ๋องออกมาอย่างไม่ตั้งใจก็ต้องอุทานใจนตาเบิกกว้างเมื่อร่างของนางถูกดึงลงไปในอ่างโดยมิทันได้ตั้งตัว ก่อนจะพยายามดิ้นรนขืนตัวออกจากอ้อมกอดของเจิ้งหนานที่เขากอดนางไว้แน่น
“เงียบ!” เจิ้งหนานเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคง เรือนกายนุ่มนิ่ม กลิ่นกายหอมกรุ่น ซ้ำอาภรณ์ที่สวมใส่ยังบางแนบไปกับสัดส่วนของนางจนเจิ้นหน่นเองต้องลอบกลืนน้ำลายเสียหลาอึก แผ่นอกเปลือยเปล่าแนบอยู่กับแผ่นหลังบอบบาง แม้ภายนอกฝนตกหนักและเสียงฟาดฟันกระบี่ดังไปทั่วบริเวณ แต่ในความรู้สึกของเขานั้นกลับได้ยินเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของนางได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งนัก
“...” ฟางเฟยบัดนี้นางมิกล้าแม้แต่ขยับตัว เรือนกายแข็งแกร่งนั่งซ้อนนางอยู่ มือหนายึดข้อมือเล็กของนางด้วยมือเพียงข้างเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาบัดนี้กำลังเป่ารินรดหัวไหล่บางของนางจนฟางเฟยต้องห่อไหล่น้อย ๆ เวลานี้นางแทบลืมหายใจไปเลยทีเดียว ในใจนึกอยากหายตัวไปเสียจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนี้ บัดนี้ในใจดวงน้อยทำได้แต่ภาวนาให้เสี่ยวกงกงเร่งกลับมาโดยเร็ว
