“เขาฟื้นแล้ว!”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็รีบกรูกันเข้ามาล้อมรอบเตียง
“หยวนเก้อเอ๋อร์! ฟื้นแล้วๆ เ้าช่างเหมือนเทพฮั่วถัว[1]กลับชาติมาเกิด!”
ิหยวนถูกหม่านสือชีเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน พยายามฝืนยิ้มทั้งน้ำตา แค่รักษาแผลภายนอกให้หาย ก็เหมือนเทพฮั่วถัวกลับชาติมาเกิดแล้วหรือ
“เ้าหลบไป อย่าบังสิ ให้หยวนเก้อเอ๋อร์ดูหน่อย” ิเยี่ยดึงคนพวกนั้นออกไป
ิหยวนนั่งลงข้างเตียง เฉาอู๋จิ่วพยายามลืมตาอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ลืมตาขึ้นมาได้สำเร็จ แต่เขายังมึนงง กระทั่งรู้สึกเจ็บแปลบที่แผลจนเหงื่อซึมทั่วกาย จึงได้สติกลับมาอีกครั้ง เขารีบสูดหายใจเข้าลึกๆ มืออีกข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น พยายามอดทนต่อความเ็ป เหงื่อไหลท่วมตัวราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ดวงตาคมกริบราวกับเม็ดเงินวาววับ กะพริบถี่ๆ ไล่หยดน้ำตาที่ไหลปนมากับเหงื่อ
ิหยวนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้เขา แต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือไว้แน่น เฉาอู๋จิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแ่เบาเหมือนคนใกล้สิ้นใจ “หยวนเก้อเอ๋อร์ เื่นี้ใหญ่โตนัก อย่าได้แพร่งพรายออกไป”
“เพราะเหตุใด? ผู้ใดคิดฆ่าเ้า?”
เฉาอู๋จิ่วอ่อนแรงจนแทบพูดไม่ออก เขาจึงหลับตาลง หม่านสือชีรีบยกน้ำชาขึ้นมาป้อนให้เขาดื่ม “ข้าไม่รู้... แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน... มีคน... โยนหินก้อนหนึ่งมาจากนอกประตู... บนนั้นมีกระดาษผูกติดอยู่...”
“ในนั้นเขียนว่าอย่างไร?”
“ระวังตัว”
“รู้หรือไม่ว่าเป็ฝีมือผู้ใด?”
เฉาอู๋จิ่วส่ายหัว
“กระดาษแผ่นนั้นยังอยู่หรือไม่?”
“ข้าซ่อนมันไว้ในตำราบันทึกประวัติศาสตร์ หน้าบทชีวประวัตินักฆ่า’”
“เพราะเหตุใดจึงไม่ให้ตามหมอ?” ิหยวนใจเต้นแรงพลางเอ่ยถามเื่ในวันนี้
เฉาอู๋จิ่วเงียบไปครู่หนึ่ง “ที่ผ่านมาข้าไม่เคยยุ่งเื่ของผู้อื่น ครั้งนี้เกรงว่ามีผู้ไม่หวังดีคิดใช้ข้าเป็เครื่องมือ สิ่งเดียวที่พวกมันจะใช้ประโยชน์จากข้าได้ ก็คือชาติกำเนิดเท่านั้น หากขุดคุ้ยเื่ในอดีตขึ้นมา ความวุ่นวายก็จะบังเกิด ผู้ที่คิดฆ่าข้า ย่อมมีวัตถุประสงค์ไม่ธรรมดาแน่นอน”
เฉาอู๋จิ่วจ้องิหยวนด้วยสายตาแน่วแน่ “ข้ารู้สึกว่ากำลังจะเื่ใหญ่ขึ้น”
ิหยวนได้ยินเขาพูดเช่นนั้น จึงรีบพยักหน้า “เ้าวางใจเถิด พวกข้าเข้าใจแล้ว เ้าพักผ่อนก่อน”
“หยวนเก้อเอ๋อร์...” เฉาอู๋จิ่วลืมตาขึ้นอีกครั้งพลางบีบมือเขาเบาๆ
“ข้าอยู่นี่”
เฉาอู๋จิ่วเบนสายตาไปมองหม่านสือชี มองใบหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา “สือชีเป็คนใจร้อน ท่านช่วยดูแลเขาด้วย”
“เ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลเขาเอง พี่สือชีไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา ไม่มีทางเป็อันใด”
ในที่สุดเฉาอู๋จิ่วก็ยอมหลับตาลงอีกครั้ง
ิหยวนฝังเข็มให้อีกฝ่ายหลับสนิท เพื่อไม่ให้เขาต้องทรมานจากความเ็ป
ทุกคนยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง สักพักก็พากันแยกย้าย ทุกคนต่างโล่งใจที่เห็นเฉาอู๋จิ่วฟื้นขึ้นมา แต่คำพูดของเขากลับทำให้ทุกคนรู้สึกหนักใจราวกับถูกทรายดูด
ิหยวนยืนครุ่นคิดอยู่ข้างหน้าต่าง “ตำราเล่มนั้นอยู่ที่ใด?”
หม่านสือชีรีบตรงไปที่โต๊ะ ค้นหาอยู่พักหนึ่งก็พบบันทึกประวัติศาสตร์ เขาจึงหยิบมันยื่นให้ิหยวน
ิหยวนพลิกตำราไปมา ก็เจอหน้าชีวประวัตินักฆ่า เห็นมุมกระดาษม้วนงอ ก็รู้ได้ทันทีว่ากระดาษแผ่นนี้ถูกเปิดอ่านนับครั้งไม่ถ้วน ดูเหมือนเื่นี้จะรบกวนจิตใจเฉาอู๋จิ่วมานาน ิหยวนมองเฉาอู๋จิ่วด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนเขามองว่าคนผู้นี้เป็คนเงียบขรึม รอบคอบ ระมัดระวัง ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น เพิ่งมารู้วันนี้เองว่าแท้จริงแล้วเขาเป็คนใจแข็งแกร่ง มองสถานการณ์บ้านเมืองออก เฉลียวฉลาด มีไหวพริบเป็เลิศ หากผ่านเื่ร้ายในครั้งนี้ไปได้ อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน
กระดาษแผ่นนั้นถูกขยำจนยับยู่ยี่ ก่อนจะถูกคลี่ออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีเพียงตัวอักษรสองตัวคือ “ระวังตัว” ิหยวนยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้หยางจวิน “นี่เป็คำเตือนจากท่านแม่ทัพเช่นกันหรือไม่?”
หยางจวินส่ายหน้า
“หรือว่าท่านแม่ทัพให้ผู้อื่นมา โดยที่เ้าจึงไม่รู้เื่?”
“ไม่มีทาง”
ิหยวนนิ่งเงียบ ก้มหน้าลงต่ำ ผู้เป็นายมิอาจปกปิดความลับ ยากจะได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชามิปกปิดความลับ ย่อมนำภัยสู่ตน หยางจวินกล้าพูดเช่นนี้ ย่อมต้องเป็เื่ใหญ่โตแน่นอน
เสียงกลองดังขึ้นนอกหน้าต่าง ทุกคนหันไปมองจึงรู้ว่าฟ้าเริ่มสางแล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก
“ฟ้าสางแล้ว ข้าจะไปขอยา” ิหยวนดื่มชาเย็นที่เหลืออยู่จนหมด
“เดี๋ยวสิ!” ิเยี่ยลุกขึ้นยืน “ตอนนี้อันตรายรอบด้าน ให้พี่สือชีไปเป็เพื่อนเ้าดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ผู้มดจะมาฆ่าข้า” ิหยวนอึกอัก ไม่อยากเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเผยซูเยี่ย
“กันไว้ดีกว่าแก้” ิเยี่ยขยับเข้ามาใกล้พลางกระซิบ “พาพี่สือชีออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย เดี๋ยวเขาจะอกแตกตายเอา”
ิหยวนหันไปมองหม่านสือชี เห็นอีกฝ่ายเดินวนไปวนมาในห้องด้วยดวงตาแดงก่ำ จึงยอมตกลง “สือชี ไปกับข้า ไปหายากัน”
“ข้าฝากพวกเ้าด้วย”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เทพฮว่าถัว (佗) หมายถึง ปรมาจารย์ด้านการรักษาที่มีชีวิตอยู่ใน่ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก
