ิซื่อไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแล้ว นางอุ้มหลี่เจินพลางเริ่มสำรวจบ้านใหม่ นี่ถือเป็บ้านของครอบครัวพวกนาง
ห้องนอนสองห้อง ห้องโถงและยังเป็ห้องทานอาหารหนึ่งห้อง ห้องครัวหนึ่งห้อง ห้องสุขาหลังคามุงจากหนึ่งห้อง กระท่อมมุงจากที่เตี้ยเล็กน้อยก็คือห้องสุขา ตอนนี้ลูกๆ ของพวกนางยังเล็ก จึงเพียงพอสำหรับหนึ่งครอบครัว
ห้องนอนมีเตียงใหญ่สามหลัง บนเตียงปูด้วยผ้านวมชั้นดี นอกจากนี้ยังมีกล่องไม้สําหรับวางของและโต๊ะอีกด้วย
ห้องครัวมีเตาสองใบ สามารถหุงข้าวและผัดอาหารได้ในเวลาเดียวกัน
ิซื่อพอใจกับบ้านใหม่ยิ่ง น้ำเสียงที่พูดคุยกับลูกๆ ล้วนเบาลงกว่าปกติ สำหรับนางแล้ว เสียงเบาลงก็นับว่าอ่อนโยนแล้ว
หลี่ต้าหลินเห็นโอ่งใบใหญ่สองใบในห้องครัว ข้างในเต็มไปด้วยแป้งอย่างน้อยสามร้อยจิน ยังมีโอ่งขนาดเล็กหนึ่งใบที่เต็มไปด้วยข้าวขาวประมาณห้าสิบจิน และไหหนึ่งใบที่ใส่น้ำมันพืชประมาณห้าจิน
ฟืนวางอยู่ในห้องสุขา ห้องสุขาเตี้ยกว่าห้องหลัก แต่พื้นที่ใหญ่กว่าห้องโถง ทันทีที่เข้าไปในห้องสุขาก็เจอกับฟืน ด้านในเข้าไปถึงจะเป็ส้วมหลุม
หลี่เอ้อร์หลินยุ่งจนเท้าไม่แตะพื้น ผ่านไปสักพักก็ให้คนในครอบครัวผิงไฟ ดื่มน้ำร้อน ผ่านไปอีกสักพักหนึ่ง ก็วางไข่ผัดต้นหอมครึ่งถังและข้าวหนึ่งถังลงบนโต๊ะ
ิซื่อได้กลิ่นหอมของผัดไข่ แล้วเห็นผัดไข่สีเหลืองสดต้นหอมสีเขียวสด นางกลืนน้ำลายแรงๆ หนึ่งที พลางเอ่ยถาม “เอาไข่มาจากที่ใด?”
หลี่เอ้อร์หลินรู้ว่าภรรยาของตนจะถาม เขาหัวเราะแล้วตอบ “ข้าทําไส้ซาลาเปาต้องใช้ผัก ข้าซื้อผักจากบ้านหลี่เจิ้งมาตลอด นี่ไม่ใช่ว่าพวกเ้ามาหรอกหรือ ข้าจึงซื้อไข่ไก่จากบ้านหลี่เจิ้งมาหลายสิบฟอง บ้านหลี่เจิ้งคิดเงินให้ข้าถูกกว่าซื้อจากอําเภอ”
หลี่ไฉ่อายุหกขวบวิ่งกลับมาจากห้องครัว “ท่านแม่ ข้านับเปลือกไข่แล้ว ท่านพ่อของข้าตีไข่ไปสิบสองฟองเ้าค่ะ!”
ิซื่อเชื่อฟังคําของหลี่เอ้อร์หลินมาก ครั้งนี้นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างโมโห “นี่เ้าจะทําอันใด หรือวันข้างหน้าจะไม่ใช้ชีวิตแล้ว?”
“เ้ากินก็เป็พอ หลังข้ากินข้าวและหมักแป้งเสร็จก็จะเข้าไปซื้อเนื้อที่ตําบล พี่ใหญ่ยังอยู่ พวกเ้าก็เพิ่งมา ตอนเย็นข้าจะทําเนื้อให้พวกเ้ากิน” หลี่เอ้อร์หลินนึกถึงเมื่อคืน ถังซื่อไม่ให้เติ้งซื่อทําปลาให้เขา แล้วมองไปที่หลี่ต้าหลินหนึ่งที “พี่ใหญ่ไม่ได้กินปลานานแล้ว ตอนเย็นข้าจะซื้อปลากลับมากิน”
“โอ้ ข้าจะกินเนื้อกินปลา ท่านพ่อดียิ่งนัก” หลี่ไฉ่กอดแขนหลี่เอ้อร์หลินอย่างมีความสุข
หลี่เอ้อร์หลินหัวเราะเสียงดัง สั่งให้หลี่ไฉ่ตักข้าวให้ทุกคน ครั้นเห็นว่าหลี่ต้าหลินไม่กล้ากินไข่ เขาจึงคีบไข่ให้หลี่ต้าหลินเต็มชาม
ิซื่อจ้วงข้าวเข้าปากคำใหญ่ อุทานออกมา “ข้าวขาว!”
หลี่ต้าหลินกินข้าวชามใหญ่หมดรวดเดียว อร่อยมากจริงๆ เขาเงยหน้ามองหลี่เอ้อร์หลินที่เพิ่งกินไปเพียงครึ่งชาม ดูเหมือนว่าในท้องคงมีไขมันอยู่มาก เอ่ยถามว่า “ในโอ่งล้วนเป็ข้าวขาว ยามนี้เ้าไม่กินข้าวกล้องแล้ว?”
“ขอรับ ไม่กินแล้ว พวกท่านวางใจได้ ในใจข้าคำนวณไว้เป็อย่างดี” หลี่เอ้อร์หลินคีบไข่ไก่ให้หลี่ต้าหลินอีกครั้ง
พวกเขาทั้งหมดกินอาหารจะเสร็จแล้ว ก็ได้ยินเสียงสตรีดังมาจากด้านนอก “หลงจู๊หลี่ วันนี้ท่านยังจะมาบ้านข้าหรือไม่?”
หัวใจของิซื่อหวาดหวั่น ต่อให้อาหารจะอร่อยเพียงใดก็ไม่กินแล้ว แววตาเคลือบแคลงของนางมองไปหลี่เอ้อร์หลิน
“หญิงม่ายในหมู่บ้าน ไร้ยางอายวิ่งหาข้าทั้งวัน กลางคืนยังเคาะประตูบ้านข้าด้วย ข้าเกือบจะปล่อยไหลฝูไปกัดนางแล้ว” หลี่เอ้อร์หลินสบตาิซื่ออย่างใจเย็น เอ่ยว่า “เ้ามาก็ดีแล้ว ข้าจะไม่ได้ต้องเผชิญหน้ากับนาง เ้าออกไปด่าทอนางสักที ด่าแรงๆ ดูสิว่านางยังกล้ามาอีกหรือไม่”
สตรีนางนี้ต้องให้สตรีด้วยกันเองจัดการ
หลี่ต้าหลินอดที่จะเอ่ยไม่ได้ “สิ่งที่นางถามทําให้คนที่ได้ยินเข้าใจเ้าผิด”
หลี่เอ้อร์หลินโบกมือไปมา เอ่ยว่า “นางมีคุณธรรมอันใด คนในหมู่บ้านล้วนรู้ดี นางไม่เพียงทําเช่นนี้กับข้าคนเดียว แต่ยังทําเช่นนี้กับบุรุษอีกหลายคนด้วย”
ิซื่อวางชามและตะเกียบลงเสียงดังปัง สาวเท้าเดินออกจากประตูอย่างรวดเร็ว หลี่ไฉ่ตัวเล็กๆ กลับรู้จักปกป้องิซื่อ นางตามออกไปด้วย
หลี่ต้าหลินเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง “จะเป็อันใดหรือไม่?”
“ไม่เป็อันใดขอรับ” หลี่เอ้อร์หลินเอ่ย “หญิงม่ายนางนี้เป็พวกรังแกคนอ่อนแอหวาดกลัวคนแข็งแกร่งกว่า ข้าเป็บุรุษ ทั้งยังเป็คนนอกหมู่บ้าน ไม่อาจตบตีนางได้”
หลี่ต้าหลินจําได้ว่าหลี่เอ้อร์หลินไม่เคยเย้าแหย่สตรี จึงเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “เหตุใดนางถึงชอบเ้า?”
“ดวงตาของข้าเป็แผลเป็ นางคงไม่มาชอบพอข้า เฮ้อ นี่มิใช่เพราะข้าทำการค้าหาเงินได้หรอกหรือ คนในหมู่บ้านล้วนรู้ว่าข้าต้องซื้อเนื้อหมูจำนวนมากกลับมาทุกวัน นางอยากได้เงินข้า สิ่งที่นางสนใจคือเงินของข้า” สายตาของหลี่เอ้อร์หลินมีแววเหยียดหยาม เอ่ยว่า “เงินที่ข้าหามาอย่างยากลําบาก จะไม่ยอมให้สตรีจากข้างนอกแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว”
ไม่นานถ้อยคำด่าทอด้วยเสียงหยาบและสูงของิซื่อก็ดังมาจากข้างนอก
“นางแพศยากลิ่นเหม็นคาวโลกีย์คละคลุ้งมาจากที่ใด คาวยิ่งกว่าก้นสุนัขจิ้งจอก! หากเ้าไม่อยากเป็ม่ายก็หาบุรุษตบแต่งเสีย อย่าเอาแต่จ้องคนนี้จะเอาคนนั้น แทบจะอดใจไม่ไหวให้บุรุษทั่วหล้ามาขึ้นเตียงของเ้า นั่นต่างอะไรกับโสเภณี!
นางโสเภณีตัวเหม็น อยากยั่วยวนบุรุษก็ไปยืนที่หน้าหอคณิกา บุรุษนับไม่ถ้วนต่อแถวรอเ้าอยู่ อย่ามาทำลายบุรุษดีๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้
หากคราวหน้าเ้ากล้ามายืนอยู่หน้าบ้านข้าอีก ข้าจะข่วนหน้าเ้าให้ลาย นึกถึงปีนั้นที่ข้าตีหมาป่าในูเา หรือเ้าเก่งกว่าหมาป่า!”
ตามมาด้วยเสียงแหลมๆ ของหญิงม่าย “สตรีอัปลักษณ์ คิดไม่ถึงว่าบุรุษมีความสามารถอย่างหลงจู๊หลี่จะแต่งงานกับสตรีน่าเกลียดเช่นเ้า”
หลี่ต้าหลินถลึงตาจ้องหลี่เอ้อร์หลิน เอ่ยว่า “มิใช่เ้าบอกว่าหญิงม่ายรังแกคนอ่อนแอหวาดกลัวคนแข็งแกร่งหรือ เหตุใดนางถึงด่าน้องสะใภ้กลับเล่า?”
หลี่เอ้อร์หลินลุกขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง หยิบไม้กวาดขึ้นมาจากมุมห้องโถง วิ่งออกไปที่ประตูด้วยความโกรธ ะโว่า “ในสายตาข้า ภรรยาของข้าคือนางเซียน ดีกว่าเ้าร้อยเท่า! หากยังไม่ไสหัวไปอีก ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
ข้างนอกมีชาวบ้านหลายคนมามุงดูความครึกครื้น มีทั้งบุรุษและสตรี ครั้นเห็นว่าหลี่เอ้อร์หลินจะตีหญิงม่ายจริงๆ ไม่เพียงแต่ไม่ห้ามปราม บางคนยังะโด้วยว่า “ตีนาง!”
หญิงม่ายโกรธจนร้องไห้โฮแล้วจากไป
ิซื่อไล่ตามไปแสร้งทำท่าทุบตีคน หญิงม่ายใกลัวหอบกระโปรงวิ่งอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หันกลับมามอง ถึงกลับหกล้มคลุกคลานจนเปื้อนโคลนเต็มเนื้อตัว
“ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะของหลี่เอ้อร์หลินสามีภรรยาดังก้องอยู่ในลานบ้าน
ตระกูลหวังของหมู่บ้านหวังซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้ หลี่ชิงชิงไม่รู้เลยว่าหลี่เอ้อร์หลินหาเงินได้และถูกหญิงม่ายจ้องถุงเงินตาเป็มัน นางกําลังหารือกับผู้เฒ่าหวังสามีภรรยาอยู่
ปีนี้หนาวกว่าปีก่อนๆ เมื่อก่อนหิมะล้วนตกในูเา หมู่บ้านหวังไม่ค่อยมีหิมะตก แต่สองวันมานี้หมู่บ้านหวังมีหิมะตกแล้ว
หิมะตกใน่ล่าเยวี่ย กลางคืนอุณหภูมิต่ำพื้นดินจับตัวเป็น้ำแข็ง คนในตัวอำเภอคร้านจะตื่นขึ้นมาทำอาหาร การค้าซาลาเปาจึงขายดีมาก
ยังไม่เข้า่กลางเดือน ก็มีลูกค้าหลายคนจ่ายเงินมัดจำค่าซาลาเปากับตระกูลหวังแล้ว
“แค่สามวันมานี้ พวกเรารับใบสั่งซื้อจากลูกค้าสามสิบสองคนแล้ว รวมแล้วเป็ซาลาเปาห้าพันสี่ร้อยห้าสิบลูก ข้าว่าหลังจากนี้จะมีมากขึ้น ในบ้านมีเตาสามใบ ไม่เพียงพอต่อการนึ่งซาลาเปามากมายขนาดนั้น ข้าอยากสร้างเพิงหลังลานบ้านแล้วทําเตาเพิ่มสี่เตา แล้วจ้างคนมาช่วยเ้าค่ะ”
“ตกลง” หลิวซื่อฟังหลี่ชิงชิงมาโดยตลอด มองไปที่ผู้เฒ่าหวัง “ข้าว่าพวกเราฟังชิงชิงเถิด”
ผู้เฒ่าหวังครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “ข้าไม่คัดค้านที่จะสร้างเพิง เพียงแต่การจ้างคน คนเ่าั้จะแอบเรียนทําซาลาเปาหรือไม่ ต่อไปพวกเขาก็ขายซาลาเปา แย่งการค้าบ้านเราไป?”
ยามนี้เขาเห็นเงินเยอะแล้ว ได้เปิดหูเปิดตา ไม่ได้คัดค้านการใช้เงินจ้างคน
