เมื่อผู้นำเฒ่าพูดจบ ทูตคุมิญญาก็ร้องคำรามเสียงดังเป็การขานตอบ จากนั้นก็กลืนชิ้นส่วนของศพที่ตกอยู่บนพื้นดินเข้าไปในท้องอย่างรวดเร็ว
แส้โลหะที่เปล่งประกายไปด้วยแสงสีฟ้าอันน่าพิศวงปรากฎขึ้นในมือของผู้นำเฒ่า เพียะ! เพียะ! เขาเหวี่ยงแส้ในมือลงบนร่างของทูตคุมิญญาหลายครั้ง
รอยแผลสีดำปรากฎขึ้นบนิัของทูตคุมิญญา โลหิตสีดำพลันไหลออกมาไม่หยุด ทว่ามันกลับอยู่นิ่งๆ ด้วยท่าทางเชื่อฟัง ไม่กล้าแม้แต่จะะเิความโกรธออกมาด้วยซ้ำ
ทูตคุมิญญาน่าจะมีพลังอยู่ในระดับมายาขั้นที่สามเป็อย่างน้อย ทว่ากลับเชื่อฟังผู้นำเฒ่าถึงเพียงนี้ ดูแล้วมันคงจะถูกทรมานและทุบตีอยู่เป็ประจำ ถึงได้หวาดกลัวและเชื่อฟังถึงเพียงนี้
แม้กระทั่งหลงเหยียนก็ยังไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับสือพั่วเทียนและเสี่ยวอวี้ ทั้งสองสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยความใ ทั้งสามอดหวาดผวาไม่ได้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากตนพุ่งออกไปั้แ่เมื่อครู่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นี่เป็กลิ่นอายแห่งพลังที่ทรงพลังและอันตรายที่สุดเท่าที่หลงเหยียนเคยััมาเลย
“พลังระดับชีพธรณีแข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวจริงๆ ด้วย ข้า... ข้าควรจะช่วยนางอย่างไรดี?”
ต่อให้เป็ท่านแม่ ก็คงจะสู้กับตาเฒ่านี้ได้แบบสูสีกระมัง ท่านแม่เองก็มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีเช่นกัน อีกด้านหนึ่ง หลงเหยียนพบว่าพลังจากรอบด้านมารวมตัวกันในมือของผู้นำชรา กลายเป็ก้อนแสงทรงกลมอย่างช้าๆ ในที่สุดแสงนั้นก็กลายเป็ลูกแก้วที่ฉายแสงเจิดจ้าโดดเด่น
ในขณะเดียวกัน จิตัในร่างของหลงเหยียนคล้ายตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งนัก
“นี่มัน... นี่มันเื่อะไรกันแน่?” หลงเหยียนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในลูกแก้วดวงนั้นคล้ายจะแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่ละม้ายคล้ายกับกลิ่นอายในร่างของตนเล็กน้อย ทว่าเมื่อลองััอย่างละเอียดกลับพบว่ามีบางสิ่งที่ไม่ค่อยเหมือนกันนัก
หลงเหยียนมองผู้นำเฒ่าตาไม่กะพริบ เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ทั้งหมดนี้ช่างน่าตกตะลึงเหลือเกิน
เ้าสิงโตน้อยโผล่ศีรษะออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุนเพื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้านนอก หากไม่ใช่เพราะหลงเหยียนดึงเอาไว้ มันคงทนไม่ไหว พุ่งออกมาจากถุงผ้าเฉียนคุนแล้วเข้าไปสู้ตายกับผู้นำเฒ่าแล้ว
เ้าสิงโตน้อยคิดว่าตนเองในอดีตโเี้และอำมหิตที่สุดแล้ว อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าผู้นำเฒ่าคนนี้กลับเืเย็นกว่าตนเสียอีก ถึงได้ฆ่าคนเป็ผักปลาโดยไม่คิดจะเมตตาเช่นนี้
หลงเหยียนแอบสาบานในใจว่าต้องฆ่าปีศาจร้ายตรงหน้าให้จงได้ ไม่เช่นนั้น ไม่รู้ว่าต้องมีคนอีกเท่าใดที่ต้องตายด้วยน้ำมือของคนพวกนี้
เพราะยังหาหลี่เมิ่งเหยาไม่เจอ หลงเหยียนจึงไม่กล้าทำอะไรวู่วาม ไม่นานหลงเหยียนกับพรรคพวกก็ถอยกลับออกไปด้านนอก ผู้นำเฒ่ากับราชันทั้งสี่เองก็ออกจากลานแห่งนั้นแล้วกลับเข้าไปในเขามิวายชนม์อีกครั้ง
บัดนี้ใกล้เวลารุ่งสางแล้ว ทว่าภายในอุโมงค์ใหญ่กลางเขากลับยังมีศิษย์ของสำนักมารมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า เมื่อเห็นผู้นำเฒ่าเดินออกมา คนทั้งหลายก็ส่งเสียงเฮขึ้นโดยไม่ต้องนัดหมาย ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แม้กระทั่งสายตาที่มองไปยังผู้นำเฒ่าก็มีความยกย่องและนับถือแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด
ฟึ่บ...
คนทั้งหลายคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง
“ขอต้อนรับท่านผู้นำกลับมาจากการบำเพ็ญพลัง”
ผู้นำเฒ่าแห่งสำนักมารยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุดในอุโมงค์ เขามองฝูงคนที่เรียงรายอยู่เบื้องล่างพลางพูดด้วยเสียงชั่วร้าย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ลุกขึ้นเถิด พิธีบูชาโลหิตในรอบเจ็ดปีเวียนมาถึงอีกครั้งแล้ว อีกไม่นานพิธีก็จะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ เชื่อว่าพวกเ้าเองก็คงจะตื่นเต้นมาก คืนนี้ ทุกคนจะได้แช่กายในบ่อโลหิตและเลื่อนพลังอีกครั้ง”
เมื่อเขาพูดจบ ฝูงคนที่อยู่เบื้องล่างก็ร้องเฮด้วยความดีใจ พวกเขาทั้งชูมือและะโโลดเต้นอย่างมีความสุข เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ตื่นเต้นมากเพียงใด หลงเหยียนเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดังขึ้นเช่นกัน
แม้ว่าในหัวใจจะรู้สึกหยามิ่และเ็าแค่ไหนก็ตาม
ผู้นำเฒ่ากวาดตามองกลุ่มคนเบื้องล่างพลางพูดด้วยเสียงกังวาน “ข้ารู้ว่าที่นี่มีสายลับจากภายนอกแฝงตัวอยู่ หากพวกเ้าคิดจะช่วยญาติหรือพี่น้องของตัวเองออกไปละก็ ข้าขอบอกได้เลยว่าพวกเ้าใสซื่อเกินไปแล้ว การได้อุทิศตนเพื่อเป็เครื่องบูชายัญแก่สำนักมารของเรานั้นถือเป็เกียรติยศอันสูงส่ง หากพวกเ้าคิดว่าตัวเองมีกำลังมากพอที่จะทำเช่นนั้น ก็เชิญทดสอบกันได้ตามสบาย”
“ในตำหนักจ้าวมารแห่งนี้ ไม่มีคนนอกที่ไหนสามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้หรอก เพราะข้าต่างหากที่เป็นายของที่นี่”
เมื่อสิ้นเสียง ศิษย์กว่าห้าร้อยคนของสำนักมารก็ร้องเฮขึ้นอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้ง
“ท่านผู้นำจงเจริญ ท่านผู้นำจงเจริญ”
บรรยากาศฮึกเหิมเป็อย่างมาก หลงเหยียนที่แฝงตัวอยู่ในฝูงคนเองก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นร้องะโว่าผู้นำจงเจริญเหมือนกับคนอื่นๆ เช่นกัน
เสียงเช่นนี้ดังขึ้นซ้ำๆ นานถึงหนึ่งก้านธูปทีเดียว ผู้นำเฒ่าคล้ายจะพึงพอใจเป็อย่างมาก เขายกมือขึ้นเพื่อเป็สัญญาณให้หยุดเสียงลง
คำพูดของผู้นำเฒ่าทำให้ศิษย์ทั้งหลายรู้สึกเืร้อนและฮึกเหิมอย่างถึงขีดสุด
‘ฮึ พูดปลุกใจเก่งจริงๆ ถึงทำให้คนในสำนักมารฮึกเหิมได้เพียงนี้’ หลงเหยียนคิด
ผู้นำเฒ่าพูดทิ้งท้าย “มาคาดหวังกับพิธีบูชาโลหิตที่กำลังจะมาถึงกันเถิด ฮ่าฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะชั่วร้ายที่น่าหวาดผวาของผู้นำเฒ่าดังก้องไปทั่วอุโมงค์ขนาดใหญ่ภายในูเา
เขาพาราชันทั้งสี่กลับเข้าไปในตำหนักของตนแล้ว บทสนทนาของคนรอบด้านทำให้หลงเหยียนรู้ว่าตำหนักจ้าวมารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็คือเส้นทางที่เชื่อมกับบ่อโลหิตบนยอดเขานั่นเอง หนุ่มสาวที่ถูกจับตัวมาก็ถูกขังเอาไว้ในตำหนักแห่งหนึ่งในนั้นเช่นกัน
สือพั่วเทียนมองไปยังหลงเหยียน “น้องชาย ดูเหมือนเราต้องลงมือกันในคืนพรุ่งนี้แล้วล่ะ ผู้นำเฒ่านั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะรับมือได้ คืนนี้ พวกข้าสองผัวเมียจะแอบเข้าไปช่วยดวงิญญาของลูกสาวเราก่อน”
“ลุงเทียน ทว่าที่นั่นมีทูตคุมิญญาเฝ้าอยู่นะ แล้วเ้านั่นก็มีพลังมากกว่าระดับมายาขั้นที่สามอย่างแน่นอน”
หลงเหยียนจำได้ว่าเมื่อคราวก่อน ตอนที่ตนกับเ้าสิงโตน้อยสู้กับปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สามในถุงผ้าเฉียนคุน พวกเขาต้องเสียแรงไปมาก กว่าจะเอาชนะมันได้
สือพั่วเทียนส่ายหน้า “พวกข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากพวกข้าตาย น้องชาย อย่าลืมแก้แค้นให้หนุ่มสาวที่ต้องมาตายที่นี่ด้วยล่ะ เ้าเป็คนที่มีโอกาสสำเร็จสูงที่สุดในหมู่พวกเราแล้ว เพราะเ้ายังเป็หนุ่มอยู่ ทว่าพวกข้าอายุมากแล้ว พลังที่มีก็ไม่อาจเลื่อนขั้นขึ้นไปได้อีกแล้ว พวกข้ามาจนถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ”
หลงเหยียนดึงแขนของเขาเอาไว้ “อย่าไปนะ หากเชื่อใจข้า พวกเราค่อยลงมือพร้อมกันในพิธีบูชาโลหิตที่จะจัดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้เถิด หากพวกท่านลงมือกันตอนนี้ ผู้นำเฒ่าต้องรู้เื่แน่ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราคงต้องตายกันหมด อีกอย่าง ข้าก็ไม่เคยคิดว่าจะหนีไปจากที่นี่ด้วย”
เสี่ยวอวี้มองไปยังสือพั่วเทียน นางบอกกับเขา “พี่เทียน ครั้งนี้พวกเราฟังที่น้องชายคนนี้บอกเถิด ข้าว่าเขาเป็คนฉลาดและรอบคอบไม่น้อย”
“เอาเถิด อย่างไรเสียพวกเราก็ต้องตายกันอยู่ดี รออีกสักวันก็ได้”
“น้องชาย เ้าอาจยังไม่รู้ ทว่าในพิธีบูชาโลหิต นอกจากผู้นำเฒ่าแล้ว ราชันทั้งสี่กับผู้พิทักษ์ทั้งแปด ซึ่งตอนนี้เหลือผู้พิทักษ์เพียงห้าคนเท่านั้น พวกเขาก็จะไปร่วมงานด้วย พวกเขากับศิษย์ทุกคนในสำนักจะไปรวมตัวกันที่ยอดเขา จากนั้นก็ทำพิธีเซ่นไหว้กันก่อน ส่วนสิ่งที่พวกเขานับถือก็คือมารอสรพิษนั่นเอง!”
“อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไมพวกเขาถึงต้องเซ่นไหว้มารอสรพิษแบบนี้ หลังเซ่นไหว้เสร็จ พวกเขาค่อยฆ่าหนุ่มสาวหนึ่งพันคนที่จับตัวมา ปล่อยให้เืของคนเ่าั้ไหลออกมาจนหมด เมื่อถึงตอนนั้น เืในบ่อถึงจะมีปริมาณมากพอที่จะจุดให้ไฟทั้งหกซึ่งตั้งอยู่รอบบ่อโลหิตสว่างขึ้นได้ ศิษย์คนอื่นๆ ถึงจะสามารถแช่บ่อโลหิตได้”
“คนที่จะลงแช่เป็คนแรกก็คือผู้นำเฒ่า ต่อมาก็เป็ราชันทั้งสี่จากนั้นก็ถึงตาของผู้พิทักษ์ทั้งหลาย ลำดับสุดท้ายถึงจะเป็คราวของศิษย์ทั่วไป”
“ได้ยินมาว่า นอกจากคนหนุ่มสาวทั่วไปแล้ว ครั้งนี้ยังมีสตรีที่มีปราณหยินคนหนึ่งร่วมอยู่ด้วย ผู้นำเฒ่าจะให้นางหลั่งเื ทว่าไม่มีทางฆ่านางแน่”
“เพราะหลังแช่บ่อโลหิต ผู้นำเฒ่าจะมีความสัมพันธ์กับนางต่อ เมื่อปราณหยินในร่างกายถูกทำลายลง นางก็จะฝึกวิชาที่เกี่ยวกับพลังหยินไม่ได้อีกต่อไป รอให้สตรีนางนั้นคลอดลูกออกมา ลูกของนางก็จะถูกแต่งตั้งให้เป็ผู้นำแห่งสำนักมารคนต่อไป”
หลงเหยียนได้ยินดังนั้นก็กำหมัดแน่น และกัดฟันกรอดด้วยความโมโห
หลงเหยียนทราบมาจากลุงเทียนว่าผู้พิทักษ์ทั้งแปด ตอนนี้ถูกฆ่าไปสามคนแล้ว ทั้งยังมีอีกสองคนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองที่มีนามว่าเมืองั
“ลุงเทียน เมืองัเป็บ้านเกิดของข้าเอง อย่างไรก็ตาม สำนักตงฟางแห่งเมืองอู่ตี้ส่งยอดฝีมือระดับชีพธรณีไปคุ้มกันแล้ว แล้วก็สตรีที่มีปราณหยินและเกิดในเดือนหยินปีหยินคนนั้นก็คือสตรีที่ข้า้าจะช่วยออกไป นางชื่อว่าหลี่เมิ่งเหยา”
พูดจบหลงเหยียนก็มองศิษย์แห่งสำนักมารที่ยืนเรียงรายอยู่รอบกาย พลังแห่งความแค้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจ ศิษย์ทุกคนของสำนักนี้ล้วนสมควรตาย เพราะพวกเขาไม่มีความเป็คนหลงเหลืออยู่แล้ว พวกเขาถูกผู้นำเฒ่าล้างสมองจนไม่มีความคิดเป็ของตัวเองอีกต่อไป
--------------------
