เวลาผ่านไปหลายวันหลังจากที่มาเรียเริ่มถูกเรียกเข้าห้องฝึกพิเศษยามค่ำคืน
ทุกวัน ในตอนกลางวันเธอยังคงอยู่เคียงข้างทัคคุงเหมือนเดิม ยังคอยส่งยิ้มอ่อนหวานให้กำลังใจระหว่างที่เขาฟันดาบ ฝึกเวท หรือออกกำลังกาย แต่สายตาของเธอนั้น...บางครั้งก็ลอยไปไกล เหมือนกำลังคิดถึงสิ่งที่อยู่อีกฟากหนึ่งของกำแพง
ทัคคุงสังเกตได้ชัดใน่นี้
มาเรียมักนั่งนิ่ง มองไปไกล ๆ เหมือนคนเหม่อลอยบ่อยครั้ง เวลาที่เขาพูด เธอก็พยักหน้าตอบ แต่แววตากลับไม่ได้จับจ้องที่เขาอย่างเคย ราวกับกำลังเฝ้ารอเสียงเรียกบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเขาเลย
ในสนามฝึกยามบ่าย เหงื่อชุ่มเสื้อตัวของทัคคุง เขาหันมามองคนรักที่กำลังนั่งข้าง ๆ ใต้ร่มไม้
มาเรียกำลังนั่งกอดเข่า ดวงตาดำสนิททอดไปยังอาคารด้านในของกลุ่มผู้กล้าโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกพร้อมถอนหายใจแ่ ๆ ราวกับกำลังใจเต้นแรง
หัวใจทัคคุงบีบรัดทันที
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้แน่ว่า มาเรียกำลังรอคอยอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เขา
“…มาเรีย”
เสียงของเขาเอ่ยขึ้น
ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมาส่งยิ้มให้ทันที แต่ยิ้มของเธอเหมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดอะไรบางอย่างมากกว่าจะมาจากความสุขใจจริง ๆ
“คะ? มีอะไรหรือคะ ทัคคุง”
ดวงตาของเธอยังแดงระเรื่อเหมือนคนอดนอน และที่หางตาก็เหมือนยังมีประกายฝันบางอย่างซ่อนอยู่
ทัคคุงกลืนน้ำลาย ข่มความรู้สึกในใจ เขาอยากถามตรง ๆ แต่ก็กลัวคำตอบ เขาได้แต่ฝืนยิ้มตอบ
“เปล่าหรอก…เห็นเธอเหม่อ ๆ เลยสงสัยนิดหน่อย”
มาเรียหัวเราะเบา ๆ แสร้งเอียงคอ
“แหม…ก็แค่นึกอะไรเรื่อยเปื่อยนะคะ ไม่มีอะไรหรอก”
แต่เสียงของเธอแ่พร่าเกินไป ยิ้มบางของเธอดูเปราะบางเกินกว่าจะเชื่อได้จริง ๆ
ทัคคุงก้มหน้ากำดาบแน่นในมือ หัวใจปั่นป่วน ความรู้สึกหึงหวง ความกังวล และความเจ็บปนกันจนพูดอะไรไม่ออก
แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มโรยราลง สะท้อนกับผิวขาวของมาเรีย เธอยกมือปัดปอยผมที่ปรกหน้า ริมฝีปากเล็กขยับน้อย ๆ เหมือนกำลังกระซิบอะไรกับตัวเอง
“คืนนี้…คงจะได้เจอเขาอีกครั้งสินะ…”
เสียงเบาเกินกว่าทัคคุงจะได้ยิน แต่แววตาของเธอที่เผลอหลุดออกมาวูบหนึ่งกลับชัดเจน
มันเป็แววตาของคนที่กำลัง คาดหวังใครบางคน และทัคคุงรู้ได้ทันทีว่า เขาไม่ใช่คนนั้น
