“โอ๊ยๆ พอแล้ว... พอแล้วไม่ต้องวิ่งแล้ว!” เยวี่ยเจาหรานที่ถูกเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วลากวิ่งมาตลอดทางในที่สุดก็ดึงมือของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วให้หยุดลง ทั้งยังพูดไม่หยุด “แม่เ้าไม่ไล่ตามมาหรอกน่า จะวิ่งทำไมกัน”
“เ้ายังมีหน้ามาว่าข้าอีกหรือ? หากไม่ใช่เพราะข้ารีบมาได้ทันเวลา ตอนนี้เ้าก็คงกลายเป็ิญญาใต้คมมีดของแม่ข้าไปแล้ว เข้าใจหรือไม่?!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหยุดลงอย่างเหนื่อยหอบ ในที่สุดทั้งสองก็ค่อยๆ เดินไปด้วยความเร็วปกติ
สำหรับสิ่งที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดในครั้งนี้ เยวี่ยเจาหรานเองก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้โต้แย้ง พยักหน้าอย่างเงียบเชียบ “ที่พูดก็มีเหตุผล ครั้งนี้หากไม่มีเ้า ข้าอาจจะต้องตายอยู่ในห้องของแม่เ้าจริงๆ ก็ได้ ถึงตอนนั้นนางก็จะค้นพบว่าพวกเราสองคนต่างก็เป็ตัวปลอม...”
“ปัดโธ่ เ้าหยุดพูดเสียเถอะ อย่าพูดอะไรไม่เป็มงคลเช่นนี้!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเปิดประตูห้อง พลันผลักตัวเยวี่ยเจาหรานที่ยังพูดพร่ำไม่หยุดเข้าไป พร้อมกับปิดประตู ได้ยินเพียงเสียงของเยวี่ยเจาหรานเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ไม่มงคลนั่นเ้าพูดขึ้นมาก่อนนะ เหตุใดมาโทษข้าล่ะ!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขมวดคิ้วมุ่นมองไปยังเยวี่ยเจาหราน จากนั้นจึงถามขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ “อ้อจริงสิ ทางฝั่งคุณชายจ้าวน่ะ เ้าได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
“หากข้าจัดการ เ้าก็วางใจได้เลย วันนี้ถึงจะบอกว่ากลับไปจวนเยวี่ย แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือไปจัดเตรียมเื่ของวันพรุ่งนี้ วางแผนมานานขนาดนี้ จะต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน เพียงแต่รู้สึกผิดต่อคุณชายจ้าวนิดหน่อย ในเมืองหลวงแห่งนี้ คงจะมีตระกูลขุนนางไม่มากก็น้อยที่ตัดความคิดที่จะให้บุตรสาวไปแต่งงานกับเขาแล้วล่ะ!”
เยวี่ยเจาหรานพูดพลางส่ายหน้าอย่างไม่สนใจรอบข้าง “ข้าช่วยเ้าคิดแผนการเช่นนี้ ช่างเป็การสร้างเวรสร้างกรรมจริงๆ ผ่านไปสักพักก็ให้ท่านพ่อเ้าพูดถึงเขาที่ราชสำนักบ่อยๆ หน่อย อย่างน้อยก็ถือเป็การชดเชยอย่างหนึ่ง...”
“ไม่เอาน่า จะบอกกับท่านพ่อข้าอย่างไรกันล่ะ? หากเขารู้ความจริงของเื่นี้ ต่อให้ไม่ฆ่าข้า ก็คงตีข้าจนร่อแร่แน่ๆ เลย...” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังว้าวุ่นใจขมวดคิ้ว ราวกับจะสามารถคาดการณ์อนาคตได้ว่าตนจะมีความลำบากยากเข็ญมากมายเพียงใด
แต่เยวี่ยเจาหรานยังคงยืนกราน “ไม่ได้ เ้าเอาเปรียบผู้อื่นแล้วก็ต้องชดเชยให้เขา ไม่เช่นนั้นจะกรรมตามสนองเอานะ!”
“เื่นี้เอาไว้ค่อยว่ากัน ถอนหมั้นเสียก่อนเถอะ” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถอนหายใจ แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าค่อยวางแผนดูอีกที ทั้งยังต้องคิดให้ดีว่าในอนาคตจะเกลี้ยกล่อมท่านพ่ออย่างไร”
“ได้ พรุ่งนี้เราต่างไม่ต้องออกหน้า แล้วมอบหมายเื่นี้ให้คนอื่นจัดการเถอะ พวกเขาล้วนเป็คนที่อยู่ใต้บัญชาข้ามานานพอสมควรแล้ว จะทำการใดก็ไว้วางใจได้”
เยวี่ยเจาหรานตัดสินใจขั้นสุดท้าย ก่อนจะบอกกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างละเอียดครบถ้วน จากนั้นทั้งสองจึงเงียบลง แล้วแยกย้ายกันไปทำธุระของตน
แม้จะบอกว่ายามอยู่เบื้องหน้าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เยวี่ยเจาหรานมักจะแสดงท่าทีว่ามีแผนการวาดไว้อยู่ในใจ แต่หากว่าตามความจริง ในใจของเยวี่ยเจาหรานนั้นก็ยังมีความไม่สบายใจอยู่เล็กน้อย ถึงอย่างไรหากจัดการตามปกติ ตนก็ยังถือว่าอยู่ในทำนองคลองธรรม เขาไม่เคยคิดจะใช้วิธีการที่ทำร้ายผู้อื่นโดยที่ตนก็ไม่ได้รับผลประโยชน์เช่นนี้มาก่อน แต่สถานการณ์ของสวี่ชิวเยวี่ยในยามนี้ ก็กลับบีบบังคับให้เยวี่ยเจาหรานต้องทำเช่นนี้
เมื่อเผชิญหน้ากับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เยวี่ยเจาหรานก็ยิ่งไม่อาจยอมให้เื่นี้ต้องไปบีบคั้นหญิงสาวคนหนึ่ง เพื่อไม่ให้แม่นางน้อยนั้นต้องทุกข์ระทมเกินทนไปกับตน เช่นนั้นจะไม่เป็การเสียชาติชายชาตรีเกินไปหรอกหรือ?”
ดังนั้นเขาจึงแบกรับความเ็ปและความกดดันในใจทั้งหมดเ่าั้เอาไว้อย่างเงียบๆ พยายามหาทางปิดบังเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอาไว้ อีกทั้งวันต่อมายังตั้งใจปลอมตัวแล้ววิ่งไปยัง ‘ที่เกิดเหตุ’ ที่ตนเตรียมการเอาไว้ เพื่อที่จะควบคุมเื่ราวให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
จะว่าไปคุณชายจ้าวผู้นี้ ปกติก็เป็คนหนุ่มที่ยอดเยี่ยมผู้หนึ่ง ทั้งไม่มีข่าวซุบซิบนินทาอะไร เพราะฉะนั้นในตอนแรกเยวี่ยเจาหรานจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะแนะนำคุณชายจ้าวให้กับฮูหยินเยี่ยน สำหรับการลงมือกับคนที่ไม่มีจุดอ่อนอะไรเช่นนี้นั้น มันก็ยากเย็นสักหน่อยจริงๆ
เยวี่ยเจาหรานหาคนมาจับตามองคุณชายจ้าวนานแล้ว จึงค้นพบสิ่งที่เขาทำเป็ประจำอย่างหนึ่ง นั่นก็คือทุกๆ ห้าวันจะต้องไปที่หอเทียนเซียง เยวี่ยเจาหรานจึงคิดแผนการออกมาได้ด้วยเหตุนี้เอง เขาได้พยายามส่งนกต่อไปสร้างเื่อื้อฉาวให้กระทบต่อการแต่งงานของคุณชายจ้าวและสวี่ชิวเยวี่ย
เยวี่ยเจาหรานที่ปลอมตัวมาแล้วยืนอยู่ในมุมอันสับสนอลหม่าน สายตามองเห็นคุณชายจ้าวและเพื่อนของตนเดินเข้าไปในหอเทียนเซียงด้วยกัน แม้จะผ่านการ ‘เฝ้าดู’ มาหลายวัน และในใจเยวี่ยเจาหรานก็รู้ดีว่าจุดประสงค์ที่คุณชายผู้นี้ไปที่หอเทียนเซียงนั้นไม่ใช่เพื่อเร้าบุปผาชมนารีอย่างแน่นอน แต่เพื่อที่จะถอนหมั้นแล้ว เยวี่ยเจาหรานก็สามารถเรียกได้ว่าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ในจังหวะที่คุณชายจ้าวเข้าไป คนที่เยวี่ยเจาหรานตระเตรียมเอาไว้ก็เริ่มวิ่งเข้าไปในหอเทียนเซียง เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป เยวี่ยเจาหรานก็มองเห็นคนสองสามคนฉุดกระชากลากถูคุณชายจ้าว แล้วพาตัวเขาออกมา…
ตอนที่คุณชายจ้าวผู้น่าสงสารถูกคนฉุดลากออกมานั้นใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง ราวกับไม่รู้เลยว่าตนไปทำอะไรผิดมา แน่นอนว่าเขาเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าตนไปทำผิดอะไรมา หากยัดเยียดให้เป็ความผิดของเขาละก็ คงจะเป็ความผิดที่เขาไปตอบรับการแต่งงานกับสวี่ชิวเยวี่ยกระมัง
เยวี่ยเจาหรานที่สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจส่ายหน้าอย่างอดไม่อยู่ ทำใจมองพวกเขายื้อยุดกันไปมาต่อไปไม่ได้ จึงก้มหน้าก้มตากลับมายังจวนเยี่ยน
ไม่ถึงวันที่สาม ทั้งเมืองหลวงก็เกิดข่าวลือแพร่สะพัด บอกว่าคุณชายจ้าวมีคนรักเก่าอยู่ที่หอเทียนเซียง ทุกห้าวันจะต้องไปนัดพบกันลับๆ ครั้งหนึ่ง ระหว่างนั้นยังมีข่าวซุบซิบอื้อฉาวแพร่ออกไปไม่น้อย อึกทึกครึกโครมจนคุณชายจ้าวผู้นี้กลายเป็คนดังของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว แม้แต่ตอนที่เข้าวังฮ่องเต้ก็ยังทรงไต่ถามด้วยตัวเอง
ส่วนมือมืดชักใยอยู่เื้ัที่ทำให้คุณชายจ้าวกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างเยวี่ยเจาหรานนั้น กลับนั่งอยู่ในบ้านอย่างสงบนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนราวกับโพธิสัตว์ที่หลุดพ้นจากทางโลกอย่างไรอย่างนั้น เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วงุนงงกับท่าทีเช่นนั้นยิ่งนัก โดยเฉพาะอยากจะถามเยวี่ยเจาหรานว่าเหตุใดจู่ๆ ถึงเริ่มงดเนื้อกินเจขึ้นมาได้?
ไม่นึกว่าเยวี่ยเจาหรานจะเพียงแค่ส่ายหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ แล้วจึงเอ่ยตอบ “ทำเื่น่าละอายใจ ย่อมต้องยับยั้งความสูญเสียให้ทันท่วงที ไม่อาจปล่อยให้ละอายต่อบาปเช่นนี้ต่อไป”
แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเองก็ถือว่าเป็หนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดของเื่นี้ แต่อย่างไรก็ไม่เคยแทรกแซงหรือกระทำการใดด้วยตนเองมาก่อน ดังนั้นจึงยังคงร่าเริงเบิกบาน กินดื่มได้อย่างไม่ขัดข้อง กระทั่งยังรู้สึกขอบคุณในความมีมโนธรรมของเยวี่ยเจาหรานอย่างยิ่ง ที่ทำให้นางไม่ต้องกินแต่อาหารเจตามเยวี่ยเจาหรานไปด้วย…
เื่ราวลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดผลสุดท้ายก็ค่อยๆ ปรากฏออกมาหลังจากหมักบ่มมาสามวัน ข่าวลือนับไม่ถ้วนที่มาจากท้องตลาด พูดกันว่าแม่นางผู้นี้ที่หอเทียนเซียงรู้ว่าคุณชายจ้าวกำลังจะทอดทิ้งตนไปแต่งงานกับหญิงอื่น ผิดคำพูดที่เคยว่าไว้เมื่อเก่าก่อน พูดง่ายๆ ก็คือคิดจะเลิกรากันฝ่ายเดียวแล้วถูกจับได้ สุดท้ายหญิงสาวผู้นั้นเองก็เป็คนโเี้ พลันเปิดเผยเื่ออกมา ลากคุณชายจ้าวผู้นี้เน่าเฟะไปด้วยกัน
นอกจากนี้หญิงสาวผู้นี้ก็ยังได้รับการสัมภาษณ์พิเศษ ได้บอกเล่าด้วยคำพูดสั้นกระชับถึงขั้นตอนทั้งหมดั้แ่รู้จักพานพบจนรักใคร่กัน ไปจนถึงทำร้ายกันเองในท้ายที่สุด นางแทบจะกลายเป็คนดังทางอินเทอร์เน็ตที่กึกก้องไปทั้งเมืองหลวงเลยทีเดียว…
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจก็คือ คนดังผู้นี้หลังจากที่ได้สัมภาษณ์พิเศษแล้ว ก็หายเข้ากลีบเมฆที่หอเทียนเซียงไป ไม่มีใครได้เห็นหน้าของหญิงสาวผู้นั้นอีกเลย ทั้งไม่รู้ว่านางหนีไปที่ไหนเช่นกัน ยิ่งทำให้ชาวบ้านกินเผือกที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดนั้นกระพือข่าวออกไป บอกว่าบ้านของคุณชายจ้าวโกรธเคืองที่แม่นางผู้นั้นทำลายอนาคตของบุตรชายตนเพราะแต่งเข้าตระกูลจ้าวไม่ได้ จึงถูกคนลอบฆ่าไปแล้ว
ท่ามกลางความกดดันอันหนักหน่วงจากความคิดเห็นของสังคมอันคลุ้งคาวเื จวนเยี่ยนก็ได้ถอนหมั้นให้สวี่ชิวเยวี่ยอย่างเป็ขั้นเป็ตอน เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนั้นดื่มด่ำอยู่กับความสุขสันต์ตลอดทั้งวัน มีเพียงเยวี่ยเจาหรานเท่านั้น ที่ถือกล่องเก็บสมบัติของตนเอาไว้ด้วยมืออันสั่นเทา
ค่าปิดปากช่างแพงนัก!
