"อย่า...!" เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินหู่รีบร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า
"มีอะไรได้โปรดลงที่ผม! ทั้งหมดเป็ความผิดของผมคนเดียว ท่านเอาเพียงแค่ชีวิตข้าไม่ได้หรือ?!"
จ้าวเสี่ยวเยว่เทพธิดาเพลงรักได้แสดงความอำมหิตไร้ความปรานีต่อหน้าสาธารณชนเป็ครั้งแรก
เธอค่อยๆ เดินไปหาเฉินฝู จากนั้นก้มตัวลง บนมือหยกของเธอปรากฏเข็มเงินหนึ่งเล่ม และในพริบตาเธอก็ช่วยเขาที่นอนนิ่งอยู่ให้ฟื้นขึ้นมา
เมื่อเห็นเฉินฝูที่ตื่นขึ้นมาด้วยความสับสน จ้าวเสี่ยวเยว่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน เอ่ยปากอย่างเนิบนาบ
"เฉินฝู ก่อนหน้านี้แกไม่ใช่คิดจะล่วงเกินฉัน? ตอนนี้ฉันให้โอกาสแก!
อุ๊ย ลืมไป แขนและของล้ำค่าของแกเสียหายหมดแล้ว ฉันเสียใจด้วยจริงๆ
แต่ว่า ขันทีแขนขาดยังดีกว่าตายทั้งเป็ งั้นพี่สาวคนนี้จะเมตตา ส่งแกขึ้น์ไปพบพระโพธิสัตว์เอง!"
"ฉันขอสาปแช่งวงศ์ตระกูลแก..."
เฉินฝูััได้ถึงจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มอันงดงามของจ้าวเสี่ยวเยว่ เขารู้ตัวทันทีว่าไม่มีทางรอดแล้ว จึงด่าทอด้วยความโกรธ
ได้ยินเช่นนั้น จ้าวเสี่ยวเยว่อดใจรอไม่ไหวอีกต่อไป เธอใช้เข็มเงินแท่งเดียวกับที่ใช้ปลุกเฉินฝู แทงทะลุกลางหน้าผากเขาอย่างไม่รีรอ
เข็มเงินแทงทะลุและปักลงบนพื้นโดยไร้คราบเืติดแม้แต่น้อย
แม้จะไม่นองเื แต่ฉากนี้กลับน่ากลัวกว่าตอนที่เฉินโช่วฆ่าลูกชายคนโตด้วยตัวเอง
อย่างที่เขาว่าไว้ พิษเหล็กในต่อนั้นร้ายเหลือ แต่พิษใจนางเอยแรงยิ่งกว่า
เหล่าคนหนุ่มสาวในตระกูลเฉิน ต่างตัวสั่นตกอยู่ในความหวาดกลัว
เฉินหู่ทรุดลงคุกเข่าด้วยความสิ้นหวัง ลูกชายของเขาถูกฆ่าตายด้วยเข็มเงินเพียงเล่มเดียว เขาจะต่อสู้เพื่อใครต่อจากนี้?!
"โทรไปบอกให้คนจากเขตป้องกันชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยนกลับไป ฉันจะไม่เอาเื่
แต่พรุ่งนี้แกต้องไปที่ศาลทหารด้วยตัวเอง สารภาพผิดและสละตำแหน่งทั้งหมด"
เฉินเฟิงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการตายของเฉินฝูผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องของเขา เขาจ้องมองเฉินหู่ที่คุกเข่าร้องไห้บนพื้นด้วยน้ำเสียงเ็า
เขานับว่ายังเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเฉินหู่ในฐานะญาติผู้ใหญ่ของตระกูลเฉิน
ยิ่งกว่านั้นเฉินหู่ยังเป็ทหารหกดาวของแดนต้าหลง เขาจึงไว้ชีวิตเฉินหู่ แต่เลือกปะาชีวิตเฉินฝู ลูกชายคนเดียวของเฉินหู่ ให้เขาต้องทนทุกข์กับความเ็ปของการสูญเสียลูกชาย และทำให้เขาต้องมีชีวิตต่ออย่างทุกข์ทน
และนี่ก็เป็อีกครั้งหนึ่ง ที่ตระกูลเฉินต้องมีการสูญเสียทายาทไปในแต่ละรุ่น
เฉินเฟิงอดีตทายาทคนต่อไปไม่ตาย ดังนั้นจึงต้องเป็เฉินฝูทายาทคนปัจจุบันต้องตายแทน
"ท่านเทพา... หลังจากเฉินหู่ลาออกจากตำแหน่ง ใครจะเป็ผู้รับผิดชอบเขตป้องกันชายฝั่งทะเลมณฑลฝูเจี้ยนกับโรงงานผลิตอาวุธลับเหรอครับ?"
ฟู่เจียเหรินเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร
เขาแค่มองจ้าวเสี่ยวเยว่ด้วยความประหลาดใจ และถามคำถามกับเฉินเฟิงด้วยความลังเล
"ฉันจะเข้าไปดูแลต่อเอง อย่างไรฉันก็เติบโตในฝูเจี้ยน คงกลับเมืองหลวงไม่บ่อยนัก"
เฉินเฟิงตอบโดยไม่ลังเล
"ดีเหมือนกัน ผมได้ยินมาว่าพวกนินจาจากแดนอาทิตย์อุทัยกำลังวางแผนรุกรานผ่านแนวชายฝั่งทะเล การมีท่านประจำเขตชายฝั่งทะเลฝูเจี้ยนจะทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีอะไรผิดพลาด"
ฟู่เจียเหรินพยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วย
ส่วนเื่ในตระกูลเฉิน เฉินหู่และเฉินฝูพ่อลูกผู้กอบกุมอำนาจสูงสุดกลับถูกเฉินเฟิงจัดการ
ลูกหลานคนอื่นๆ จึงไม่กล้าสร้างความวุ่นวายอะไรอีก
จากนั้น เฉินเฟิงจึงกลายเป็ผู้นำคนใหม่อย่างเป็ทางการ และเข้าควบคุมกิจการทั้งหมด
ต่อมา เฉินหู่ทำตามคำสั่งเฉินเฟิง เขาเรียกกำลังพลของเขตป้องกันชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยนที่เพิ่งเคลื่อนพลกลับเข้าประจำที่
เหตุการณ์ต่อมาคืองานแต่งงานระหว่างตระกูลเฉินกับผู้นำตระกูลเย่ยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าเ้าบ่าวเฉินฝูจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม
เพราะอย่างไรก็ยังมีอดีตสามีอย่างเฉินเฟิงอยู่ เขาสามารถเป็ตัวแทนเข้าพิธีแต่งงานกับอดีตภรรยาของเขา เย่ชิงโหรวได้
เมื่อห้าปีก่อน เฉินเฟิงแต่งงานกับเย่ชิงโหรวโดยมีลูกติดเข้าตระกูลเย่ มีเพียงการจดทะเบียนสมรสเท่านั้น
ไร้สิ้นซึ่งงานวิวาห์งานสมรส!
บัดนี้ งานแต่งอันยิ่งใหญ่ของตระกูลเฉินครั้งนี้ จึงเป็โอกาสเหมาะเจาะที่จะจัดงานที่เคยขาดหายไปให้กับเฉินเฟิงและเย่ชิงโหรว
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับที่เฉินเฟิงพูดไว้หลังจากหย่าร้าง แม้ว่าเย่ชิงโหรวจะสามารถเข้าร่วมพิธีแต่งงานกับเฉินเฟิงได้
แต่ในแง่ของกฎหมายการจดทะเบียนสมรสไม่สามารถจดใหม่ได้อีกครั้งในระยะเวลาอันสั้น
ด้วยความที่มีจอมพลระดับเก้าดาวผู้มีอำนาจบาตรใหญ่เดินทางจากเมืองหลวง งานแต่งงานจึงเสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่นท่ามกลางสายตาฝูงชนจากภายนอก
ในงานแต่งงาน เฉินเฟิงได้พูดคุยกับฟู่เจียเหรินอีกครั้งและถูกฟู่เจียเหรินชักชวนให้ดื่มจนเมามาย
ด้วยความเป็ห่วงว่าทักษะการแพทย์ของเขาจะเกิดความผิดพลาด เขาจึงสั่งการจ้าวเสี่ยวเยว่กับหลี่ฉินหลวนร่วมมือกันใช้ทักษะทางการแพทย์ยื้อชีวิตลูกสาวเขาไว้ก่อน
ประคองชีวิตของเธอไว้ เพื่อให้เธอสามารถรออยู่จนถึงวันพรุ่งนี้ได้และให้เฉินเฟิงผู้เป็บิดาเป็ผู้รักษาเธอเองกับมือ
คืนนั้น เฉินเฟิงนอนหลับใหลบนเตียงบ่าวสาวด้วยความมึนเมาหลังจากรับมือกับแขกส่วนหนึ่งจนเสร็จ
ส่วนทางด้านเย่ชิงโหรวแทบจะไม่แตะแอลกอฮอล์เลย เธอนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงนอน มองดูเฉินเฟิงที่เมาหลับไม่รู้ตัว
"ไหน...บอกว่าจะรักษาอาการไร้อารมณ์ทางเพศของฉันไง...ไอ้เทพา..."
เย่ชิงโหรวมองดูเฉินเฟิงสลบเหมือดไม่ได้สติด้วยสายตาสิ้นหวัง
แม้จะอยู่ในสภาพมึนเมา แต่คัมภีร์เซียนแพทย์ที่เฉินเฟิงฝึกฝนก็ยังส่งผลต่อร่างกาย เคล็ดวิชาค่อยๆ ขับไล่ฤทธิ์สุราทีละน้อย
ภายใต้ฤทธิ์สุราและผลของเคล็ดวิชายามหลับ สัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีของเฉินเฟิงตั้งตระหง่านอย่างองอาจ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้างดงามของเย่ชิงโหรวจึงเต็มไปด้วยความเขินอาย เธอกัดฟันพึมพำกับตัวเองเบาๆ
'ฉันช่างโง่เขลาที่คิดว่าจ้าวเสี่ยวเยว่และหลี่ฉินหลวนเป็เพื่อนสนิท ทุ่มเทให้กับการสร้างชื่อเสียงให้พวกเธอในวงการบันเทิง
่ใครจะคาดคิด แท้จริงพวกเธอเป็ศิษย์พี่ร่วมสำนักกับเฉินเฟิง ดูจากท่าทางสนิทสนมพวกนั้น คงไม่ได้เป็แค่ศิษย์พี่น้องแน่นอน
ชัดเจนว่าอาจารย์ของพวกเธอฟูมฟักพวกเธอให้เป็ภรรยาเฉินเฟิง...'
หลังจากนั้น เย่ชิงโหรวปล่อยให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ครอบงำ นอนหลับพิงอยู่ข้างเตียงทั้งที่ยังจับมือใหญ่ของเฉินเฟิงอยู่
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องเขาดวงตาของเขา แต่ไม่รู้สึกแสบตาเลย
เฉินเฟิงรู้สึกปากแห้งคอแห้ง ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อล้างหน้าและหาน้ำดื่ม
เสียงตื่นนอนของเขาปลุกเย่ชิงโหรวที่นอนหลับจับมือเขาอยู่ข้างเตียง
"เฉินเฟิง...อรุณสวัสดิ์"
เย่ชิงโหรวตื่นขึ้นมามองเฉินเฟิงด้วยใบหน้างัวเงีย พูดกับเขาน้ำเสียงเรียบๆ
"เช้าแล้ว...ทำไมเธอถึงนอนข้างเตียงล่ะ?"
เฉินเฟิงถามเย่ชิงโหรวด้วยความงุนงง
พวกเขาเป็อดีตสามีภรรยาที่เพิ่งเข้างานวิวาห์ครั้งใหม่ด้วยกัน จะนอนเตียงเดียวกันก็ไม่น่าแปลกอะไร
"พวกเราจดใบหย่ากันแล้วและคุณก็ไม่ได้ให้อภัยฉัน ฉันไม่กล้านอนเตียงเดียวกับคุณหรอก"
เย่ชิงโหรวโทษตัวเอง พูดอย่างอับจนหนทาง
"แล้วตอนนี้เราเป็อะไรกัน?"
เฉินเฟิงไล่ต้อนพร้อมแอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"ตามกฎหมาย พวกเราคือสามีภรรยาหย่าร้างกัน
แต่เมื่อวานเราเพิ่งจัดงานแต่งงานกัน ดังนั้นฉันจึงเป็ลูกสะใภ้ของตระกูลเฉิน
สำหรับความสัมพันธ์ของเรา ฉันไม่มีสิทธิ์พูด คุณเป็คนพูดสิ"
เย่ชิงโหรวโยนคำถามใส่เฉินเฟิงกลับอย่างขี้เล่น
"เหรอ? งั้นเธอก็เป็อดีตภรรยาต่อไปละกัน...
ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าวันหลังเธอจะเสียใจ เอาเกี้ยวแบกหามแปดคนมาขอ...ก็ยาก"
เฉินเฟิงพูดเสียงไร้อารมณ์ เขาเองก็ไม่อยากสานสัมพันธ์กับเย่ชิงโหรวไปไกลกว่านี้แล้ว
