เฟิ่งซื่อสวมชุดกระโปรงยาวคอสูงสีแดงเข้ม หวีผมเป็มวยคู่ ปักปิ่นไข่มุกคู่หนึ่ง ริมฝีปากแต้มชาดสีแดงเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข เมื่อเห็นหลี่ชิงชิงก็เผยรอยยิ้มอย่างจริงใจ กล่าวว่า “ข้าอาศัยบารมีของชิงชิง ได้รับรางวัลจากจวนท่านอ๋องและทางการของเมืองเซียง วันนี้ปิ่นไข่มุกที่ปักบนผมข้าก็คือไข่มุกที่จวนท่านอ๋องมอบให้ และผ้าไหมที่จวนท่านอ๋องมอบให้ ข้าได้เก็บไว้เป็สินเดิมให้อวิ๋นหรง”
จดหมายราชการของทางการบอกเพียงว่าให้ตกรางวัลแก่หลี่ชิงชิงและเฟิ่งซื่อเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงว่าประทานของสิ่งใด
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนจึงได้รู้ว่าเฟิ่งซื่อได้รับไข่มุกและผ้าไหมจากจวนท่านอ๋อง
หลี่ชิงชิงลอบรู้สึกว่าจวนอ๋องแห่งเมืองเซียงประทานรางวัลให้คนได้ดี รู้ว่าเฟิ่งซื่อไม่ขาดเงินทอง จึงประทานเป็ไข่มุกและผ้าไหม ทว่านางเป็หญิงชาวบ้าน สิ่งที่ขาดก็คือเงินทอง
หม่าชิงสำรวจบ้านตระกูลหวัง เรือนอิฐสร้างขึ้นใหม่ บ่อน้ำก็ขุดใหม่ ได้ยินว่าเมื่อก่อนครอบครัวนี้ยากจนยิ่ง ั้แ่มีหลี่ชิงชิงชีวิตความเป็อยู่จึงค่อยๆ ดีขึ้น
สุภาษิตกล่าวไว้ว่า บุรุษกลัวการเลือกอาชีพผิด สตรีกลัวการแต่งเ้าบ่าวผิด
เขากลับรู้สึกว่าบุรุษเองก็กลัวว่าจะแต่งภรรยาผิดเช่นกัน บุรุษแต่งภรรยาที่ดีหนึ่งคน ก็จะดีสามชั่วอายุคน
เช่นเขาและหวังเฮ่าเป็ตัวอย่าง หวังเฮ่าคนผู้นี้อยู่ในกองทัพตลอดทั้งปี หากไม่ใช่เพราะแต่งงานกับภรรยาที่ดีอย่างหลี่ชิงชิง ตระกูลหวังจะมีชีวิตที่ดีเช่นนี้ได้อย่างไร
หม่าอวิ๋นหรงเป็บุตรีของตระกูลหม่า วันนี้นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายเงิน ทำทรงผมเป็มวยสามง่าม ผูกด้วยผ้าผูกผมสีแดงปักลายเมฆาด้วยด้ายเงิน ลำคอใส่สร้อยคอสีทอง แก้มสีแดงระเรื่อ ดวงตาและคิ้วคล้ายกับเฟิ่งซื่อ ดูอ่อนโยนเรียบร้อย ทว่าพูดจาค่อนข้างเร็ว และยังชอบหัวเราะ นิสัยจึงคล้ายกับหม่าชิง
ครั้งก่อนที่เฟิ่งซื่อพาหม่าเฟิงเลี่ยมาที่บ้านตระกูลหวัง หม่าอวิ๋นหรงนัดกับสหายไว้ก่อนแล้วว่าจะไปชมสวนดอกเบญจมาศจึงไม่ได้มาด้วยกัน ต่อมาได้ยินหม่าเฟิงเลี่ยกล่าวว่าอาหารของตระกูลหวังอร่อยอย่างยิ่ง หลี่ชิงชิงยังมีรูปโฉมงดงาม หม่าอวิ๋นหรงจดจําไว้ในใจ และนี่เป็เพราะว่าหลี่ชิงชิงได้รับป้ายจากท่านอ๋องแห่งเมืองเซียง ในใจของหม่าอวิ๋นหรงจึงรู้สึกยกย่องอยู่บางส่วน วันนี้จึงตามมาด้วย
หม่าอวิ๋นหรงปีนี้อายุสิบขวบ อายุน้อยกว่าหลี่ชิงชิงหกปี อายุมากกว่าหวังจวี๋สองปี หม่าอวิ๋นหรงเคยฝึกการต่อสู้กับทาสรับใช้ั้แ่เด็กๆ และเคยเล่าเรียนในสำนักศึกษากับคนในตระกูล ยังสามารถดีดฉินได้ด้วย ใบหน้างดงาม นิสัยร่าเริง เป็ที่ชื่นชอบของผู้คน ในบรรดาคุณหนูรุ่นราวคราวเดียวกันในเมืองเซียงถือว่าค่อนข้างโดดเด่น
เกิดในตระกูลทหาร บิดาผู้ให้กำเนิดเป็ซิ่วไฉ มีชื่อเสียงทั้งยังทำการค้าขนาดใหญ่ ประสบการณ์ของหม่าอวิ๋นหรงย่อมมากกว่าหวังจวี๋ที่เติบโตในชนบทอยู่มาก
หวังจวี๋มองหม่าอวิ๋นหรงด้วยสายตาอิจฉา ที่แท้นี่ก็คือบุตรีผู้มีค่าดั่งทองพันชั่งจากตระกูลสูงศักดิ์
เฟิ่งซื่ออารมณ์ดีมาก เอ่ยกับหลี่ชิงชิงด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “ชิงชิง ข้าคิดว่าข้ากับเ้ามีโชคชะตาต่อกัน ข้าอายุมากกว่าเ้าสิบห้าปี ต่อไปเ้าก็เรียกข้าว่าพี่หญิงเถิด”
เฟิ่งซื่อพบกับหลี่ชิงชิงครั้งแรก เป็วันที่ชาวบ้านหมู่บ้านหูถูกวางพิษหมู่ เช่นนี้จึงมีเื่ให้นางได้ยื่นมือเข้าไปช่วยหลี่ชิงชิงในการช่วยชาวบ้านหมู่บ้านหู จึงได้รับรางวัลจากจวนท่านอ๋องและทางการเมืองเซียงด้วยกัน
หลี่ชิงชิงแอบยินดีอยู่ในใจ คล้อยตามความคิดเห็นที่ดี นางหยัดกายลุกขึ้นทําความเคารพเฟิ่งซื่อและหม่าชิง พลางเอ่ย “น้องหญิงคารวะพี่หญิงและพี่เขยเ้าค่ะ”
คนตระกูลหวังล้วนดีใจที่หลี่ชิงชิงมีพี่หญิงอย่างเฟิ่งซื่อ
หม่าชิงมองหลี่ชิงชิงแล้วหัวเราะพลางกล่าว “ฮ่าฮ่า อายุเท่าเ้าเป็บุตรสาวของพวกข้าก็พอแล้ว ทว่าน้องเขยหวังเฮ่าปีนี้อายุยี่สิบปี พี่ชายสามีเ้าปีนี้อายุยี่สิบกว่าปี ครอบครัวพวกเราทั้งสองก็เรียกขานตามศักดิ์เท่ากันดีกว่า”
บุตรคนแรกของหม่าชิงและเฟิ่งซื่อแท้งไป มิฉะนั้นหากมีชีวิตจนถึงตอนนี้ก็จะมีอายุสิบสี่ปี
หม่าเฟิงเลี่ยเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นพลางเอ่ยถาม “ท่านน้าหลี่ ให้ข้าดูป้ายที่ท่านอ๋องเขียนได้หรือไม่ขอรับ?”
“ข้าจะไปนำป้ายออกมา” หลี่ชิงชิงไปหยิบป้ายด้วยตนเอง แผ่นไม้ถูกเก็บไว้ในห้องนอนของนาง เดิมทีนางอยากแขวนแผ่นไม้ไว้ที่ห้องโถง แต่ผู้เฒ่าหวังค่อนข้างคิดมาก กลัวว่าจะมีคนเลวแอบเข้ามาทําลายแผ่นไม้ในตอนกลางคืน
หลังจากคนตระกูลหม่าชมแผ่นป้ายไม้แล้ว หม่าชิงก็กล่าวถึงจุดประสงค์การมาครั้งนี้ “อีกไม่กี่วันข้าต้องไปเมืองหลวงทางตอนเหนือ วันนี้ที่พวกข้าสามีภรรยามา ประการแรกเพื่อขอบคุณน้องหญิง หากไม่มีน้องหญิง พี่หญิงของเ้าก็คงไม่ได้รับรางวัลจากจวนท่านอ๋องและทางการของเมืองเซียง ประการสองคือข้าเปิดเหลาอาหารแห่งหนึ่งที่เมืองหลวง จะขายอาหารที่ใช้พริกสับดองเป็ส่วนผสมหลัก มิรู้ว่าน้องหญิงมีความเห็นเช่นไร?”
“พี่เขยกล่าวถ่อมตัวเกินไปแล้ว ในวันนั้นพี่หญิงเป็คนเอ่ยปากช่วยเหลือด้วยตนเอง พี่หญิงได้รับรางวัลจากจวนท่านอ๋องและทางการย่อมสมควรแล้วเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงมองไปที่เฟิ่งซื่อ ยามนี้เมื่อคิดย้อนกลับไป สิ่งที่เฟิ่งซื่อทำนั้นเรียกได้ว่ากล้าหาญยิ่ง
เฟิ่งซื่อหัวเราะพลางเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ชิงชิง หากพวกเราสองคนเป็บุรุษ ย่อมทํากิจการที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน”
หม่าชิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เอ่ยว่า “หากเ้าเป็บุรุษ ข้าคงไม่กล้าตบแต่งกับเ้า”
หลิวซื่ออุทานอย่างตกตะลึง “นายท่านหม่าจะเปิดเหลาอาหารในเมืองหลวงหรือ?”
เมืองหลวงคือเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดและใหญ่ที่สุดของแคว้นต้าถัง ที่นั่นมีวังหลวงสูงตระหง่านน่าเกรงขาม คนมีอํานาจและร่ำรวยที่สุดในใต้หล้าล้วนอยู่ที่นั่น เป็สถานที่ที่หลิวซื่อไม่กล้าแม้แต่จะคิด นับประสาอะไรกับการเปิดเหลาอาหาร
แววตาของหม่าชิงมีความมั่นใจ เอ่ยอย่างใจเย็นว่า “ข้าได้เปิดร้านย่อยของเซียงเยวี่ยไจในเมืองหลวงไว้แล้วหนึ่งแห่ง ข้าวางแผนที่จะเปิดเหลาอาหารสกุลหม่าอีกแห่งหนึ่ง”
เฟิ่งซื่อมองไปที่หลี่ชิงชิง เอ่ยด้วยเสียงนุ่มว่า “ครั้งที่แล้ว เขาไปเปิดร้านค้าย่อยของเซียงเยวี่ยไจที่เมืองหลวง สิ่งที่ขายดีที่สุดก็คือจินอวี๋หม่านถังที่เ้าทำออกมา ครั้งนี้เขาคิดว่าอาหารที่ทำจากพริกสับดองที่เ้าทํานั้นขายดีมากในเมืองเซียง จึงอยากนำอาหารที่ทำจากพริกสับดองไปขายที่เมืองหลวง เ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”
หม่าชิงเอ่ย “จินอวี๋หม่านถัง ไข่แดงแฝดที่เ้าเอ่ยถึงเป็พิเศษ ข้าให้คนเสาะหาไข่เป็ดที่มีไข่แดงแฝดหลายร้อยฟองมาทําเป็จินอวี๋หม่านถัง ส่วนหนึ่งถวายให้วังหลวง อีกส่วนหนึ่งส่งให้ขุนนางที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลพวกข้า ทางวังหลวงประทานรางวัลแก่ข้า ขุนนางเ่าั้เขียนจดหมายถึงผู้าุโของตระกูลยังกล่าวถึงมันด้วย”
เป็เพราะครั้งที่แล้วได้รับคำแนะนำจากหลี่ชิงชิง หม่าชิงจึงได้รับผลประโยชน์มากมาย ดังนั้นครั้งนี้เขาจึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อขอคําแนะนําจากหลี่ชิงชิง
สายตาของหลี่ชิงชิงมองสลับระหว่างหม่าชิงกับเฟิ่งซื่อไปมา เอ่ยช้าๆ “ข้าได้ยินว่าเมืองหลวงอยู่ทางเหนือ อากาศแห้งแล้งใช่หรือไม่เ้าคะ?”
หม่าชิงเอ่ยตอบ “ไม่เพียงแห้ง แต่แห้งยิ่งนัก ่ที่ข้าอยู่ที่เมืองหลวง ยามตื่นนอนทุกเช้า คอจะแห้งและเจ็บเล็กน้อย มีควันออกมาจากลำคอด้วย!” ไม่เพียงเท่านี้ เขายังขาดน้ำจนท้องผูกด้วย
เฟิ่งซื่อเอ่ยถาม “อากาศแห้งแล้วอย่างไรหรือ?”
“กินพริกมากไปจะทำให้เกิดร้อนในได้ง่าย แม้แต่เมืองเซียงที่เป็เมืองชื้น ถ้าลูกค้ากินพริกทุกวันก็จะเป็ร้อนในได้ พริกสับดองทํามาจากพริก ย่อมมีเหตุผลเดียวกัน เมืองหลวงอยู่ทางตอนเหนือ อากาศแห้งแล้ง หากลูกค้ากินพริกทุกวัน จะต้องป่วยเป็ร้อนในแน่ๆ” หลี่ชิงชิงมองไปที่หม่าชิงแล้วกล่าวว่า “ข้าได้ยินหลงจู๊หม่าเซี่ยงหนานกล่าวว่า ร้านขายผลไม้แห้งของเซียงเยวี่ยไจในเมืองหลวงนั้นเป็การค้าธรรมดามาก ตอนนั้นข้าก็นึกสาเหตุขึ้นได้ หนึ่งคือเมืองหลวงมีร้านขายผลไม้แห้งหลายแห่ง สองคือเมืองหลวงอากาศแห้งแล้งทำให้เป็ร้อนในง่ายเ้าค่ะ”
หม่าชิงทอดถอนใจแล้วเอ่ย “ใช่ ผลไม้แห้งกินมากไปจะเป็ร้อนในได้ง่าย คนเป็ร้อนในจะมีไข้ เจ็บคอ โรคต่างๆ ก็จะตามมา ร้านขายผลไม้แห้งของเซียงเยวี่ยไจที่เมืองหลวงขายไม่ดีเท่าขนม ส่วนขนมขายไม่ดีเท่าจินอวี๋หม่านถัง”
หลี่ชิงชิงเอ่ยความคิดในใจออกมาอย่างช้าๆ “พี่เขย ข้าแนะนําให้ท่านใช้อาหารที่ปรุงด้วยพริกสับดองเพียงอย่างเดียวในเหลาอาหารที่เมืองหลวงเ้าค่ะ”
หม่าชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่ไม่เหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้จึงเอ่ยถามว่า “อาหารจานใด?”
