แทนที่ไป๋หยุนเฟยจะรับคัมภีร์เก่าขาดเล่มนั้นมาในทันที กลับเพียงถามด้วยความสงสัย “นี่คือ...”
“คัมภีร์เล่มนี้ข้าได้รับมาโดยไม่ตั้งใจเมื่อครั้งยังหนุ่ม เป็คัมภีร์วิชามีดบินที่ชำรุดขาดหายไปบางส่วน ข้าเคยศึกษาค้นคว้ามาแล้ว แต่กล่าวไปช่างน่าละอาย เนื้อหาภายในคัมภีร์นี้ข้ากลับอ่านไม่เข้าใจ ประกอบกับตระกูลเย่เองก็ไม่ถนัดใช้วิชามีดบิน มิหนำซ้ำคัมภีร์นี้ยังชำรุดไม่สมบูรณ์ ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ให้ความสนใจอีก แต่ว่าเนื้อหาภายในนับว่าลึกล้ำพิสดาร ด้วยความสามาถเหนือคนของคุณชายไป๋ รวมกับที่ท่านให้ความสนใจต่อวิชามีดบินเป็พื้นฐาน ไม่แน่ว่าท่านจะได้รับประโยชน์จากมัน”
เย่ถิงอธิบายที่มาของคัมภีร์เล่มนี้คร่าวๆ ก่อนจะยิ้มพลางส่งคัมภีร์ให้กับมือของไป๋หยุนเฟย
ไป๋หยุนเฟยพลิกเปิดคัมภีร์ดูก็พบว่าเนื้อหาด้านในเหลืออยู่เพียงสิบกว่าหน้าเท่านั้น คล้ายกับว่าเป็คัมภีร์ที่ฉีกเอาเฉพาะส่วนแรกออกมาเพียงสิบกว่าหน้าเท่านั้น หน้าปกก็เลือนลางจนอักษรจางหาย สองหน้าสุดท้ายก็หลงเหลือเพียงครึ่งหน้า เนื้อหาด้านในส่วนใหญ่จะเป็ภาพมีดบินที่มีรูปลักษณ์แปลกพิสดารพร้อมกับมีคำอธิบายประกอบ ดูไปคัมภีร์เล่มนี้คล้ายกับจะเป็แผนภาพเสียมากกว่า
ไป๋หยุนเฟยไม่ได้ศึกษาคัมภีร์โดยละเอียดก็เก็บใส่ไว้ในแหวนช่องมิติ ก่อนจะกล่าวต่อเย่ถิงว่า “ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลเย่เป็อย่างสูง”
เย่ถิงโบกมือกล่าวว่า “คุณชายไป๋อย่าได้เกรงใจ ของสิ่งนี้ข้าเก็บรักษาไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด อีกทั้งไม่ถือว่าเป็ของมีค่า เพียงแค่หวังว่าจะเป็ประโยชน์ต่อท่านได้บ้าง จริงสิ คุณชายไป๋ตัดสินใจจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้หรือ? ไฉนจึงไม่อยู่ท่องเที่ยวต่ออีกสักระยะ คิดว่าเทียนิคงเศร้าเสียใจที่ท่านจากไป...”
“อืม ข้าเองมีนิสัยไม่ชมชอบพำนักอยู่ที่ใดนานเกินไป หลังจากนี้หากมีโอกาส จะกลับมาเยี่ยมคารวะท่านอีก”
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่รั้งท่านอีก...” หลังจากนั้นเย่ถิงไม่เอ่ยถึงเื่นี้อีก เพียงสนทนาถึงเื่อื่นสักพักก็ขอตัวออกไป
……
เมื่อเย่ถิงจากไปแล้ว ไป๋หยุนเฟยจึงจัดเตรียมสัมภาระต่อจนเรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยนำคัมภีร์มีดบินเล่มนั้นออกมาศึกษาอย่างละเอียด
“เคล็ดลับของมีดบิน ‘รวดเร็ว มั่นคง แม่นยำ’ เป็สิ่งที่ทุกคนล้วนทราบดี แต่สำหรับพวกเราผู้ฝึกปรือิญญาแล้ว สามารถใช้พลังิญญาควบคุมมีดบินได้ไกลถึงพันเชียะราวกับควบคุมแขนขาตนเอง!”
เมื่อเปิดหน้าแรก ‘บททั่วไปของเคล็ดมีดบิน’ เพียงประโยคแรกก็ทำให้ไปหยุนเฟยตาเป็ประกาย ก่อนหน้านี้มันเคยคิดที่จะใช้พลังิญญาเพื่อควบคุมมีดบิน แต่ก็ได้แต่วาดฝันเท่านั้น เพราะเมื่อทดลองดูก็พบว่ามีดที่พุ่งออกไปไม่อาจควบคุมได้ ที่ทำได้ก็เพียงเพิ่มความเร็วและพลังทำลายก่อนซัดมีดออกไปเท่านั้น ครั้งนั้นไป๋หยุนเฟยยังเข้าใจว่าตนเองช่างไร้เดียงสานัก คิดไม่ถึงว่าจะสามารถใช้พลังวิญยาณควบคุมมีดได้อย่างที่คิดจริงๆ
ต่อจากนั้นมีตัวอักษรเพียงไม่กี่ร้อยคำเท่านั้น เริ่มต้นด้วยการบรรยายท่วงท่าต่างๆที่ใช้สะบัดมือปล่อยมีดและแง่มุมในการซัดมีดออก ต่อจากนั้นจึงอธิบายวิธีการถ่ายทอดพลังิญญาลงไปก่อนจะปล่อยมีดและวิธีการบังคับและควบคุมมีดสั้นหลังจากซัดออกไปแล้ว อีกทั้งยังกล่าวถึงจุดชีพจรต่างๆบริเวณแขน ซึ่งเป็จุดชีพจรที่ไป๋หยุนเฟยไม่เคยรู้จักมาก่อน
“เมื่อต้องถ่ายทอดพลังิญญาลงไป ก็หมายความว่าต้องใช้มีดสั้นซึ่งอย่างน้อยต้องเป็กึ่งวัตถุิญญา และหาก้าจะควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ก็จำเป็ต้องใช้วัตถุิญญาเพียงเท่านั้น เพียงเงื่อนไขแรกก็ทำให้ผู้ฝึกปรือิญญาทั้งหลายต้องท้อแท้แล้ว แต่สำหรับข้าแล้วกลับไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด...”
ไป๋หยุนเฟยทำความเข้าใจต่อเนื้อหาอีกสักพัก จึงค่อยพลิกไปหน้าที่สอง
หน้าที่สองเป็แผนภาพจุดชีพจรต่างๆ ซึ่งเป็จุดชีพจรพื้นฐานของวิชาที่ถูกกล่าวถึงในหน้าที่ผ่านมา
และหน้าถัดไปจนถึงหน้าสุดท้ายเป็ภาพของมีดบิน ซึ่งเขียนรายละเอียดไว้อย่างถี่ยิบ มีวิธีการจัดสร้างมีดบินหลากหลายรูปแบบโดยมีคำอธิบายบ่งบอกสิ่งที่จำเป็ต้องใช้ในการสร้างมีดบินแบบต่างๆโดยละเอียด บางหน้าถึงกับบ่งบอกถึงจุดชีพจรเฉพาะที่ต้องใช้ควบคู่กับมีดบินชนิดนี้หรือวิธีการใช้พลังิญญารูปแบบเฉพาะในการควบคุม
มีดบินบางชนิดถึงกับซัดออกแล้วเรียกกลับคืนได้ บางเล่มสามารถสร้างเสียงดังหวีดหวิว บางเล่มก่อให้เกิดาแเหวะหวะจนโลหิตทะลักไม่หยุด บางเล่มเมื่อซัดออกไปแล้วยังสามารถเปลี่ยนทิศทางกลางคันได้ และยังมีมีดบินอีกหลากหลายชนิด ไป๋หยุนเฟยยามนี้ศึกษาคัมภีร์จนสมองหมุนตาลาย แต่ละหน้าล้วนแต่สร้างความอัศจรรย์ใจแก่มันยิ่ง
“คิดไม่ถึงว่ามีดบินจะมีหลากหลายชนิดปานนี้ ด้วยการออกแบบอย่างพิถีพิถันและรอบคอบ แต่ละเล่มจึงมีเอกลักษณ์ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ผู้ที่ออกแบบมีดบินเหล่านี้นับเป็บุคคลที่มีภูมิปัญญายากจะหาผู้ใดเทียบชั้นได้!” เมื่อไป๋หยุนเฟยพลิกอ่านจนจบก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ จากนั้นจึงบังเกิดความรู้สึกเสียดายขึ้น “น่าเสียดายยิ่งนักที่มีเพียงเนื้อหาการจัดสร้างมีดบินอย่างละเอียด แต่การบังคับมีดบินกลับกล่าวถึงเพียงคร่าวๆเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังระบุเพียงชื่อเคล็ดมีดบินเท่านั้นเช่น ‘โต้กลับน้อย’ ‘สองแยกเฉียง’ ก็สมควรจะมีรายละเอียดของเคล็ดการใช้ แต่กลับไม่มี...”
“ยิ่งไปกว่านั้นวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการจัดสร้างมีดบินก็ใช่จะหาได้ทั่วไป! ศิลาาคุณภาพสูงและผลึกิญญาระดับหก ยังไม่ต้องเอ่ยถึงศิลาาคุณภาพสูง เพียงแค่ผลึกิญญาระดับหก ก็ต้องเป็อสูริญญาที่มีพลังเทียบเท่าผู้บรรลุด่านเอกะิญญาเท่านั้นจึงจะมีได้!!”
“ยังมีขั้นตอนการจัดสร้างมีดบินอันน่าเหลือเชื่ออีก... แต่ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือข้ากลับอ่านเข้าใจได้?! ยิ่งไปกว่านั้น ‘กลศาสตร์’ ‘แรงต้านอากาศ’ ‘ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน’... เหล่านี้มันคืออะไรกัน? ไฉนในสมองข้าจึงมีแิเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวได้? มิหนำซ้ำยังสามารถเปรียบเทียบกับเนื้อหาในคัมภีร์ได้อีก แม้แต่ตัวข้าก็ยังไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเข้าใจได้...”
เย่ถิงกล่าวว่าเคยศึกษาคัมภีร์เล่มนี้แต่ว่าทำอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ทว่าไป๋หยุนเฟยกลับสามารถเข้าใจถึงหลักสำคัญได้ง่ายดายอย่างน่าประหลาด ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไป๋หยุนเฟยมีอยู่ แม้ว่ายามนี้จะไม่อาจค้นหาความทรงจำเหล่านี้ขึ้นมาได้ แต่ความทรงจำเหล่านี้กลับสามารถผุดขึ้นมาในความคิดได้เอง เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่มันฝึกปรือเคล็ดวิชาการควบคุมจุดชีพจรเป็ครั้งแรก ครั้งนี้ก็เป็เช่นเดียวกัน
ใคร่ครวญอีกสักพัก ไป๋หยุนเฟยก็คาดว่าจะเป็เพราะความทรงจำที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ในส่วนลึกของความคิดตนเอง และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของไป๋หยุนเฟย มันจึงละวางความสงสัยนี้ไปโดยเร็ว เนื่องเพราะสิ่งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียอันใดต่อตนเอง ขบคิดมากไปก็ไม่เกิดประโยชน์
“หากสามารถหาส่วนที่เหลือของคัมภีร์นี้ได้ ข้าก็จะบรรลุถึงวิชามีดบินอันร้ายกาจ และความสามารถของข้าก็จะเพิ่มขึ้นราวก้าวะโ แต่น่าเสียดายที่ยามนี้ทำได้เพียงวาดหวังเท่านั้น หลังจากนี้คงต้องให้ความสำคัญกับเื่นี้ให้มาก แต่ว่ายิ่งตามหาก็ยิ่งยากจะได้มา...” หลังจากไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดถึงเื่นี้อีกครู่หนึ่งก็เก็บคัมภีร์ลงไป “ไม่ว่าจะอย่างไร แค่เพียงความรู้พื้นฐานจากคัมภีร์ก็เป็ประโยชน์ต่อข้าอย่างยิ่งแล้ว ทิ้งเื่มีดบินนี้ไว้ด้านหลังก่อนเถอะ วันหน้าค่อยศึกษาอย่างละเอียด รอกระทั่งถึงสำนักช่างประดิษฐ์และเรียนรู้การหลอมสร้างได้แล้ว ข้าก็จะสามารถจัดสร้างด้วยตนเองได้...”
…………
วันต่อมา หลังจากไป๋หยุนเฟยจัดเตรียมสิ่งของเรียบร้อยแล้วก็กล่าวลาต่อทุกคน ก่อนจะไปอำลาต่อตระกูลจ้าวและหลิวจากนั้นจึงค่อยเดินทางออกจากเมืองเกายี่
จิ้งิเฟิงยังคงพำนักอยู่ที่เมืองเกายี่ แต่ก็กล่าวว่าอีกไม่นานจะออกเดินทางไปตามเส้นทางของตน ดังนั้นจากนี้ไปจะไม่ได้ร่วมทางกับไป๋หยุนเฟยอีกแล้ว
หลังจากร่วมเดินทางกันมาถึงวันนี้ ไป๋หยุนเฟยและจิ้งิเฟิงก็ก่อไมตรีมิตรภาพอันแน่นแฟ้นขึ้น แต่กระนั้นมันเองก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เดินทางร่วมกับจิ้งิเฟิงไปตลอด เนื่องเพราะการเดินทางไปยังสำนักช่างประดิษฐ์นั้นเป็เื่ส่วนตัวของตนเอง ส่วนจิ้งิเฟิงเองก็มีเส้นทางของตนเช่นกัน ต่อให้ร่วมเดินทางกันอีกสักระยะ สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันอยู่ดี หากวันหน้ามีวาสนาคงมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง
เทียนิเองก็้าจะออกไปผจญภัยร่วมกับไป๋หยุนเฟย แต่ก็ทราบดีว่าเป็ไปไม่ได้ ดังนั้นหลังจากไป๋หยุนเฟยให้สัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมในภายหลังเทียนิจึงค่อยเผยรอยยิ้มและกล่าวคำอำลาต่อไป๋หยุนเฟย
แล้วไป๋หยุนเฟยก็เดินทางออกจากเมืองเกายี่และก้าวเดินกลับสู่เส้นทางเพื่อไปยังสำนักช่างประดิษฐ์อีกครั้ง
