9 โมงเช้าวันต่อมา
เปรมามาถึงกองถ่ายโฆษณาพร้อมคณะ มีแม่เลี้ยงอรรัมภาตามมาด้วย กองทัพนักข่าวไม่มีตามที่ทีมงานแจ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั่งแต่งหน้าโดยช่างแต่งหน้าส่วนตัวคู่กาย กรรณิการ์บอกว่ามีคนจาก บริษัททีเอ็มเคติดต่อมาด้วยเื่งาน
“คนที่โทร. มา้าคุยกับเธอด้วยตัวเอง เอาไง” กรรณิการ์เจรจาแล้วแต่ทางนั้นก็เอาแต่ดึงดันว่าจะคุยกับเปรมา เธอก็ไม่กล้ามีปัญหาด้วย เพราะกลัวจะกระทบกับงานอื่น ๆ ในภายหลัง ให้รู้ด้วยว่าทีเอ็มเคอยู่ระดับไหน
“เอามาสิคะ เดี๋ยวไอรีนคุยเอง” เปรมาแบมือ ในห้องแต่งตัวมีแต่คนของเธอ จึงไม่กังวลถ้าจะคุยเื่งานต่อหน้าใคร สัญชาตญาณบางอย่างบอกด้วยว่านี่ไม่ใช่การคุยปกติ เพราะถ้าติดต่องานอย่างเดียวคุยกับผู้จัดการก็จบแล้ว ส่วนจะตกลงหรือเปล่าทางเธอจะติดต่อกลับไปอีกที
กรรณิการ์ยื่นโทรศัพท์ให้ เปรมารับมาแนบหู กรอกเสียงลงไปแล้วแนะนำตัวเองสั้น ๆ นาทีต่อมาก็ต้องแปลกใจเมื่อปลายสายเปลี่ยนเป็อีกคน แต่ก็ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาผ่านสีหน้าแค่ทำมือบอกให้ช่างแต่งหน้าหยุดก่อน
“ขอเวลานอก 10 นาทีค่ะ”
บอกแค่นั้นแล้วลุกไปเลย หามุมที่คิดว่าคุยแล้วคนอื่นไม่ได้ยิน
กรรณิการ์สงสัย ดูมีลับลมคมนัยแปลก ๆ ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา แต่มันจะใช่จริงเหรอ ไม่น่าเป็ไปได้ ส่ายหน้าสลัดความคิดทิ้งแต่สลัดไม่หลุดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าในความที่ว่าไม่น่าจะเป็ไปได้มันก็เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ?
ระดับท่านประธาน เ้าของบริษัทมาส่งเองก็เคยแล้ว ดังนั้นปลายสายนั้นจะเป็เขาก็ไม่น่าแปลก แต่มันจะแปลกจริง ๆ ถ้าเกิดว่าเดาถูกขึ้นมา
การถ่ายทำโฆษณาของผลิตภัณฑ์ความงามหลายชั่วโมงผ่านไปแล้ว ทุกอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค นางร้ายสาวได้รับเสียงชื่นชมจากทีมงานทุกคนว่าเธอมีความเป็มืออาชีพสูง แต่ที่กองพลาดอย่างแรงคือไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้ได้ กองทัพสื่อมวลชนจากทุกสำนักได้ปิดล้อมสถานที่ถ่ายทำไว้เรียบร้อยแล้ว
เปรมา กรรณิการ์ และเมธัสได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่าเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้น ต้องเตรียมรับมือไว้แต่เนิ่น ๆ แล้วมันก็จริงตามที่คาดเดาไว้เป๊ะ ไม่กล่าวโทษ ไม่ให้คนตามหา ล่าตัวว่าใครคือคนคายความลับทั้งที่กองรับปากดิบดี มีแต่ยิ้มรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องตอบคำถามนักข่าว ด้วยประการนี้จึงบอกทีมงานว่าให้ช่วยเตรียมสถานที่สำหรับตั้งโต๊ะให้หน่อย ไม่มีใครปฏิเสธคำขอนี้ ไม่ถึง 15 นาทีทุกอย่างก็พร้อม
ร่างเพรียวบางนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยมาดนางพญาท่ามกลางไมค์จากช่องทีวีต่าง ๆ ที่วางตั้งอยู่บนโต๊ะแน่นขนัด แสงแฟลชสาดกระทบใบหน้างดงามต่อเนื่อง ในขณะที่นักข่าวถูกกันให้อยู่ห่างออกมาพอสมควร จะอยู่ตรงไหนไม่มีใครบ่นขอแค่ให้ได้ข่าวไปเผยแพร่ ชาวเน็ตที่รู้ว่าจะมีการสัมภาษณ์เกิดขึ้นก็ช่วยกันสร้างแฮชแท็กใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วแป๊บเดียวก็ทะยานขึ้นไปที่หลักหมื่น
เข้าใจได้ว่าเื่ดราม่า ข่าวฉาวเป็เื่ที่เกิดขึ้นแล้วยากจะหายไปจากความสนใจของคนเสพข่าวในเวลาแค่ไม่กี่วัน แต่ที่หายเข้ากลีบเมฆไปน่ะคือต้นเื่อย่างณัฐดนัยที่ยังคงไม่ปรากฏตัวออกมาให้ใครเห็นง่าย ๆ เปรมมิกาถูกยำเละไปแล้วจากนักข่าว ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังจากหอบใบหน้าแตกละเอียดกลับบ้านไป
“หวังว่าคำถามจากพี่ ๆ นักข่าวทุกคนจะไม่ใจร้ายกับไอรีนเกินไปนะคะ คุณแม่ไอรีนท่านยิ่งอ่อนไหวง่ายด้วย ถ้าลำพังไอรีนน่ะไม่เท่าไรหรอก” พูดติดตลก กล่าวถึงมารดาที่นั่งมองอยู่ เรียกรอยยิ้มเอ็นดู และจริงใจจากทุกคน
อรรัมภาถูกจัดให้นั่งอยู่ในที่ที่เหมาะสม มีรอยยิ้มให้กำลังใจลูกสาวเสมอ ขอแค่เปรมาหันมองก็จะได้รับพลังบวก หลายรูปที่นักข่าวจับภาพความอบอุ่นของคุณแม่และคุณลูกไว้ได้ แล้วมันก็ถูกส่งต่อออกไปในโลกออนไลน์อย่างเรียลไทม์ เกิดการแชร์ การส่งต่อกันอย่างล้นหลาม ไม่มีใครไม่ชื่นชม ไม่มีใครไม่เปรียบเทียบการกระทำที่แตกต่าง
จันทร์แรม และอรรัมภาผู้หญิงที่เปรมาต่างเรียกว่า ‘แม่’ เหมือนกัน แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงรู้ได้เลยว่าคนไหนรัก คนไหนไม่รัก คนไม่ได้คลอดแต่เลี้ยงดูใกล้ชิดมานานดุจลูกในไส้มีแต่ความห่วงใยจากใจจริง ขณะคนที่อุ้มท้องมานานถึงเก้าเดือนเต็มดูยังไงก็มีสายใยที่บางเบา พร้อมขาดสะบั้นทุกเมื่อ ยิ่งมีข่าวออกมาขนาดนั้นยังดึงดันที่จะปกป้องลูกที่ทำผิดมากกว่าให้ความเห็นใจคนถูกกระทำ
ระหว่างรอดูการสัมภาษณ์ จันทร์แรมก็ไล่อ่านคอมเมนต์ ั้แ่เกิดเื่คลิปเสียงหลุดเธอไม่ได้นอนหลับดี ๆ เลย ลูกติดสามี กลับมาบ้านก็คอยแต่ถากถาง ดูถูกเหยียดหยามว่าเชื้อแม่แรงลูกสาวเลยเป็อย่างนั้น เจอเื่นี้เข้าไปอีก ใจเหมือนจะะเิ หยิบอะไรได้ก็เขวี้ยงปาข้าวของกระจุยกระจาย ด่ากราดว่านังลูกเนรคุณ ที่เื่ราวมันเป็อย่างนี้เพราะความใจดำของมัน โอกาสที่จะได้แจ้งเกิดของเปรมมิกาไม่มีแล้ว
“ยังจะต้องให้สัมภาษณ์อะไรกันอีก แค่นี้เรายังเสียหายไม่พออีกหรือไง” เสี่ยบรรจงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ออกไปโรงงานลูกน้องแต่ละคนก็ทำให้อารมณ์เสียจนบันดาลโทสะ เพราะข่าวที่ออกไปทำให้เขาถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ จนต้องขับรถกลับมาบ้าน มาถึงยังต้องมาเห็นการตั้งโต๊ะแถลงของลูกเลี้ยงอีก ยิ่งมองหน้าภรรยายิ่งไม่สบอารมณ์ จัดการอะไรไม่ได้สักอย่าง ให้ตัวปัญหามันสนุกกับการบดบี้อยู่ได้
จันทร์แรมสะอึก จะพูดอะไรสักคำก็ไม่ทัน สามีเดินหน้าตึงขึ้นบันไดไปก่อนแล้ว ั้แ่ลูก ๆ เขาพากันมาต่อว่า ก็ดูเหมือนเขาจะไม่ได้พูดจาดี ๆ กับเธอเลย ถ้ายังเป็อย่างนี้ต่อไปบรรยากาศในบ้านคงยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ จากที่เคยมีแต่รอยยิ้ม ตอนนี้มีแต่ความอึมครึมปกคลุม ลูกชายคนเล็กก็ติดต่อไม่ได้มาหลายวันก็กังวลจะแย่ จะทำให้สบายใจกันบ้างไม่ได้เลย!
เปรมมิกาตอนนี้ก็เอาแต่เก็บตัว ร้องไห้ โมโห เกรี้ยวกราดอยู่บนห้อง ข้าวปลาไม่กิน แถมยังติดต่อณัฐดนัยไม่ได้ อีกแค่เทอมเดียวจะเรียนจบ แต่ดันมามีเื่นี้ก่อน ลูกสาวเธอจะมีหน้าไปเจอคนที่มหา’ ลัยได้ยังไง
จันทร์แรมตวัดตามองโทรทัศน์ เห็นใบหน้าสดใสของเปรมาก็อยากพุ่งเข้าไปทุบตี สั่งสอนให้รู้ว่าควรเคารพ และเชื่อฟังคำสั่งของแม่ แต่มันก็เป็ได้แค่ความคิดอันเลื่อนเปื้อน อย่าว่าแต่พุ่งเข้าไปเลย แค่จะเฉียดเข้าไปใกล้ยังทำไม่ได้ ถ้ารู้อนาคตว่านังลูกคนนี้จะได้ดีเป็ตายยังไงก็จะเอามาอยู่กับตัวเองให้ได้ ไม่ปล่อยทิ้งไว้กับอดีตสามีหรอก ในใจลึก ๆ ไม่ใช่ไม่กลัวว่าจะถูกตามคิดบัญชีที่ทำให้นังตัวดีเกิดเื่กับว่าที่ลูกเขย พ่อเลี้ยงบดินทร์เป็คนยังไงเธอเองก็รู้ดี ถึงเขาจะยอมปล่อยวางเื่ที่เธอหนีตามหัวหน้าคนงานของเขามา แต่เื่ลูก
