เมื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่มีท่าทีสำนึกผิด ใต้เท้าจวีก็โมโหจนเืขึ้นหน้า เขาเขวี้ยงจอกชาเข้าใส่จวีจื่อหลิงทันที แต่นางกลับคว้ารับเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะเขวี้ยงมันลงบนพื้นจนแตกเป็เสี่ยงๆ
“จวีจื่อหลิง เ้ากล้า!”
“เหตุใดข้าจะไม่กล้าเล่า ยามข้าแต่งงานท่านก็ไม่เคยสนใจ ทิ้งให้นางเสิ่นซื่อตัวดีจัดการทั้งหมด ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางเสิ่นซื่อจะดูไม่ออกว่าฉินเสวียนมีใจคิดไม่ซื่อ แต่เพราะไม่อยากให้ข้าได้ดีกว่าจวีหลานบุตรสาวของตน นางเสิ่นซื่อไม่คิดทักท้วงและสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ส่วนท่านพอเห็นว่าลูกเขยเริ่มมีฝีไม้ลายมือก็ยื่นมือมาสนับสนุน หมายจะเอาหน้าเอาตาจากเื่นี้ ท่านคิดว่าข้ามองเล่ห์เพทุบายของพวกท่านไม่ออกหรือไรกัน พอข้าตกต่ำ พวกท่านก็กล่าวโทษว่าเป็ความผิดของข้า ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกท่านก็มีส่วนไม่ต่างกัน!”
ใต้เท้าจวีที่ถูกบุตรสาวเอ่ยวาจาตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าก็ถึงกับนิ่งอึ้งด้วยความตื่นตะลึง ทางด้านนางเสิ่นซื่อสีหน้าไม่สู้ดีไม่คิดเลยว่าลูกเลี้ยงที่แต่งงานออกไปนานแล้วจะเปลี่ยนไปเป็คนละคนเช่นนี้ แต่ก่อนจวีจื่อหลิงกล้าเถียงบิดาเสียที่ไหนกัน
นางรีบปลอบประโลมสามี
“ท่านพี่ ท่านอย่าได้กล่าวโทษจือจือเลยเ้าค่ะ นางเองก็คงไม่อยากให้เื่ราวดำเนินมาถึงขั้นนี้ ส่วนจือจือ เ้าก็อย่าได้ต่อว่าบิดาเ้าเลย เขาเป็ห่วงเ้ามากนะ ไหนๆ เ้าก็กลับมาแล้ว มิสู้พักผ่อนให้สบายใจเถอะ แล้วค่อยคิดหาหนทางต่อ”
จวีจื่อหลิงจ้องเขม็งมองนางเสิ่นซื่อตาไม่กะพริบ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเ็า
“ไม่ล่ะ ข้ามาที่นี่เดิมทีก็เพียงแค่อยากมาบอกพวกท่านว่า ข้าซื้อบ้านเอาไว้หลังหนึ่ง ข้าเปิดกิจการทำการค้าเล็กๆ ไม่กลับมาเยียบจวนแห่งนี้อีก และพวกท่านก็อย่าได้มาสร้างความรำคาญให้ข้า ส่วนสมบัติในจวน ข้าไม่ขอเอาแม้แต่ชิ้นเดียว”
นางเสิ่นซื่อถึงกับใจเต้นถี่ระรัว เดิมทีนางคิดว่าลูกเลี้ยงกลับมาคราวนี้ สมบัติในจวนต้องถูกแบ่งครึ่งเป็แน่ แต่ผิดคาด จวีจื่อหลิงกลับยืนกรานจะจากไปตัวเปล่า
เยี่ยมนัก!
แม้นางจะดีใจ แต่ทว่าใต้เท้าจวีกลับไม่เห็นด้วย เขาชี้หน้าด่าบุตรสาวอย่างไม่รั้งรอ
“เ้าตัวบัดซบ เป็หญิงหม้ายไม่พอ เ้ายังจะไปทำการค้าอีกหรือ สตรีทำการค้าใช้ได้ที่ไหนกัน”
จวีจื่อหลิงกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นั่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ บิดาของนางช่างเป็ตาแก่หัวรั้นโดยแท้
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความเห็นจากท่าน ข้ามาเพื่อแจ้ง หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
จวีจื่อหลิงคร้านจะสนใจแล้ว นางจึงหันหลังตั้งใจจะเดินออกจากจวนไปเสีย ทันใดนั้นนางรู้สึกได้ว่ามีของแข็งบางอย่างฟาดเข้ามาที่ท้ายทอย ก่อนที่นางจะสลบไปเสียดื้อๆ
“ลากนางกับสาวใช้ชั่วไปขังเอาไว้ในห้องเก็บฟืนก่อน แล้วค่อยคิดหาทางออกอีกที”
ใต้เท้าจวีออกคำสั่งบ่าวไพร่ด้วยน้ำเสียงกระด้าง ซุนฉิงที่ได้ยินก็หวาดกลัวจนร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา นางคิดเอาไว้แล้วเชียว หากคุณหนูของนางกลับมาได้เมื่อไหร่ ย่อมไม่มีเื่ดีเป็แน่
เมื่อลากตัวจวีจื่อหลิงและซุนฉิงไปขังเอาไว้แล้ว ใต้เท้าจวีก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เดิมทีไม่ใช่ว่าเขาไม่ห่วงบุตรสาว แต่เมื่อได้เห็นท่าทางไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีของจวีจื่อหลิงแล้วเขาก็อยากจะดัดนิสัยนางเสียหน่อย แต่ก่อนนางไม่เคยเถียงเขา แต่ยามนี้กลับใจกล้ายิ่งนัก
นางเสิ่นซื่อที่นั่งอยู่ข้างกัน พลันคิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้ นางลอบยิ้มเ็าในใจ ก่อนจะเอ่ยกับสามี
“ท่านพี่ ข้าว่าจือจือนางคงเสียใจจนฟุ้งซ่าน เผลอเดินทางผิดไปชั่วขณะ มิสู้เราหาสามีใหม่ให้นางดีหรือไม่ อย่างไรเสียสตรีก็ย่อมต้องมีสามีคอยชี้นำ ข้าว่าถ้านางได้บุรุษดีดีสักคนมาคอยเอาใจใส่ จะต้องดีขึ้นแน่เ้าค่ะ”
ใต้เท้าจวีหันมามองนางเสิ่นซื่ออย่างอ่อนโยน คำพูดของภรรยารักฟังดูแล้วมีเหตุผลยิ่ง
“แต่นางเป็หม้าย บุรุษดีดีที่ไหนจะอยากแต่งนางเข้าจวนกันเล่า”
“มันจะไปยากอันใดกัน เราก็หาบุรุษหม้ายสักคนมาแต่งกับนาง เลือกเอาจากตระกูลคหบดีก็ได้เ้าค่ะ ในเมื่อจือจือมีใจอยากทำการค้า หากได้แต่งกับสามีที่มาจากตระกูลพ่อค้าจะต้องตรงใจนางแน่ เท่ากับเราได้สนับสนุนนางด้วย”
ใต้เท้าจวีถูกนางเสิ่นซื่อเป่าหูจนหลงเชื่อก็พยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล
“เช่นนั้นเ้าก็จัดการตามสมควรเถอะ”
“เ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่าสามีไม่คัดค้าน นางเสิ่นซื่อก็รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง
นางจะหาบุรุษหม้ายรวยๆ สักคนมาแต่งกับจวีจื่อหลิง เรียกสินสอดให้มากหน่อย ส่วนเื่ที่ว่าหลังแต่งงานจวีจื่อหลิงจะมีความสุขหรือไม่ นางไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะนางไม่ได้เป็คนแต่งเสียหน่อย หึ!
วันรุ่งขึ้นเสิ่นซื่อจึงจัดการให้แม่สื่อไปหาคู่ให้จวีจื่อหลิงทันที ไม่นานก็ได้บุรุษหม้ายวัยห้าสิบที่ภรรยาเพิ่งจะล้มป่วยออดๆ แอดๆ มาคนหนึ่ง ฐานะเขาดีมาก เขาอยากแต่งอนุอยู่พอดี จึงตกปากรับคำว่าจะมาสู่ขอจวีจื่อหลิงที่จวน
