“เ้ายังจะเถียงข้างๆ คูๆ อีกรึ?”
“ทั้งรัชทายาท จางฉิ โกซิงแล้วก็ฟางยี่ ล้วนแต่พูดเป็เสียงเดียวกันว่าถูกเ้าทุบตีอย่างไม่มีเหตุผล หาใช่สตรีของเ้าที่กล่าวแก้ต่าง”
จักรพรรดิอู่เิหลี่ะโออกมาด้วยอารมณ์ความโกรธ เมื่อเห็นว่าจิ้งหยวนยังไม่ยอมรับสารภาพความผิดที่ตัวเองก่อ
“ฝ่าาล้อกระหม่อมเล่นแล้ว คนทั้งสามล้วนแต่เป็สหายรัก ยิ่งมิต้องพูดถึงองค์รัชทายาทที่เป็เชื้อพระวงศ์ กระหม่อมที่ไม่มีแม้แต่อำนาจในราชสำนักหรือกรมทหาร จะไปลบหลู่เบื้องสูงและหักล้างมิตรภาพที่มีด้วยกันมายาวนานได้อย่างไร นี่คงเป็การปรักปรำกระหม่อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อีกอย่าง หากกระหม่อมทุบตีพวกเขาจริง ด้วยสภาพใบหน้าที่บวมปูดเหมือนถูกลาสิบเล่มเกวียนเหยียบหน้ามาแบบนั้น กระหม่อมที่ผอมแห้งแรงน้อยจะสู้พวกเขาที่มีมากถึงสี่คนได้ยังไง แถมพวกเขาคงไม่เต็มใจยืนนิ่งๆ ให้กระหม่อมทุบตีเป็แน่”
“ท่านว่าไหมเสนาบดีเหว่ย?”
จิ้งหยวนกำลังอธิบายให้จักรพรรดิฟัง อยู่ๆ เขาก็หันหน้าไปหาชายชราคนหนึ่งที่เคยฟ้องว่าเขาเคยแอบลวนลามบุตรสาว
ไม่รู้เพราะคล้อยตามหรืออะไรเป็แรงจูงใจ เสนาบดีเหว่ยที่ถูกถามก็เผลอพยักหน้าเห็นด้วยถึงความสมเหตุสมผล แต่เขาก็สะด้่งตื่นในเวลาไม่นาน เมื่อพบว่าอยู่ๆ ไอ้เด็กนี่ก็โยนงานเผือกร้อนมาให้เขาปิดจ๊อบในตอนท้ายเฉยเลย
“หือ?”
“ไม่ใช่น่ะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น?”
“คดีนี้ต้องมีเื้ัที่แอบซ่อนความจริงบางอย่างอยู่เป็แน่ โปรดไล่ถามความจริงก่อนตัดสินจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“...”
เสนาบดีเหว่ยหน้าซีดรีบคุกเข่าแก้ตัว เขาเป็ขุนนางฝ่ายพลเรือนอยู่ใต้อำนาจของชางชุนอี้ ผู้มีศักดิ์ฐานะเป็ลุงขององค์รัชทายาท เมื่อกี้เขาก็แค่ฟังเพลินจนลืมตัวเท่านั้น ต่อให้ข้อแก้ต่างเป็ความจริง ยังไงเขาก็ไม่มีทางสนับสนุนจิ้งหยวนที่เป็ศัตรูกันอย่างแน่นอน
ก่อนที่จักรพรรดิจะไม่สนใจเสนาบดีเหว่ย โน้มตัวไปข้างหน้าแล้วพูดกับจิ้งหยวนว่า
“จิ้งหยวน ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบแล้ว าแบนร่างกายของพวกเขา ล้วนแต่เกิดขึ้นจากเ้า”
“ห่ะ เป็ฝีมือของกระหม่อม?” เสียงแห่งความประหลาดใจของจิ้งหยวนที่อุทานออกมา
“ใช่ เป็ฝีมือเ้า” จักรพรรดิอู่เิหลี่ก็ย้ำเหมือนเดิมอีกรอบ
“แล้วมันเกิดขึ้นเมื่อใดกันพ่ะย่ะค่ะ?” จิ้งหยวนยังคงถามออกมาด้วยความไร้เดียงสา
“ก็เมื่อ่สายของวันก่อน”
“่สายของวันก่อน?!!!”
เมื่อเห็นว่าองค์จักรพรรดิพูดออกมาแบบนั้น จิ้งหยวนก็ทำท่าครุ่นคิดคิ้วขมวดเป็ปม ราวกับกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อทบทวนความจำเก่า
ทำเอาขุนนางที่อยู่แถวนั้นมองหน้ากันอย่างสับสน ว่าเหตุใดเด็กคนนี้จึงหน้านิ่วคิ้วขมวดมากขนาดนั้น ราวกับว่าเขากำลังนึกเื่ราวเมื่อหลายสิบปีก่อน ทั้งๆ ที่เื่ราวทั้งหมดมันก็พึ่งจะเกิดขึ้นมาเมื่อวันวานนี้เอง
“โอ้ กระหม่อมพอจะทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ บางที กระหม่อมอาจจะทุบตีคนทั้งสามร่วมถึงองค์รัชทายาทจริงๆ แต่ฝ่าาก็คงจะโทษกระหม่อมมิได้”
หือ?
อะไร
ยอมรับว่าทำผิดแล้วแต่ทำไมถึงไม่ให้ลงโทษ?
ประโยคแรกเต็มไปด้วยความดูถูก แต่ประโยคหลังกลับทำให้ทุกคนสับสน
“ว่ามา” จักรพรรดิก็ขมวดคิ้วผายมือให้พูดต่อ ก่อนที่จิ้งหยวนจะยกมือป้องหมัดเลียนแบบบทละครภาพยนตร์ยุคเก่าออกมาว่า
“ทูลฝ่าา เมื่อไม่กี่วัน ทุกคนคงทราบดีว่ากระหม่อมประสบอุบัติเหตุที่ศีรษะ หมอหลวงที่องค์ชายอู่เค่อพามารักษา บอกว่าผลจากแผลอาจทำให้ลืมบางเื่บางราวหรืออาจจำใบหน้าของใครบางคนไม่ได้ใน่เวลาหนึ่ง”
“จากลำดับเหตุการณ์ เมื่อวานหลังจากกระหม่อมเข้าเฝ้าและทูลลาพระมาตุจฉาก็กลับมาพักที่จวนของตัวเองทันที ความจำสุดท้ายคือกระหม่อมรู้สึกเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก จึงกำชับพ่อบ้านว่าห้ามให้ใครมารบกวนตอนนอนเป็อันขาด ตื่นอีกทีสิ่งที่กระหม่อมจำได้ก็เป็เช้าวันนี้ที่ลุงฮัวมาที่จวนแล้ว”
“บางที ่เวลาดังกล่าวที่กระหม่อมหลับ อาจจะถูกคนนอกเข้ามารบกวนจนตื่นกลางคันแล้วอาการกำเริบ จำใครไม่ได้ชั่วคราวแล้วส่งผลให้กระหม่อมเห็นองค์รัชทายาทและคนทั้งสามเป็คนแปลกหน้า เหมือนพ่อบ้านจะไล่ไปแล้วแต่อีกฝ่ายเหมือนจะปฏิเสธ ก็อาจจะส่งผลต่อกระหม่อมที่เลอะเลือนจนถึงขั้นไล่ทำร้ายและทุบตี”
“หากฝ่าา้าพิสูจน์ ก็คงต้องให้หมอหลวงคนนั้นมายืนยันเอง ส่วนเื่การทำร้ายร่างกาย ฝ่าาก็ลองถามกลุ่มองค์รัชทายาทดู ว่าพวกเขาได้ฟังคำที่พ่อบ้านของกระหม่อมบอกไว้ก่อนจะบุกรุกเรือนคนอื่นหรือเปล่า?”
“จากนั้นก็แยกคนทั้งสี่ออกแล้วสอบสวนเป็การส่วนตัว ว่าตอนที่พวกเขาทั้งสี่คนเจอกระหม่อมในตอนนั้น มีรายละเอียด อาการ พฤติกรรม หรือการพูดคุยแบบใด คนที่พูดต่างออกไปจากคนอื่นคือคนโกหก ส่วนความจริงฝ่าาก็จะทราบได้จากเื่ที่พวกเขาเล่าว่ามีส่วนใดที่เหมือนๆ กัน?”
“และเมื่อเอาผลการไต่สวนมาเทียบเคียงดู ความจริงของเื่ราวก็จะถูกเปิดเผยออกมาเองพ่ะย่ะค่ะ”
บูมมม
“...”
คำพูดของจิ้งหยวนแทบจะทำให้ท้องพระโรงะเิ ขั้นตอนและลำดับทุกอย่างมีความเป็เหตุเป็ผลที่รอบคอบอย่างน่าเหลือเชื่อ จนไม่อยากจะคิดว่ามันจะออกมาจากปากของคนที่ส่งไปเป็นายอำเภอแล้วถูกขุนนางท้องถิ่นเคืองโกรธ
บอกตรงๆ แม้แต่ผู้พิพากษาของเมืองหลวงที่ยืนฟังอยู่ในท้องพระโรงก็แทบจะใกับวิธีการ ดวงตาของเขาในตอนนี้จึงเบิกกว้างไม่อยากจะเชื่อ ว่านอกจากการทรมานผู้คนเพื่อเค้นความจริงจากปากแล้ว ในโลกมันจะมีวิธีสอบสวนหาความจริงได้เพียงแค่ฟังเอาจากข้อมูลแล้วมาเทียบเคียงเอา
“ขุนนางตี๋ เ้าเป็ผู้พิพากษาประจำเมืองหลวง จงไปเรียกพยานแล้วแยกห้องสอบสวนคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” จักรพรรดิก็หันไปหาขุนนางวัยกลางคนในชุดสีฟ้า ก่อนที่คนๆ นั้นจะคุกเข่าแล้วตามเกากงกงไปยังห้องอื่นเพื่อสอบสวนเื่ราว
การเรียกตัวหมอหลวงคนนั้นมาไม่ใช่เื่ยาก และก็เป็การยืนยันผ่านองค์ชายอู่เค่อที่ติดตามมาด้วยอีกคน ว่าผลกระทบเื่ของความจำผ่านาแที่ศีรษะของจิ้งหยวนนั้นเป็ความจริง
และที่น่าใกว่านั้นก็คือ การสอบสวนที่จิ้งหยวนแนะนำให้แยกถามเป็การส่วนตัว คือจำเลยทั้งสี่คนก็ไม่กล้าที่จะโกหกเพราะกลัวความผิด เล่าออกมาและยอมรับว่าพวกเขาไม่ฟังพ่อบ้านและบุกเข้าไปในเรือนของจิ้งหยวนที่กำลังนอนนจริงๆ
รายละเอียดคือพวกเขาบอกว่าจิ้งหยวนในตอนนั้นเหมือนไม่รู้จักกับพวกเขามาก่อน
จนเมื่อจักรพรรดิที่นั่งอ่านรายละเอียดการสอบสวนที่เกากงกงส่งมา ประกอบกับเหตุการณ์วันเกิดเหตุจิ้งหยวนปฏิเสธคำเรียกของเขาเื่องค์หญิงอู่หลิง
ทุกอย่างมันดูไร้สาระในตอนแรก แต่มันกลับทุกอย่างเข้าล็อกลงได้อย่างสมบูรณ์จนจักรพรรดิอย่างเขายังใ
ทุบตีเชื้อพระวงศ์เป็ความผิด แต่ก็ไม่มีกฏเอาผิดกับคนป่วยที่เป็โรค
ด้วยพยาน หลักฐาน และการพิสูจน์เช่นนี้ มันก็เลยไม่มีเซียนปากกาคนไหน ที่กล้าจะหักล้างคำให้การของจิ้งหยวนที่ใช้ในการแก้ต่าง
“...”
“ฝ่าา จิ้งหยวนป่วยจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ดังนั้น การทุบตีรัชทายาทและลูกหลานตระกูลใหญ่ทั้งสาม จึงไม่สามารถยกกล่าวป้ายร้ายต่อเขาได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็เพราะพวกเข้าบุกเข้าไปที่ตระกูลโดยพลการ สิ่งนี้ไม่อาจถือว่าเป็ความผิดของท่านโหว ฝ่าาโปรดให้ความเป็ธรรมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“โปรดให้ความเป็ธรรมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!!!”
โอกาสที่ขุนนางฝ่ายทหารจะได้ตบหน้าฝ่ายซ้ายสักครั้งหนึ่งนับว่ามีน้อยมาก โดยเฉพาะวันนี้ที่ท่านอู่หลี่และสองขุนพลเสือไม่อยู่ ดังนั้นเหล่าเสนาบดีฝ่ายขวาทุกคนจึงพากันรีบก้าวขาออกมา แล้วเรียกร้องความเป็ธรรมให้กับจิ้งหยวนเพื่อทำการปล่อยตัว
ทำเอาจางฉิ โกซิง หรือแม้แต่ฟางยี่ ที่เห็นว่าบิดาของเขาเอาแต่ยืนนิ่งละเลยไม่คิดจะช่วย ก็แทบจะหน้ามืดเป็ลมทรุดตัวไปทั้งยืน
สงสัยว่ามันเป็โลกนี้หรือสมองของผู้คนกันแน่ที่หมุนเปลี่ยนพลิกด้าน ความจริงควรจะเป็พวกเขามิใช่หรือที่จะต้องได้รับความเป็ธรรม
แล้วทำไมผลลัพธ์ถึงกลายว่าต้องให้ความเป็ธรรมแก่ผู้ที่ลงมือทุบตีพวกเขาแทน
“เฮ้อ องค์รัชทายาท และเหล่าสหายรัก”
“ข้าต้องขอโทษที่เผลอทุบตีไปเพราะอาการป่วย มันช่างเหมือน่ที่ออกไปเที่ยวด้านนอกในวันก่อนๆจริงๆ ที่ข้าเผลอทุบหมาตายด้วยมือตอนที่อาการกำเริบ โชคดีที่ครั้งนี้ทุกคนยังมีชีวิต ไม่ได้เป็เหมือนหมาขี้เรื้อนตัวนั้นที่ข้าเผลอทุบตีจนตายในตอนไม่รู้ตัว”
“...”
“...”
“...”
จิ้งหยวนป้องมือคำนับเพื่อขอโทษด้วยความจริงใจ แต่การกระทำและคำพูดของเขามันเหมือนการทาเกลือบใส่บาดเเผล ความโกรธที่มีอยู่ก็ทำเอาดวงตาคนทั้งสี่ยิ่งแดงก่ำ ปอดและหน้าอกพองโตและหุบลงยากจะอดกลั้นโมโหจนสลบ
ทำเอาจักรพรรดิบนบัลลังก์เอามือแตะหน้าผาก ที่เส้นเื่มันกลับตาลปัตรกันไปหมด
ทุบตีคนกลางวันแสกๆ ได้แต่ก็ไม่มีฐานโทษความผิด
“...”
“...”
