“นี่... นี่มัน... คืออะไรกัน?” ฉินอวี่จ้องตรงไปยังวานรั์ และถามออกไปอย่างประหลาดใจ
“เ้าลองถามดูสิ!” ผู้าุโไม่มีคำอธิบาย ได้แต่กระตุ้นให้ฉินอวี่ถามออกไป
ฉินอวี่พยักหน้า ลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมา “ผู้าุโ ท่านพอจะช่วยข้าขึ้นไป้าสักหน่อยได้หรือไม่? ข้าจำเป็ต้องส่งสัญญาณเสียงไปถาม”
ใบหน้าของผู้าุโยังคงนิ่งสงบ แต่ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความไม่พอใจ แต่ฉินอวี่ก็พูดขึ้นต่อทันทีโดยไม่ปล่อยเวลาให้ผู้าุโท่านนั้นพิจารณาอะไรเลย “ผู้าุโ ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย นี่มีความหมายต่ออาจารย์ข้าอย่างยิ่ง!”
ผู้าุโครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร ก่อนจะคว้าตัวฉินอวี่และทะยานขึ้นไปในอากาศ
เมื่อเหาะขึ้นมาได้ความสูงราวแปดร้อยจ้าง ฉินอวี่จึงได้เห็นรูปลักษณ์ทั้งหมดของวานรตัวนี้อย่างชัดเจน จนทำให้ในใจของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ทันที
วานรั์ตัวนี้มีความสูงราวหนึ่งพันจ้าง มีร่างกายใหญ่โตดั่งูเาที่สูงตระหง่าน มีแขนขาที่แข็งแกร่งราวกับั กล้ามเนื้อแต่ละมัดเชื่อมต่อกันราวกับทิวเขา มองดูแล้วเหมือนจะสามารถฉีกโลกออกได้ทั้งใบ ฉินอวี่เคยพบเห็นวานรยุทธ์ที่แข็งแกร่งและอุกอาจมาก่อนจากในเผ่าหยาจื้อ แต่เมื่อเทียบกับวานรยุทธ์ที่อยู่ตรงหน้าแล้ว นับว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องใอย่างมากคือ ไหล่ของวานรยุทธ์ตัวนี้เป็เหมือนกับส่วนหัวเข่า ล้วนแต่มีตะปูสีดำตอกเอาไว้ในแต่ละส่วน ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ถึงกับอ้าปากค้างขึ้นไปอีก คือมีตะขอสีดำที่เกี่ยวเข้าไปตรงระหว่างคิ้วของวานรยุทธ์ ตะขอนั้นเกี่ยวอยู่กับโซ่เหล็กสีดำ ทำให้ศีรษะของวานรยุทธ์ถูกเกี่ยวให้เชิดขึ้น ปลายอีกด้านหนึ่งของโซ่เหล็กจมอยู่บนยอดเขา และบนยอดเขานั้น ฉินอวี่ก็มองเห็นแผ่นศิลาที่ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างเลือนราง
ในตอนนี้ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเพราะเหตุใดวานรยุทธ์ตัวนี้ต้องพบกับจุดจบเช่นนี้ และไม่รู้เลยว่าเขาต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด ตะปูสี่ตัวกับตะขอนั่นดูเป็สิ่งของวิเศษทั้งสิ้น เมื่อถูกตรึงไว้เช่นนี้ คิดว่าวานรยุทธ์ตัวนี้คงไม่สามารถขยับตัวได้เลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ใเป็อย่างยิ่งคือ วานรยุทธ์ตัวนี้นั้นไม่รู้ถูกกักขังเช่นนี้มานานเท่าไรแล้ว แต่ฉินอวี่ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าวานรยุทธ์ตัวนี้ยังไม่ตาย!
“กลว่านเซี่ยงผนึกฟ้าจริงด้วย! เ้าหนุ่มน้อย ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเ้ากำลังคิดอะไรของเ้า ถึงกล้ามาถึงที่นี่!” เสียงของจู๋ฮวงดังขึ้นในใจของฉินอวี่
ฉินอวี่แสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน แต่กลับได้ยินเสียงของผู้าุโ “ถามเขาสิ!”
ฉินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงส่งเสียงไปถามวานรยุทธ์ แต่เขาพูดออกไปเพียงสองคำ “หยวนซาน”
สิ่งที่ฉินอวี่ต้องผิดหวังคือ เขาไม่รู้ว่าวานรยุทธ์ตัวนี้ไม่ได้ยินคำสองคำที่เขาพูดหรือเพราะไม่รู้จัก เขารออยู่นานแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรกลับมา เมื่อฉินอวี่เห็นดังนี้ เขาก็แอบถอนหายใจอยู่ในใจ วานรยุทธ์ตัวนี้เป็ผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดของขั้นเขตแดนเต๋าอย่างชัดเจน เหลืออีกเพียงครึ่งก้าวก็จะอยู่ในระดับขั้นเซียน แม้ว่าปู่ของเสี่ยหยวนจะมีระดับฝึกฝนระดับสูง แต่ก็ยังไม่ถึงระดับนี้
ขณะที่ฉินอวี่กำลังจะให้ผู้าุโพาตนเองออกไปนั้น ร่างกายของวานรยุทธ์ที่ถูกตรึงไว้ก็เริ่มสั่นสะท้าน ราวกับว่ากำลังดิ้นรนจากความเ็ป
“ตูม ตูม ตูม!”
ฟ้าดินสั่นะเื ฉินอวี่รู้สึกได้ถึงพลังบีบบังคับที่สามารถทำลายล้างโลกได้กำลังเข้าปกคลุมตัวเขา ฉินอวี่เงยหน้าขึ้นด้วยความใ แต่กลับต้องอ้าปากค้าง เมื่อมองเห็นวานรยุทธ์ที่ถูกกักมานานหลายปีได้ลืมตาขึ้น
ดวงตาสีแดงเพลิงคู่ใหญ่ราวกับทะเลสาบเป็ดั่งดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องสว่างเป็สองสายอยู่บนที่สูง แม้ว่าจะมองไม่เห็นม่านตาของเขา แต่ฉินอวี่ก็แน่ใจว่าวานรยุทธ์นี้กำลังจ้องมองตนเอง และเมื่อมองไปในดวงตาคู่นี้ ฉินอวี่ก็มองเห็นความเ็า มองเห็นร่องรอยของความผันผวนจนรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ผู้าุโที่ยืนอยู่ข้างฉินอวี่ขมวดคิ้วขึ้น พลางจ้องตรงไปยังวานรยุทธ์ ก่อนจะหันไปทางฉินอวี่ด้วยความประหลาดใจ และส่งเสียงไป “เ้าหนุ่ม เ้าพูดอะไรกับเขา?”
วานรยุทธ์ตัวนี้ต้องถูกขังอยู่ที่นี่ หากลืมตาขึ้นมาก็จะเห็นแต่ความเ็ปทุกข์ทรมาน เห็นได้ชัดว่า เด็กคนนี้จะต้องพูดอะไรบางอย่าง จึงสะกิดใจของวานรยุทธ์ได้
“ยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ฉินอวี่พูดอย่างงุนงง แต่ในใจเขาก็ยังรู้สึกสงสัยว่าวานรยุทธ์นี้จะเป็ปู่ของเสี่ยหยวนหรือไม่ ในตอนแรก เสี่ยหยวนเคยกล่าวกับฉินอวี่ว่า ปู่ของเขาชื่อว่าหยวนซาน ดังนั้น ฉินอวี่จึงลองนำคำสองคำนี้มาทดสอบดู แต่ตอนนี้ วานรยุทธ์ตัวนี้ได้ลืมตาขึ้นมาแล้ว ทำให้ฉินอวี่ประหลาดใจอย่างยิ่ง
เป็ไปได้หรือไม่ว่า... วานรยุทธ์ตัวนี้ที่ถูกจองจำอยู่ที่นี่จะเป็ปู่ของเสี่ยหยวน?
“เขาคือคนกำหนดโอกาสสำคัญหรือไม่?” ผู้าุโถามขึ้นมาด้วยเสียงต่ำ
“ข้ายังไม่แน่ใจ พวกเราลองไปดูที่อื่นก่อนเถอะ” ฉินอวี่รู้สึกได้ถึงสายตาที่ซับซ้อนของเสี่ยหยวน และพูดอย่างใจเย็น พลางคาดคะเนในใจ หากวานรยุทธ์นี้ไม่ใช่ปู่ของเสี่ยหยวน เขาก็ต้องเป็หนึ่งในคนของเผ่าวานรยุทธ์ สายตาเช่นนี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะได้ยินแซ่ “หยวน” หรือเป็เพราะได้ยินชื่อเรียกหยวนซานกันแน่ เพียงแต่ ฉินอวี่ก็ไม่ถามอะไรมากความ ผู้าุโจ้องตรงมาที่ตนเองเช่นนี้ หากความจริงเปิดเผยออกไปเื่ต้องยุ่งยากมากขึ้นแน่นอน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้าุโก็คว้าตัวฉินอวี่ และเหาะไปยังเขาอีกลูกหนึ่ง
“เวิง!”
มื่อเห็นฉินอวี่จากออกไป ร่างกายของวานรยุทธ์ก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที ราวกับว่ากำลังตอบสนองต่อพลังของฉินอวี่
“เ้าพูดอะไรกับเขากันแน่? วานรยุทธ์มองเ้าด้วยสายตาแปลกๆ” ผู้าุโแตะไหล่ของฉินอวี่และส่งเสียงอันแก่ชราออกมา จนทำให้ฉินอวี่รู้สึกขนลุก
ฉินอวี่รู้สึกได้ถึงแรงอันมหาศาลที่ใช้จับไหล่ของตนเอง
แม้ว่าจะรู้สึกเป็กังวล แต่ใบหน้ากลับเผยให้เห็นถึงความลังเลใจ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวขึ้นมา “ผู้าุโ เอ่อ... คำสั่งของอาจารย์ยากขัดขืน...”
ผู้าุโสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าอยากจะรู้อย่างมาก แต่ก็ไม่อยากบังคับฉินอวี่ ยิ่งไปกว่านั้น ในคุกโหมวเทียนแห่งนี้ ฉินอวี่ก็ยากที่จะหนีไปไหนพ้น หากเกิดเื่อะไรขึ้นมา การฆ่าเขาก็ง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ
จากนั้น ผู้าุโก็พาฉินอวี่ไปยังยอดเขานับร้อยแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ต้องใคือ เขามองเห็นว่าผู้แข็งแกร่งเกือบทั้งหมดจากหยาจื้อทั้งสิบสามฝ่าย ถูกตะปูตอกตรึงไว้กับหน้าผา ตรงระหว่างคิ้วหรือตันเถียนต่างมีตะขอเกี่ยวไว้เชื่อมโยงกับแผ่นศิลาบนยอดเขา
“ผู้าุโ นี่... ทำไมไม่สังหารคนนอกพวกนี้ล่ะ? จะตอกตรึงพวกเขาไว้ที่นี่ทำไม? หากวันไหนพวกหนีขึ้นมา มันจะไม่กลายเป็หายนะหรอกหรือ?” ฉินอวี่ถามอย่างสงสัย
“ไม่ต้องถามมาก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะรู้ได้!” ผู้าุโตอบอย่างเ็า
“ก็ได้!” ฉินอวี่คิดไว้แล้วว่าผู้าุโคนนี้จะต้องไม่บอกอะไรเขา ตลอดทางที่ผ่านมา ฉินอวี่พบว่ายังมีส่วนที่ลึกไปกว่าวานรยุทธ์ยังมีูเาขนาดั์อีกมากมาย หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พูดขึ้น “ผู้าุโ ด้านในนั้นคืออะไรหรือ? ยังมีคนนอกถูกขังไว้ที่นี่อีกหรือไม่?” ฉินอวี่ใช้โอกาสนี้ชี้ไปในส่วนลึก และถามอย่างสงสัย
สายตาของผู้าุโมองฉินอวี่อย่างเยือกเย็น และพูดขึ้น “อะไรที่ไม่ควรถามก็อย่าถามมาก ไม่เช่นนั้น อาจารย์ของเ้าก็ปกป้องเ้าไม่ได้!”
ฉินอวี่ตกตะลึง และยิ่งอยากรู้เื่เกี่ยวกับส่วนลึกตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ
“เ้าถามข้าดีกว่าถามเขานะ ผู้ที่ถูกปรามเอาไว้ที่นี่จะต้องเป็ผู้น้อยขั้นเซียน เพียงแต่ สามารถทำให้โหมวเซี่ยนใช้กลว่านเซี่ยงผนึก์ได้ เกรงว่าคนผู้นี้จะต้องไม่ธรรมดา!” เสียงของจู๋ฮวงดังขึ้นในจิตใจของฉินอวี่ทันที
“ขั้นเซียน? ผู้แข็งแกร่งขั้นเซียน?” ฉินอวี่ใอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็แดนเซียนอู่ในอดีต ฉินอวี่ก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครเข้าสู่ขั้นเซียน จนกระทั่งวันนี้ ขั้นเซียนในตำนานกลับมีอยู่จริง และตอนนี้... นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีผู้แข็งแกร่งขั้นเซียนถูกกักขังเอาไว้ในดินแดนแห่งนี้?
“แค่ขั้นเซียนเล็กๆ ยังทำให้เ้าใถึงเพียงนี้? ฮึ ก่อนหน้านี้ข้าสามารถสังหารขั้นเซียนได้ตั้งหลายร้อยคนด้วยมือเดียว! ขอเพียงข้าได้รับพลังแผ่นผนึกร้อยแผ่น...” จู๋ฮวงรู้สึกได้ถึงความไม่สงบของฉินอวี่ จึงพูดอย่างเ็า
“หุบปากเดี๋ยวนี้!” มีผู้าุโอยู่ข้างกาย ฉินอวี่ไม่มีเวลามากพอจะฟังคำพล่ามของจู๋ฮวง จึงได้ะโอย่างโกรธจัด
สองชั่วยามต่อมา
ผู้าุโได้พาฉินอวี่กลับมาถึงเชิงเขาลูกแรก เมื่อเขามองไปยังบานประตูที่ปิดสนิท สายตาของฉินอวี่ก็กะพริบทันที
