บทที่ 98 ใครสนใจข้าบ้าง
“ดูเหมือนว่าเ้าจะมีเื่กวนใจอยู่ ข้ามีนิสัยบางอย่างที่เกินไปก็จริง แต่เ้าลองคิดดู เ้าก็เป็พวกกวนประสาทเหมือนกัน และบางครั้งก็ทำตัวเกินไป” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพลางเอ่ย ทัศนคติของนางที่มีต่อเขาเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยแล้ว เห็นได้จากคำพูดคำจาที่เปลี่ยนไปของนาง
ฉินชูพยักหน้า สายตาเคลื่อนไปมองเรือนร่างของเฉียนหลิงอู่ “จริงของเ้า ข้าทำเกินไปจริงๆ ข้าไม่ควรโจมตีตรงนั้น”
“นี่เ้ายังจะมองอีกหรือ” เฉียนหลิงอู่ถลึงตาใส่ฉินชู เพราะว่าฉินชูจ้องมองตรงจุดที่ไม่ควรมอง ทำเอาเขายิ้มอย่างเขินอายไม่ได้ ก่อนจะขอตัวไปตักน้ำ
วันนี้โม่เต้าจื่อกับหลิงหยุนจื่อแวะมาหาค่อนข้างเช้า ฉินชูกับเฉียนหลิงอู่ยังไม่ได้อาบน้ำ ที่ผ่านมาฉินชูไม่สนใจเื่พวกนี้ แต่เฉียนหลิงอู่ไม่ได้ นางพิถีพิถันกับเื่พวกนี้นัก
หลิงหยุนจื่อที่กำลังจะจากยอดเขาชิงจู๋ไปมองโม่เต้าจื่อพลางเอ่ย “ศิษย์พี่ พวกเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกันหรือ?”
“พูดจาหลักลอย ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางทำถึงขนาดนั้นหรอก แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเปลี่ยนไปไม่ธรรมดาเลย อยู่ร่วมเรือนเดียวกัน เป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก” โม่เต้าจื่ออุทานอย่างใจหายเช่นกัน
“ศิษย์พี่ สิ่งสำคัญตอนนี้ก็คือเื่นี้จะส่งผลกระทบต่อสำนักชิงหยุนของพวกเราหรือไม่” หลิงหยุนจื่อเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เื่นี้ค่อนข้างใหญ่โตนัก
โม่เต้าจื่อส่ายหน้า “ขึ้นอยู่กับว่าฉินชูมองสำนักชิงหยุนเป็ยังไง เขารู้สึกเป็ส่วนหนึ่งของสำนักชิงหยุนมากแค่ไหน แล้วจะถูกเฉียนหลิงอู่ทาบทามไปหรือไม่ ข้าคิดว่าคงไม่... เมื่อวานฉินชูบอกว่าเฉียนหลิงอู่รับปากว่าจะไม่ลงมือกับสำนักชิงหยุน เขาทำแบบนี้เพื่อผลประโยชน์ของสำนักชิงหยุน ดังนั้นโอกาสที่เขาจะทรยศสำนักชิงหยุนจึงน้อยมาก พวกเราไม่ต้องกังวลหรอก ขอแค่เขาไม่ไปจากสำนักชิงหยุน ปัญหาพวกนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป”
โม่เต้าจื่อค่อนข้างมั่นใจกับฉินชู นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากผลประโยชน์แล้ว เขายังไม่ได้ย้อนนิมิตสืบสาวชาติกำเนิดให้ฉินชูเลย ดังนั้นฉินชูจะทำเื่หักหลังสำนักชิงหยุนได้อย่างไร นอกเสียจากฉินชูไม่สนใจเื่ชาติกำเนิดของตัวเองแล้ว
“หญิงสาวที่อยู่ในหุบเขาเทียนเซียงก็มีวาสนากับฉินชู ทำไมอยู่ๆ เ้าหนูฉินชูถึงมีเพื่อนที่แข็งแกร่งแบบนี้ได้กัน” หลิงหยุนจื่อค่อนข้างไม่เข้าใจ
“ศิษย์น้อง พวกเราอยู่ที่นี่เพื่ออะไร ก็เพื่อให้สำนักชิงหยุนอยู่รอดต่อไปได้อย่างมั่นคง ่นี้สถานการณ์ค่อนข้างไม่สงบ ส่วนฉินชูก็คือปัจจัยที่สงบเพียงหนึ่งเดียวในความไม่สงบนี้ เขาคนเดียวรู้จักขุมพลังที่แข็งแกร่งในอาณาจักรนี้ถึงสองคน ขอแค่สองคนนี้ไม่คิดจะลงมือกับสำนักชิงหยุน แล้วพวกเรายังมีอะไรต้องกังวลอีก ตอนนี้พวกเราควรกังวลสำนักเตาเสวี่ย ตำหนักพญาจิ้งจอกและศาลาดาวฤกษ์ วิกฤตของพวกเขาใกล้เข้ามาแล้ว หากราชวงศ์เฉียนคิดจะกำราบสามสำนักนี้จริงๆ เช่นนี้จะถือเป็โอกาสครั้งใหญ่ของสำนักชิงหยุนของพวกเรา” โม่เต้าจื่อแสดงความคิดเห็นและการวิเคราะห์ของตัวเองออกมา
หลิงหยุนจื่อพยักหน้า เขารู้ดีว่าในเื่กลอุบายและการวางแผน ต่อให้มีเขาถึงสองคนก็สู้โม่เต้าจื่อคนเดียวไม่ได้ โม่เต้าจื่อสามารถย้อนนิมิตและพยากรณ์ได้ ดังนั้นย่อมคาดการณ์เื่ที่จะเกิดขึ้นได้
การฝึกฝนสิ้นสุดลง เฉียนหลิงอู่กับฉินชูนั่งพักดื่มชากันบนโต๊ะ
“ฉินชู หากข้ากับจื่อหลวนสู้กันอีก เ้าจะอยู่ข้างใครหรือเ้าจะช่วยใคร ไม่ต้องสนใจความรู้สึกข้าในตอนนี้ พูดออกมาตรงๆ ได้เลย” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพลางถาม
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอพูดสองสามคำจากใจของข้าก่อนได้หรือไม่” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่แล้วถาม
“ได้ เ้ามีอะไรจะพูด” เฉียนหลิงอู่พยักหน้า
ฉินชูวางถ้วยชาในมือลง “ถ้าวันหนึ่ง ผู้ฝึกฝนระดับหกมาฆ่าข้า เ้าจะช่วยข้าหรือไม่”
เฉียนหลิงอู่มองฉินชู “ช่วย ข้าจะช่วยเ้า แล้วข้าก็รู้ด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นก็จะช่วยเ้าเหมือนกัน”
“ใช่ ข้าไม่อยากให้พวกเ้าขัดแย้งกันจริงๆ นางเป็ผู้ฝึกฝนที่อิสระ ไม่มีทางทำให้สถานะของราชวงศ์เฉียนสั่นคลอน เ้าไม่จำเป็ต้องต่อสู้กับนาง” ฉินชูพูดขึ้น
“ข้าถามว่าเ้าจะช่วยใคร?” เฉียนหลิงอู่ถามฉินชูอีกครั้ง เพราะนางอยากรู้ท่าทีของฉินชู
ฉินชูยกมือสองข้างขึ้นจับแก้ม “ทรยศเพื่อนที่เคยช่วยข้า ข้าทำไม่ได้ และข้าก็ทนเห็นเ้าถูกทำลายไม่ได้เช่นกัน”
“คำตอบของเ้าถือว่าไม่เลว เพราะดูเหมือนว่าจะไม่คนไหนเลยที่สนใจว่าข้าจะถูกทำร้ายหรือไม่” เฉียนหลิงอู่พูดขึ้น
“จะเป็ไปได้ยังไงกัน เ้าเป็ถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งราชวงศ์เฉียน เ้าบอกเองไม่ใช่หรือ ต่อให้จักรพรรดิเห็นเ้าก็ยังต้องเกรงใจ” สีหน้าของฉินชูเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“คนที่ไร้เยื่อใยที่สุดก็คือตระกูลราชวงศ์ พวกเขาเคารพยกย่องข้าเพราะพลังความสามารถ หากข้าไร้พลัง คนพวกนั้นจะต้องทำเหมือนไม่รู้จักข้าแน่นอน” เฉียนหลิงอู่กดเสียงต่ำลง
“ข้าไม่เข้าใจ จักรพรรดิเฉียนคนปัจจุบันคือพี่ชายของเ้าไม่ใช่หรือ เขาจะไม่สนใจเ้าได้ยังไงกัน?” ฉินชูพูดขึ้นหลังจากเติมชาในถ้วยชาของเฉียนหลิงอู่
“เขาอาจจะสนใจนิดหน่อย แต่ไม่ใช่เพราะข้าเป็น้องสาวของเขา แต่เป็เพราะข้ามีค่าต่อราชวงศ์เฉียน อันที่จริง เขาอาจจะเกลียดข้าอยู่ในใจก็ได้ เพราะการมีอยู่ของข้าเกือบทำให้เขาเสียบัลลังก์ อีกอย่าง ในตอนนี้เหล่าขุนนางาุโบางคนก็เริ่มสนับสนุนข้า ซึ่งเขาไม่้าเห็นเื่แบบนี้เกิดขึ้น” เฉียนหลิงอู่พูดขึ้น
หลังจากฟังคำพูดของเฉียนหลิงอู่ ฉินชูรู้สึกว่ามีเื่บางเื่ในใต้หล้านี้ไม่สามารถพูดได้อย่างชัดเจน สำหรับบางคน พวกเรามองเห็นแต่ด้านที่มีเสน่ห์ของพวกเขา แต่ไม่อาจเข้าใจความเ็ปในใจและความยากลำบากที่อยู่เื้ัพวกเขาเ่าั้ได้
“เ้าแปลกใจใช่หรือไม่?” เฉียนหลิงอู่ยิ้มเจื่อน
“เ้าเคยพูดว่าอะไร เ้าเคยพูดว่า ไม่ว่าคนอื่นจะทำอะไร เราต้องมีชีวิตที่ดี ข้าขอมอบประโยคนี้ให้กับเ้าตอนนี้ก็แล้วกัน” ฉินชูยกถ้วยชาของเขาให้เฉียนหลิงอู่
เมื่อถูกฉินชูใช้คำพูดของตัวเองเตือนสติ เฉียนหลิงอู่ก็หัวเราะออกมา นางคิดว่าฉินชูเป็คนที่ค่อนข้างน่าสนใจ
จากนั้น ฉินชูก็เริ่มฝึกฝนตามตำราที่เฉียนหลิงอู่มอบให้เขา ตำรานี้มีชื่อว่ากระบี่พันคลื่น
หลังจากศึกษาตำรากระบี่ ฉินชูก็เข้าใจประเด็นหลักของวิชากระบี่พันคลื่น นี่คือวิชากระบี่ที่ผู้ฝึกกระบี่คิดค้นขึ้นที่ชายทะเล สาระสำคัญคือ การโจมตีของกระบี่ที่เหมือนเกลียวคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่า เพิ่มพูนพลังโจมตี เหมือนคลื่นสมุทรพันลูกซ้อนทับกัน ต่อให้เป็การฟันกระบี่ที่ซ้อนทับกันเพียงสองสามครั้ง ก็สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้
“นี่คือวิชากระบี่ที่อาศัยจุดอ่อนเป็จุดแข็ง แม้ว่าพลังปราณของเ้าจะสู้คู่ต่อสู้ไม่ได้ แต่พลังจากกระบี่ที่ซ้อนทับกันจะสร้างแรงบดขยี้และทำลายพลังปราณของคู่ต่อสู้ได้” เมื่อเห็นฉินชูปิดหนังสือเฉียนหลิงอู่จึงพูดขึ้น
“มันละเอียดลึกซึ้งมาก ข้าจะค่อยๆ ศึกษามัน เ้าอยู่ที่นี่พอดี หากมีข้อสงสัย ข้าจะถามเ้า” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่พลางเอ่ย
เฉียนหลิงอู่พยักหน้า การฝึกฝนกับฉินชูก็มีข้อดีเหมือนกัน แม้ไม่สามารถเข้าถึงวิถีกระบี่ขั้นเจี้ยนหลิงได้ แต่นางสามารถขัดเกลากระบวนท่าหอกของตัวเองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ โดยปรับปรุงจากจุดบอดของกระบวนท่าหอก
วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบสงบ
“ฉินชู เ้าพักผ่อนเถอะ” เมื่อเห็นฉินชูเริ่มฝึกวิชากระบี่หลังจากฝึกซ้อมกับตัวเองเสร็จ เฉียนหลิงอู่ก็ตะเบ็งเสียงพูดขึ้น
“ไม่ได้ หลังจากนี้จะมีการประลองยุทธิ์ของลูกศิษย์จากสี่สำนักมหาอำนาจ ข้าจะฆ่าพวกนั้นให้ตายเรียบ ถึงตอนนั้น เ้าไปดูข้าต่อสู้เป็อย่างไร” ฉินชูตวัดกระบี่ก่อนหันกลับมามองเฉียนหลิงอู่
