เยี่ยนชีรู้สึกว่าเื่นี้กะทันหันเกินไปเช่นกัน ดีที่ก่อนไปเ้านายกำชับให้เขาระแวดระวังไว้ก่อน เขาจึงหมั่นออกตรวจตรารอบบริเวณหมู่บ้านเป็ระยะๆ คิดไม่ถึงว่าจะเจอคนที่หนีรอดมาได้
นั่นก็คือคนที่หนีมาจากหมู่บ้านสุ่ยหนิว เขาจึงดักไว้กลางทางเพื่อสอบถาม
หลังจากรับฟังการบอกเล่าของอีกฝ่าย เยี่ยนชีจึงรู้ว่าคืนนี้จะเกิดเื่ใหญ่
หมู่บ้านสุ่ยหนิวถูกโจรบุกปล้นและสังหารชาวบ้านไปกว่าครึ่ง โจรเ่าั้ยังได้ยินว่าในหมู่บ้านโม๋ผานมีเศรษฐีนามว่าเสิ่นม่าน ขณะนี้กำลังนำกำลังคนและม้าเร่งมาทางนี้
เื่นี้เร่งด่วนดั่งไฟลนก้น จำต้องรีบบอกกล่าวชาวบ้านกับผู้ใหญ่บ้าน
ทั้งสองแยกย้ายกันทำหน้าที่ เยี่ยนชีรับผิดชอบไปบอกชาวบ้าน เสิ่นม่านรับผิดชอบไปปลุกเด็กๆ กับครอบครัวคังต้าลี่ ให้ทุกคนแต่งตัวและมารวมกันที่เรือนด้านหลัง
เสิ่นม่านแจกจ่ายอาวุธมีคมให้คนละหนึ่งด้ามและกำชับอย่างจริงจัง
“พวกเ้าฟังข้าให้ดี หากพบเจอโจรเข้าหมู่บ้าน ห้ามพวกเ้าก้าวออกจากบ้านหลังนี้แม้แต่ครึ่งก้าว หลบเข้าไปในหลุมเก็บของ! ลงกลอนประตูให้ดี จะไม่มีผู้ใดพบเจอพวกเ้า เข้าใจไหม?”
คำพูดนี้ฟังแล้วน่าประหลาด โรงทำเต้าหู้เตะตาชัดเจน แน่ใจหรือว่าจะไม่มีผู้ใดพบเจอ?
คังต้าลี่ถามเสิ่นม่านอย่างกังวลใจ “เ้านาย ทำเช่นนี้จะรอดจริงหรือ?”
รอดแน่นอน! เสิ่นม่านมั่นใจในโหมดความปลอดภัยของระบบค่อนข้างมาก นางจ้องมองคังต้าลี่กับภรรยาและลูกน้อยในอ้อมอกของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง จากนั้นเอ่ย
“ต้าลี่ เ้าเชื่อข้า โจรใกล้จะมาล้อมหมู่บ้านแล้ว หากพวกเ้าสองคนพาเด็กๆ หนีไปก็คงหนีได้ไม่ไกล ตอนนี้ไม่มีสถานที่เหมาะสมแก่การหลบซ่อนที่ดีกว่านี้อีกแล้ว… คืนนี้ข้ากล้ารับรองว่า ขอเพียงพวกเ้าอยู่ในบ้านสกุลเสิ่น พวกเ้าจะไม่มีปัญหา!”
พอพูดจบ มือน้อยคู่หนึ่งก็โอบกอดท่อนขาของนางไว้ เสิ่นม่านก้มหน้าเห็นต้าเป่าจมูกแดง เขาสูดจมูก
“เช่นนั้น ท่านแม่จะไม่หลบซ่อนกับพวกข้าในหลุมหรือ?”
เสิ่นม่านใจอ่อนยวบราวกับปุยนุ่น นางนั่งยองๆ ลงััใบหูเล็กของเขา แล้วตอบด้วยเสียงอ่อนโยน “แม่ไม่กลัว แม่ต่อสู้เป็ เพื่อปกป้องคนในหมู่บ้าน แม่ตัดสินใจจะสู้กับคนเ่าั้”
“เพียงแต่ เพียงแต่ต้าเป่าไม่อยากให้ท่านแม่ไปเสี่ยงอันตราย ฮือๆ …”
สิ่งที่เด็กน้อยหวาดกลัวที่สุดคือการต้องลาจากกับครอบครัว
สำหรับอันตรายที่กำลังจะมาถึง เด็กๆ สามารถรับรู้ได้ จึงโอบกอดเสิ่นม่านอย่างทำใจไม่ได้และร่ำไห้ “ท่านอา เราก็ไม่อยากให้ท่านไปเสี่ยงอันตราย เราอยากอยู่กับท่าน…”
เสิ่นม่านสีหน้าอ่อนไหว จากนั้นจูบศีรษะทั้งสามคน ลูบเส้นผมอ่อนนุ่มของพวกเขา แล้วยิ้มแย้ม
“พวกเ้ายังเด็ก สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือปกป้องตนเองให้ดี… ข้าไม่เป็ไร ข้าจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย ต่อไปข้ายังต้องส่งเสียพวกเ้าเล่าเรียน ให้เสี่ยวตงกับต้าเป่าไปสอบจอหงวน และหาคู่ครองที่ดีให้เสี่ยวหลานสักคน”
อีกฟากหนึ่ง เยี่ยนชีกลับมาจากแจ้งข่าวให้ชาวบ้านแล้ว ขณะนี้กำลังเร่งเสิ่นม่านจากตรงประตู
“แม่นางเสิ่น เวลาไม่คอยผู้ใด!”
“มาแล้ว!” เสิ่นม่านตอบรับ นางซับน้ำตาอุ่นร้อนแล้วผลักเด็กๆ ให้คังต้าลี่กับภรรยา
“ต้าลี่ ชุ่ยฮัว ข้าฝากเด็กๆ ไว้กับพวกเ้า ได้โปรดดูแลพวกเขาแทนข้าด้วย”
คังต้าลี่กับภรรยาเองก็น้ำตาซึมและพยักหน้า “อืม เ้านายต้องดูแลตนเองให้ดี อย่าปะทะกับโจรโดยตรง ท่านต้องกลับมาอย่างปลอดภัย เราจะดูแลเด็กๆ ให้ดีเสมือนลูกของตนเอง!”
“เช่นนั้นก็ขอบใจพวกเ้า”
เสิ่นม่านหันหลังเดินออกจากบ้านไปและได้ยินเสียงเด็กน้อยสามคนดังขึ้นจากด้านหลัง
“ท่านแม่!”
“ท่านอา!”
“ท่านอา! ท่านจะต้องปลอดภัยกลับมานะ!”
เสิ่นม่านขอบตาแดง นางหันหลังโบกมือให้พวกเขา แล้วออกจากประตูไป
หลังจากจัดการความกังวลเื้ัเรียบร้อย เสิ่นม่านก็เปิดโหมดซ่อนตัวของระบบรักษาความปลอดภัย เรือนสกุลเสิ่นขนาดใหญ่ด้านหลัง พริบตาเดียวก็หายวับและกลืนไปกับความมืดมิดยามค่ำคืน
ผู้ใหญ่บ้านเรียกคนมาที่โถงบรรพชน ชาวบ้านกว่าห้าสิบคนที่ท่าทางคล่องแคล่วต่างก็มารวมตัวกัน คึกคักยิ่งกว่าเทศกาลล่าปาเสียอีก
เพียงแต่ตอนนี้ ทุกคนมาเพื่อเผชิญหน้ากับโจร
เสิ่นม่านมาถึง หลี่เถี่ยโถวสังเกตเห็นปัญหาอย่างหนึ่ง “เด็กๆ ล่ะ เหตุใดเ้าไม่พาเด็กๆ มาด้วย?”
เสิ่นม่านส่ายหน้า “พวกเขายังเล็ก วิ่งหนีก็คงไปได้ไม่ไกล ผู้ใหญ่บ้าน ท่านบอกแผนการมาก่อนดีกว่า”
นางไม่อาจบอกความลับของสกุลเสิ่นได้ ตอนนี้มีคนไม่น้อยที่แอบจับตามองนางเงียบๆ หากนางให้ทุกคนไปหลบซ่อนในบ้าน เมื่อถึงสถานการณ์่คับขัน เป็ไปได้ว่าจะทำให้เด็กๆ มีอันตรายมากกว่า
เมื่อเผชิญหน้ากับชีวิตของคนทั้งหมู่บ้าน เสิ่นม่านจำต้องเห็นแก่ตัว นางไม่ใช่วีรสตรีกู้โลกและไม่ใช่พระโพธิสัตว์ ไม่มีทางเอาครอบครัวมาเสี่ยงอันตรายกับคนทั้งหมู่บ้านได้
ผู้ใหญ่กำมีดผ่าฟืนไว้ในมือพลางขมวดคิ้วแน่น
“ข้ายังไม่รู้สถานการณ์ของกลุ่มโจรเ่าั้ ตอนนี้ให้ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ที่เคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่วถอยหนีไปด้านหลังเชิงเขาก่อน ส่วนคนหนุ่มแข็งแรงในหมู่บ้านให้อยู่ที่นี่ ทุกคนเตรียมพร้อมให้ดี หากโจรกล้าบุกหมู่บ้านเรา ก็จัดการฟันให้สิ้นซาก!”
เื่ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ ทุกคนต่างก็จนปัญญา
เสิ่นม่านพยักหน้า จากนั้นให้เยี่ยนชีไปสอดส่องรอบบริเวณหมู่บ้านว่าโจรเ่าั้มาถึงที่ใดแล้ว
ส่วนอีกฟากหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านให้ชาวบ้านที่คล่องแคล่ว แยกย้ายกันไปแจ้งทางการเพื่อขอกำลังสนับสนุนมาช่วยหมู่บ้านโม๋ผานและหมู่บ้านสุ่ยหนิวที่ถูกปล้นฆ่าไปแล้วด้วย
คนทั้งหมดที่ตกอยู่ในสภาพโกลาหลค่อยๆ เคลื่อนไหวได้อย่างเป็ระเบียบเป็ขั้นตอน เสิ่นม่านกระชับมีดผ่าฟืนในมือ แต่กลับกังวลถึงหนิงโม่ที่เดินทางไปเยี่ยมญาติ
ไม่รู้ว่าทางด้านเขาปลอดภัยหรือไม่ จะเจอโจรหรือเปล่า?
ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ ถอยหนีไปหลังเชิงเขาแล้ว หลี่เถี่ยโถวเห็นว่าเสิ่นม่านยังอยู่ เขาขมวดคิ้วแน่น “เหตุใดเ้าจึงยังอยู่ที่นี่อีก? รีบหนีไปหลังเขาเร็ว! นี่คือศึกของผู้ชาย ไม่ใช่หน้าที่ของเ้า?”
เสิ่นม่านสีหน้าขึงขัง มองท้องฟ้าที่มืดมิด แล้วเอ่ยเสียงราบเรียบ
“สมัยก่อนพี่ชายข้าเคยสอนการต่อสู้ให้ข้าอยู่บ้าง สำหรับพวกเ้าก็ยังพอรับมือไหว ผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้เราเผชิญกับโจรที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา มีกำลังคนเพิ่มมาหนึ่ง เราก็มีโอกาสชนะเพิ่มอีกหนึ่ง”
หลี่เถี่ยโถวมีหรือจะไม่รู้เหตุผลข้อนี้? เขาลังเลอยู่นาน จากนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ หากพี่ชายเ้ายังอยู่ ข้าไม่มีทางให้เ้าอยู่ที่นี่แน่! หากวันนี้เกิดอะไรกับเ้า แล้วเด็กทั้งสามจะทำอย่างไร? ต่อไปหากพี่ชายเ้ากลับมา ข้าจะบอกกับเขาอย่างไร?!”
เสิ่นม่านยิ้มและปลอบโยนเขา “ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ตัวเองดี หากสู้ไม่ไหวจริงๆ ข้าจะแอบหลบหนีไป”
หลี่เถี่ยโถวถอนหายใจหนัก แต่ก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว
่จังหวะที่เยี่ยนชีไปสอดส่องสถานการณ์ เสิ่นม่านให้คนนำท่อนไม้ที่เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเท่ารัศมีถ้วยข้าวมา นางเหลาด้านหนึ่งให้แหลม จากนั้นใช้เชือกมัดสี่ห้าอันเข้าไว้ด้วยกัน ทำเป็ไม้ขวางทาง
คนหนุ่มแข็งแรงสิบกว่าคนแอบหลบซ่อนตัวอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านที่โจรต้องผ่าน ขอเพียงอีกฝ่ายปรากฏตัว ก็จะดันไม้ขวางทางออกมา ให้มันทิ่มแทงโจรเ่าั้ให้ตาย!
่เวลาแห่งความตึงเครียดทว่ากลับดำเนินไปอย่างเป็ขั้นเป็ตอน เสิ่นม่านรอเงียบๆ โดยไม่ลืมที่จะตรวจพลังงานกับเวลาของระบบ
กลางดึก่ตีสอง พลังงานยังเหลือร้อยละเก้าสิบสอง ยังดีที่ก่อนหนิงโม่จะไป เสิ่นม่านแอบหาโอกาสสะกดจิตเขากับเยี่ยนชีและชาร์จพลังงานไว้
ตอนนี้นางกำลังทำตามคำแนะนำของระบบ นางปิดฟังก์ชันสิ้นเปลืองพลังงานและไม่จำเป็ทั้งหมด จากนั้นเปิดโหมดประหยัดพลังงาน และตรวจสอบจนแน่ใจว่าพลังงานของนางสามารถใช้งานได้ราวหนึ่งเดือนขึ้นไป
เทียบกับพลังงานที่ก่อนหน้านี้สามารถใช้ได้นานสุดเพียงครึ่งเดือน ตอนนี้ดีกว่ามากนัก
เวลาสองนาฬิกาสิบห้านาที เยี่ยนชีกลับมารายงานทุกคน
“กลุ่มโจรมีประมาณหนึ่งร้อยกว่าคน อยู่ห่างจากเราราวสิบกว่าลี้ ในนั้นมีคนมีวรยุทธ์ด้วย ตอนนี้ใต้เท้าจางยังปราบโจรอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ กองกำลังในตำบลไม่เพียงพอ ข้าหาทางส่งข่าวไปยังนายอำเภอแล้ว พวกเขากำลังเร่งเดินทางมา แต่อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาสามถึงสี่ชั่วยาม”
พูดอีกอย่างก็คือ ดูจากความต่างด้านกำลังคนของทั้งสองฝ่ายแล้ว หมู่บ้านโม๋ผานจะต้องพ่ายแพ้แน่
-----
