ทุกคนรีบวิ่งตามไปดูตามที่มาของเสียงนั้น ก็พบว่าสามพ่อลูกสกุลหยวนล้มลงไปในกองมูลข้างท้องนา
“สงสัยจะทำเื่ไม่ดีไว้มากถึงได้ถูก์ลงโทษ…” หยวนฟู่กุ้ยพึมพำออกมา “ท่านอา พี่ชาย ข้าเตือนหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ทำเื่ไม่ดีน้อยๆ ลงหน่อย แต่พวกท่านก็ไม่ฟัง ดูสิ เห็นหรือไม่ว่ายังทำให้เ้าสี่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย ตอนที่ขายังดีเขาก็ขยันทำมาหากิน แม้ขาพิการก็ไม่เคยทำเื่ไม่ดี อย่างมากสุดก็แค่ตบตีภรรยาจนหนีไปเท่านั้นเอง ถึงกระนั้นก็เถอะ เขาไม่น่าจะต้องถูก์ลงโทษเช่นนี้ เ้าสี่คงจะถูกครอบครัวที่ขาดคุณธรรมทำให้พลอยได้รับบทลงโทษจาก์ไปด้วย หาไม่แล้วภรรยาจะหนีไปได้อย่างไร”
ทุกคนได้ฟังคำพูดของหยวนฟู่กุ้ยต่างก็คิดในใจ เื่นี้มีอะไรซ่อนอยู่อีกมาก ด้วยเหตุนี้จึงตั้งใจเงี่ยหูรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ ทว่ากลับไร้คำพูดออกจากปากของอีกฝ่าย ด้วยความที่มีบางคนอยากรู้จึงเอ่ยถามขึ้น
“พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน หากทุกคนอยากรู้ก็ไปถามคนในหมู่บ้านดูก็ใช้ได้แล้ว ข้าไม่ขอพูด ประเดี๋ยวจะถูกคนกล่าวหาว่าข้าไม่มีคุณธรรมและพูดโกหก” หยวนฟู่กุ้ยบอกปัด
ทุกคนฟังแล้วก็กลอกตา ‘แหม ก่อนหน้านี้ยังพูดออกมาเสียเยอะ ทีนี้ทำเป็ไม่อยากพูด’
ในยามนี้ผู้เฒ่าหยวนกับหยวนเหล่าต้ารู้สึกเหม็นตัวเองเป็ที่สุด ไหนเลยจะมีอารมณ์ไปต่อล้อต่อเถียงกับหยวนฟู่กุ้ย พวกเขาปีนขึ้นมาจากกองมูลได้ก็รีบวิ่งจากไปทันที โดยไม่สนใจหยวนเหล่าซื่อที่ขาพิการเลยแม้แต่น้อย
หยวนฟู่กุ้ยเห็นเ้าสี่ที่พยายามจะปีนขึ้นมาจากกองมูลอย่างยากลำบากก็กล่าวว่า “เ้าสี่ อย่าหาว่าข้าว่าเ้าเลยนะ เหตุใดถึงไม่ดูเสียบ้างว่าบิดากับพี่ชายให้ความสนใจเ้าหรือไม่ ข้าจะไม่พูดถึงเมื่อก่อน ตอนนั้นขาเ้ายังดีสามารถหากินเองได้ แต่ตอนนี้เ้าขาพิการก็ควรให้พวกเขาช่วยดูแลเลี้ยงดู ก่อนหน้านี้เ้าออกไปทำงานอย่างยากลำบากทุกวัน เงินที่หาได้มาก็ยกให้บ้านใหญ่ไปจนหมด ยามนี้เ้าขาพิการ แต่พวกเขากลับไม่สนใจแม้เพียงน้อย
“ข้าขอถามตรงๆ เหตุใดเ้าถึงไม่มีภรรยาคอยดูแล และเหตุใดถึงขาพิการ เื่นี้เ้าน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ อย่าได้โทษเจินเจินของพวกเรา เื่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย เป็ใครที่ไม่อยากเสียเงิน ถึงได้ให้ภรรยาของเ้าไปหยิบกลอนคู่ที่บ้านสกุลกู้ เป็ใครที่ไปขโมยกลอนคู่ที่บ้านสกุลกู้ และใครที่บอกให้เ้าใช้จอบทำร้ายเจินเจิน เ้าสี่ พวกเขาติดหนี้เ้า ดังนั้นก็สมควรจะดูแลเ้าอย่างดีถึงจะถูก ไม่ใช่เห็นเป็เพียงสุนัขตัวหนึ่ง หากมีของกินเหลือถึงค่อยให้เ้า!”
หยวนฟู่กุ้ยฉวยจังหวะที่บิดากับพี่ชายไม่อยู่พูดจายุยงหยวนเหล่าซื่อ เพราะพวกบ้านใหญ่ชอบมาหาเื่เขาดีนัก เช่นนั้นเขาก็จะหาเื่ให้พวกนั้นอยู่ไม่สุขบ้าง!
“ใครก็ได้ ช่วยพยุงเ้าสี่ขึ้นมาที ข้าให้สิบอีแปะ หากใครช่วยพาเขาไปล้างเนื้อล้างตัว ข้าให้ยี่สิบอีแปะ ส่วนใครไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เขาใส่เปลี่ยน ข้าให้ยี่สิบอีแปะเช่นกัน”
สิ้นเสียงก็มีคนรีบเข้าไปช่วยพยุงหยวนเหล่าซื่อขึ้นมาจากกองมูล แล้วพาไปล้างเนื้อล้างตัวที่ริมแม่น้ำใกล้ๆ ทันที เสร็จแล้วจึงค่อยไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่
“มา ดื่มน้ำขิงร้อนๆ สักถ้วย ถึงเ้าจะไม่เห็นข้าเป็พี่ชาย และเคยทำร้ายเจินเจิน แต่ข้าก็ไม่ถือสา อย่างไรเสียเจินเจินก็ปลอดภัยดี ข้าทำเหมือนสองคนนั้นไม่ได้ที่ไม่สนใจไม่ดูแลเ้า” น้ำขิงร้อนถ้วยนี้ หยวนฟู่กุ้ยให้เงินผู้อื่นไปต้มมาให้ และแท้จริงแล้วเป็แค่น้ำร้อนธรรมดา หาใช่น้ำขิงไม่ คนพูดเคยชินกับการพูดโกหก ยามที่พูดประโยคนี้ใบหน้าจึงไม่เปลี่ยนสีเลยแม้แต่น้อย
หยวนเหล่าซื่อรับน้ำร้อนไปดื่มด้วยในใจรู้สึกหลากหลาย
“หากไม่ใช่เพราะเ้า ตอนนั้นข้าคงไม่ให้เจินเจินช่วยภรรยาเ้าไว้ ซ้ำยังเชิญท่านหมอมารักษา อีกทั้งยังได้ขอร้องให้กู้ซิ่วไฉรับนางไปทำงานด้วย ทั้งหมดนี้ข้าทำเพื่อใคร ก็เพื่อเ้าทั้งนั้น ด้วยกลัวว่าหากนางฆ่าตัวตาย ทุกคนจะหาว่าเป็เพราะเ้าที่บีบคั้นจนนางจบชีวิตลง แล้วกลัวว่าต่อไปจะไม่มีผู้ใดกล้าแต่งงานกับเ้า”
หยวนเหล่าซื่อน้ำตาคลอ ั้แ่ตนขาพิการก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของทุกคนในบ้านใหญ่ ก่อนหน้านี้ตนทำงานหนักทุกวันจึงไม่มีเวลามาคิดเื่เหล่านี้ แต่ยามที่ขาพิการออกทำงานไม่ได้จึงมีเวลาให้ไตร่ตรองมากขึ้น ยิ่งคิดภายในใจก็ยิ่งรู้สึกเจ็บแค้น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจทำอะไรได้ ยามนี้ตนเป็คนพิการยังต้องพึ่งคนสกุลหยวนให้ช่วยดูแล
“พี่รอง ข้า ข้าผิดต่อท่านยิ่งนัก” หยวนเหล่าซื่อเอ่ยพลางน้ำตาไหล หยดน้ำไหลออกจากตาพร้อมกับความแค้นใจที่มีต่อทุกคนในบ้านใหญ่สกุลหยวน
หยวนฟู่กุ้ยเข้าไปกอดไหล่น้องชาย กระซิบข้างหู “เ้าใหญ่มีเงินแต่ไม่ยอมนำออกมารักษาขาให้เ้า ก่อนหน้านี้เ้ารักและเอ็นดูนางมาก แต่กลับเอาเงินที่มีไปให้แต่หลิ่วเหวินไฉ ไม่ยอมให้เ้า เ้าเอ็นดูนางเสียเปล่าจริงๆ”
แท้จริงแล้วเขาพูดไปอย่างนั้นเอง เ้าใหญ่จะมีหรือไม่มีเงินเขาไม่เคยรู้เลยแม้แต่น้อย รู้เพียงว่าหากพูดเช่นนี้จะต้องยิ่งทำให้เ้าสี่แค้นบ้านใหญ่เพิ่มขึ้นอีก พูดจบยัดเงินใส่มือเ้าสี่ “นำไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อกิน ดูเ้าสิ ผอมอย่างกับอะไรดี น่าสงสารเหลือเกิน”
ครั้นหยวนเหล่าซื่อกลับไปแล้ว ทุกคนที่ดูอยู่ก็พอจะคาดเดาเื่ราวได้บ้างจากท่าทางของเขา ประกอบกับการรีบหนีไปของผู้เฒ่าหยวนกับหยวนเหล่าต้า เมื่อเื่สนุกจบลงทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน กู้อวี้จูงมือเจินเจินกลับเข้าไปในสำนักศึกษาเช่นกัน “กองมูลพวกนั้นเป็ฝีมือเ้าใช่หรือไม่”
เด็กหญิงพยักหน้า “ใช่ ฝีมือข้าเอง”
“หญ้าที่อยู่ในกองมูลก็เป็เ้าที่ให้คนไปใส่เอาไว้?”
เด็กหญิงพยักหน้าด้วยสีหน้าถือดีอีกครั้ง “ใช่ ข้าฉลาดหรือไม่”
กู้อวี้พยักหน้า “ฉลาด เจินเจินฉลาดที่สุด เพียงแต่ทำแบบนี้จะทิ้งหลักฐานให้คนสืบสาวมาถึงได้ เช่นว่าคนที่เ้าบอกให้ไปทำ เขาอาจจะบอกคนอื่นว่าเื่นี้มีเ้าเป็คนต้นคิด”
“ข้าไม่กลัวผู้อื่นมารู้ เป็คนก็ต้องทำอะไรเปิดเผย กล้าทำก็ต้องกล้ารับ” เจินเจินตอบอย่างไม่ใส่ใจ นางไม่กลัวบ้านใหญ่สกุลหยวนหรอก!
“หากทำเื่ที่ดีก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้ใดจะมาเห็น แต่ถ้าทำเื่ไม่ดีก็ต้องแอบทำ” กู้อวี้พูดสั่งสอนอย่างอดทน เขาอธิบายอยู่นาน ทว่าจู่ๆ กลับคิดขึ้นได้ว่ามันไม่ถูกต้อง เขาจะสอนให้นางทำเื่ไม่ดีได้อย่างไร จึงกำชับออกไปใหม่ว่า “เ้าจะทำเื่ไม่ดีไม่ได้ หากเป็เื่ไม่ดีข้าจะเป็คนทำเอง”
เจินเจินรีบส่ายหน้า “ไม่ได้ บุรุษแค่คอยดูแลรูปลักษณ์ให้ดูดีก็พอ ส่วนเื่อื่นเป็หน้าที่ของสตรี!”
“เจินเจิน เข้าเรียนได้แล้ว” กู้ซิ่วไฉเห็นเจินเจินกับบุตรชายเข้ามาในสำนักศึกษานานแล้ว แต่มัวพูดคุยกันจึงร้องเรียก
เจินเจินรีบวิ่งเข้าไปในห้องเรียน กู้อวี้เห็นเช่นนี้จึงได้แต่เดินตามหลังไป
ตอนค่ำ รอจนทุกคนหลับหมดแล้ว เจินเจินลืมตาตื่น แล้วลุกจากเตียง สวมเสื้อผ้าจนเรียบร้อยดี จากนั้นปีนกำแพงออกจากบ้าน เสี่ยวเฮยเห็นผู้เป็นายตัวน้อยกำลังจะปีนกำแพงออกไปก็แกว่งหางไปมา แต่น่าเสียดายที่เด็กหญิงไม่ยอมพามันไปด้วย
เสี่ยวเฮยรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก!
เจินเจินวิ่งไปที่บ้านใหญ่สกุลหยวนอย่างอารมณ์ดี นางปีนกำแพงเข้าไปในบ้าน เปิดหน้าต่างทุกบาน และโรยผงบางอย่างตรงหน้าต่าง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูคอกหมูและเล้าไก่ เสร็จเรียบร้อยจึงค่อยปีนกำแพงจากมา แล้วรีบวิ่งกลับบ้านอย่างอารมณ์ดีเหมือนตอนขามา ทว่าระหว่างนี้เองกลับถูกคนผู้หนึ่งเข้ามายืนขวางหน้าเอาไว้
นางถูกจับได้เสียแล้ว!
แกล้งทำเป็ว่าเดินละเมอจะทันไหมนะ!
หากยังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ นางก็ถูกคนอุ้มตัวเอาไว้พร้อมกับก้าวถอยหลังไปหลายก้าวอย่างใ ก่อนจะเห็นว่างูที่เคยอยู่ในท้องนา ยามนี้ต่างเลื้อยมารวมอยู่ที่บ้านใหญ่สกุลหยวนเต็มไปหมด
