เซียวหนิงหลงกลับมาหาลู่ชิงอีกครั้ง หลังจากคุยธุระสำคัญกับเ้าเมืองไป๋เสร็จ เพื่อมาช่วยลู่ชิงเก็บสัมภาระเตรียมตัวกลับเข้าตำบลหย่งฝู เพราะมีคนช่วยกันหลายคนและสัมภาระที่พวกเขานำมาก็มีไม่มากนัก ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ขนขึ้นไปวางบนเกวียนวัวพร้อมออกเดินทาง
ก้งเยว่ที่เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นางจึงรีบเดินเข้าไปหาเซียวหนิงหลงด้วยต้องรายงาน เื่ที่ลู่ชิงบังเอิญได้ยินมาเมื่อสามวันก่อน ทั้งสองคนจึงเดินแยกออกไปพูดคุยกัน ห่างจากบริเวณของครอบครัวสวีพอสมควร
“เ้ามีเื่อันใด้ารายงานข้าเช่นนั้นหรือก้งเยว่” เขายังแปลกใจที่นางยังมีเื่ที่ดูจะกังวลอยู่อยากจะบอกกับตน
“เรียนซื่อจื่อ ข้าน้อยมีเื่สำคัญที่ต้องรายงานเ้าค่ะ หากท่านได้รับฟังแล้วจะลงโทษ พวกเราทั้งสามคนยินดีน้อมรับแต่โดยดี แต่เพราะไม่้าให้เื่นี้ กระทบกับการต่อสู้กับข้าศึกของท่าน พวกเราจึงลงมือกันเอง โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบก่อนเ้าค่ะ” ตัวนางกับสหายตกลงกันแล้วว่า จะยอมรับหากซื่อจื่อมีบทลงโทษ ในขณะนั้นหากไม่ตัดสินใจลงมือเสียแต่เนิ่น ๆ อาจมีเื่ที่น่าะเืใจเกิดขึ้นอีกครั้ง
“อืม เ้าเล่ามาก่อนเถิด ว่าเป็เื่เกี่ยวกับอะไร แล้วข้าจะพิจารณาดูอีกที” พวกนี้ทำไมต้องคิดว่าเขาชอบลงโทษ โดยไม่มีเหตุผลกันนัก หรือว่าเขาจะเป็เช่นนั้นแต่ไม่รู้ตัวหรืออย่างไร
“เ้าค่ะ ่สามวันที่ท่านขึ้นไปประจำการอยู่บนูเา หลังจากเตรียมยาที่จะส่งไปที่หมู่บ้านอันผิงเสร็จ ข้าได้ติดตามคุณหนูลู่ชิงไปเดินเล่นในตลาดกลางเมือง แต่คุณหนูกลับบังเอิญได้ยินบุรุษสองคนแอบพูดคุยกันเื่า จึงได้รู้ว่าสองคนนั้นเป็สายลับของฝั่งศัตรู ที่ปลอมตัวเป็ชาวบ้านอพยพ ตามเข้าเมืองหย่งจินเพื่อสอดแนมกำลังทหารของที่นี่ และ้าจ้างวานชาวบ้านที่เห็นแก่เงิน เดินทางไปสมัครเป็ผู้ช่วยพ่อครัวของกองทัพ จากนั้นกำชับให้ใส่ยาพิษของพวกนอกด่านในอาหารของท่านอ๋อง โดยบอกกับชาวบ้านคนนั้นว่าเป็ยาบำรุงกำลัง สำหรับท่านอ๋องเพียงคนเดียวเท่านั้น
พวกเราจึงมิได้ส่งข่าวเื่นี้ไปให้ซื่อจื่อ ด้วยเกรงว่าท่านจะไม่มีสมาธิในต่อการสู้กับศัตรู แต่เจียวมิ่งได้ส่งจดหมายไปถึงท่านอ๋องแล้ว และข้ากับก้งเจี้ยก็ได้ติดตามจับตัวสายลับสองคนนั้น ก่อนที่พวกมันจะฉวยโอกาสหลบหนี ตอนนี้พวกมันถูกขังอยู่ที่คุกของเมืองหย่งจินเ้าค่ะ” เมื่อพูดจบก้งเยว่ก็ก้มหน้าลง เตรียมฟังบทลงโทษของตนกับสหาย เนื่องจากเป็เื่ที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของชินอ๋อง หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ศีรษะของนางกับสหายคงไม่พอให้ชดใช้
“สายลับพวกนี้เก่งกาจใช่ย่อย ถึงกับปลอมเป็ชาวบ้านโดยที่ไม่ถูกจับได้ ส่วนชิงเอ๋อร์ก็ช่างซุกซนนักหากเกิดผิดพลาดเพียงเล็กน้อย นางจะได้รับอันตรายไม่รู้ตัวเลยหรือไร ช่างเถิดครั้งนี้ถือว่าพวกเ้าช่วยจัดการแทนข้าได้ดีย่อมละเว้นโทษ แต่คราวหน้าอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกก็แล้วกัน ไม่ว่าจะร้ายแรงเพียงใดต้องแจ้งให้ข้าทราบทุกเื่ แล้วข้าจะตัดสินใจเองว่าควรทำเช่นไรเข้าใจหรือไม่” เขาเข้าใจเจตนาดีของผู้ติดตาม แต่ถึงอย่างไรเื่สำคัญยังคงต้องรายงานให้เขารับรู้
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณซื่อจื่อที่ละเว้นโทษ” รอดตัวไปคราวนี้ นางไม่อยากจะคิดหากโดนลงโทษจริง ๆ พวกเขาคงไม่อาจไปดูแลคุณหนูลู่ชิงกับครอบครัวได้แน่
“แล้วก้งคุนเล่า หายไปที่ใดั้แ่ข้ามาถึงยังไม่เห็นสักครั้ง” เซียวหนิงหลงถามถึงก้งคุนเพราะเขาไม่เห็นอยู่ในกลุ่มนี้
“อ่อ เรียนซื่อจื่อก้งคุนแยกตัวไปสืบข่าวความเคลื่อนไหว ของแคว้นตงหนานที่ชายแดนเ้าค่ะ ตอนนี้น่าจะอยู่ระหว่างเดินทางกลับมาที่นี่ คาดว่าวันพรุ่งนี้ตอนค่ำคงจะถึงเมืองหย่งจินเ้าค่ะ”
“ถ้าก้งคุนกลับมาถึงให้นำข่าวที่สืบได้ มารายงานข้าด้วยก็แล้วกัน ส่วนสายลับสองคนนั่น ไม่จำเป็ต้องเก็บพวกมันไว้อีกต่อไป คืนนี้เ้ากับก้งเจี้ยนำทั้งสองคนไปฝังทั้งเป็ที่ชายป่านอกเมืองหย่งจินซะ อย่าให้มีเสียงดังเล็ดลอดออกมาให้ชาวบ้านต้องใเด็ดขาด” สายลับพวกนี้ไม่จำเป็อีกต่อไป ตอนนี้รอเพียงศึกใหญ่ที่จะมาถึงก็พอ
“รับทราบเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าซื่อจื่อจะกลับเข้าตำบลหย่งฝู พร้อมครอบครัวคุณหนูลู่ชิงหรือไม่เ้าคะ” ถ้าซื่อจื่อกลับไปด้วยวันนี้นางคงต้องรบกวนขอพักที่ร้านของคุณหนูลู่ชิงเสียแล้ว
“วันนี้ข้ายังต้องอยู่จัดการเื่งานที่นี่คงตามไปด้วยไม่ได้ เ้ากำลังกังวลเื่ที่พักใช่ไหมก้งเยว่” เขาพอจะนึกขึ้นได้ว่าบ้านเช่าหลังที่ทุกคนอยู่นั้นมีห้องพักเพียงสามห้องเท่านั้น
“เอ่อ เ้าค่ะ”
“ถ้าเ้ากลับไปถึงที่ตำบลก็ไปจัดการหาบ้านเช่าหลังใหม่ สำหรับข้ากับตันเจียงอีกหลังก็แล้วกัน เพราะข้ายังต้องรั้งอยู่ที่นี่เพื่อรอให้ท่านพ่อกับกองทัพมาถึงชายแดนเสียก่อน ถึงจะเดินทางไปสมทบอีกอย่างข้าต้องเร่งฝึกฝนวรยุทธ์ พักนี้ความรู้สึกของข้าบอกว่าไม่เกินหนึ่งเดือนนี้ อาจจะบรรลุพลังยุทธ์ขั้นสูงสุด” เซียวหนิงหลงขยันฝึกฝนเป็ประจำทุกวัน ยิ่งได้น้ำวิเศษช่วยอีกทาง เขาจึงซึบซับลมปราณได้มากขึ้น จนใกล้จะบรรลุวรยุทธ์ขั้นสูงสุด ตามบิดาอย่างเซียวชินอ๋องได้ในอีกไม่นานนี้
“เ้าค่ะ ข้าจะจัดการเื่บ้านเช่าและจ้างคนมาทำความสะอาดให้เรียบร้อย”
ก้งเยว่นับถือเซียวหนิงหลงจริง ๆ ที่เขาไม่ทำตัวเช่นคุณชายชนชั้นสูงคนอื่น ๆ นางเลือกถูกแล้ว ที่เข้ามาสมัครเป็หน่วยลับของเซียวชินอ๋อง
เมื่อก้งเยว่รายงานเื่ที่เกิดขึ้นแล้ว จึงเดินกลับมารวมตัวกับครอบครัวสวีทั้งหมดอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขาพร้อมจะออกเดินทางกลับตำบลกันแล้ว เซียวหนิงหลงได้เข้าไปบอกกล่าวกับทุกคนว่า เขาจะตามไปที่ตำบลในวันพรุ่งนี้ จากนี้ไปอีกหนึ่งเดือนเขาต้องรบกวนเื่อาหาร ที่ร้านตระกูลสวีจนกว่าจะเดินทางไปสมทบกับกองทัพที่ชายแดน
“ท่านน้าสวีวันนี้ข้าคงอยู่ส่งพวกท่าน ที่เมืองหย่งจินนะขอรับ เพราะยังมีงานที่ต้องจัดการอีกเล็กน้อย ไม่อาจตามไปที่ตำบลได้” เขาต้องอยู่จัดการเื่เชลยนับพันคนให้เรียบร้อยเสียก่อน
“ไม่เป็อันใดเลยอาเซียว จากที่นี่ไปตำบลหย่งฝูใช่ว่าจะเดินทางหลายวันเสียเมื่อไหร่ เ้าขี่ม้าไปเพียงไม่นานก็ถึงที่นั่นแล้วกระมัง เอาไว้กลับไปอาเซียวค่อยไปทานของอร่อย ๆ ที่ร้านของพวกเรานะ” ลู่เวินเห็นว่าเซียวหนิงหลงวางตัวได้เหมาะสม ไม่ได้พูดจาหรือแสดงท่าทีเกี้ยวพาบุตรสาวของตนอย่างโจ่งแจ้ง เขาจึงสบายใจในเื่นี้ไปได้ และถึงแม้จะมีฐานะเป็ถึงซื่อจื่อแห่งจวนชินอ๋อง แต่กลับไม่มีการวางท่ากดข่มตระกูลฝ่ายสตรีสักนิด
“ขอรับ ข้าต้องไปรบกวนอาหารที่ร้านทุกวันอย่างแน่นอน ส่วนเ้าชิงเอ๋อร์ อย่าได้ทำตัวซุกซนเช่นนั้นอีกเข้าใจหรือไม่” เซียวหนิงหลงยังไม่ลืมหันไปพูดกับลู่ชิงด้วยเสียงที่เคร่งขรึมเล็กน้อย
“แฮะ ๆ ๆ เข้าใจเ้าค่ะ แต่ข้าไม่ได้ทำตัวซุกซนเสียหน่อย มันเป็เื่บังเอิญเท่านั้นเอง บางทีข้าคงจะมีหูที่วิเศษกระมัง ถึงได้ยินแต่เื่ราวที่เกินความคาดหมายไปเสียทุกครั้งเ้าค่ะ” ลู่ชิงยิ้มแหย ๆ ออกไปและยังพูดแก้ตัวว่า ตนเองไม่ได้ซุกซนเสียหน่อย คนอื่นที่เห็นต่างอมยิ้มส่ายหน้าไปตาม ๆ กัน
“เอาล่ะนี่ก็ไม่เช้าแล้วพวกเรารีบออกเดินทางเถิด จะได้ทำความสะอาดร้านให้เสร็จก่อนที่จะมืดค่ำ” ลู่เวินรีบเอ่ยบอกให้ทุกคนออกเดินทาง ก่อนชาวบ้านจะไปรวมตัวกันจำนวนมากที่หน้าประตูเมือง
“ไปกันเถิดมาอยู่ที่นี่นับเดือน ป่านนี้ฝุ่นคงเต็มร้านแล้วกระมัง อาเซียวก็อย่าลืมแวะไปหาพวกเราที่ร้านนะ น้าจะทำของอร่อย ๆ ไว้รอ” ฟางซินรีบเสริมคำพูดสามีไปอีกคน เพราะนางอยากกลับไปใจจะขาดแล้ว
“พี่ชายเซียวต้องแวะไปให้ได้นะขอรับ ยังมีของอร่อยอีกหลายอย่าง หากท่านได้ชิมจะต้องติดใจอย่างแน่นอนขอรับ” ลู่จื้อเองก็ชอบเซียวหนิงหลงไม่น้อย เขาคิดว่าจะต้องเก่งกาจให้ได้ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเซียวหนิงหลงก็ยังดี แม้การฝึกฝนจะเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง แต่นี่คือความุ่งมั่นที่เขาต้องทำให้สำเร็จให้ได้
“แล้วท่านจะลืมอาหารจากเมืองหลวง ที่แสนแพงพวกนั้นเหมือนพวกเราแน่ ๆ พี่ชายเซียว” ลู่เสียนยิ่งแล้วใหญ่ เขาคิดว่าอาหารที่น้องสาวทำออกมา อร่อยกว่าเหลาอาหารของเมืองหลวงเสียอีก
“แน่นอน ข้าย่อมไปชิมให้ครบทุกอย่าง ที่พวกเ้าสองคนเคยได้ชิม” เขาไม่คิดว่าบุตรชายตระกูลสวี จะปรับตัวได้ง่ายเพียงนี้ หากเป็คนอื่นที่ยึดติดกับความสุขสบาย คงทำตัวแย่ ๆ จนผู้คนเอือมระอา
หลังจากทุกคนขึ้นรถม้าและเกวียนเรียบร้อย ก็รีบเคลื่อนรถม้าออกนำไปทันที ลู่ชิงเปิดผ้าผ่านรถม้ายื่นหน้ายื่นมือ ออกมาโบกให้กับเซียวหนิงหลงที่ยืนส่งครอบครัวสวีจนลับสายตา พอคนไม่อยู่ตรงนี้แล้วจากเมื่อครู่ที่ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ อยู่บนใบหน้า ตอนนี้กลับกลายมาเป็ใบหน้าที่เ็า กับสายตาที่ดุดันอีกครั้ง เมื่อเลยยามอู่ไปสักพักในเมืองหย่งจิน ก็ไม่มีชาวบ้านหลงเหลืออยู่แล้ว และขบวนทหารที่คุมตัวเชลยแคว้นตงหนาน ได้เริ่มทยอยออกจากหมู่บ้านผิงอันเช่นกัน
ในที่สุดพวกเขาก็กลับมาถึงร้านอาหารของตนเองเสียที เจียวมิ่งกับก้งเจี้ยนำรถม้าและเกวียนไปจอดไว้ด้านหลังร้าน ลู่เวินบอกกับทุกคนว่า ยังไม่ขนของลงมาจากเกวียนในตอนนี้ เพราะต้องทำความสะอาดร้านให้เสร็จเสียก่อน พวกเขาไม่รอช้ารีบช่วยกันเปิดประตูด้านหน้า แบ่งหน้าที่ว่าใครจะทำความสะอาดชั้นบน และใครจะทำความสะอาดชั้นล่าง
“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน น้องหญิงเ้ากับชิงเอ๋อร์และก้งเยว่ ทั้งสามคนขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบนน่าจะดีกว่า ส่วนด้านล่างปล่อยเป็หน้าที่ของบุรุษอย่างพวกเรา เพราะต้องขัดล้างพื้นไหนจะโต๊ะกับเก้าอี้ พวกนี้อีกหลายตัวถ้าพวกเ้าทำความสะอาดชั้นบนเสร็จ ค่อยลงมาช่วยพวกเราก็ยังได้นะ” ลู่เวินทำการแบ่งงานให้ทุกคนทันที
“ได้เ้าค่ะท่านพ่อ หากพวกเราทำเสร็จก่อนจะลงมาช่วยพวกท่านอีกแรงเ้าค่ะ ท่านแม่ พี่ก้งเยว่ พวกเราขึ้นไปจัดการชั้นบนกันเ้าค่ะ” ลู่ชิงเห็นด้วยกับบิดาที่ตัดสินใจเช่นนี้
“น้องเล็ก มื้อเที่ยงนี้ต้องทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทุกคนได้ทานด้วยนะ” ลู่เสียนะโตามหลังน้องสาว เื่อาหารมื้อเที่ยงอย่างรวดเร็ว
“รับทราบเ้าค่ะพี่รอง พวกท่านก็ต้องช่วยข้าทำด้วยเช่นกัน” ลู่ชิงยอมแพ้เสียที่ไหน นางะโตอบกลับมาจากชั้นบน พอหันมาเห็นสายตาดุ ๆ ของมารดา ถึงได้รู้ว่านางทำตัวไม่สมกับเป็กุลสตรีอีกแล้ว
“หึ อย่าลืมตัวบ่อยก็แล้วกันนะชิงเอ๋อร์”
และแล้วการทำความสะอาดร้านอาหารตระกูลสวีก็เริ่มขึ้น ทุกคนช่วยกันอย่างขะมักเขม้น นับชั่วยามได้กว่าจะทำเสร็จ แต่ละคนต่างนั่งพักให้หายเหนื่อย ก่อนที่จะช่วยกันทำมื้อเที่ยงอีกครั้ง ลู่ชิงแอบเอาเนื้อออกมาจากมิติ ระหว่างทางที่นั่งรถม้ากลับมา นำมาใส่โอ่งใบใหญ่ไว้ในรถม้า สำหรับผักและเครื่องปรุงอื่น ๆ ยังพอมีเหลือติดกลับมาด้วย
มื้อเที่ยงวันนี้จึงเป็เนื้อหมูย่างหอม ๆ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ทานกับผักสดและข้าวสวยร้อน ๆ ไม่พอลู่ชิงยังเอาน้ำวิเศษผสมลงไปในกาน้ำชา เพื่อช่วยให้ทุกคนหายจากอาการเหนื่อยล้า ต่อมาจึงช่วยกันย่างเนื้อหมู ที่หมักไว้มากมายอย่างกระตือรือร้น เพราะตอนนี้ในท้องของพวกเขา มีเสียงครวญครางจากกระเพาะอาหารอยู่ตลอดเวลา ยามเนื้อย่างทั้งห้าชั่งสุกได้ที่แล้ว พวกเขาจัดการหั่นเป็ชิ้นพอดีคำใส่จาน
ด้วยความหิวเป็เหตุ ทุกคนนั่งประจำที่อย่างรวดเร็ว ทันทีที่ลู่เวินคีบเนื้อเข้าปากไม่มีใครนั่งนิ่งได้อีกต่อไป ตะเกียบของใครบ้างไม่รู้ที่แย่งกันอยู่ไม่มีการพูดคุย ระหว่างมื้ออาหารอย่างที่เคยเป็ จะมีเพียงเสียงเคี้ยวอาหาร และเสียงตะเกียบกระทบชามข้าวเท่านั้น
โดยเฉพาะกลุ่มของเจียวมิ่ง ที่คืนนี้ต้องกลับเข้าเมืองหย่งจินอีกครั้ง เพื่อไปจัดการนำตัวสายลับสองคนนั่น ไปจัดการฝังทั้งเป็ตามคำสั่งของซื่อจื่อ จึงต้องทานเผื่อไปเยอะ ๆ หน่อย เพราะมื้อเย็นพวกเขาคงไม่ได้กลับมาทานที่นี่
ด้านเซียวหนิงหลงยังมีอาหาร ที่ลู่ชิงแบ่งเอาไว้เป็มื้อเที่ยงสำหรับเขาหนึ่งชุด และต้องรีบทานก่อนจะขึ้นไปอยู่บนกำแพงเมือง เพื่อรอตันเจียงนำตัวเชลยมาที่นี่ เขานั่งรออยู่บนนี้เกือบหนึ่งชั่วยาม จึงเห็นว่าตันเจียงขี่ม้านำขบวนเชลยเดินทางใกล้จะถึงแล้ว
ทหารรักษาเมืองที่เห็นอากัปกิริยาของเซียวหนิงหลง ที่จ้องมองไปยังกลุ่มคนมากมาย ซึ่งกำลังตรงมายังกำแพงเมือง นั่นต้องเป็เชลยแคว้นตงหนานที่ถูกจับได้แน่นอน เ้าเมืองไป๋ได้เตรียมพื้นที่ว่างด้านข้างกำแพงเมืองเอาไว้แล้ว โดยให้ทหารช่วยกันทำเพิงกันแดดกันฝนง่าย ๆ ให้พวกเชลยได้อยู่เท่านั้น กว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ ก็เลยมื้อเย็นไปแล้วและคืนนี้เซียวหนิงหลง เข้าพักที่โรงเตี้ยมแทนเพราะไม่มีกระโจมที่พักอีก
ก้งคุนที่กำลังเดินทางกลับจากชายแดน ใกล้จะมาถึงเมืองหย่งจินเข้าไปทุกขณะ และข่าวที่เขาสืบมาได้นั้น คงจะทำให้ซื่อจื่อไม่พอใจจนพาลสังหารคนก็เป็ได้ ถ้าถูกสังหารในดาบเดียวแล้วตาย ก็น่าจะยังดีกว่าถูกซื่อจื่อทรมานก่อนสังหาร หวังว่าคนที่คิดวางแผนการนี้คงเลือกหนทางตายเอาไว้แล้วกระมัง ถึงได้ใจกล้าไม่เกรงกลัวต่อเสียงเล่าลือ การทรมานคนของซื่อจื่อผู้นี้ ข้าขอไว้อาลัยให้กับพวกเ้าไว้ล่วงหน้าก็แล้วกัน
