~ห้องโถงตระกูลหวง~
ขณะนี้ภายในห้องโถงมีเพียงร่างของหวงเทียนหลงและหวงหลิงกง โดยที่ตรงข้ามมีร่างของชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวรวมถึงชายชราผมสีเงินและชายชราเคราสีขาวกำลังยืนอยู่เื้ั
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้คือชายหนุ่มที่เผอิญเจอะเจอกับไป๋เฉินในระหว่างทางกลับเมื่อคืนนี้
หวงเทียนหลงประสานมือก่อนจะกล่าวทักทายอย่างเป็มิตร "ไม่คาดคิดว่านายน้อยเว่ยจะให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนที่พำนักอันต่ำต้อยของข้าด้วยตนเองเช่นนี้"
นายน้อยเว่ยเพียงประสานมือตอบรับด้วยรอยยิ้ม "ท่านเ้าเมืองสุภาพเกินไป เว่ยผู้นี้แค่้าความช่วยเหลือจากท่านเ้าเมืองเท่านั้น"
"โอ้? หากนายน้อย้าความช่วยเหลืออันใดก็แค่เอ่ยออกมา" หวงเทียนหลงค่อยๆยืนขึ้นก่อนจะชงชาพร้อมทั้งยื่นให้แก่นายน้อยเว่ยอย่างช้าๆ
นายน้อยเว่ยพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรับถ้วยชามาพลางกล่าวว่า "ท่านเคยได้ยินเื่การตื่นขึ้นของจิตมารบ้างหรือไม่?"
"แน่นอนว่าข้าเคยได้ยินมาคร่าวๆ" หวงเทียนหลงไม่กล้าที่จะปกปิดและเอ่ยตอบตรงๆ
นายน้อยเว่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ สายตาของมันฉายแสงแห่งความเ้าเล่ห์ "เช่นนั้นก็ดี ข้า้าความช่วยเหลือจากท่านให้วางกองกำลังล้อมรอบทางเข้าประตูเมืองและรอบๆสนามประลองในอาณาบริเวณ 8 ลี้ได้หรือไม่?..."
เมื่อได้ยินรายละเอียดจากปากนายน้อยเว่ยรวมถึงแผนการหลอกล่อ หวงเทียนหลงเข้าใจวัตถุประสงค์ในทันที "นั่นหมายความว่าท่าน้าดักจับจิตมารที่ตื่นขึ้นงั้นหรือ?"
"ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว" นายน้อยเว่ยเป่าถ้วยชาก่อนจะยกขึ้นมาจิบเล็กน้อย
หวงเทียนหลงประสานมือพร้อมกับกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวล ข้าจะวางกองกำลังไว้ทุกทางเข้าออกอย่างดีที่สุด"
นายน้อยเว่ยพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยชาลงอย่างระมัดระวัง
แต่จู่ๆกลับมีเสียงฝีเท้าเบาบางจากภายนอก เสียงเคาะประตูบานใหญ่มาพร้อมกับเสียงของชายหนุ่มดังขึ้น "ท่านเ้าเมือง เฟยเฉิน้าเข้าพบ"
"โอ้? เข้ามา" หวงเทียนหลงที่ได้ยินตอบรับอย่างทันควันครั้นได้ยินเสียงของไป๋เฉิน
นายน้อยเว่ยขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำตอบรับของหวงเทียนหลง
การสนทนาของทั้งสองนั้นเป็ความลับสุดยอด การที่หวงเทียนหลงกล้าที่จะให้คนผู้นี้เข้ามาในระหว่างการสนทนาย่อมหมายความว่า ผู้ที่มาถึงเป็ผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
"เอี๊ยด~"
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกเชื่องช้าเผยให้เห็นร่างสีดำในหน้ากากไหมของไป๋เฉินที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มจางๆ ทันใดนั้นนายน้อยเว่ยที่นั่งอยู่ในห้องก็พลันสอดสายตามองไปยังประตูบานใหญ่
สายตาทั้งสองสบกัน ทันใดนั้นไป๋เฉินและนายน้อยเว่ยกลับอุทานขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เป็เ้า"
"เป็เ้า"
ไป๋เฉินและนายน้อยเว่ยประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เจอกันในที่แห่งนี้
หวงเทียนหลงและหวงหลิงกงมองหน้ากันอย่างฉงนเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนรู้จักกัน
"เอ่อ...นายน้อยเว่ย ท่านรู้จักเฟยเฉินด้วยหรือ?" หวงเทียนหลงยังมีสีหน้างุนงงในขณะถาม
นายน้อยเว่ยที่ได้ยินคำถามเพียงส่ายหัวเล็กน้อย "ข้ามิได้รู้จักเป็การส่วนตัว ข้าเพียงแค่เจอกับเขาเมื่อคืนนี้เท่านั้น"
"โอ้?" ในขณะที่หวงเทียนหลงอุทานเบาๆ เฟยเฉินค่อยๆก้าวเข้ามาเบื้องหน้าหวงเทียนหลงโดยมิได้สนใจนายน้อยเว่ย พร้อมทั้งประสานมือด้วยรอยยิ้ม "ท่านเ้าเมือง แม่นางหวงอยู่ที่นี่หรือไม่?"
นายน้อยเว่ยพร้อมทั้งชายชราทั้งสองขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าไป๋เฉินกล้าที่จะเมินพวกมันต่อหน้าต่อตา
หวงเทียนหลงส่ายหน้าเล็กน้อย "หลิงซูออกไปด้านนอกและยังไม่กลับมา...เ้ามีเื่เร่งด่วนอันใดหรือไม่?"
ไป๋เฉินพยักหน้าส่ายหน้าเบาๆ ตนคิดว่าจะเอ่ยถามเกี่ยวกับการประลองสักเล็กน้อย
หากเป็การไถ่ถามหวงเทียนหลงโดยตรง อาจจะทำให้มันตะขิดตะขวงใจและอาจจะตกเป็เป้าของความสงสัยก็เป็ได้
แต่หากเป็หวงหลิงซู ไป๋เฉินเชื่อว่านางจะบอกกล่าวแก่เขาทุกอย่างโดยไม่มีหมกเม็ด
เมื่อเห็นสีหน้าที่มีบางสิ่งค้างคาบนหน้าไป๋เฉิน หวงหลิงกงที่นั่งอยู่เก้าอี้ใกล้ๆจึงเอ่ยถามขึ้น "พี่เฟย ท่านมีเื่อันใดกังวลใจหรือไม่?"
ไป๋เฉินส่ายศีรษะเบาๆก่อนจะตอบกลับว่า "ไม่มีอะไร หากแม่นางหวงกลับมา ก็ให้ใครบางคนมาแจ้งข้าก็แล้วกัน..."
"เช่นนั้นข้าขอตัว" ไป๋เฉินประสานมือแก่ทั้งสองก่อนจะเตรียมตัวหันหลังจากไป
แต่จู่ๆเสียงของนายน้อยเว่ยดังขึ้นอย่างกะทันหันพร้อมทั้งข้อมือลักษณะโบกสะบัด "ช้าก่อน"
ไป๋เฉินที่อยู่ในท่วงท่าหันหลังเอนคอกลับมาพร้อมทั้งเสียงเอ่ยถามอย่างเ็าว่า "เ้าเป็ใคร?"
สีหน้าของหวงเทียนหลงและหวงหลิงกงซีดขาวเมื่อเห็นว่าไป๋เฉินกล้าที่จะใช้น้ำเสียงราวกับกำลังพูดคุยอยู่กับขยะข้างทางอย่างไรอย่างนั้น
"โอหัง!" เมื่อเห็นความไม่แยแสในน้ำเสียงของไป๋เฉิน ชายชราผมสีเงินคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด พลังปราณดุจมหาสมุทรถาโถมไป๋เฉินจากทุกทิศทาง
"ซู่!"
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าชายชราจะกล้าเปิดฉากจู่โจมในขณะที่ไป๋เฉินหันหลังให้เช่นนี้
ไป๋เฉินที่ยืนหันหลังเผยรอยยิ้มแสยะออกมาพร้อมปฏิกิริยาทั้งข้อมือที่สะบัดพลันปรากฏปราณสีเืเป็เกลียวคลื่นอย่างไม่ใส่ใจ อาภรณ์สีดำปลิวไสวไปพร้อมกับสายลมที่พัดผ่านร่าง
"วู้ม!"
รัศมีทั้งหมดจากชายชราผมสีเงินกลับมลายหายไปเมื่อมันัักับพลังปราณสีเืที่น่าสยดสยอง
โดยไม่มีผู้ใดรู้ว่ากระแสปราณของชายชราทำให้ร่างกายของไป๋เฉินสั่นสะท้านจากภายในราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังเขย่าร่างของเขาจนอวัยวะภายในปั่นป่วน
มุมปากชายชราผมสีเงินขดเป็รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่ยังไม่วายที่จะหยุดอยู่เพียงเท่านั้น
มันโค้งตัวลงหมายจะพุ่งตรงไปยังไป๋เฉินเพื่อทุบตีสั่งสอนสักเล็กน้อย
"พรึ่บ!"
แต่รอยยิ้มเยาะเย้ยนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานนัก จู่ๆกลับมีลมหายใจเย็นๆรดต้นคอ ก่อนจะมีเสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นข้างหูพร้อมกับจิตสังหารที่แผ่ซ่านจนมันมิอาจจะขยับเขยื้อนไปไหนได้ "เ้าเฒ่า! ในเมื่อเ้ารนหาที่ตาย...ข้าจะสนองให้เ้าเอง"
ภายในชั่วอึดใจ ไป๋เฉินกลับมาปรากฏตัวอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดในการต่อสู้!
สีหน้าของนายน้อยเว่ย หวงเทียนหลงและหวงหลิงกงแปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือดครั้นเห็นความเร็วดุจสายฟ้าแลบนั่น
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเกินไปของไป๋เฉินส่งผลให้เกิดภาพติดตาที่ตำแหน่งเดิมที่เขายืนอยู่ แต่แท้จริงแล้วร่างของเขากลับมาปรากฏด้านหลังของชายชราเมื่อใดไม่ทราบได้!
แม้นว่าหวงเทียนหลงจะได้ยินกิตติศักดิ์ความว่องไวและความปราดเปรียวของไป๋เฉินจากหวงเทียนลู่แล้ว แต่เมื่อมันได้เห็นการเคลื่อนไหวต่อหน้าต่อตาก็ยังมิอาจระงับความตกตะลึงไว้ได้
ไม่เว้นแม้แต่นายน้อยเว่ยที่ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วมามากมาย แต่กลุ่มคนเ่าั้มิอาจเทียบได้กับบุคคลตรงหน้าของมัน!
ไม่ว่าจะความคล่องแคล่วที่มิอาจมองตามทัน ซ้ำยังไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าในขณะที่เคลื่อนไหว
และอีกอย่างคือการใช้จิตสังหารทำให้จิตใจของชายชราสั่นคลอนและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจนมิอาจก้าวขาได้
การเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียว แต่กลับผสมผสานหลากหลายองค์ประกอบจนกลับกลายมาเป็ภาพที่พวกเขาเห็นในขณะนี้
ไป๋เฉินไม่เสียเวลาเสวนา แขนเสื้อกระพืออย่างรุนแรงกริชสีดำทมึนกระพริบเป็แสงวาบด้วยการชักขึ้นมาอย่างลับตาหมายจะปาดคอชายชราด้วยแสงเย็นในแววตา
"เฟยเฉิน!" หวงเทียนหลงรีบห้ามปรามด้วยสีหน้าตกตะลึง
[เกิดอะไรขึ้น! เฟยเฉินกล้าโจมตีบุคคลจากสำนักวัง์จริงๆหรือ?]
นายน้อยเว่ยขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าการโจมตีของไป๋เฉินนั้นเปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่ากระหายเื มันรีบหมุนเวียนปราณพร้อมทั้งพุ่งทะยานด้วยกระบี่ในมือด้วยเสียง 'พรึ่บ'
กริชสีดำที่กำลังจะปาดคอชายชรากลับถูกตีกลับด้วยเสียง "เชร้ง!" เผยให้เห็นร่างสีขาวของนายน้อยเว่ยสะบัดข้อมือพร้อมกับกระบี่ที่ฟาดฟันเบี่ยงเบนทิศทางของกริช
กริชกระเด็นออกขึ้นสู่ฝ้าเพดาน ไป๋เฉินกระทืบเท้าอย่างแรงก่อนจะะโสูงและเก็บกริชกลับคืนมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ชายชราผมสีเงินเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดกลัว ขาที่สั่นทั้งสองทรุดลง เมื่อครู่นี้ราวกับว่ามันให้เห็นมัจจุราชกำลังหมายจะเอาชีวิตมันไปเสียแล้ว
วาสนายังดีที่นายน้อยเว่ยเข้ามาช่วยเหลือได้ทัน มิเช่นนั้นมันอาจจะไปคุยกับยมบาลเสียแล้ว…
"พรึ่บ!"
ฝีเท้าก้าวพริบตาของไป๋เฉินถอยร่นออกไปสามก้าว มือที่ใส่ถุงมือทั้งสองปัดฝุ่นบนอาภรณ์เล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้แก่นายน้อยเว่ยเล็กน้อย "อย่าได้สงสัย ข้าเพียงแค่กำลังสอนสุนัขที่โง่เขลาของเ้าก็เท่านั้น!"
"เ้าควรดึงปลอกคอสุนัขไว้ให้ดี ในเมื่อสุนัขมันไม่เชื่อง เ้าจะเก็บสุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่องไว้เพื่ออะไร? มันรังแต่ทำให้เ้าลำบากเท่านั้น" ไป๋เฉินยิ้มเล็กน้อยด้วยแสงเย็นในรูม่านตาสีเื ก่อนจะหันหลังจากไปอย่างไม่แยแส
