บทที่ 2 หมอเถื่อน
แสงไฟจากโคมผ่าตัดทรงกลมเก่าคร่ำครึสาดส่องลงมายังเตียงเหล็กเย็นเฉียบกลางห้อง กลิ่นคาวเืคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ฉุนกึกจนแสบจมูก บรรยากาศภายในห้องผ่าตัดชั่วคราวของคลินิกเถื่อนแห่งนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ และเสียงลมหายใจที่ติดขัดของผู้าเ็
แดนเหนือ ในชุดกาวน์สีขาวที่เริ่มมีรอยเปื้อนสีแดงจางๆ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียง มือเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวขยับจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์อย่างคล่องแคล่วและใจเย็น ราวกับกำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับงานศิลปะชั้นสูง ไม่ใช่การผ่าตัดเอาลูกะุออกจากร่างของมาเฟียขาโหด
“ชีพจรเต้นอ่อน... ความดันต่ำ...”
แดนเหนือพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบภายใต้หน้ากากอนามัยสีเขียวกวาดมองเรือนร่างกำยำที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่ตรงหน้า
ต้องยอมรับว่าพระเ้าช่างลำเอียง แม้จะอยู่ในสภาพปางตาย แต่ร่างกายของ เสือ หรือ พยัคฆ์ ก็ยังคงความสมบูรณ์แบบของอัลฟ่าระดับท็อปไว้อย่างน่าอิจฉา มัดกล้ามเนื้อแน่นตึงเรียงตัวสวยงามราวกับประติมากรรมชิ้นเอก ผิวสีแทนเข้มที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็จางๆ จากการต่อสู้ และรอยสักรูปเสือโคร่งที่พาดผ่านแผ่นหลังกว้าง ดูดุดันและทรงพลังแม้ในยามหลับใหล
“ทนถึกสมฉายาจริงๆ”
แดนเหนือหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเศษกางเกงสแล็คราคาแพงที่ชุ่มโชกไปด้วยเืบริเวณต้นขาขวาออก เผยให้เห็นปากแผละุฝังในที่บวมเป่ง เืสีแดงสดไหลซึมออกมาไม่หยุด
เขาฉีดยาชาเฉพาะจุดเข้าไปรอบๆ าแอย่างแม่นยำ แม้จะรู้ว่ายาชาปริมาณแค่นี้อาจเอาไม่อยู่สำหรับอัลฟ่าที่มีความอดทนสูงผิดมนุษย์มนา แต่ในคลินิกเถื่อนที่มีทรัพยากรจำกัด เขาไม่มีทางเลือกมากนัก
“เอาล่ะ... อย่าเพิ่งตายนะคุณลูกค้า กระเป๋าตังค์คุณยังอยู่ที่ผม”
แดนเหนือหยิบมีดผ่าตัด (Scalpel) ขึ้นมา แสงไฟสะท้อนคมมีดวาววับ เขาเล็งตำแหน่งอย่างแม่นยำ ก่อนจะจรดปลายมีดลงบนผิวเนื้อตึงแน่นเพื่อเปิดปากแผล
แต่ทว่า... ทันทีที่ความเ็ปแล่นผ่านิัเข้าไป
หมับ!
ท่อนแขนแกร่งที่ควรจะสิ้นฤทธิ์จากยาสลบและอาการาเ็ กลับตวัดขึ้นมาคว้าข้อมือของแดนเหนือเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก!
“อึก!”
แดนเหนือชะงัก นิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บจากแรงบีบมหาศาล มีดผ่าตัดในมือหยุดชะงักห่างจากปากแผลเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ร่างสูงใหญ่บนเตียงเริ่มขยับตัวอย่างทุรนทุราย เปลือกตาที่ปิดสนิทกระตุกถี่ ก่อนจะปรือขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นั์ตาสีอำพันดุร้ายที่ยังคงพร่ามัวและไร้สติ
“อย่า... อย่าแตะต้องกู...”
เสียงคำรามต่ำในลำคอดังลอดไรฟัน มันไม่ใช่เสียงร้องขอชีวิต แต่เป็เสียงขู่ของสัตว์ร้ายที่กำลังจนตรอก กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าจ่าฝูงะเิออกมาอย่างรุนแรง กลิ่น ไม้กฤษณาเปียกฝนผสมกับกลิ่นคาวเื ตลบอบอวลไปทั่วห้องผ่าตัดเล็กๆ กดดันจนอากาศหนักอึ้ง
หากเป็โอเมก้าทั่วไปคงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อจิตสังหารนี้ แต่แดนเหนือไม่ใช่...
เขายืนนิ่ง ข้อมือเล็กยังคงถูกกำรอบด้วยอุ้งมือใหญ่ที่สั่นระริก แดนเหนือปรายตามองใบหน้ คมคายที่ชุ่มเหงื่อด้วยสายตาที่เ็าราวกับมองก้อนเนื้อ
“ปล่อย” แดนเหนือสั่งเสียงเรียบ
“มึง... ศัตรู... กูจะฆ่า...” เสือพร่ำเพ้อไม่ได้สติ ภาพในหัวของเขาคือสมรภูมิรบ คือศัตรูที่ดาหน้าเข้ามาทำร้าย เขาแยกไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือมัจจุราชหรือเทวดา รู้เพียงแค่ว่าต้องสู้
แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นจนแดนเหนือรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตก แต่อัลฟ่าหนุ่มกลับพยายามจะดึงร่างหมอเข้ามาใกล้ พยายามจะใช้มืออีกข้างคว้าคอ
สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด การผ่าตัดหยุดชะงัก และเืของคนไข้ก็ยังคงไหลไม่หยุด
แดนเหนือถอนหายใจเฮือกใหญ่... รำคาญพวกอัลฟ่าบ้าพลังจริงๆ
เขาไม่ดิ้นหนี ไม่สะบัดออก แต่กลับโน้มตัวลงไปใกล้ ใบหน้าเนียนใสภายใต้หน้ากากอนามัยอยู่ห่างจากใบหน้าดุดันของเสือเพียงคืบ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ไร้ความรู้สึกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันที่สั่นไหว
“ฟังนะ...” น้ำเสียงของแดนเหนือราบเรียบ แต่คมกริบบาดลึกยิ่งกว่ามีดในมือ
“จะนอนนิ่งๆ หรือจะให้ตายคาเข็ม?”
คำพูดนั้นไม่ได้ตะคอก แต่กลับดังก้องกังวานในโสตประสาทของเสือ ราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดโครมเข้าใส่กองไฟ
เสือชะงัก ั์ตาที่พร่ามัวพยายามโฟกัสภาพคนตรงหน้า... ผิวขาวจัดที่ตัดกับความมืด... กลิ่นหอมจางๆ เย็นๆ เหมือนยูคาลิปตัสที่แทรกซึมเข้ามาในจมูก มันไม่ใช่กลิ่นของศัตรู... แต่มันเป็กลิ่นของความสงบ
“หมอ...?” เสือพึมพำเสียงแ่ แรงบีบที่ข้อมือค่อยๆ คลายลง “เออ..หมอ” แดนเหนือตอบห้วนๆ “ถ้ารู้แล้วก็ปล่อยมือ เก็บแรงไว้หายใจเถอะ ก่อนที่เืจะหมดตัว”
เสือค่อยๆ ปล่อยมือออกอย่างว่าง่าย ราวกับถูกมนต์สะกดจากสายตาคู่เ็านั้น ร่างกายแกร่งทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง ลมหายใจหอบกระเส่าเริ่มกลับมาเป็จังหวะ
แดนเหนือขยับข้อมือที่ขึ้นรอยแดงช้ำเป็ปื้นรูปนิ้วมือ หมุนไปมาเพื่อคลายความเจ็บ ก่อนจะหันกลับไปสนใจงานตรงหน้าต่อโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“ดื้อด้านชิบหาย...”
เขาบ่นอุบอิบ ก่อนจะลงมือกรีดมีดลงไปที่ปากแผลอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและแม่นยำ เืสีแดงสดไหลทะลักออกมา แดนเหนือใช้ผ้ากอซซับอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้คีมคีบแหวกเนื้อเยื่อเพื่อตามหาหัวะุ
บรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดในอีกรูปแบบหนึ่ง... ความตึงเครียดของการยื้อชีวิต
เสือนอนกัดฟันแน่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก แม้ยาชาจะช่วยได้บ้าง แต่ความเ็ปจากการถูกแหวกเนื้อสดๆ ก็ยังคงสาหัสสากรรจ์ เขาทำได้เพียงนอนมองเพดานและ.. มองเสี้ยวหน้าของหมอเถื่อนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน
แสงไฟตกกระทบลงบนใบหน้าของแดนเหนือ เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวที่ขมับ ไรผมสีดำสนิทปรกหน้าผากเล็กน้อย แววตาที่มุ่งมั่นและมือนิ่งสนิทที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในร่างกายของเขา...
มันเป็ภาพที่งดงาม... และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
“เจอแล้ว”
แดนเหนือเอ่ยขึ้นเบาๆ เสียงโลหะกระทบกันดัง กริ๊ก เมื่อหัวะุทองแดงถูกคีบออกมาแล้วโยนลงในถาดสแตนเลส
“ลึกเกือบถึงเส้นเืใหญ่... ดวงแข็งจริงๆ นะมึง”
แดนเหนือเริ่มลงมือเย็บแผล เข็มโค้งแทงทะลุิัหนาๆ ของอัลฟ่า ดึงรั้งเนื้อเยื่อให้กลับมาสมานกัน ทุกฝีเข็มละเอียดและประณีตราวกับงานเย็บปักถักร้อย
“เจ็บ...”
เสือครางออกมาเบาๆ
“ทนเอา เป็มาเฟียไม่ใช่เหรอ แค่นี้ไม่ตายหรอก”
แดนเหนือตอบโดยไม่เงยหน้า แต่ปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางกลับเกลี่ยเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตาเสือให้อย่างเบามือขัดกับคำพูด
ััเย็นๆ จากถุงมือยางและกลิ่นกายหอมเย็นของหมอ ทำให้ความเ็ปทุเลาลงอย่างน่าประหลาด เสือมองคนตรงหน้าตาไม่กระพริบ พยายามจะจดจำใบหน้านี้ไว้ในสมองที่ยังมึนงง
“ชื่อ... อะไร...” เสือถามเสียงแหบแห้ง
แดนเหนือชะงักมือที่กำลังตัดไหม เงยหน้าขึ้นสบตาคนไข้จอมอึดอีกครั้ง
“จ่ายค่ารักษามาก่อน แล้วค่อยถาม”
หมอหนุ่มตอบกวนๆ ก่อนจะดึงผ้าคลุมสีเขียวมาปิดทับแผลที่พันผ้ากอซเรียบร้อยแล้ว เขาถอดถุงมือเปื้อนเืออกโยนลงถังขยะ แล้วเดินไปล้างมือที่อ่าง
เสือมองตามแผ่นหลังบางที่ดูบอบบางแต่กลับแบกรับชีวิตเขาเอาไว้ มุมปากที่แห้งผากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนที่สติจะดับวูบลงไปอีกครั้งเพราะความอ่อนเพลีย
ในความมืดมิดก่อนจะหลับใหล... สิ่งสุดท้ายที่เสือรับรู้ คือกลิ่นยูคาลิปตัสจางๆ และคำพูดเ็าแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง
“ยินดีต้อนรับสู่นรกขุมใหม่ พยัคฆ์”
*******
