ป๋อเหวินใช้เวลาอยู่ในสำนักงานตลอดทั้งวัน จนพลบค่ำถึงยอมกลับเข้าจวน กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมมุ่งหน้ากลับเรือนตนในทันที ชายหนุ่มยังแวะไปหาบิดาในห้องทำงาน เพื่อปรึกษาเื่งาน และข่าวสารที่ได้รับมาจากชายแดน จนเข้ายามห้าย (21:00-22:59 น.) เขาถึงออกจากห้องทำงานบิดากลับเข้าเรือนตน
เมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงเรือน ภายในห้องก็มืดสนิทไร้แสงสว่างจากตะเกียงให้เห็น แสดงถึงว่าผู้ที่อยู่ภายในห้องได้เข้านอนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ป๋อเหวินจึงไม่คิดจะจุดไฟตะเกียงขึ้นอีกครั้ง อาศัยเพียงแสงจันทร์ที่รอดผ่านช่องไม้ในการมองเห็น เพราะสำหรับผู้ฝึกยุทธเช่นเขา แสงเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว
ร่างหนาใช้เวลาไม่นานในการถอดชุดออกจนเหลือเพียงกางเกงสีขาวตัวใน จากนั้นถึงเดินมายังเตียงนอน ค่อย ๆ ย่นก้นลงบนเตียงอย่างแ่เบา ด้วยเกรงว่าจะทำให้ร่างบางที่กำลังนอนหลับสบายรู้สึกตัวตื่น
ยามเขาทิ้งกายลงนอนข้างหญิงสาว จมูกก็ได้กลิ่นหอมเป็เอกลักษณ์ ดั่งครั้งที่ได้สูดดมเมื่อยามได้อุ้มนางตอนเข้าร่วมพิธี ทำให้เขาทราบว่าแท้จริงกลิ่นหอมนั้นมิได้ติดอยู่ที่อาภรณ์ แต่เป็กลิ่นที่ส่งมาจากผิวกายนาง
กลิ่นหอม ที่ทำให้เขาอดใจไม่ได้จนต้องยื่นจมูกเข้าไปสูดดม
กลิ่นหอม ที่ทำให้เขาเผลอใจดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดโดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอม ที่ทำให้เขาเข้าสู่ห้วงฝันหลับลึกอย่างไม่เคยเป็
ร่างบางที่ควรหลับสบายอยู่บนเตียงใหญ่เพียงผู้เดียวดั่งเช่นตอนเข้านอน ยามนี้กลับรู้สึกอึดอันจนยากจะขยับกายได้ ผนวกกับอากาศที่เริ่มอบอุ่นขึ้น ยิ่งทำให้หญิงสาวทวีความหงุดหงิด เมื่อขยับกายไม่ได้ดั่งใจหมาย
ครั้นพอดวงตากลมโตเปิดขึ้น จึงพบกับสาเหตุทั้งหมด
ใบหน้าหญิงสาวกำลังจมอยู่กับแผงอกกว้าง ลำแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกอดรัดนางไว้แน่น ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนอย่างไรให้หลุดพ้นก็ไร้ผล
ในทางกลับกัน คล้ายว่าลำแขนนั้นจะกระชับรัดนางมากขึ้นกว่าเดิม จนหญิงสาวอดทนต่อไปไม่ไหว อ้าปากเล็กออกกว้างเผยฟันขาวเรียงสวย ออกแรงกัดจุกสีน้ำตาลเข้มอย่างเต็มแรง
"อ๊ากกกก" ป๋อเหวินรู้สึกตัวตื่นหลังจากร่างบางในอ้อมกอดพยายามดิ้นขลุกขลักให้หลุดพ้น เขาที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำสีหน้าอย่างไร เมื่อเผลอนอนกอดหญิงสาวไว้ตลอดทั้งคืน จึงแกล้งทำเป็หลับต่อและกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น
แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าสตรีในห้องหออย่างนาง จะกล้ากัดยอดอกเขาอย่างแรงเช่นนี้
"นี่เ้า คิดจะทำอันใด"
"สามี เป็ท่านที่นอนกอดข้าไว้ไม่ปล่อย จะโทษข้าได้อย่างไร" ลู่เสียนนั่งเผชิญหน้ากับร่างหนาที่กำลังชี้หน้าคาดโทษนางอย่างไม่เกรงกลัว
ความผิดนางเสียเมื่อใดกัน ผู้ใดให้เขามากอดนางไว้เช่นนั้น นางไม่กัดให้หลุดขาดก็ดีเท่าใดแล้ว
"ปากยังเรียกข้าว่าสามี เ้าก็ควรรู้ว่าสามีภรรยาจะนอนกอดกันหาใช่เื่ผิดอันใด"
"ก็ใช่ที่ท่านเป็สามีข้า แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์มากอดข้าเช่นนี้"
"จะไม่มีสิทธิ์ได้อย่างไร เมื่อวานเ้ายังรับปากกับท่านย่าอยู่เลยมิใช่หรือ ว่าจะรีบมีเหลนให้ท่าน"
"ไม่ ปล่อยข้านะ" ลู่เสียนถอยหลังจนติดผนังด้านในไร้ทางหนี จึงถูกมือใหญ่จับนางรวมข้อมือนางยกขึ้นสูงค้างไว้ พร้อมใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาแบบชิด จนนางรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนยามเขาเอ่ยพูด
เมื่อวานนางเพียงแสร้งตอบรับฮูหยินผู้เฒ่าไปส่ง ๆ เพื่อความสบายใจของผู้ได้ยินเท่านั้น ไม่คาดคิดว่าเขาที่นั่งอยู่อีกมุมของห้อง จะได้ยินสิ่งที่พวกนางสนทนากัน
"มิอยากมีเหลนให้ท่านย่าแล้วหรือ เ้ารู้ใช่หรือไม่ ว่าทำอย่างไร ในนี้ถึงมีเหลนให้ท่านย่าข้าได้"
ใบหน้าสวยสะบัดหนีนิ้วยาวที่ไล้ลูบตามกรอบหน้า ขนอ่อนลุกตั้งชันรู้สึกเสียววูบไปทั้งกายกับท่าทีจู่โจมของชายหนุ่ม
เมื่อครู่เขายังมีสีหน้าแสดงให้เห็นถึงความเ็ปจากการที่โดนนางกัด ยามนี้กลับผลัดเปลี่ยนเป็ยกยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์ จนนางคาดไม่ถึงว่าบุรุษที่มีท่าทีเ็ามาตลอด จะกลับกลายเป็เช่นนี้ได้
ป๋อเหวินจากเพียงหยอกล้อเอาคืนที่หญิงสาวกัดเขาเพียงเท่านั้น แต่กลิ่นกายหอมผนวกกับเรือนร่างนุ่มนิ่มเย้ายวนของนาง ทำให้เขายากจะยับยั้งฝ่ามือร้อนไม่ให้ลูบไล้ลงหาปทุมถันอวบอิ่มตรงหน้าได้
"อืออ" ริมฝีปากบางกัดเม้มเข้าหากัน หลังเผลอครางเสียงน่าอายออกมา เมื่อถูกชายหนุ่มลุกล้ำบีบเคล้นทรวงอกนางแรงขึ้น
ด้วยเวลานอนลู่เสียนไม่ชอบใส่เอี้ยมตัวในให้รำคาญ เมื่อคืนนางคิดว่าเขาจะไม่กลับเข้ามา จึงแต่งกายเข้านอนเหมือนเช่นทุกครั้งกับตอนอยู่ที่เรือนตน ทำให้นิ้วยาวััลูบผ่านยอดถันนางโดยมีเพียงผ้าบางกันเท่านั้น
ป๋อเหวินฝั่งจมูกลงยังซอกคอขาว พิสูจน์อีกครั้งว่ากลิ่นหอมนั้นมาจากผิวกายหญิงสาวอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้
กลิ่นกายนางหอมเป็เอกลักษณ์จนเขายากจะหยุดสูดดม ยากชนิดที่ว่าเขาไม่สามารถจะยับยั้งใจตน ไม่ให้ส่งเรียวลิ้นเลียััผิวขาวเนียนตรงหน้าได้อีกต่อไป
"โม่ป๋อเหวิน ท่านรักข้าหรือไม่"
