“ลิ่วล้อของอาจารย์เวิง!” ซินต้าลี่สูดลมหายใจเข้าลึก
อาจารย์เวิงสมกับที่เป็ผู้สูงศักดิ์แห่งหมู่เกาะนักล่า มีกระทั่งจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณเป็ลิ่วล้อ เขาคนเดียวก็เพียงพอแล้วที่จักสังหารคนทั้งเรือ
“ให้ยิงหรือไม่?” จูชิงถาม
“อย่าเลย ถ้ายิงก็เท่ากับเป็ปรปักษ์กับหมู่เกาะนักล่า สกุลซินจบเห่แน่” ซินต้าลี่ส่ายหัว
เพลานี้อาจารย์เวิงเปรียบเสมือนกับตัวแทนของหมู่เกาะนักล่า จอมยุทธ์ผู้นั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของอาจารย์เวิง ถ้าลงมือ หมู่เกาะนักล่าไม่มีทางปล่อยสกุลซินไปอย่างแน่นอน
ถึงตอนนั้นไม่ว่าสกุลซินจะมีความผิดหรือไม่ก็ตาม จอมยุทธ์หมู่เกาะนักล่าหรือจะยอมอยู่เฉย พวกเขาย่อมทำทุกวิถีทางเพื่อซื้อใจอาจารย์เวิง
“นักหลอมอักขระิญญามีแต่พวกไร้ยางอาย กล่าวกันเป็ตุเป็ตะขนาดนี้ เดาว่าน่าจะเคยทำมาแล้วหลายครั้ง” ซินิจูแค่นเสียงหึ
จูชิงเอามือลูบจมูกพลางมองซินิจูแล้วพูดว่า “เ้าแอบหลอกด่าข้าอยู่หรือเปล่า”
“ข้าไม่ได้หมายถึงเ้า ข้าหมายถึงอาจารย์เวิง เ้าดีกว่าอาจารย์เวิงตั้งเยอะ” ซิงิจูหน้าแดงก่ำ รีบหันหน้าหนีทันที
“สรุปแล้วจะชมหรือจะด่าข้า?” จูชิงกลอกตา
ทันทีที่จอมยุทธ์ผู้นั้นขึ้นมาบนเรือ ลมปราณอันทรงพลังปกคลุมทั่วทั้งตัวเรือ ภายใต้แรงกดดันนั้น กระทั่งซินต้าลี่ที่แข็งแกร่งที่สุดยังหายใจลำบากคล้ายกับถูกหินั์หมื่นชั่งทับ ขาทรุดลงกับพื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
เบื้องหน้าจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ ถึงเป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็ยังต้องก้มหัวให้กับพวกเขา!
“ยอมรับผิดซะ!” จอมยุทธ์ผู้นั้นกวาดสายตาเ็ามองคนที่อยู่บนเรือ
ช่างเป็การกระทำที่จองหองยิ่งกว่ากระไรดี เขาไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้สกุลซินได้อธิบาย ราวกับพูดบอกว่าสกุลซินมีความผิด พวกเขาก็ต้องมีความผิดอย่างไรอย่างนั้น
“สกุลซินไม่มีความผิด!” ถึงจักเผชิญหน้ากับแรงกดดันน่าพรั่นพรึงของจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ แต่ซินต้าลี่ก็ยังคงยืนหยัด เพราะเขารู้ดี ถ้ายอมจำนนสกุลซินก็จักจบสิ้น
“ดื้อด้าน ความผิดโทษมหันต์!” จอมยุทธ์ผู้นั้นแสยะยิ้ม ยกฝ่ามือขึ้นฟ้าแล้วฟาดมันลง!
“ไปตายซะ!” จูชิงคำราม หันคันศรั์เล็งไปที่จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณ
“ลองขยับดูสิ ระยะใกล้ขนาดนี้เ้าคิดว่าเ้าจะหลบพ้นรึ” จูชิงเปล่งเสียงทุ้ม
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณคนนั้นตัวแข็งทื่อ ฝ่ามือชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เขาได้กลิ่นความตายจากคันศรั์นั่น
คันศรั์เป็ภัยคุกคามใหญ่หลวงสำหรับจอมยุทธ์ แต่เขาซึ่งเป็ขั้นหลอมลมปราณสองชั้นฟ้า แข็งแกร่งยิ่งกว่าตาเดียวหลายเท่า คันศรั์สามัญนี้จักขู่ขวัญเขาได้อย่างไร?
แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ภายใต้แรงกดดันที่ชวนสะพรึงเฉกเช่นนี้ กระทั่งซินต้าลี่ที่เป็ขั้นสร้างลมปราณยังต้านทานไม่ไหว เหตุใดจอมยุทธ์ที่เป็แค่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณถึงไม่เป็อะไรเลย?
“อย่ามาเล่นกับไฟ ถ้ายอมจำนนเชื่อฟังแต่โดยดีข้าจะไว้ชีวิตเ้า!” จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณแผดเสียงเย็นเยือก
จูชิงมุมปากกระตุก “เอาสิ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างคันศรกับมือเ้าอะไรจะเร็วกว่ากัน!”
“เ้ากล้ารึ?” จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณเย้ยหยัน
ถ้าจูชิงยิงคันศร เขาอาจจะไม่ตาย แต่ถ้าจูชิงทำเช่นนั้น สกุลซินจักต้องวอดวายอย่างมิต้องสงสัย
“อย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่น มันเกี่ยวข้องกับความเป็ความตายของสกุลซิน!” ซินต้าลี่คำราม เขากลัวนักว่าจูชิงจะยิงคันศรออกไปจริงๆ ถ้าเป็เช่นนั้นจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีก
“อาจารย์เวิง หลังจากที่กำจัดฏสกุลซินเรียบร้อยแล้วช่วยขายเรือล่าสัตว์ลำนี้ให้กับข้าได้หรือไม่?” ชายคนหนึ่งสืบเท้าเดินแช่มช้าเข้ามา พอคนอื่นๆ เห็นเขาก็รีบหลีกทางหนีทันใด
อาจารย์เวิงเลิกคิ้ว “หากเ้าของเกาะ้าเช่นนั้น ข้าคงปฏิเสธมิได้ สนนราคาที่ 300,000 หินปราณ”
“300,000 หินปราณ ราคายุติธรรมดี” ชายผู้นั้นพยักหน้าเล็กน้อย
“หน้าไม่อาย พวกเราสกุลซินเป็คนสร้างเรือลำนี้ขึ้นมากับมือ!” ซินต้าลี่คำรามดังสะท้อนไกลหลายลี้
“พล่ามอะไร อย่างสกุลซินจักสร้างเรือล่าสัตว์ได้อย่างไร ดูก็รู้ว่าพวกเ้าขโมยมันมาจากอาจารย์เวิง” จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณพูด
จอมยุทธ์บนเกาะไม่เชื่อว่าสกุลซินจักมีความสามารถขนาดที่สร้างเรือล่าสัตว์ที่แข็งแกร่งเฉกเช่นนี้ได้ อย่าว่าแต่สกุลซินเลย กระทั่งเ้าของเกาะยังทำไม่ได้ บนหมู่เกาะนักล่าผู้ที่สร้างเรือล่าสัตว์ได้มีแค่อาจารย์เวิงเท่านั้น!
“สกุลซินดื้อด้านยิ่งนัก เื่มาถึงขั้นนี้แล้วยังปากแข็งอยู่อีก” อาจารย์เวิงส่ายศีรษะ
“อาจารย์เวิง ท่านใจดีเกินไป ถ้าเป็ข้าคงถอนรากถอนโคนสกุลซินจนเหี้ยนแล้ว” จอมยุทธ์คนหนึ่งประจบสอพลอ
เ้าของเกาะนักล่าชำเลืองมองอาจารย์เวิง จับจ้องสายตามองเรือล่าสัตว์ เขาไม่สนว่าใครพูดจริงใครโกหก สิ่งที่เขา้าก็คือเรือล่าสัตว์ อีกทั้งเขายังต้องสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์เวิง สกุลซินจักเป็ตายร้ายดีอย่างไรนั้นอยู่นอกเหนือการพิจารณาของเขา
“หน้าด้านหน้าทนเสียจริง!” จูชิงถอนหายใจ จิตสังหารพลันเข้มขึ้นในประเดี๋ยวนั้น
“เ้า!” จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหน้าเปลี่ยนสี จูชิงคิดจะยิงเขาจริงๆ อย่างนั้นรึ!
“ฟึ่บ!” แสงสีฟ้าประกายจรัสแจ้ง ลูกศรพุ่งตรงเข้าใส่จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณตรึงร่างของเขาไว้กับกำแพงท่าเรือ
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณกระอักเื ลูกศรขนาดใหญ่ั์แทงทะลวงช่องท้อง อวัยวะภายในแหลกละเอียด แม้เป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณก็หนีความตายไม่พ้น
“กล้าดียังไง!” อาจารย์เวิงโกรธมาก การเลี้ยงดูจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณให้จงรักภักดีไม่ใช่เื่ง่าย วันนี้เขาเสียลิ่วล้อมือดีไปหนึ่งคนแล้ว
“เ้าคิดว่าเ้าจะทำอะไรข้าได้?” จูชิงแสยะยิ้ม
“มันจบแล้ว!” เห็นแบบนั้นแล้วแววตาของซินต้าลี่พลันหมองมัว เขาทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรงบนดาดฟ้าเรือ
“เ้า!” จอมยุทธ์สองคนที่อยู่ข้างกายอาจารย์เวิงะโตัวลอยกลางอากาศ!
“โง่เขลา!”
“โง่เง่า!”
ประโยคแรกเป็ของเ้าของเกาะนักล่า ส่วนประโยคที่สองนั้นเป็ของจูชิง
“ตู้มม!” หลังจากบรรจุลูกศรเสร็จ เขาก็ยิงคันศรั์ออกไปอีกครั้ง
จอมยุทธ์ที่ลอยอยู่ในอากาศจักต้านทานลูกศรทันได้อย่างไร อีกทั้งพวกเขาก็มิได้แข็งแกร่งเฉกเช่นจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณก่อนหน้านี้ พริบตาเดียวกายาก็ถูกบดขยี้เป็หมอกโลหิต!
“เฮือก!” จูชิงฆ่าจอมยุทธ์สามคนติดต่อกันทำให้คนที่อยู่ท่าเรืออ้าปากค้าง พลานุภาพของคันศรั์น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“คันศรนั่น...” อย่างไรเสียอาจารย์เวิงก็เป็นักหลอมอักขระิญญา ดูจากอักขระิญญาที่อยู่บนคันศร มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ฝีมือของนักหลอมอักขระิญญาที่แข็งแกร่งมาก
เ้าของเกาะนักล่าขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพูดแล้วว่า้าเรือลำนั้น ทว่าคนของสกุลซินยังกล้าต่อต้าน นั่นเท่ากับว่าไม่ไว้หน้าเขา ในหมู่เกาะนักล่านอกจากอาจารย์เวิงแล้ว ไม่มีใครกล้าขัดขืนคำสั่งของเขา
“สกุลซินจองหองยิ่งนัก!” เ้าของเกาะนักล่าแค่นเสียงเรียบ
“พวกเ้าต่างหากที่ไร้ยางอาย!” จูชิงเดินลงมาจากเรือล่าสัตว์ เขามองอาจารย์เวิงด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“สกุลซินขโมยผลงานของอาจารย์เวิง!” เ้าของเกาะนักล่ากล่าว
“สมองเ้าไม่ได้มีปัญหาใช่หรือไม่ เขาพูดอะไรเ้าก็เชื่อ ถ้าอาจารย์เวิงบอกว่าเ้าโง่ล่ะ เ้าจะเชื่อหรือไม่?” จูชิงหัวเราะเยาะเย้ย
ซินต้าลี่รู้สึกสิ้นหวังโดยสมบูรณ์ ล่วงเกินอาจารย์เวิงอย่างมากก็แค่ถูกขับไล่ออกจากหมู่เกาะนักล่า แต่ล่วงเกินเ้าของเกาะเท่ากับว่าตายสถานเดียว สกุลซินไม่มีหนทางรอดแล้ว
“อาจารย์เวิงเป็นักหลอมอักขระิญญา!” เ้าของเกาะนักล่าพูด
“เขาไม่ใช่นักหลอมอักขระิญญาคนเดียวสักหน่อย ข้าเองก็เป็นักหลอมอักขระิญญา หากข้าบอกว่าเขาโง่เง่า เช่นนั้นเขาก็ต้องโง่เง่าเหมือนอย่างที่ข้าพูดใช่หรือไม่!” จูชิงชี้หน้าอาจารย์เวิง
“เป็เด็กเป็เล็กหัดพูดโกหก ระวังฟ้าจะผ่าลิ้นเอา!” อาจารย์เวิงหัวเราะ
การที่จะเป็นักหลอมอักขระิญญาได้นั้นต้องใช้เวลาสิบปีเป็อย่างน้อย ทว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลับบอกว่าตัวเองเป็นักหลอมอักขระิญญา ช่างน่าขันเสียยิ่งกระไร!
อาจารย์เวิงไม่ต้องพูด คนที่อยู่ในท่าเรือก็ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มนี่จะเป็นักหลอมอักขระิญญา
อีกทั้งถ้าเทียบกับจูชิงที่ไม่มีที่มาที่ไปแล้ว จอมยุทธ์บนหมู่เกาะนักล่าเชื่อมั่นในอาจารย์เวิงที่เป็นักหลอมอักขระิญญานานหลายสิบปีมากกว่า
“อักขระิญญาไม่ได้ยากอย่างที่เ้าคิด!” จูชิงตวัดพู่กันเขาแรด อักขระิญญาปราณกระบี่ประจักษ์กลางอากาศ พุ่งตรงเข้าใส่เ้าของเกาะนักล่า
ลำพังเพียงอักขระิญญาปราณกระบี่ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับเ้าของเกาะนักล่า ทว่ามันกลับทำให้หมู่ชนเบิกตากว้างปากอ้าค้าง เขาวาดอักขระิญญาเพื่อคลายข้อสงสัยของพวกเขา!
“หึ แค่ใช้วิชายุทธ์หลอกๆ ไม่ใช่รึ เ้าไม่รู้จักอักขระิญญาด้วยซ้ำ เ้าของเกาะรีบฆ่าเ้าเด็กนั่นเสีย!” อาจารย์เวิงกล่าว
เ้าของเกาะนักล่าหรี่ตามองจูชิง “ขั้นมนุษย์ระดับต่ำ ระดับกลางหรือว่าระดับสูง?”
จูชิงยิ้มเล็กน้อย “เป็อย่างไรละ ข้าบอกแล้วว่าตาแก่นั่นน่ะโง่!”
“เ้าของเกาะอย่าตกหลุมพรางเด็ดขาด เ้าเด็กนั่นไม่มีทางเป็นักหลอมอักขระิญญา!” อาจารย์เวิงะโ
เ้าของเกาะนักล่าเหลือบตามองอาจารย์เวิง อาจารย์เวิงแก่มากแล้วแต่จูชิงอายุยังน้อย อนาคตยังไปได้อีกไกล
อีกทั้งเ้าของเกาะนักล่าก็มิได้ชอบใจอาจารย์เวิงอยู่แล้วเป็ทุนเดิม ถ้ามิใช่เพราะบนเกาะมีนักหลอมอักขระิญญาเพียงคนเดียว เขาก็คงส่งตาแก่นี่กลับบ้านเก่าไปแล้ว
“ถ้าอาจารย์เวิงพูดแบบนั้น เช่นนั้นแล้วทำไมไม่ลองแข่งกับพ่อหนุ่มคนนี้ดูหน่อยล่ะ ดูว่าใครเป็นักหลอมอักขระิญญาตัวจริง!” เ้าของเกาะนักล่ายิ้ม
อาจารย์เวิงหน้าเปลี่ยนสี “เ้าของเกาะสงสัยในคำพูดของข้าอย่างนั้นรึ?”
“ข้าแค่อยากพิสูจน์ ถ้าเด็กคนนี้เป็นักหลอมอักขระิญญาจริง ฆ่าทิ้งไปคงน่าเสียดาย อีกอย่างหมู่เกาะนักล่าจักไม่สังหารผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ” เ้าของเกาะนักล่ากล่าว
เ้าของเกาะนักล่าโบกมือหนึ่งครั้ง จอมยุทธ์สองคนก็วิ่งมาพร้อมกับแผ่นเหล็กดำหนาหนึ่งนิ้วสองแผ่นวางลงตรงหน้าจูชิงและอาจารย์เวิง
“กติกานั้นง่ายมาก ใครวาดอักขระิญญาแกร่งกล้าบนแผ่นเหล็กดำมีความทนทานมากกว่าก็เป็ผู้ชนะ” เ้าของเกาะนักล่ากล่าว
