เสียงอันทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วูเาไป่หลิง แม้แต่เ้าแห่งจิติญญายังต้องตกตะลึงและหลบซ่อน
ความมืดมิดปกคลุมรอบตัวหนิงเทียน เยี่ยหลิงหลานราวกับเ้าแห่งเงามืด กัดกินแสงสว่างทุกหยด ราวกับจะพลิกผันฟ้าดินให้พลิกคว่ำ แม้กระทั่งเ้าแห่งจิติญญาในูเาก็ยังหวาดกลัวและหลีกหนี
ดอกไม้ ต้นหญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ต่างพากันถอยร่นอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนระอุบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยความเย็นะเื ไร้ซึ่งความเมตตา สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน
ทันใดนั้นสีหน้าของนักบุญชุดม่วงก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เหตุผลที่เขาสามารถปรากฏตัวที่นี่ได้ทันทีก็เพราะเขาได้ฝากรอยประทับพิเศษไว้บนร่างของชิวซานอวิ๋น รอยประทับนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทาง ช่วยให้เขาสามารถข้ามผ่านมิติมายัง ณ แห่งนี้ได้โดยไม่ต้องเสียเวลา
ด้วยวิธีนี้ เขาจึงสามารถหลบเลี่ยงการสกัดกั้นของเ้าแห่งจิติญญา และคว้าโอกาสสำคัญไว้ได้
ใครจะคาดคิดว่า ในยามที่ปรมาจารย์หมายจะสังหารหนิงเทียน บุปผารัตติกาลจากสำนักวั่นจื๋อกลับปรากฏขึ้นข้างกายหนิงเทียนอย่างแม่นยำ
เยี่ยหลิงหลานนามกระเดื่องเลื่องลือในดินแดนหยวนซิง แต่ล่าสุดนางโด่งดังในฐานะปรมาจารย์เหนือเมฆาที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาจื๋อซิว
นักบุญชุดม่วงมีชื่อเสียงโด่งดังมานานย่อมได้ยินชื่อเสียงของเยี่ยหลิงหลานมาบ้าง แต่ไม่คุ้นเคยนัก
หากไม่ใช่เพราะเยี่ยหลิงหลานสังหารปรมาจารย์สองคนของสำนักชื่อหยวนปังในคราวที่แล้ว บรรดาปรมาจารย์ในดินแดนหยวนซิงหลายคนคงไม่มองผู้เยาว์คนนี้อยู่ในสายตาของพวกเขาด้วยซ้ำ
นักบุญชุดม่วงเคยพบเยี่ยหลิงหลานที่ยอดเขาหมื่นอสูร แต่ในเวลานั้นเขาไม่ได้สนใจเยี่ยหลิงหลานมากนัก ถึงกับไม่เคยจดจำนางไว้
ทว่าบัดนี้ เมื่อเยี่ยหลิงหลานปรากฏตัว และพลังปราณของทั้งสองถูกดึงออกมา นักบุญชุดม่วงก็ตระหนักได้ว่าเยี่ยหลิงหลานทรงพลังเพียงใด
ในฐานะปรมาจารย์แห่งดินแดนหยวนซิง เพียงกริ้วโกรธโลหิตก็สาดหลั่งเป็สายธาร ทั่วทั้งปฐีหวาดหวั่น ผู้ใดเล่าจักกล้ายืนหยัดต่อกร
นักบุญชุดม่วงประกาศปณิธานสังหารหนิงเทียน แม้จะมีการปรากฏตัวของเยี่ยหลิงหลานก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของเขาได้
นี่คือจิติญญาอันแกร่งกล้า ศักดิ์ศรีของปรมาจารย์ที่มิอาจท้าทาย
พลังปราณอันรุนแรงดุจพายุถาโถม กวาดล้างทุกสรรพสิ่ง บดขยี้ห้วงอากาศจนพังทลาย มุ่งตรงสู่ร่างของหนิงเทียน
“ผู้ใดก็ตามที่กล้าทำร้ายลูกศิษย์ของข้า ข้าจะสังหารมันให้สิ้นซาก!”
นักบุญชุดม่วงคือหนึ่งในผู้เฒ่าผู้ทรงอิทธิพลแห่งสำนักอินทนิล เขามีเกียรติยศเลื่องลือ เป็หนึ่งในปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเก่า เขาจึงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าพลังของตนนั้นเหนือชั้นกว่าใคร
นอกจากนี้สำนักอินทนิลยังเป็หนึ่งในสี่แดนศักดิ์สิทธิ์ของหยวนซิว ปรมาจารย์ที่นั่นย่อมมีสถานะและศักดิ์ศรีสูงส่งยิ่งกว่าสำนักชั้นสองอื่นๆ อย่างแน่นอน
“พูดได้ดี ข้าก็ชื่นชอบการกระทำเช่นนี้เหมือนกัน”
เยี่ยหลิงหลานเห็นด้วยกับคำพูดของนักบุญชุดม่วง ั์ตาของนางฉายแววมุ่งมั่น ประหนึ่งจะสื่อว่าใครก็ตามที่กล้าทำร้ายลูกศิษย์ของข้า ข้าจะสังหารมัน ซึ่งรวมถึงเ้าด้วย!
ความมืดมิดไร้เสียงราวกับสายน้ำอันเน่าเฟะ แปลงร่างเป็หมอกควันดำทะมึนในพริบตา พัดโหมกระหน่ำไปทั่วทุกสารทิศ กลืนกินแสงม่วงให้มลายสิ้น
เยี่ยหลิงหลานย่างเยื้องอย่างสง่างาม มือหยกขาวนวลปกคลุมไปด้วยหมอกดำ แม้จะดูเชื่องช้าแต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังแห่งกาลเวลาอันเน่าเปื่อย ทำให้การโจมตีที่รวดเร็วปานสายฟ้าของนักบุญชุดม่วงชะลอลงในทันที ราวกับถูกต้านทานด้วยพลังอันยิ่งใหญ่
ครู่ต่อมา พลังจากฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน แสงสีม่วงพลุ่งพล่านดุจั เต็มไปด้วยพลังอันโเี้ แต่กลับถูกพลังแห่งความมืดบดขยี้และทำลายล้างในพริบตา
เสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้า พลังแห่งกาลเวลาอันเน่าเฟะแผ่ขยายไร้ร่องรอย ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของนักบุญชุดม่วง
ใบหน้าชราบิดเบี้ยว เสียงร้องโหยหวนดังก้องจากปาก แขนขวาแตกสลายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลามไปทั่วทั้งร่างกาย ร่างของผู้ทรงพลังถูกฝ่ามือของเยี่ยหลิงหลานตบจนแหลกละเอียดกลายเป็ธุลี เืสีม่วงที่แตกกระจายดิ้นรนอยู่ในหมอกดำ มันแตกสลายทีละน้อย พร้อมเสียงิญญาที่คร่ำครวญ
เพียงหนึ่งกระบวนท่า สั่นะเืทั้งหกพิภพ แปดทิศ สร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าปรมาจารย์ทั้งหมดที่อยู่ในูเาไป่หลิง
ยามนี้ในพื้นที่รอบนอกของูเาไป่หลิงรวบรวมปรมาจารย์จากแดนศักดิ์สิทธิ์สิบอันดับแรกและสำนักชั้นสองที่คอยสอดส่ายสายตามองดูเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ภายในไว้จำนวนมาก
เมื่อนักบุญชุดม่วงลงมือ ทุกคนต่างลงความเห็นว่าหนิงเทียนต้องสิ้นชีวิตอย่างแน่นอน
แม้เยี่ยหลิงหลานจะปรากฏขึ้น หลายคนก็ยังเชื่อมั่นว่านักบุญชุดม่วงย่อมรับมือไหว
ใครจะคาดคิดว่า เพียงกระบวนท่าแรก เยี่ยหลิงหลานกลับใช้พลังอันน่าสะพรึงกลัวตบร่างของนักบุญชุดม่วงจนะเิ บดขยี้ศัตรูผู้ทรงพลังราวกับปัดแมลงวัน สร้างความหวาดกลัวแก่เหล่าปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่จนจิตใจตึงเครียด ราวกับได้เห็นภูตผีปีศาจประจักษ์ต่อหน้าต่อตา
นักบุญชุดม่วงคือผู้กุมอำนาจเหนือดินแดนหยวนซิง ผู้มีพลังการต่อสู้ที่เหนือล้ำ ตลอดชีวิตเขาสังหารปรมาจารย์ระดับเดียวกันมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามคน เรียกได้ว่าแข็งแกร่งและกล้าหาญยิ่งนัก
ทว่า ณ เวลานี้เยี่ยหลิงหลานกลับบดขยี้อย่างแรงจนนักบุญชุดม่วงตั้งตัวไม่ทันและพ่ายแพ้ต่อนางอย่างสิ้นเชิง
“เยี่ยซิงหาน เ้าอย่ารังแกกันจนเกินไป!”
บุปผารัตติกาลแห่งสำนักวั่นจื๋อ ผู้คนล้วนรู้จักนางในนามเยี่ยซิงหาน น้อยคนเท่านั้นที่รู้ว่าเยี่ยหลิงหลานคือชื่อที่แท้จริงของนาง
เสียงคำรามกึกก้องของนักบุญชุดม่วงสั่นะเืไปทั่ว ท่ามกลางสายเืที่สาดกระเซ็น ร่างกายของเขาฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะถอยร่นออกไปอย่างว่องไว
เยี่ยหลิงหลานเคลื่อนไหวร่างกายอันอ่อนนุ่มดุจปุยฝ้ายท่ามกลางความมืดมิดที่บิดเบี้ยวใต้ฝ่าเท้า ราวกับว่าพื้นดินหดสั้นลง บีบอัดใหู้เาไป่หลิงอันกว้างใหญ่ไพศาลหดเล็กลงเหลือเพียงพื้นที่จำกัด เปรียบเสมือนมิติที่ถูกพับเก็บ ไม่ว่านักบุญชุดม่วงจะพยายามหลบหนีอย่างไร ก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของเยี่ยหลิงหลาน
“ในอดีต ปรมาจารย์แห่งสำนักชื่อหยวนปังหมายจะสังหารศิษย์ของข้า ข้าจึงสังหารพวกมันจนสิ้นซาก มาวันนี้เ้าหมายสังหารศิษย์ของข้า ข้าก็จะสังหารเ้าเช่นกัน หากผู้ใดจากสำนักอินทนิลคิดจะขัดขวาง ข้าจะถล่มสำนักอินทนิลให้สิ้นซาก!”
เสียงอันทรงพลังของเยี่ยหลิงหลานแผ่ขยายไปทั่วทั้งูเาไป่หลิง สร้างความเย็นะเืให้กับทุกผู้คน
โดยเฉพาะเหล่ายอดฝีมือของสำนักอินทนิล พวกเขาต่างมีใบหน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเื
เหล่ายอดฝีมือจากสำนักหยวนซิวอื่นๆ ต่างเปลี่ยนสีหน้าด้วยความใ ไม่มีใครคาดคิดว่าเยี่ยหลิงหลานจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ นางถึงกับกล้าป่าวประกาศว่าหากยอดฝีมือของสำนักอินทนิลเข้ามาแทรกแซง นางจะกวาดล้างสำนักอินทนิลให้สิ้นซาก
คำพูดเช่นนี้ถือเป็สิ่งต้องห้ามในดินแดนหยวนซิง ไม่เคยมีผู้ใดกล้าโอ้อวดเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น นางยังเป็เพียงผู้บำเพ็ญจื๋อซิว
“เ้าช่างโอหัง คิดจริงหรือว่าข้าจะกลัวเ้า!”
นักบุญชุดม่วงคำรามด้วยความโกรธ ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย เหตุการณ์นี้มิเพียงแต่ทำลายชื่อเสียงของเขา ยังเป็การตอกย้ำความอัปยศอีกด้วย
นักบุญชุดม่วงหมุนกายกลางอากาศด้วยความโกรธแค้น สองมือเปล่งพลังสายฟ้าฟาดฟันสีม่วง พุ่งเข้าโจมตีเยี่ยหลิงหลาน
อากาศพลันสั่นคลอน ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงคราม ก่อตัวเป็เมฆสายฟ้า ปกคลุมโลกมืดมิด หวังจะสลัดพันธนาการแห่งความมืดมิดจากเยี่ยหลิงหลาน
“ไม่กลัวหรือ? เช่นนั้นข้าจะตีเ้าจนกว่าเ้าจะรู้จักความกลัว!”
เยี่ยหลิงหลานเอ่ยอย่างเรียบเฉย ร่างกายของนางก่อกำเนิดความมืดมิด กลืนกินทุกสิ่งสรรพชีวิต ขจัดแสงสว่างจนมลายสิ้น
สายฟ้าสีม่วงของนักบุญชุดม่วงยังไม่ทันเข้าใกล้ก็ถูกความมืดมิดกลืนกิน พังทลายลงและสลายตัวกลายเป็พลังแห่งความมืด
นักบุญชุดม่วงพยายามถอยหนี แต่เขากลับพบว่ากาลอวกาศบิดเบี้ยว ดึงดูดเขารุดหน้าเข้าปะทะศัตรูอย่างห้ามไม่ได้
นักบุญชุดม่วงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แก่นแท้ในร่างกายแผดเผาอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยพลังป่าเถื่อนออกมา ร่างกายของเขากลับกลายเป็หนุ่มแน่น เปี่ยมไปด้วยพลังอันเกรียงไกร ราวกับย้อนเวลากลับไปสู่จุดสูงสุดของชีวิต
หมัดอันทรงพลังของเขาพุ่งออก เปลวเพลิงม่วงพวยพุ่งตัดผ่านความมืดมิด เผยให้เห็นร่างของเยี่ยหลิงหลาน
นางยิ้มเยาะอย่างเ็า นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางของมือขวาคีบจับคมกระบี่ที่บางเฉียบราวกับปีกแมลงปอ บิดมันเพียงเล็กน้อย พลังอันรุนแรงของนักบุญชุดม่วงก็พังทลายลง
เมื่อก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น ร่างกายของเยี่ยหลิงหลานก็พวยพุ่งด้วยกลิ่นอายแห่งความมืดมิด ราวกับเมฆหมอกสีดำปกคลุม สร้างความหวาดกลัวให้กับิญญาของนักบุญชุดม่วง
“กาลเวลาไม่หวนกลับ พลังปราณที่เ้าเผาผลาญเพื่อย้อนกลับสู่จุดสูงสุดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมพ่ายแพ้ของเ้าได้ ข้า้าฆ่าเ้า เ้าก็ไม่มีทางรอด”
น้ำเสียงของเยี่ยหลิงหลานเ็าและเต็มไปด้วยอำนาจ แขนขวาของนางโบกเบาๆ โลกทั้งใบราวกับหดตัวลง พลังอันยิ่งใหญ่ก่อตัวขึ้นกลายเป็ูเาสีดำขนาดมหึมาลอยอยู่เหนือศีรษะของนักบุญชุดม่วง กดทับเขาจนกระดูกแตกสลาย เสียงร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวังดังก้องออกมา ก่อนที่ชายชราจะทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าเยี่ยหลิงหลาน ขาของเขาสั่นระริก เต็มไปด้วยความอับอายและความไม่ยินยอม
เหตุการณ์นี้สร้างความะเืเลื่อนลั่นไปทั่ว ปรมาจารย์และยอดฝีมือขอบเขตเปลี่ยนผ่านทุกคนในูเาไป่หลิงต่างก็เห็นภาพนี้ด้วยตาตนเอง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึงจนแทบสิ้นลมหายใจ!
ชายผู้นั้นคือนักบุญชุดม่วงผู้เย่อหยิ่งของสำนักอินทนิล ปรมาจารย์ซึ่งครั้งหนึ่งเคยแผ่อำนาจเกรียงไกรกึกก้องไปทั่วปฐี บัดนี้กลับถูกเยี่ยหลิงหลานบดขยี้อย่างง่ายดายในสภาวะสูงสุดของเขา บดขยี้จนสิ้นฤทธิ์สิ้นพลัง ทรุดลงคุกเข่าคร่ำครวญด้วยความเ็ป เหตุการณ์นี้ช่างเป็การตอกหน้าสำนักอินทนิลอย่างรุนแรง!
เื่นี้ย่อมสะดุดตากลุ่มผู้เฒ่าแห่งสำนักอินทนิลเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยสถานที่นั้นตั้งอยู่บนูเาไป่หลิง ดินแดนอันเป็แหล่งรวมตัวของเหล่าิญญาอสูร ซึ่งเคยคร่าชีวิตปรมาจารย์มาแล้วนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งสำนักอินทนิลก็ยังเกรงกลัว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคำขู่จากเยี่ยหลิงหลานว่าผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามาขัดขวางจักถูกล้างแค้นให้สิ้นซาก ตัวอย่างก็คือสำนักชื่อหยวนปังซึ่งเคยประสบกับความสูญเสียปรมาจารย์ไปในศึกครั้งนั้น
เยี่ยหลิงหลานจ้องมองไปรอบๆ ด้วยสายตาเ็าแล้วประกาศก้องว่า “อย่าดูถูกเหล่าผู้บำเพ็ญจื๋อซิว ใครก็ตามที่กล้ารังแกศิษย์ของข้า ข้าจะล้างแค้นทั้งตระกูล!”
นักบุญชุดม่วงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความขุ่นเคือง เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรมาจารย์จื๋อซิวที่อายุน้อยที่สุดผู้นี้จะมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้
เมื่อมาถึงจุดนี้ ปรมาจารย์ของทุกฝ่ายต่างต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้แต่ปรมาจารย์จื๋อซิวก็ยังรู้สึกว่าสิ่งนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ
“พลังของนางพัฒนาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด เทียบกับครั้งก่อนที่เมืองไป่หลิงแล้ว คราวนี้นางยิ่งโเี้ ว่องไว และทรงพลัง นางดูแกร่งกล้ากว่าเดิมหลายเท่าตัว”
คนที่คุ้นเคยกับเยี่ยหลิงหลานต่างรู้สึกสับสน แม้ว่าบุปผารัตติกาลจะทรงพลัง แต่จากความทรงจำ นางไม่ได้เก่งกาจถึงเพียงนี้
แววตาของซูอวิ๋นฉายแววความเกลียดชังอย่างรุนแรงภายนอกขอบเขตแดนลับ
จาก์สู่ดิน ความแตกต่างนี้ทำให้นางแทบคลั่ง และนางไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้
ผู้แพ้ที่นางเคยดูถูกเหยียดหยามกลับกลายเป็ผู้บำเพ็ญจื๋อซิวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ทั้งยังมีอาจารย์ผู้เก่งกาจไร้เทียมทานคอยปกป้องคุ้มครอง ช่างเป็ความอยุติธรรมของ์!
ซูอวิ๋นเคยพยายามกำจัดหนิงเทียนหลายครั้ง และเคยมีโอกาสหลายหนแต่ก็ไม่เคยสำเร็จ กลับถูกหนิงเทียนกดขี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งทำให้นางโกรธจนแทบพ่นเื
บัดนี้เยี่ยหลิงหลานได้ออกคำเตือนไปทั่วใต้หล้า ว่าใครกล้ารังแกเขาอีกนางจะจัดการให้สิ้นซาก นี่เป็การเตือนเหล่าปรมาจารย์ทั้งหลายว่าอย่ารังแกกันจนเกินไป มิเช่นนั้นจะต้องพบกับความพินาศ
ความเงียบปกคลุมูเาไป่หลิง นอกเหนือจากเสียงกรีดร้องอันแหลมคมของนักบุญชุดม่วงก็ไร้ซึ่งเสียงใดๆ
บริเวณโดยรอบไร้ซึ่งพรรณไม้ใบหญ้า ดูทุกสิ่งราวกับหวาดกลัวโรคร้าย ต่างหลีกหนีไปไกล ไม่กล้าเข้าใกล้
แม้แต่เหล่าเ้าแห่งจิติญญาซึ่งไม่ต่างจากผู้พิทักษ์ก็เงียบงัน สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับหนิงเทียนยิ่งนัก
ก่อนหน้านั้นิญญาผู้พิทักษ์แห่งูเาเคยประกาศห้ามมิให้ผู้ใดล่วงล้ำเขตต้องห้าม แต่นักบุญชุดม่วงกลับฝืนฝ่าจนก่อความพิโรธแก่เหล่าิญญาอสูร
แต่เหตุใดเมื่ออาจารย์เยี่ยหลิงหลานมาเยือน เหล่าิญญาอสูรกลับเงียบหายราวกับหวาดกลัวโรคร้ายเช่นนี้?
ทันใดนั้นประตูิญญาของหนิงเทียนก็สั่นะเือย่างรุนแรง กวานทองอินทนิลแตกสลายเป็เสี่ยง บ่งบอกถึงจุดจบของชิวซานอวิ๋นว่าิญญาของเขาสลายสิ้นและกลับสู่วัฏสงสารแล้ว
ศัตรูผู้เคยต่อต้านหนิงเทียนมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็จบชีวิตลงด้วยน้ำมือของเขาเอง
หนิงเทียนลอยขึ้นกลางอากาศ ร่อนลงข้างอาจารย์เยี่ยหลิงหลานของตน และพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “อาจารย์ ข้าคิดถึงท่าน”
เยี่ยหลิงตวาดลั่น “หยุดพูดเหลวไหล! เ้าสร้างปัญหาไม่เว้นวัน รอก่อนเถอะ ข้าจะจัดการกับเ้าในภายหลัง”
รอยยิ้มของหนิงเทียนแข็งค้าง “อาจารย์ ท่านพูดจาไร้ความรับผิดชอบเกินไปแล้ว ข้าทำเพื่อเกียรติยศของเหล่าจื๋อซิว จะเป็การสร้างปัญหาได้อย่างไร?”
นักบุญชุดม่วงดิ้นรน ส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แต่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
เยี่ยหลิงหลานเหลือบมองเขาอย่างเ็าแล้วเอ่ยว่า “ผ่านมานานแล้ว เ้าคงเมื่อยล้าจากการคุกเข่า ข้าจะช่วยส่งเ้าไปสู่สุคติเอง”
เยี่ยหลิงหลานตวัดมือออก ใช้พลังแห่งความมืดกัดกินทำลายร่างของนักบุญชุดม่วงท่ามกลางสายตาของผู้คนใต้หล้า แล้วสกัดเอาแก่นแท้โลหิตผู้ไร้เทียมทานของเขาป้อนเข้าสู่ร่างกายของหนิงเทียนโดยตรง
