มีจังหวะสั้นๆ ที่มือของทั้งสองัักันตอนเอื้อมมารับกาแฟ ทำเอาสาวน้อยชมจันทร์รู้สึกวูบวาบปลาบแปลบราวกับว่าโดนไฟช๊อตเข้าอย่างจัง
“ขอบคุณครับคุณหนู… ”
ลุงโทนรับกาแฟมาเปิดดื่มแต่ยังไม่นั่ง
“นั่งด้วยกันนะคะ… ”
“อย่าเลยครับตัวผมมีแต่เหงื่อ… ”
ลุงโทนกล่าวพร้อมกับยกกาแฟขึ้นดื่ม ท่ามกลางเปลวแดดสีทองสาดเข้ามากระทบผิวสีน้ำตาลสะท้อนกับสายเหงื่อเป็มันปลาบอาบไปทั่วร่างกำยำยิ่งมีเสน่ห์สมชายชาตรี
“ลุงโทนเป็ลูกครึ่งฝรั่งหรือเปล่าคะ… ”
เป็เพราะรูปร่างของลุงโทนสูงใหญ่แตกต่างไปจากผู้ชายไทยทั่วไป ทำให้หญิงสาวต้องเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ใช่ครับ… ผมเป็ลูกครึ่งอเมริกันครับ พ่อของผมเป็ชาวต่างชาติที่มาได้กับแม่ตอนที่ทหารอเมริกันยกพลมาฝึกที่กองบินในอำเภอตาคลีจังหวัดนคร์ครับ… ”
ลุงโทนรู้เื่นี้มาจากปากของนางบุญรอดผู้เป็มารดา
“แล้วตอนนี้ลุงโทนอยู่คนเดียวหรือคะ… ”
หญิงสาวถามด้วยความสงสัย เพราะว่าลุงโทนไม่ได้เข้ามาทำงานทุกวัน แกจะเข้ามาอาทิตย์ละครั้งเพื่อตัดหญ้าและดูแลกิ่งก้านของต้นไม้ไม่ให้ขึ้นรก
“ครับผมอยู่คนเดียว… ”
ลุงโทนตอบ ทุกวันนี้แกมีบ้านหลังเล็กอยู่ในสวนกล้วยน้ำว้าอยู่ที่ริมคลองหลังบ้านของคุณหนู
“หนูสงสัยว่าทำไมลุงโทนไม่มีเมียใหม่ล่ะคะ… ”
แม้รู้ว่าไม่ใช่เื่ของเด็กที่จะต้องรู้ แต่ตอนนี้เป็โอกาสดีที่จะได้ถามเพราะว่าไม่บ่อยนักที่ลุงโทนจะเข้ามาใกล้หล่อนเช่นในวันนี้
“อยู่คนเดียวก็สบายดีครับ… ”
ลุงโทนตอบ…
ประโยคที่ได้ยินทำให้หญิงสาวผู้มีความอยากรู้อยากเห็นไปตามฮอร์โมนสาวที่กำลังพลุ่งพล่าน
นึกสงสัยจนเกือบจะถามออกมาว่าถ้าวันไหนที่มีอารมณ์ทางเพศลุงโทนมีวิธีจัดการกับความรู้สึกนั้นยังไง ทว่าก็ชะงักเอาไว้ได้ทันก็เลยไม่ได้ถาม เพราะนึกขึ้นได้ว่ามันอาจจะทำให้ลุงโทนอายที่จะตอบ
“แล้วคุณหนูล่ะครับ… มีแฟนหรือยัง… ”
จู่ๆ ลุงโทนก็ยิงคำถามที่ทำเอาหญิงสาวรู้สึกใไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าลุงโทนจะอยากรู้เื่ราวเกี่ยวกับตัวของหล่อน
“มีค่ะ… แต่เพิ่งคบกันค่ะ… ”
ชมจันทร์ตอบไปตามตรง
“อ๋อ… ไอ้หนุ่มหน้าตี๋ที่ขับบีเอ็มฯ สีดำคนนั้นใช่ไหมครับ… ”
ลุงโทนกล่าวอีกประโยคออกมา ซึ่งทำให้หญิงสาวใยิ่งขึ้น เพราะไม่คิดว่าลุงโทนจะจับตามองดูความเคลื่อนไหวของหล่อนถึงเพียงนี้
“ใช่ค่ะ… ชื่อ ‘นิว’ ค่ะ… พ่อของนิวเป็เพื่อนกับพ่อของหนูค่ะ… ”
