เช้าวันต่อมา แม่ทัพใหญ่จิ่งก็เดินทางกลับเมืองหลวงมาอย่างสง่าผ่าเผย เขาต้องไปอยู่ที่ชายแดนถึงหนึ่งปีเต็มเพื่อปราบปรามเหล่าฏ ยามนี้าสงบแล้วจึงได้กลับมาเมืองหลวงสักที
จิ่งรุ่ย บุตรชายคนโตมารอต้อนรับบิดากลับจวนอย่างสมเกียรติเหล่าราษฎรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญในความดีความชอบของเขา แม่ทัพใหญ่จิ่งที่เห็นว่าบุตรชายมารอรับอยู่หน้าประตูจวนจึงรีบะโลงจากหลังม้า ก่อนจะตรงเข้ามากอดบุตรชายของตนด้วยความรักใคร่
"รุ่ยเอ๋อร์ เ้าดูผอมลงไปไม่น้อยเลยนะ"
"ท่านพ่อ ลูกสบายดีขอรับ อาจเพราะระยะนี้ทำงานหนักไปหน่อยจึงดูผอมลงเล็กน้อย"
"เข้าไปพูดคุยกันข้างในเถอะ เมื่อครู่ฝ่าาส่งคนมาแจ้งว่าให้พ่อไม่ต้องรีบร้อนเข้าวังหลวง ให้พักหายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงวันมะรืน อ้อ อีกเดี่ยวพระสนมจิ่งจะเสด็จมา เ้ารีบให้คนไปเตรียมการต้อนรับด้วย"
จิ่งรุ่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้ารับ แล้วจึงรีบสั่งให้คนเตรียมการต้อนรับจิ่งรั่วอิงให้ดี ระหว่างเดินเข้าจวนสองพ่อลูกก็หันมาสนทนากันเป็ระยะ
"พ่อได้อ่านจดหมายของเ้าทุกฉบับแล้ว ได้ยินว่าจิ่งรั่วอิงถูกฝ่าาลงโทษหรือ เื่ราวมันเป็เช่นไรกันแน่ แล้วนางเข้าวังหลวงไปได้อย่างไรกัน!”
จิ่งรุ่ยเมื่อได้ยินที่บิดาเอ่ยถามจึงถอนหายใจออกมาคำรบหนึ่ง
"ท่านพ่อ ลูกพยายามเอ่ยปรามนางแล้ว แต่นางดึงดันจะเข้าวังหลวงไปเป็พระสนมของฝ่าาให้ได้ ลูกเองก็จนปัญญาจะห้าม ลูกได้ยินหลิงซีบอกว่านางลวนลามฝ่าาจนพระองค์ทรงพิโรธจึงสั่งโบยนางและเอาตัวนางไปขังไว้ในตำหนักเย็น หลายวันมานี้ลูกพยายามไปขอความเมตตาแทนนางอยู่หลายหนแต่กลับไม่เป็ผล แต่ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด อยู่ๆฝ่าาก็ให้อภัยนาง อีกทั้งยังปล่อยนางออกจากตำหนักเย็นแล้ว ท่านพ่อ ท่านว่าเป็ไปได้หรือไม่ที่ฝ่าาทรงโกรธอาจเป็เพราะทรงทราบว่าน้องเล็กมีใจให้กับเซี่ยซื่อจื่อ”
"อย่าพูดเหลวไหล”
แม่ทัพใหญ่จิ่งรีบเอ่ยปรามบุตรชายตนทันที เื่ราวระหว่างบุตรสาวและเซี่ยซื่อซู่อันนั้นมีหรือเขาจะไม่รู้ แต่ที่ผ่านมาเขาทำเป็ปิดหูปิดตาเพราะคิดว่าบุตรสาวจะตัดใจได้ในสักวันหนึ่ง แต่มันกลับไม่เป็เช่นนั้น และที่บุตรสาวเข้าวังหลวงไปในครานี้จะต้องเป็เพราะเซี่ยซู่อันอย่างแน่นอน
ความเ้าเล่ห์มากกลของคนในราชสำนักมีหรือที่เขาจะมองไม่ออก แต่ทว่าบุตรสาวของเขาไร้เดียงสาเกินไป นางถึงกับกล้าทำเื่นี้โดยไม่รอถามความเห็นจากเขาเลยสักคำ
แต่ไหนแต่ไรตระกูลจิ่งภักดีต่่อราชวงศ์มาโดยตลอด ไม่มีทางทรยศต่อแผ่นดินเป็อันขาด แต่เพราะเหตุใดกันบุตรสาวที่เขารักมากนางจึงกล้าทำเื่เช่นนี้
เซี่ยชินอ๋องเป็องค์ชายที่เกิดจากพระสนมขั้นเฟย แม้ต่อหน้าดูเหมือนจะภักดีต่อฝ่าา แต่มีหรือที่เขาจะมองไม่ออกว่าเซี่ยชินอ๋องมีจิตใจที่ทะเยอทะยานเพียงใด เซี่ยซู่อันบุตรชายของเซี่ยชินอ๋องก็มีนิสัยไม่ต่างกัน ที่เข้าหาบุตรสาวของเขาเช่นนี้ย่อมต้องมีจุดประสงค์แน่นอน
เขาคิดไม่ตกว่าจะทำเช่นไรดี ฝ่าาเองก็รักใคร่เสด็จและญาติผู้พี่ของตนมาก ถึงเขาจะมีสิบปากก็ยังไม่แน่ว่าจะโน้มน้าวฝ่าาให้ทรงเชื่อในสิ่งที่เขาพูดได้
แม่ทัพใหญ่จิ่งถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า ยามนี้ต่อให้โวยวายไปก็คงไร้ประโยชน์ จิ่งรั่วอิงเข้าวังหลวงไปแล้ว เขาคงทำได้เพียงเอ่ยปรามนางสักครั้งหากได้พบหน้ากัน
"พระสนมจิ่งเสด็จ"
ในขณะที่แม่ทัพใหญ่จิ่งกำลังครุ่นคิดเื่ต่างๆอยู่นั้น ก็มีสาวใช้มาแจ้งว่าจิ่งรั่วอิงมาถึงแล้ว สองพ่อลูกจึงรีบกุลีกุจอออกไปต้อนรับทันที
นี่เป็ครั้งแรกที่ิ่จิ่งรั่วอิงได้มาที่จวนตระกูลจิ่ง เพราะหลังจากทะลุมิติมานางก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในวังหลวงมาโดยตลอด หญิงสาวมองดูชายวัยกลางคนที่แต่งกายเยี่ยงชายชาตินักรบด้วยสายตาพิจารณา นี่คือแม่ทัพใหญ่จิ่งบิดาของเ้าของร่างเดิมสินะ ส่วนบุรุษหน้าตาหล่อเหลาที่ยืนอยู่ข้างกันน่าจะเป็จิ่งรุ่ยพี่ชายคนโตของนาง
"ท่านพ่อ ท่านพี่"
"พระสนม เชิญเสด็จเข้าไปด้านในก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพใหญ่จิ่งเอ่ยอย่างกระตือลือล้น พอได้เห็นหน้าบุตรสาวความไม่พอใจก่อนหน้านี้ก็หายไปจนหมดสิ้น แต่ไหนแต่ไรเขาก็ทำใจตำหนินางไม่ลงมาโดยตลอด
จิ่งรั่วอิงเดินเข้ามาในจวนอย่างไม่รีบไม่ร้อน บิดาของนางสั่งให้คนทำอาหารอย่างดีที่นางชอบมาให้นางได้กิน อีกทั้งยังไม่ตำหนิด่าทอเื่ที่นางเข้าวังหลวงโดยพละการเลยแม้แต่น้อย บิดาและพี่ชายรักนางมากเหลือเกิน นางเปรียบเสมือนไข่มุกบนฝ่ามือของพวกเขา สิ่งใดที่ดีดีบิดาและพี่ชายล้วนมอบให้แก่นางทั้งหมด นางไม่เคยรู้สึกว่าตนเองขาดความอบอุ่นเลยแม้จะไม่มีมารดาก็ตาม
น่าเสียดายแทนเ้าของร่างเดิมยิ่งนักที่ไม่มีโอกาศได้อยู่ตอบแทนบุญคุณ บิดาและพี่ชายที่ดีกับนางถึงเพียงนี้ ซ้ำร้ายนางยังนำพาความตายมาให้พวกเขาอีกด้วย
แต่ไม่เป็ไร นับแต่นี้ไปนางจะปกป้องบิดาและพี่ชายแทนเ้าของร่างเดิมเอง
“ท่านพ่อ ลูกขออภัยที่เข้าวังหลวงโดยพละการ หากท่านจะตำหนิข้าก็ไม่กล้าโต้แย้งเ้าค่ะ”
แม่ทัพใหญ่จิ่งชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ย
“ช่างเถอะ เื่มันผ่านไปแล้ว ในเมื่อเ้าเลือกแล้วพ่อก็ไม่ห้าม รั่วรั่ว พ่อขอเอ่ยถามตามตรง เ้าอยู่ในวังหลวงกินไม่อิ่มใช่หรือไม่"
จิ่งรั่วอิงที่ได้ยินบิดาเอ่ยถามเช่นนั้นก็งุนงงเล็กน้อย
"ไม่เลยเพคะ ระยะหลังมานี้ฝ่าาให้ลูกกินดีอยู่ดีไม่เคยอดอยาก บางครั้งลูกกินไม่อิ่มก็ไปหาของกินในห้องเครื่องต่อ วันๆหนึ่งลูกกินข้าวมื้อละสามถ้วยเชียวนะเ้าคะท่านพ่อ"
แม่ทัพใหญ่จิ่ง"...."
ลูกพ่อ! เ้ากินล้างกินผลาญเช่นนี้มันดีจริงๆหรือ
แม้จะอยากเอ่ยปรามเื่กินข้าวมื้อละสามถ้วยของบุตรสาว แต่เมื่อเห็นว่าบุตรสาวยามกินดูมีความสุขมาก แม่ทัพใหญ่จิ่งจึงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก
หลังจากที่กินอาการอิ่มแล้ว จิ่งรั่วอิงก็บอกว่าตนมีเื่อยากจะหารือกับบิดาและพี่ชาย แม่ทัพใหญ่จิ่งจึงให้นางไปที่ห้องตำราเพื่อพูดคุยกันเป็การส่วนตัว เมื่อเข้ามาในห้องตำราแล้วนางก็มองหน้าบิดาและพี่ชายอย่างไม่ลดละ จนแม่ทัพใหญ่จิ่งต้องเอ่ยถาม
"รั่วรั่ว เ้ามีเื่ใดหรือ รีบพูดมาเถอะ หากเป็สิ่งที่พ่อและพี่ชายเ้าช่วยได้ พวกเราจะต้องช่วยเ้าอย่างแน่นอน"
จิ่งรุ่ยเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่บิดาพูด จิ่งรั่วอิงเม้มริมฝีปากแน่นแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ท่านกลับมาเมืองหลวงครานี้ คงไม่ได้ไปรบอีกแล้วใช่หรือไม่"
แม่ทัพใหญ่จิ่งย่นหว่างคิ้วพลางพยักหน้าตอบรับ
"ใช่แล้ว เ้าถามทำไมหรือ"
"ในเมื่อไม่มีาแล้ว เช่นนั้นท่านก็ส่งมอบทหารทั้งหมดกลับคืนให้แก่ฝ่าาเถอะเพคะ แล้วใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง ส่วนพี่ชายก็ให้เขาทำงานอยู่ในค่ายทหารต่อไป ใช้ความสามารถที่มีอยู่พาตนเองให้เจริญก้าวหน้า"
แม่ทัพใหญ่จิ่งมองบุตรสาวด้วยความใทันที จิ่งรุ่ยเองก็ไม่ต่างกัน
"ลูกรัก เหตุใดเ้าจึงเอ่ยเช่นนี้เล่า"
"ขอบอกท่านตามตรง ที่ข้าอยากให้ท่านมอบทหารกลับคืนไปอยู่ใต้อาณัติของฝ่าาก็เพื่อป้องกันเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ข้อแรกยามนี้ไม่มีาแล้ว หากท่านเก็บทหารเอาไว้ใต้บัญชาตน คนที่คิดไม่ซื่ออาจจะใช้เื่นี้มากลั่นแกล้งท่าน กล่าวหาว่าท่านมีใจคิดฏ ตระกูลจิ่งของเราจะไม่ปลอดภัยและอาจจะเป็การชักนำภัยมาถึงตัว ข้อสองตระกูลจิ่งภักดีต่อราชวงศ์มาหลายชั่วอายุคน ยิ่งท่านทำเช่นนี้ฝ่าาก็จะยิ่งเชื่อใจท่านมากขึ้น ท่านพ่อเชื่อข้าเถอะ ฝ่าาไม่มีทางทำร้ายตระกูลจิ่ง นี่เป็หนทางเดียวที่จะปกป้องพวกเราจากคนชั่วได้ มอบทหารทั้งหมดคืนให้ฝ่าา แล้วเหลือไว้เพียงองค์รักษ์ที่ท่านฝึกเอาไว้คอยคุ้มกันจวนตระกูลจิ่งก็พอ"
"รั่วรั่ว"
"ทำไม หรือท่านพ่อตัดใจไม่ได้"
นางเอ่ยถามบิดาด้วยความสงสัย นางเข้าใจเขาดี ท่านพ่อเป็แม่ทัพใหญ่มานาน อยู่ๆจะให้ออกจากตำแหน่งคงทำใจลำบาก แต่ที่นาง้าทำเช่นนี้เพราะมีเหตุผล
เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันอยากได้กำลังทหารของท่านพ่อมาโดยตลอด หากเขารู้ว่ายามนี้นางเลือกช่วยเซี่ยเทียนอวี้เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งตราพยัคฆ์เป็แน่ คนอย่างเซี่ยซู่อันต่ำช้าสารเลวย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตนสมปราถนา บางคราอาจคิดใส่ร้ายว่าตระกูลจิ่งก่อฏก็เป็ได้ นางจะไม่มีทางยอมให้เขาได้สมดั่งใจแน่นอน
“ท่านพ่อ ท่านจะเอาอย่างไร”
“ทำตามที่เ้าว่าเถอะ”
จิ่งรั่วอิงค่อนข้างใไม่น้อย นางไม่คิดว่าแม่ทัพใหญ่จิ่งจะตกปากรับคำนางอย่างง่ายดายเช่นนี้ จิ่งรุ่ยเองก็แปลกใจเช่นเดียวกัน แม่ทัพใหญ่จิ่งมองบุตรสาวด้วยแววตาอ่อนโยนสายหนึ่ง
"รั่วรั่ว เ้าบอกพ่อสักหน่อย ว่าเหตุใดเ้าจึงให้พ่อทำเช่นนี้"
จิ่งรั่วอิงเม้มริมฝีปากแน่น แล้วจึงเอ่ยตอบบิดาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เพราะข้าจะทำให้เซี่ยซู่อันอยู่ไม่สู้ตาย!"
แม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเมื่อได้ยินที่จิ่งรั่วอิงเอ่ยเช่นนี้ก็ตื่นตระหนกมาก จิ่งรั่วอิงตัดสินใจบอกทุกอย่างให้พวกเขาสองคนฟัง นางเล่าเื่ที่ตนเองเห็นในฝันทุกอย่างให้บิดาและพี่ชายได้รับรู้ทั้งหมด แต่ไม่ได้บอกพวกเขาว่าเ้าของร่างเดิมตายไปแล้ว และนางก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ เพราะนางไม่อยากให้พวกเขาสองพ่อลูกต้องเสียใจ
แม่ทัพใหญ่จิ่งย่อมเชื่อที่บุตรสาวเล่าให้ฟังอย่างหมดใจ เขากำมือแน่นพลางกัดฟันกรอด เ้าเซี่ยซู่อันบัดซบนี่เป็คนฆ่าบุตรสาวของเขา และยังสังหารคนตระกูลจิ่งจนไม่เหลือซาก ทั้งที่จิ่งรั่วอิงรักเขาออกปานนั้นเขายังหักหลังนางได้ลงคอ ไม่แปลกที่นางจะแค้นเซี่ยซู่อันถึงเพียงนี้
“ฝ่าาทรงรู้หรือไม่”
“รู้แล้วเ้าค่ะ เขาตกลงร่วมมือกับข้าแล้ว ท่านพ่อ ท่านกับพี่ชายต้องช่วยข้ากับฝ่าานะเ้าคะ คนอย่างเซี่ยซู่อันจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด หากเราไม่จัดการเขา เขาจะต้องจัดการพวกเราแน่"
แม่ทัพใหญ่จิ่งพยักหน้าทั้งน้ำตา ขอบคุณ์! ในที่สุด์ก็เมตตาช่วยให้บุตรสาวของเขาตาสว่างเสียที แม่ทัพใหญ่จิ่งยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตน ก่อนจะเอ่ยตอบบุตรสาว
"ได้ พ่อจะช่วยเ้า รุ่ยเอ๋อร์ก็จะช่วยเ้า"
"น้องเล็ก ในที่สุดเ้าก็ตาสว่างเสียที"
จิ่งรุ่ยเองก็อดน้ำตาไหลออกมาไม่ได้ จิ่งรั่วอิงมองสองพ่อลูกด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก
ต่อไปก็เริ่มแผนการทำให้เซี่ยซู่อันอยู่ไม่สู้ตายได้เลย!
