“ถึงเวลาสังสรรค์ ข้าอยากกินเหล้าดอกท้อแล้ว ไปกัน ซีเซียงเ้าจงนำพวกข้าไป ป่าท้อ” เ้าวั่งซูยิ้มร่าจูงซีเซียงเดินนำ ที่เหลือรีบเดินตามไป ทั้งหมดเดินไปสักพักก็ถึงป่าท้อฉาบด้วยสีชมพูอ่อนบานสะพรั่ง กลีบดอกท้อมากมายปลิวว่อนในสายลม อีกทั้งเงาต้นท้อสะท้อนในทะเลสาบที่ใสราวกระจก ที่นี่คือสวน์ที่แท้จริง ทั้งหกเดินไปศาลาเก่ายกสูงขึ้นท่ามกลางต้นท้อริมทะเลสาบที่มีศาลเ้าเทพไป่ฉวนตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางทะเลสาบ ศาลาเก่านั้นแกะสลักลวดลายงดงาม เมื่อขึ้นไปก็พบทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านนี้ได้ทั้งหมู่บ้าน ช่างเป็จุดดื่มสุราที่เหมาะและงดงามยิ่งนัก ทั้งหกนั่งล้อมวงลงกับโต๊ะและต่างพากันสนทนาชื่นชมความงามของสถานที่นี้ สักพักเทพไป่ฉวนลอยตรงดิ่งจากศาลกลางน้ำตรงเข้ามาที่ฮวาเฟยฟา
“ข้าน้อย คารวะองค์ชายั คุณชายเ้า ไม่ได้พบนานองค์ชายทรงสบายดีไหมพ่ะย่ะค่ะ” ท่านเทพไป่ฉวนมีผมขาวยาว ด้านหน้าศีรษะแหว่งนูนเป็ท้อสีชมพู ดวงตาเต็มเปี่ยมด้วยเมตตา มีลูกท้อสองลูกบนแก้ม ถือไม้เท้าสูงกว่าตัว และอีกมือถือถาดสุราดอกท้อ และ ลูกท้อพร้อมมอบให้ทั้งหก
“คารวะท่านเทพ นานมาก! นานมาก! ที่มิได้พานพบ ข้าสบายดี แล้วท่านหล่ะ ทำหน้าที่ที่นี่เป็อย่างไรบ้าง” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“ข้าน้อยสบายดีตามอัตภาพ ั้แ่มีหน้าที่ลงมาเฝ้าที่นี่ก็มีโอกาสขึ้น์แค่นานๆ ทีเวลามีงานรื่นเริงต่างๆ แต่ทุกอย่างที่นี่ก็ปกติสุขดีจนกระทั่ง พวกุ์ที่ข้ามภพมาคร่าชีวิตผู้คน” เทพไป่ฉวนทำหน้าเศร้า
“อย่ากังวลไป พวกข้าเดินทางมาหมู่บ้านิหยวน เพื่อขอให้ชาวบ้านที่นั่นใช้ยูหลกโฮ่วสร้างโคมนำิญญา เพื่อเก็บเกี่ยวและนำดวงิญญาคืนสู่พระแม่แห่งจิติญญา และนำกลับ สู่ร่างเดิมโดยมนต์แห่งเ้าภพุ์ท่านปินลู่ซีเฉิน” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ฮะ! นี่พวกมนุษย์จะถูกคืนชีพโดนพลังแห่งเ้าภพหรอ ช่างเป็เื่ที่มหัศจรรย์และน่ายินดียิ่งนัก แล้วพิธีการจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหนกัน” ไป่เฉียนตื่นเต้น
“พิธีกรรมจะมีขึ้น สำนักจักเก้าจักยุตกรา หุบเขาเก้ากระจก หมู่บ้านชุนเทียน เร็วที่สุด เมื่อโคมเสร็จและพวกข้านำกลับไป” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ช่างเป็เื่น่ายินดี! ช่างเป็เื่น่ายินดี! ข้าไม่เคยเห็นพลังแสงจากโคมนำิญญา และ อีกทั้งพลังจักราสูงสุดแห่งเ้าภพ ข้าอยากจะไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ฮ่าๆ! ข้าก็พูดแต่เื่เครียดไป มาๆ สุราดอกท้ออันเลื่องชื่อ และ ผลท้อร้อยปี ที่ข้าจัดเตรียมมา” ท่านเทพไป่ฉวนกวักมือเรียกเด็กนำของลอยมาวางไว้เต็มโต๊ะ มากมาย
“เชิญๆ คุณชาย องค์ชาย และทุกท่าน”
“เชิญร่วมรับประทานด้วยกันสิเทพไป่ฉวน จะได้สนทนากัน เกี่ยวกับเื่ราวที่ผ่านๆ มา” เ้าวั่งซูเอ่ยชวน ไป่ฉวนคารวะ และ นั่งลงร่วมวงดื่มสุรา ดื่มชา มีวงดนตรี การละเล่น ที่ไป่ฉวนจัดออกมา แสดงกลางทะเลสาบ วงแล้ว วงเล่า ท่ามกลางกลีบดอกท้อร่วงหล่นพลิ้วตามลม ทุกคนต่างสนทนา และหัวเราะ ยามเย็นที่อาทิตย์เริ่มอัสดงบรรยากาศที่ป่าช่างสงบและงดงาม
“เอ่อ ท่านไป่ฉวน มีเื่หนึ่งที่ข้าไม่แน่ใจอยากรบกวนถามท่านผู้ที่พำนักอยู่บริเวณใกล้หมู่บ้านิหยวน นอกจากไอิญญาเถื่อนจากุ์ก่อนหน้านี้ ท่านเคยได้กลิ่นอะไรแปลกที่ส่งสัญญาณความชั่วร้ายไหม” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“อืม องค์ชายท่านหมายถึง จากต่างภพหรอ ไม่นะ ข้าไม่คิดว่าั้แ่ข้าอยู่มาจะเจอสิ่งชั่วร้ายใดเท่าพวกุ์ พวกมันแปลกประหลาด ตัวสูงใหญ่เสียดฟ้า แต่ก็มีบ้างที่ตัวเล็ก ทุกล้วนหน้าคล้ายมนุษย์มนุษย์แต่หน้าตาเหยเก ฟันฉีกถึงปาก เหมือนสแยะยิ้มและหัวเราะพิลึกตลอดเวลา น้ำลายน้ำเืน้ำหนองไหลออกมามากมายตลอดเวลาน่าขนลุกและสยองยิ่งนัก อีกทั้งยามที่มันเดินและวิ่งตามไล่ล่าผู้คนด้วยความสนุกสนาน จับโยนเข้าปากฉีกเนื้อเืกระดูกกินอย่างไร้เมตตา เืนองทั่วทุกพื้นที่ ข้าไม่เคยเห็นอะไรที่น่าขนลุกสยดสยองพพองเกล้าแบบนั้นมาก่อนในชีวิตนี้” เทพไป่ฉวนพเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานเสมือนเป็ภาพติดตา พร้อมก้มหน้านำฝ่ามือยกขึ้นมาผิด ด้วยความสยดสยอง
“พวกนั้น ก็น่าสยดสยองจริง แต่จริงๆ พวกเค้าคือการรวมร่างกันของดวงิญญามากมายที่กระจายเร่ร่อน และหาร่างเข้าอยู่ ทำให้ รูปร่างหน้าตาของุ์นั้นแปลก อีกทั้งดวงิญญามากมายขนาดนั้นข้ารวมกันในร่างเดียว ทำให้ไร้ซึ่งความสามารถในการคิดและชี้นำ ุ์จึงเป็เพียงเหมือน บ่อพักของิญญาเร่ร่อนมากมาย ก็น่าเห็นใจพวกเค้า” เ้าวั่งซูเอ่ย
“เอ่อ! เดี๋ยวนะ! พึ่งนึกออก เมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่หมู่บ้านิหยวนจะหายสาบสูญไปจากโลกนี้ข้าเคยััถึงพลังิญญาอันดำมืดมาหนหนึ่ง มันแผ่มาที่ป่าท้อแห่งนี้ เหล่าท้อล้วนยืนต้นตายเหี่ยวเฉา แม้แต่ตัวข้าเองมิอาจแก้ปัญหานี้ได้ เหมือนจะคุ้นเคยแต่ก็นึกไม่ออก แต่พลังแผ่มาไม่นานก็สร้างความเดือดร้อนไป มากมาย ไปความชั่วร้ายเหมือนจะครอบงำจิตใจผู้คนให้แสดงด้านชั่วร้ายออกมา หลังจากนั้นในส่วนของข้าป่าท้อแห่งนี้ก็ได้พระเมตตาจากองค์พุทธะซิงซิงเจี่ย ส่งเหล่าอรหันต์มาสวดเพื่อไล่พลังจักราชั่วร้ายนั้น ทำให้ป่าท้อแห่งนี้รอดพ้นจากการล้มตาย” ไป่ฉวนเอ่ย
“แล้วไอพลังนั่นที่ท่านว่าคุ้นเคย มันคือพลังที่รวมเอาพลังจากหลายภพเข้าไว้ด้วยกันใช่ไหม ทำให้ท่านสามารถแยกแยะได้ว่ามันมาจากไหนกันแน่ ข้าเข้าใจถูกไหม” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ใช่ เป็อย่างที่ท่านกล่าวองค์ชาย พลังนั่นดูราวกับ มาจาก์แต่ดำมืด มาจากมนุษย์ก็หาใช่ มีไอพลังชีวิตแบบเดรัจฉาน และอื่นๆ แต่ไอพลงนั้นมันช่าง เศร้าหมอง ดำมืด แต่ทว่าแข็งแกร่งเกินต้านทาน เอ๊ะหรือว่า! ท่านจะหมายถึง?.....เป็ไปไม่ได้” ไป่ฉวนอ้าปากค้าง ตาเบิกโพลน เหงื่อไหลพรั่งพรู
“ใครกันทำไม ท่านถึงทำหน้าวิตก ขนาดนั้น เ้าก็ด้วย เฟยเฟย ข้าไม่เคยเห็นเ้าเป็แบบนี้” เ้าวั่งซูเอ่ยถามขณะมองหน้าคนรัก แบบ กังวล
“ข้าคิดว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายที่สุดั้แ่โลกนี้เกิดมา สิ่งมีชีวิตที่โดนผนึกร่างไว้เมื่อพันปีก่อนในภพที่สาบสูญ พวกเราต่างเชื่อว่ามันไม่น่าจะออกจากที่นั่นมาได้อย่างแน่นอน แต่พลังไอจักราที่ชั่วร้ายและผสมผสานแบบนี้ แบบที่ข้าได้กลิ่นตอนที่พวกเราไปสืบกันทางหุบเขาทางตะวันตกนั้น บ่งชี้ไปทางเดียวกันว่ามันอาจจะเป็ สิ่งที่พวกราหวาดกลัวที่สุด “เย้าหลูกู่” ” ฮวาเฟยฟาเล่า พร้อมสีหน้า เหงื่อแตกพลั่ก และ แววตาหวาดกลัวตกตะลึง ของเทพไป่ฉวน
“เย้าหลูกู่ มันตือสิ่งใดกัน กะโหลก?” เ้าวั่งซูเอ่ยถาม ก่อนที่จะมีการตอบกลับ จดหมายก็ร่อนปรากฏขึ้นต่อหน้าฮวาเฟยฟาและเ้าวั่งซู เป็สารจากเทพเ้าโคมิญญา ว่าวิหารพิธีพร้อมแล้วจะเริ่มทำพิธีกัน กลางดึกคืนนี้ เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟามองหน้ากัน
“ไปพวกเรารีบเดินทางกลับกันเถอะ”
“พวกข้าต้องขอลาท่านก่อน ท่านไป่ฉวน ขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น สุราดอกท้อรสเลิศ และอื่นๆ ไว้มีโอกาสคงได้พบกัน” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ออ! ท่านอย่าลืมแวะไป พิธีสวดโคมและปล่อยโคมิญญาที่หมู่บ้านชุนเทียนหล่ะ พวกเราก็จะได้พบกันอีก” เ้าวั่งซูเอ่ย ในขณะที่สีหน้า หวาดกลัว สั่นเทาของไป่ฉวนยังไม่คลาย
“เอ่อ! อง..อะ..องค์ชาย ขอรับ แล้วเื่เ้าปีศาจร้ายนั่นพวกเราต้องกังวลไหมขอรับ ข้ายังไม่อยากเชื่อว่ามันออกมาจากภพที่สาบสูญนั่นได้จริง” ไป่ฉวนพูดวิตก
“เอออ มันคือใคร เฟยเฟย ข้ายังไม่รู้ และข้าเห็นท่าทีของพวกเ้าก็ทำข้าใจไม่ดี” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ไว้ข้าจะเล่าให้เ้าฟังอีกที ส่วนท่านเทพไป่ฉวน โปรดทำหน้าที่ของท่านเป็ปกติอย่าได้วิตกกังวล ตอนนี้ยังไม่มีอะไรแน่ชัดเกี่ยวกับการมาของเ้าสิ่งชั่วร้ายนั่น ทุกอย่างเป็แค่ลางสังหร และข้าจะนำเื่นี้ไปปรึกษา ท่านปินลู่ซีเฉิน และท่านกงซุนต้าเฉียน หลังจากข้ากลับไป ท่านก็รอฟังข่าวอยู่ที่นี่ ตอนนี้เื่สำคัญคือ การทำโคมิญญาให้เสร็จเพื่อนำดวงิญญาทุกคนกลับมา” ฮวาเฟยฟาเอ่ย พร้อมเ้าวั่งซู และเด็กๆ ก็ต่างโค้งลากัน ชิงหลง และ หลิ่งกวาง ขยายตัวขึ้น รับทุกคนและบินพุ่งออกจากป่าท้อและทะเลสาบอันงดงาม ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งไปทางหมู่บ้านิหยวน อย่างรวดเร็ว”
