ถึงธุรกิจเพาะถั่วงอกจะไม่รุ่ง แต่ฮวาเจายังมีของอีกมากมายที่สามารถนำไปขายทำเงินได้
จางกุ้ยหลานมองผักสดในลานบ้านด้วยความเสียดาย "เอาไปตากแห้งเก็บไว้กินเองเถอะลูก ่หน้าหนาวไม่มีผักนะ แล้วลูกก็ท้องอยู่ด้วย ต้องกินของดีๆ หน่อย ตอนนี้เอาไปขาย ถึงตอนนั้นมีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอก"
"ไม่ต้องหรอกแม่ ในห้องเก็บของตากแห้งไว้เป็กระสอบแล้วสิบกระสอบก็กินไม่หมด" ฮวาเจาบอก
จางกุ้ยหลานคิดตามก็จริงอย่างที่ว่า เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าผักในไร่นี่ทำไมถึงให้ผลผลิตเยอะขนาดนี้ หรือเป็เพราะเธอไม่ได้ทำไร่มา 10 ปีแล้วเลยจำผิดไป หรือจริงๆ แล้วผักมันก็เยอะอย่างนี้อยู่แล้ว? หรือว่าฮวาเจาดูแลมันดีกันแน่?
"พรุ่งนี้เราจะไปขายผัก ขายเห็ดด้วย" ฮวาเจาบอก
่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนแบบนี้ เห็ดในป่าก็เริ่มงอกออกมาแล้ว ทุกวันเธอจะเข้าไปในป่าสักรอบ ก็จะได้เห็ดใส่ตะกร้ากลับมาหนึ่งใบเล็กๆ เห็ดที่เก็บได้ก่อนหน้านี้ก็เอาไปตากแห้งไว้แล้ว เธอคิดจะเอาไปขายในอีกไม่กี่วันนี้
อย่างไรก็ตาม ฮวาเจาจะไม่ปล่อยให้เวลาทำเงินแต่ละวันสูญเปล่า ชีวิตคนเรามันสั้น อย่ารอให้ถึงวันที่้าใช้เงินแล้วต้องมานั่งเสียใจที่ก่อนหน้านี้ี้เี จนได้แต่ตาปริบๆ
เงิน 2 หมื่นหยวนในกระเป๋าของเธอน่ะเหรอ? สำหรับเธอแล้วมันก็เหมือนไม่มี
ราคาของ ณ ตอนนี้มันต่ำก็จริง แต่นั่นก็หมายถึงของใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น ข้าวสาร แป้งสาลี ผ้าลายดอกไม้เล็กๆ อะไรพวกนั้น ของที่เธอ้าและหายากมันแพงมาก อย่างเช่นโทรทัศน์ ตู้เย็น ราคาเป็พันทั้งนั้น
ตอนนี้สิ่งที่เธออยากได้มากที่สุดคือกล้องถ่ายรูป แบบถูกๆ ก็หลักร้อย แบบแพงก็หลักพันหลักหมื่น แถมฟิล์มก็เป็ของสิ้นเปลืองที่ราคาแพงอีก ฟิล์มขาวดำม้วนละสิบกว่าหยวน ฟิล์มสีก็ยี่สิบสามสิบหยวน เป็ของฟุ่มเฟือยจริงๆ
ถ่ายเสร็จยังต้องเอาไปล้างอีก ต้องเสียเงินอีกเยอะ เงิน 2 หมื่นของเธอจะเอาไปถ่ายรูปได้สักกี่รูปกัน
เธออยากจะบันทึก่เวลาที่พิเศษนี้ ่เวลาที่สวยงามสำหรับเธอเอาไว้
รวมทั้งรูปลักษณ์ที่งดงามของเธอ และลูกน้อยที่น่ารักของเธอด้วย
รอให้เย่เซินกลับมา จะถามเขาว่ามีช่องทางซื้อกล้องได้ไหม
เห็นว่าท้องฟ้าข้างนอกยังสว่างอยู่ ฮวาเจาเลยตัดสินใจลุกขึ้นทำตามที่คิดทันที พาสองสาวน้อยต้าฉินและเสี่ยวฉินเข้าไปในป่า
จางกุ้ยหลานต้องอยู่บ้านเพื่อเก็บผัก ให้อาหารหมูอาหารไก่ แถมยังต้องไปทำงานอีก เธอไม่ใช่ฮวาเจาที่ไม่ต้องทำงานแล้วทุกคนในหมู่บ้านก็ยอมรับได้ โดยที่เธอเป็คนของหมู่บ้านโข่วซาน มีอวัยวะครบ 32 ไม่เจ็บไม่ป่วย แล้วจะไม่ทำงาน? โดนคนทั้งหมู่บ้านด่าตายแน่!
...
เมื่อไม่กี่วันก่อนฝนเพิ่งตก ตอนนี้เป็่เวลาที่ดีในการเก็บเห็ด แถวๆ ที่ใกล้หมู่บ้าน เห็ดก็ถูกเก็บไปจนเกลี้ยงแล้ว
แต่ไม่เป็ไร ตอนนี้ฮวาเจาได้สถาปนาตัวเองเป็เทพธิดาแห่งพงไพรแล้ว~ แค่เดินผ่านไปผ่านมา เห็ดข้างทางก็จะผุดขึ้นมาเป็ดอกเป็ดวง
มีพุ่มไม้บังอยู่ อีกทั้งต้าฉินเสี่ยวฉินก็ยังเด็ก พวกเธอเลยมองไม่เห็นความผิดปกติ พวกเธอแค่ดีใจที่เห็นเห็ดเยอะแยะมากมาย!
"มา ฉันจะสอนว่าอะไรกินได้อะไรกินไม่ได้" ฮวาเจาบอก
จริงๆ แล้วเื่พวกนี้เธอก็ไม่รู้มาก่อน คุณของร่างเดิมก็ไม่รู้ แต่ไม่เป็ไร ตอนนี้เธอสามารถถามเห็ดได้โดยตรงว่า: บอกมาสิ ใครมีพิษบ้าง? ~
ฮวาเจาสอนอย่างตั้งใจ เื่นี้เป็เื่ใหญ่ เรียนไม่ดีก็อาจทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้ เห็ดพวกนี้เป็เห็ดที่เธอตั้งใจจะเอาไปขายนี่นา
ต้าฉินเสี่ยวฉินได้ยินว่ามีเห็ดมีพิษ กินแล้วตายก็ใกลัว พวกเธอเลยเรียนกันอย่างตั้งใจเป็พิเศษ แถมยังทำงานขยันขันแข็ง ไม่มีความเบื่อหน่ายเลย
พวกเธอช่างรู้จักความจริงๆ เด็กสองคน คนหนึ่ง 4 ขวบ อีกคน 6 ขวบ แค่อายุเข้าอนุบาลเท่านั้นเอง
"ทำดีๆ แล้วเอาไปขายได้เงินจะแบ่งให้" ฮวาเจาบอก
ต้าฉินชะงักไป มองเธอด้วยความไม่เชื่อสายตา "แบ่งให้พวกเราด้วยเหรอ?"
"ใช่ แบ่งให้พวกเธอคนละ 1 ใน 10 เธอคนละ 1 ใน 10" เธอไม่ได้บอกว่าเห็ดที่พวกเธอเก็บได้เป็ของพวกเธอทั้งหมด เธอไม่ทำอย่างนั้น เพราะมันไม่ช่วยให้พวกเธอมีจิติญญาของทีม แต่จะส่งเสริมให้พวกเธอเห็นแก่ตัวแทน
ต้าฉินดีใจจนเนื้อเต้น เธอจะมีเงินของตัวเองแล้วเหรอเนี่ย? ถึงจะเป็แค่เล็กน้อย หนึ่งสองเฟิน หนึ่งสองเหมา ก็ยังดี!
ส่วนเสี่ยวฉินยังงงๆ "พี่สาว ตอนเย็นเรากินเห็ดกันไหม?" เธอเห็นอะไรก็อยากกิน อยากกินไม่พอ
ฮวาเจายิ้ม "ได้สิ"
เธอมองเด็กสองคน เด็กทั้งสองยังใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ชุดเดิมที่ใส่มาตอนแรก เสื้อผ้าใหม่เธอก็ทำให้ 2 ชุด แต่เด็กทั้งสองกลับไม่กล้าใส่ แค่ลองๆ จับๆ ดูแล้วก็เก็บซ่อนเอาไว้
เื่กินฮวาเจาก็ไม่ขี้เหนียว เด็กทั้งสองก็กล้ากินกันอย่างเต็มที่ พอผ่านไปอาทิตย์กว่าๆ สองลิงผอมๆ ก็ดูขาวขึ้น อ้วนขึ้น ดูเหมือนเด็กขึ้นมาแล้ว
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็แบกตะกร้ากลับบ้าน ตะกร้าของต้าฉินเสี่ยวฉินเป็ตะกร้าไซส์เล็ก
พอเทเห็ดลงในลานบ้านเพื่อตากแดดเสร็จ ต้าฉินก็บอกว่า "พี่สาว พวกเราไปกันอีก!" นี่ก็เป็แม่เสี่ยวตัวน้อยเหมือนกัน
ฮวาเจามองฟ้า เห็นว่าก่อนเที่ยงก็ยังเก็บได้อีกรอบ เธอก็ติดใจการหาเงินเหมือนกัน แถมยังต้องเข้าไปในป่าเพื่อแลกเปลี่ยนพลังงานอีกด้วย
"ไป!" ทั้งสามคนออกเดินทางอีกครั้ง
พอตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จ พวกเธอก็ไม่ได้พักผ่อน ไปกันอีก ต้าฉินเสี่ยวฉินเด็กสองคนไม่ร้องเหนื่อยสักคำ เหงื่อไหลหยดติ๋งๆ พวกเธอก็ยังอดทน ไม่พูดสักคำ ไม่บ่นสักนิด
เด็กบ้านคนจนนี่มันน่าสงสารจริงๆ ตอนเด็กๆ เธอไม่เคยลำบากแบบนี้เลย ขนาดกระเป๋านักเรียนยังไม่เคยแบกเองเลย
พอตอนเย็นเลิกงาน จางกุ้ยหลานก็เห็นเห็ดหลายตะกร้า
"ทำไมมันเยอะขนาดนี้? พวกคุณเข้าไปในป่าลึกมาเหรอ? แต่เข้าไปลึกก็ไม่น่าจะเก็บได้เยอะขนาดนี้นะ?" เข้าไปในป่าลึกมันเสียเวลา วันนึงไปกลับมากสุดก็ 2 รอบ เก็บเห็ดได้ไม่น่าจะถึง 6-7 ตะกร้า
ต้าฉินเสี่ยวฉินพูดเจื้อยแจ้วอธิบายให้เธอฟังว่าเห็ดข้างทางมันเยอะขนาดไหน มันเป็ชั้นๆ เลย เก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมด
จางกุ้ยหลานยิ้ม เด็กสองคนนี้พูดกับเธอในไม่กี่วันนี้มากกว่าที่พูดมาหลายปีรวมกันเสียอีก
"พรุ่งนี้ฉันจะไปด้วย" ฮวาเจาบอก
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง ตอนนี้ลูกยังไม่สามเดือนนะ ต้องแบกตะกร้า ขับรถอีก ไม่ได้" จางกุ้ยหลานไม่ยอม
ฮวาเจาคิดตามก็จริงอย่างที่ว่า เวลาที่ต้องนั่งรถ รอรถ เธอเอาเวลาไปเข้าป่าบำรุงผิวดีกว่า
"งั้นฉันจะให้คนอื่นไปด้วย" ฮวาเจาบอก
เธอไปบ้านป้าหม่า แล้วไปบ้านพี่สะใภ้หลิว พาทั้งสองคนมาที่บ้าน
"เห็ดเยอะขนาดนี้? แถมยังเก็บมาเมื่อวันนี้? คุณขยันจังเลยนะ!" ป้าหม่าใ
"มันอยู่แถวๆ นั้น" ฮวาเจาชี้ตำแหน่งให้เธอ "มันมีอีกเยอะเลย พรุ่งนี้ป้าก็ไปเก็บตรงนั้นนะ ไม่งั้นคนอื่นก็จะเก็บไปหมด"
เธอใจกว้างกับป้าหม่าและพวกพี่สะใภ้มาก เธอไม่ชอบที่จะกินคนเดียวโดยที่ไม่แบ่งใคร เพราะมันจะทำให้คนอิจฉาเอาได้
ป้าหม่าและพี่สะใภ้หลิวมองฮวาเจาแล้วยิ้ม เด็กคนนี้ดีจริงๆ จิตใจดี แถมยังใจกว้างอีกด้วย
ฮวาเจาจึงพูดว่า "แม่ของฉันจะเข้าไปในเมืองพรุ่งนี้ กะจะแอบเอาเห็ดกับผักไปขาย ของมันเยอะเกินไปแบกไม่ไหว อยากจะรบกวนป้าและพี่สะใภ้ไปด้วยกันหน่อยได้ไหม?"
ป้าหม่าและพี่สะใภ้หลิวตอบตกลงโดยไม่คิดอะไร ตลาดมืด ใครๆ ในหมู่บ้านก็เคยไปกันมาแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีคนในบ้านเคยไป ปีๆ นึงพวกเขาก็ต้องเอาของป่าไปขายอยู่แล้ว โดยปกติก็จะหาเพื่อนฝูงญาติพี่น้องไปด้วยกัน จะได้มีคนดูแลกัน และก็ทำให้กล้าขึ้นด้วย
อีกอย่าง ถั่วงอกก็เพาะไม่ได้ดีมาอาทิตย์นึงแล้ว พวกเธอก็ควรจะหาช่องทางอื่นดูบ้าง พอดีพรุ่งนี้จะไปกับจางกุ้ยหลานด้วย จะได้ดูว่าปีนี้ผักราคาเท่าไหร่
ฮวาเจาเดาใจพวกเธอออกถึงได้กล้าพูด เธอไม่ชอบบังคับคนอื่น
...
ในขณะที่พวกเธอกำลังคุยกันเื่จะเข้าเมืองในเช้าวันพรุ่งนี้ ก็มีคนอีกบ้านนึงกำลังคุยกันเื่จะเข้าไปหมู่บ้านโข่วซานในเช้าวันพรุ่งนี้
