กระบี่เก้าเมฆา ศัสตราวุธิญญาขั้นปฐีที่มีอยู่เพียงไม่กี่ศัสตราในทวีปเฉียนหยวน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศึกมหาทวีปชางอู๋หลิง ขุนเขากระบี่เทียนหยวนสำแดงกระบี่เหินหมื่นลี้ขับไล่กระถางสำริดผีราชัน ฟันมหาทวีปชางอู๋หลิงเป็สองส่วน พลานุภาพพลิกฟ้าทลายปฐี
ภายใต้พลานุภาพของศัสตราวุธิญญาขั้นปฐี สามารถพิชิตทำลายหนึ่งทวีป!
“เ้าจะเป็ปรปักษ์กับลัทธิเต๋าเพียงเพราะศิษย์สามัญเพียงคนเดียวอย่างนั้นรึ?” นักพรตซานชือคลี่ม้วนภาพปกป้องร่างกายของตัวเอง
“ภาพไท่จี๋ลัทธิเต๋า ดูเหมือนครั้งนี้ลัทธิเต๋าก็ตั้งมั่นหมายมาดเป็ปรปักษ์กับขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่ใช่รึ!” ม่านตาของซั่งกวานซงหดเล็ก
ภาพไท่จี๋เป็ศัสตราวุธิญญาขั้นปฐีระดับต่ำ ทว่าก็เป็ศัสตราวุธประเภทป้องกันที่หาได้ยากยิ่ง แม้ว่ากระบี่เก้าเมฆาจะเหนือกว่าภาพไท่จี๋ แต่หากนักพรตซานชือตั้งอกตั้งใจป้องกัน แม้เป็ซั่งกวานซงที่กระบี่เก้าเมฆาก็ไม่สามารถทำอะไรนักพรตซานชือได้ใน่ระยะเวลาสั้นๆ
“ซั่งกวานซง เ้าเองก็เป็สิงห์ร้ายที่มีความเห่อเหิมทะเยอทะยานไม่ใช่หรือ ศิษย์แค่คนเดียวตายไปแล้วมันอย่างไร เขาล่วงเกินสำนัก์สราญรมย์แห่งโลกขั้วทมิฬ เ้าน่าจะรู้ว่าผลที่ตามมาคืออะไร” นักพรตซานชือกล่าว
“สำนัก์สราญรมย์แล้วยังไง?” ซั่งกวานซงใจสั่นสะท้านแต่ยังะโเสียงแข็งกลับไป!
“โลกขั้วทมิฬกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เป็อาณาเขตระดับเงินแล้ว ทวีปเฉียนหยวนยังแตะต้องไม่ได้” นักพรตซานชือพูด
“นั่นมันพวกเ้า ไม่ใช่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน จะถอยหรือไม่ถอย?” ซั่งกวานซงปลดปล่อยลมปราณ แสงอัสนีสว่างวาบบนกระบี่เก้าเมฆา
“เช่นนั้นคงไม่มีทางเลือก เ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าจะไปก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!” นักพรตซานชือสูดลมหายใจเข้าลึก เห็นความตายเป็ดั่งคืนสู่มาตุภูมิ เขาเตรียมใจพร้อมแลกชีวิตเพื่อขัดขวางซั่งกวานซง
“ข้าจัดการให้เอง เ้ารีบไปช่วยนายน้อยเถอะ” ทันใดนั้นแสงโลหิตพังทลาย ชายชราร่างผอมซูบปรากฏกายกลางอากาศ
“เก้าอาสัญ เ้ายังไม่ตายงั้นรึ!” นักพรตซานชือเบิกตากว้าง
“ในเมื่อเ้ายังไม่ตาย แล้วข้าจะตายได้อย่างไร?” ชายชราร่างผอมซูบแสยะยิ้ม เขาคือผู้ที่ทำลายกายทองคำของฮุ้ยเหวินที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวนในตอนนั้น
เขามีชื่อเสียงจากการฝึกฝน《ทมิฬเก้าอาสัญ》ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็เก้าอาสัญ สร้างความอึกทึกไปทั่วทั้งทวีปเฉียนหยวน
“ดูแล้วอายุขัยของเ้าใกล้จะหมดในอีกไม่ช้า เ้าทลายผนึกออกมาครั้งนี้ ถึงมีหินโลหิตก็ใช่ว่าจะหยุดอายุขัยของเ้าได้” นักพรตซานชือกล่าว
“ได้ลากผู้าุโจากหอเทวาลัยลงนรกไปด้วยกันก่อนตายก็คุ้มค่าแล้ว!” เก้าอาสัญเย้ยหยัน ร่างซูบผอมฟื้นคืนชีวิตกลับมาอย่างคาดไม่ถึง กายาแปรเปลี่ยนไปใน่พริบตา!
นักพรตซานชือตะลึงจังงัน เก้าอาสัญสามารถกระตุ้นศักยภาพสุดท้ายของร่างกาย หลังจากสิ้นสุดการต่อสู้ ไม่ว่าอย่างไรเก้าอาสัญก็ต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย!
เพลานี้ชายชราร่างซูบผอมกลายเป็ชายวัยกลางคนสูงสองร้อยกว่าเมตร ซั่งกวานซงน้ำตาคลอ คิดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์อาเก้าอาสัญจะใช้วินาทีสุดท้ายของชีวิตกระตุ้นศักยภาพร่างกายของตัวเองเพื่อปกป้องขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“มัวเศร้าอะไรอยู่เล่า รีบไปซะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อย ถึงข้าตายกลายเป็ผี ข้าก็ไม่ปล่อยเ้าไปแน่” เก้าอาสัญแค่นเสียงแล้วขยับฝ่ามือ แสงโลหิตพร่างพราวจรัสแจ้ง ยอดเขาแห่งหนึ่งะเิเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลิ่นเืโชยคลุ้งไปทั่วขุนเขากระบี่เทียนหยวน
“เกิดอะไรขึ้น กลิ่นเืมาจากไหน ทำไมถึงได้ฉุนขนาดนี้?” ศิษย์ที่อยู่ในขุนเขากระบี่เทียนหยวนร้องะโ
ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนบางคนยังไม่อาจเก็บซ่อนความกลัวที่อยู่ในใจ กระบี่นั่น อาจารย์อาใช้กระบี่นั่นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
กระบี่ยาวอาบโลหิตพุ่งทะยานออกมา ทันใดนั้นขุนเขากระบี่เทียนหยวนคล้ายกลายเป็ขุนเขามรณะ ศิษย์ที่มีขั้นพลังอ่อนแอต้านทานกลิ่นเืไม่ไหวเป็ลมหมดสติไป
“หนึ่งในศัสตราวุธิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดของขุนเขากระบี่เทียนหยวน กระบี่พิฆาต!” ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนพากันคุกเข่าลง กระบี่อันโด่งดังที่หลับใหลมานานนับพันปีปรากฏขึ้นอีกครั้ง พวกเขาต่างก็รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
ชายชราผู้พิทักษ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนตัดสินใจจากไปในที่สุด และนี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาในโลกนี้
“ศัสตราวุธิญญาสังหารขั้นปฐีระดับกลาง!” นักพรตซานชือมองแสงโลหิตที่พุ่งออกมากลางขุนเขากระบี่เทียนหยวน สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
แม้ว่ากระบี่เก้าเมฆาจะเป็ศัสตราวุธิญญาขั้นปฐีระดับกลาง ทั้งยังเป็ศัสตราวุธพิทักษ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน แต่ความหมายเชิงสัญลักษณ์มีมากกว่าความหมายในการต่อสู้แท้จริง ไม่ว่าจะเป็ก่อนหน้านี้หรือที่หลี่ฉางเฟิงฟันกระบี่ขับไล่กระถางสำริดผีราชันจากมหาทวีปชางอู๋หลิง
ทว่ากระบี่พิฆาตนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หลายพันปีก่อน เก้าอาสัญกวาดล้างทวีปเฉียนหยวนด้วยกระบี่เล่มนั้น ไม่รู้ว่ามีผู้เยี่ยมยุทธ์กี่คนที่ดับสิ้นวายชีวาใต้คมดาบนั่น กลิ่นคาวเืที่ตลบอบอวลอยู่ไม่อาจชำระให้บริสุทธิ์ได้แม้กระทั่งแสงแห่งพระพุทธ หลังจากสิ้นสุดเหตุการณ์ในครั้งนั้น เก้าอาสัญผนึกกระบี่พิฆาตไว้ในหุบเหวลึกสุดของขุนเขากระบี่เทียนหยวนชั่วนิจนิรันดร์
บัดนี้กระบี่พิฆาตประจักษ์อีกครั้งในมือของเก้าอาสัญ กระบี่สังหารที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับทวีปเฉียนหยวนกลับมาแล้ว
“เพื่อนเก่าเอ๋ย ไม่เจอกันตั้งนาน” เก้าอาสัญลูบไล้กระบี่ราวกับคนรัก น้ำตารินไหลจากหางตา
“ลัทธิเต๋า ในเมื่อพวกเ้ากล้าโจมตีขุนเขากระบี่เทียนหยวน หากข้าจะโจมตีกลับบ้างคงไม่เป็อะไรใช่หรือไม่” รอยยิ้มอันบ้าคลั่งปรากฏบนใบหน้าของเก้าอาสัญ
“เก้าอาสัญ เ้าคิดจะทำอะไร?” นักพรตซานชือสังหรณ์ใจไม่ดี หลายพันปีก่อนเก้าอาสัญเป็คนวิกลจริต ไม่มีอะไรที่เขาไม่กล้าทำ
เก้าอาสัญกระตุ้นศักยภาพสุดท้ายในร่างกาย ซึ่งเขาจะตายในเวลาอันสั้น ทว่าเก้าอาสัญที่อยู่ในสภาพนี้คือสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุด คนที่ไม่กลัวแม้แต่ความตายก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วในโลกนี้
“ข้าอยากเห็นลัทธิเต๋าโลหิตไหลนองเป็สายธาราแทบทนไม่ไหวแล้ว” ความกระหายเืสาดสะท้อนผ่านดวงตาของเก้าอาสัญ
ครั้นกระบี่พิฆาตประจักษ์ในมือ การเคลื่อนไหวของเก้าอาสัญก็ไม่เหมือนกับชายชราใกล้ตายอีกต่อไป หากเหมือนกับปีศาจคลั่งที่สร้างความอึกทึกทั้งทวีปเฉียนหยวน
“ฆ่า!” เก้าอาสัญคำราม แสงโลหิตสาดสะท้อนนภาลัย
ภาพไท่จี๋ลอยเหนือศีรษะนักพรตซานชือแยกเป็หยินและหยาง ภาพหนึ่งขาว ภาพหนึ่งดำ ครอบคลุมกายาต่อต้านแสงโลหิต
“ซานชือ ถึงเ้าจะมีภาพไท่จี๋ก็ช่วยอะไรไม่ได้!” เก้าอาสัญแสยะยิ้ม
“ทมิฬเก้าอาสัญ ทมิฬผกผัน!” เก้าอาสัญเปล่งเสียงทุ้ม ลมปราณพุ่งทะยานเป็เท่าทวี
“วิชาต้องห้ามขั้นปฐี!” นักพรตซานชืออกสั่นขวัญแขวน เก้าอาสัญไม่มีทางเป็คนธรรมดา เป็ขั้นนิพพานห้าชั้นฟ้ายังไม่พอ ทั้งยังรู้วิชาต้องห้ามขั้นปฐี!
ทมิฬเก้าอาสัญ หลังจากที่ใช้ทมิฬผกผันจะทำให้ขั้นพลังของผู้ใช้เพิ่มขึ้นสองเท่า เก้าอาสัญในตอนนี้น่าจะเทียบเท่ากับขั้นนิพพานเก้าชั้นฟ้า เทียบเคียงกับขั้นมหันตที่เล่าขานในตำนาน
“หมาป่ากลืนกิน นักพรตซานชือ ตายซะ!” เก้าอาสัญคำราม ิญญาหมาป่าคำรณทับซ้อนกับกระบี่พิฆาต กระบี่พิฆาตฟันภาพไท่จี๋ คมกระบี่พาดผ่านเข้าไปทำลายกายาของนักพรตซานชือ!
นักพรตซานชือ หอเทวาลัย ตาย!
อีกด้านหนึ่ง นักพรตซานซาที่กำลังล้อมปราบจูชิงใจสั่นสะท้าน เขาััได้ถึงวิกฤติบางอย่างที่อธิบายไม่ได้จากหัวใจ ลมปราณของศิษย์พี่นักพรตซานชือหายไปแล้ว
“ศิษย์พี่ตายแล้ว นี่มันเป็ไปได้ยังไง?” เขายังไม่ทันลงมือแล้วนักพรตซานชือที่ขัดขวางขุนเขากระบี่เทียนหยวนตายได้อย่างไร?
“ปีศาจวายุ!” เมื่อเผชิญหน้ากับขั้นเหินนภาหลายสิบคน จูชิงจึงอัญเชิญปีศาจวายุปกป้องคุ้มกันกาย
“ตายซะ!” ขั้นเหินนภาคนหนึ่งพุ่งปราดเข้ามา
“ฟึ่บ!” ทันใดนั้นเถาวัลย์งอกออกมาจากแขนขวาของจูชิงพันธนาการร่างกายจอมยุทธ์ผู้นั้น
“แหลกไปซะ!” จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาปลดปล่อยลมปราณทองคำทำลายเถาวัลย์ปีศาจ์เป็ชิ้นๆ ในเวลาเดียวกัน มีขั้นเหินนภาอีกสองคนพุ่งเข้ามาจากสองทิศทาง
ใน่เสี้ยววินาที ดวงตาของจูชิงแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน พลังของคำสาปผลาญโลหิตครอบคลุมขั้นเหินนภาทั้งสองทันใด
ลมปราณในกายาของพวกเขาเริ่มผลาญเผา ทว่าครั้นเสียงระฆังดังก้องหนึ่งครั้ง จิติญญาของจูชิงสั่นสะท้าน กระอักเืออกมากองใหญ่!
“ระฆังธารบุษรา มีคนควบคุมระฆังธารบุษราเล่นงานเ้า!” เฒ่าปีศาจคำราม
เสียงของระฆังธารบุษราไม่เพียงแต่โจมตีิญญา แต่ยังส่งผลกับร่างกายหรือกระทั่งะเิลมปราณที่อยู่ในร่าง!
“ฟึ่บ!” ขณะนั้นลำแสงนับพันหมื่นพร่างพราวบนท้องฟ้า!
“ซั่งกวานซงมาแล้ว!” จูชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ขึ้นมา!” ซั่งกวานซงปรากฏกายด้านหลังของจูชิง เขาพาจูชิงขึ้นไปบนท้องฟ้า รูปลักษณ์แปรเปลี่ยนประจักษ์กลางอากาศ ความเร็วนั้นเร็วมาก นักพรตซานซาซึ่งเป็ขั้นนิพพานยังตอบสนองไม่ทัน
“ซั่งกวานซง เ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วศิษย์พี่ข้าอยู่ที่ไหน?” นักพรตซานซาใมาก
นักพรตซานชือมีภาพไท่จี๋สมบัติล้ำค่าของลัทธิเต๋า ถึงจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าหลายสิบเท่า ขอเพียงใช้ภาพไท่จี๋ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางพ่ายแพ้ ซั่งกวานซงไม่มีทางเอาชนะศิษย์พี่ของเขาแล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างแน่นอน
“ซานชือตายแล้ว เหตุใดเ้าถึงไม่ตรอมใจตายไปด้วยซะ?” ซั่งกวานซงเหวี่ยงกระบี่เก้าเมฆา สายฟ้าพันหมื่นผ่าฟาดปฐี จอมยุทธ์ลัทธิเต๋าที่อยู่ด้านล่างหลบไม่ทันถูกฟ้าผ่ากลายเป็เถ้าถ่านพัดหายไปกับสายลม
เดิมทีซั่งกวานซงเป็ขั้นนิพพานห้าชั้นฟ้าย่อมสังหารขั้นเหินนภาได้ง่ายดายไม่ต่างอะไรกับมดปลวก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเขาที่มีกระบี่เก้าเมฆา ศัสตราวุธิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดในขุนเขากระบี่เทียนหยวนอยู่ในมือ!
“เ้า!” นักพรตซานซาสุดแค้นแสนโทสะ
“พวกเ้าวางแผนมาดหมายสังหารศิษย์ของขุนเขากระบี่เทียนหยวน ในเมื่อพวกเ้าใจกล้าห่อฟ้าเช่นนี้ ดังนั้นข้าก็จะไม่ไว้หน้าพวกเ้าเช่นกัน” ซั่งกวานซงแสยะยิ้ม
“ฮว๋างเฉวียน เ้าเองก็้ามีส่วนร่วมกับเื่นี้ด้วยอย่างนั้นรึ?” ซั่งกวานซงมองฮว๋างเฉวียนที่ลอยอยู่กลางอากาศพลางขมวดคิ้ว
“ขี่หลังเสือแล้วลงยาก พวกเราสองคนมาสู้กัน มาดูกันว่าใครคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเฉียนหยวน!” ฮว๋างเฉวียนแค่นเสียงเย็นเยือก
