: ตงเปียนอ๋อง :
"เป็เช่นไรบ้าง"
เสียงทุ้มเอ่ยถาม ทว่าสายตาจดจ้องอยู่กับฐานจำลองสนามรบขนาดกลาง
"ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงยื่นมือเข้าช่วยซินเอ๋อร์ในครั้งนี้"
อู่ชิงหรงที่เป็ทั้งรองแม่ทัพ ทั้งองครักษ์ข้างกายองค์ชายสี่กล่าวขอบคุณอย่างเกรงอกเกรงใจ
"เ้ารู้ดีแก่ใจ ข้าไม่ยอมปล่อยให้คนบริสุทธิ์ตายแบบไร้ประโยชน์"
"ท่านอ๋องคิดว่าเื่นี้ต้องมีอะไรมากกว่าการยักยอกเงินในคลังส่งมอบให้กับฝ่ายศัตรูเช่นกันหรือ"
"เ้ายังคิดได้ เหตุใดข้าจะคิดไม่ได้"
"กระหม่อมช่างเขลาที่ถามเช่นนั้น"
อู่ชิงหรงรีบคุกเข่าเพื่อเตรียมรับโทษที่ตนพูดก่อนคิด
"เ้าทำอะไร ลุกขึ้น ทำเหมือนข้าเป็คนไร้เหตุผลเอะอะลงโทษ"
ถ้าเป็คนอื่นคงถูกกระทำเช่นนั้นไปแล้ว แต่กับอู่ชิงหรงมีหรือท่านอ๋องอย่างเขาจะทำ
เหตุผลเพราะทั้งสองคนเป็เหมือนพี่น้องที่ตายแทนกันได้มากกว่าองค์ชายกับข้ารับใช้
ส่วนเื่ที่ทั้งคู่กำลังปรึกษาหารือกันอยู่คือสาเหตุที่ตระกูลเฟิงถูกกล่าวหาว่าเป็กบฎจนทำให้ผู้นำตระกูลอย่างเสนาบดีเ้ากรมการคลังเฟิงอู๋เยว่ถูกสังหารขณะทหารเข้าจับกุม ส่วนคนที่เหลืออยู่ทั้งบ่าวรับใช้ทั้งผู้ที่ใช้แซ่เฟิงต่างบ้านแตกสาแหรกขาด บ้างถูกฆ่า บ้างถูกจับ บ้างถูกแยกไปเป็ข้าทาสที่ชายแดน
"ท่านเสนาเฟิงตายแล้วแต่ไร้ศพ เ้าว่าไม่น่าแปลกรึ"
ปากวิเคราะห์ถึงเื่ราว มือก็จับตัวเบี้ยหมากรุกเดินไปยังตำแหน่งที่ทหารเล่าว่าเสนาบดีเ้ากรมการคลังเฟิงอู๋เยว่ถูกสังหาร
"รับราชการมาครึ่งชีวิตกลับถูกคนที่เพิ่งเข้ามาคุมทหารค้นเจอหลักฐานการยักยอกเงินหลวง เ้าว่า ใครกันที่ควรต้องสงสัย"
"ข้าก็มีความคิดเช่นพระองค์"
หากเล่าถึงเสนาบดีเฟิงอู๋เยว่ เขาเป็คนตรงไปตรงมา บัญชีรายรับรายจ่ายตลอดสิบปีถวายให้ฝ่าาตรวจสอบไม่เคยมีความผิดปกติ
แต่พอซู่จินเพ่ยที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งเ้ากรมกลาโหมได้เพียงไม่นานกลับพบหลักฐานการยักยอกเงินในคลังแถมยังใช้อำนาจจัดการปราบกบฎก่อนทูลฮ่องเต้
หากยิ่งวิเคราะห์ตามเหตุตามผลทั้งสองยิ่งพบพิรุธจนเชื่อว่าตระกูลเฟิงกำลังถูกใส่ร้าย
"เ้าไม่คิดว่าเื่นี้ช่างน่าสนใจรึ ตระกูลซู่ที่เคยตกต่ำในอดีตกลับมามีอำนาจอีกครั้งเพราะอดีตกุ้ยเฟยที่สิ้นไปแล้วเมื่อครึ่งปีก่อน ตัวซู่จินเพ่ยรับราชการไม่นาน เร่งมีผลงานโดดเด่นจับกบฎในราชสำนักได้ ความดีความชอบขนาดนี้ เ้าว่าฮ่องเต้จะพระราชทานรางวัลอะไรให้ดี"
ริมฝีปากหยักลึก กล่าวถึงตระกูลที่ชอบทำตัวเป็ไม้ท่อนงัดไม้ซุงกับเขามาโดยตลอด
อดีตตระกูลซู่เคยเป็เพียงข้าราชการปลายแถว ทว่าพอบุตรีของซู่จ้านเกิง นามว่าซู่กุ้ยลี่ พี่สาวของซู่จินเพ่ยถูกแต่งเข้าเป็สนมในวังแถมได้รับแต่งตั้งให้เป็กุ้ยเฟย ตระกูลซู่ก็ขึ้นมาเฟื่องฟูมีอำนาจครั้งใหญ่
แต่น่าเสียดายที่ซู่กุ้ยลี่ได้เป็กุ้ยเฟยไม่นานก็ป่วยด้วยโรคประหลาดสิ้นไป
"พระองค์จะให้กระหม่อมแอบเข้าไปสืบลับ ๆ ที่จวนเ้ากรมซู่ดีหรือไม่"
อู่ชิงหรงร้อนใจอยากช่วยสหายวัยเยาว์เปิดโปงความจริงเรียกความยุติธรรมคืนสู่วงศ์ตระกูลนาง
"ใจเย็นก่อน ไม่สมกับเป็เ้าเลยนะชิงหรง"
ใช่ ตอนนี้เขาดูใจร้อนจนลืมไปว่าหูตาของซู่จินเพ่ยยิ่งกว่าตาของสับปะรดเสียอีก
"ซินเอ๋อร์ของเ้า ใช่เพียงสหายวัยเยาว์จริงหรือ"
แม้จะเป็คำถามหยอกล้อ ทว่าใบหน้าคนถามกลับนิ่งเรียบไร้อารมณ์ใดปะปน
"ข้ากับซินเอ๋อร์เป็เพียงสหายกันจริง ขอกล่าวด้วยสัตย์สาบาน"
"เ้านี่นะ อะไร ๆ ก็จริงจังไปหมด ข้าหยอกเ้าเล่น"
ก็ใบหน้าคนพูดไม่มีทีท่าเล่นเลยจะให้เขาเชื่อได้เช่นไร
"ก่อนที่จะเข้าไปสืบเื่สหายเ้า ข้ามีเื่สำคัญกว่านั้นให้เ้าทำ"
อู่ชิงหรงมองหน้าท่านแม่ทัพของเขาที่แววตาฉายแววสนุกและมั่นใจในผลลัพธ์ของคำสั่งที่กำลังจะเอ่ยบอก
"เชิญท่านอ๋องบัญชา"
กระดาษที่ถูกจรดด้วยปลายพู่กันตวัดเพียงไม่กี่อักษรยื่นให้องครักษ์ข้างกาย
"สามวัน ข้าจะรอฟังข่าวที่นี่"
ได้รับภารกิจเสร็จอู่ชิงหรงรีบกล่าวลาแล้วเร่งเดินทางทันที
ครั้นอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคนเดียว ท่านอ๋องผู้สง่างามก็ได้แต่จดจ้องไปยังต้นเหมยฮัวที่ไม่เคยเบ่งบานสักครั้งแม้จะถึงฤดูออกดอกมากี่แรมปี แต่ทั้งจวนกลับไม่เคยผลิบานสักดอกเดียว
"ท่านแม่ ความอ้างว้างที่ท่านมอบให้ข้า คงเป็เหมือนต้นไม้พวกนี้ใช่หรือไม่"
ต้นเหมยฮัวที่มีใบแต่ไม่ออกดอก เปรียบเสมือนสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับชีวิตของเขา ที่มีบิดาแต่กลับขาดมารดา
ชะตาชีวิตขององค์ชายสี่ผู้สง่างามในสายตาคนอื่นอาจจะมองว่าเขาช่างเกิดมาโชคดีเสียจริงเป็โอรส์ ทว่าใครจะรู้ว่าความเป็จริงแล้ว ถังเฟยหลง องค์ชายสี่ในจักรพรรดิถังเฟยเทียนและจักรพรรดินีถังฟาเหรินเป็คนที่น่าสงสารที่สุด
เพียงแค่เขาลืมตาดูโลกได้เพียงครึ่งชั่วยาม มารดาอย่างถังเฟยเหรินก็จากโลกนี้ไป ทิ้งเขาไว้พร้อมคำตราหน้าว่าเป็ดาวมารของบ้านเมือง
ั้แ่เล็กจนโต องค์ชายถังเฟยหลงแทบจะไม่เคยถูกผู้เป็บิดาโอบอุ้มสักครั้ง ไม่ใช่ไม่รัก แต่เพราะเวลาเห็นหน้าเขาแล้วมักคิดถึงฮองเฮาของตนที่จากไป ทำให้องค์ชายเฟยหลงถูกแม่นมรวมถึงไทเฮาเป็ฝ่ายเลี้ยงดู
ครั้นอายุได้สิบขวบก็เริ่มจับดาบฝึกวรยุทธ์
หลังเข้าพิธีสวมกวานแล้วองค์ชายเฟยหลงก็ติดตามท่านอาจารย์เขาออกศึกเป็ครั้งแรกที่ชายแดนทิศตะวันออกและได้รับชัยชนะกลับมา ทำให้ฮ่องเต้เฟยเทียนพระราชทานแต่งตั้งยศเป็ 'ตงเปียนอ๋อง' พร้อมกับมอบเมืองเหอผิง เมืองแห่งสันติภาพของแคว้นถังให้องค์ชายสี่เป็คนปกครอง
อีกด้านของจวน หลันจินเยว่กำลังเดินตามหาตัวท่านอ๋องที่ช่วยนางออกมาจากคุก ครั้นมองหาสาวใช้ที่วิ่งตามนางมาติด ๆ กลับหายตัวไป แลซ้ายมองขวาก็ไม่เจอแม้เงา
"โหรวโหรวหายไปไหนแล้ว เอาไงดี จวนนี้ก็กว้างเป็บ้าเลย"
มองไปด้านหน้าก็เป็ทางเดินยาว มีห้องรายล้อมจนแทบจะลายตา ไหนจะทางแยกซ้ายขวาดูวกวนจนไม่รู้จะเลือกเดินต่อไปทางไหนดี
"จวนก็ใหญ่ แต่ทำไมไม่เห็นมีคนสักคน"
อย่าว่าแต่คนเดินเลย แม้แต่แมลงสักตัวยังไม่กล้าบินผ่าน เพราะเ้าของจวนแห่งนี้เป็คนรักสันโดด ชอบความเงียบสงบ บ่าวรับใช้เอย พ่อบ้านเอย ทหารยามเอยจะออกมาเป็เวลา หากเ้าของจวนไม่เรียกใช้ ใครหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้าใกล้ทั้งนั้น
"เสี่ยวโหรวต้องหลงทางแน่เลย คนอะไรใช้ไม่ได้"
ว่าคนอื่นหลงทาง ตนเองต่างหากที่วิ่งไม่สนใจเสียงร้องเตือนของสาวใช้สักนิด
ทำให้ตอนนี้หลันจินเยว่ย่างกลายเข้ามายังสถานที่ต้องห้ามโดยไม่รู้ตัว
"อ้ะ!นั่นศาลากลางน้ำนี่ น่านั่งเล่นจัง"
ตรงหน้านางคือศาลากลางน้ำ เป็ที่หวงห้ามของจวนเหมยฮัวแห่งนี้ หากเดินเข้าไปในตัวศาลา จะมีทางเดินไม้เพื่อเดินตรงไปยังบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่อยู่หลังโขดหินขนาดใหญ่สถานที่ประจำของตงเปียนอ๋อง
