ด้วยห้วงความคิดที่ยังคงแจ่มใส ในยามคับขันไป๋หยุนเฟยกลับนึกหาหนทางออก มันจึงร้องะโออกไป
“อัพเกรด!!”
……
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“ระดับการอัพเกรด: +1”
“พลังโจมตี: 3389”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 98”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 210 แต้ม”
ไม่ทราบเป็เพราะไป๋หยุนเฟยประสาทหลอนไปเองหรือไม่ แต่ชั่วพริบตาที่อัพเกรดสำเร็จมันก็พบว่าพลังอันพลุ่งพล่านคลุ้มคลั่งที่กดดันจนลมหายใจแทบขาดห้วงกลับชะงักลง
มันไม่นำพาอีกแล้วว่าจะประสาทหลอนไปเองหรือไม่ ไป๋หยุนเฟยราวกับคนจมน้ำคว้าเศษฟางเอาไว้ได้ มันร้องคำรามออกไปอีกครั้งโดยไม่ลังเล “อัพเกรด!”
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“ระดับการอัพเกรด: +2”
“พลังโจมตี……”
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“พลังโจมตี: 2873”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 190 แต้ม”
ขณะที่ข้อมูลยังปรากฏไม่ทันครบ จู่ๆคุณสมบัติก็พลันถูกแทนที่ด้วยข้อมูลอีกชุด
ไป๋หยุนเฟยไม่ทันจะได้ตกตะลึงหรือใคร่ครวญอันใดก็โพล่งออกไป “อัพเกรด!”
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“ระดับการอัพเกรด: +1”
“พลังโจมตี: 2873”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 90”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: ……”
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับกลาง”
“พลังโจมตี: 2649”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 160 แต้ม”
แล้วก็เป็เช่นครั้งก่อน ข้อมูลชุดเดิมจู่ๆก็ถูกเปลี่ยนไปเป็อีกอย่างทันที
และชั่วพริบตาที่อัพเกรดสำเร็จแต่ละครั้ง ไป๋หยุนเฟยก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแรงกดดันรอบกายผ่อนคลายลง
“ได้ผลจริงๆ” ไป๋หยุนเฟยตื่นเต้นประหลาดใจ แม้จะยังไม่ทันได้ใคร่ครวญว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่พลังที่พลุ่งพล่านนี้สงบลงอย่างเห็นได้ชัด มันเพ่งความคิดขึ้นอีกครั้ง “อัพเกรด!”
“อัพเกรดสำเร็จ”
“……”
และก็เช่นเดียวกับเมื่อครั้งโยนวัตถุดิบลงไปก่อนหน้า หรือแม้แต่การโยนอาวุธลงไปในยามต่อมา ไป๋หยุนเฟยราวกับเครื่องจักรที่กระทำต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง มันเพ่งความคิดนึกถึงแต่คำว่า‘อัพเกรด’
ยามนี้ สถานการณ์เกินกว่าขอบเขตที่มันจะทำความเข้าใจต่อเื่ที่เกิดขึ้นได้แล้ว ไป๋หยุนเฟยไม่มีเวลาแม้แต่จะครุ่นคิดทำความเข้าใจว่าไฉนเหตุการณ์จึงพลิกผันกลายเป็เช่นนี้ได้ หากในตอนแรกสุดมันชักมือกลับมา อย่างมากก็เพียงเกิดกระถางะเิและาเ็เท่านั้น แต่ในยามนี้ไป๋หยุนเฟยรับรู้ได้อย่างกระจ่างว่า หากปล่อยให้‘วัตถุ’ที่อยู่ตรงหน้าะเิออกมา เกรงว่าหากมันไม่ตายก็คงต้องพิการ...
ไม่มีเวลาให้สำนึกเสียใจ ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิด ไป๋หยุนเฟยในยามนี้ ที่สามารถกระทำได้คือการอัพเกรดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยหวังว่าจะสามารถยืนหยัดได้จนกระทั่ง‘วัตถุ’สงบลง หรือไม่ก็ยืนหยัดจนกว่าจะมีผู้อื่นมาพบเห็นเหตุการณ์ แล้วไปเชิญผู้าุโในสำนักออกมาช่วยเหลือ...
ด้วยมือขวาที่จมลงไปในกลุ่มก้อน‘วัตถุ’ที่ถูกบีบอัดจนมีขนาดเท่าศีรษะนั้น มันยังคงอัพเกรดอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง แต่ทว่าเพียงไม่นาน สีหน้าไป๋หยุนเฟยก็แปรเปลี่ยนจนบิดเบี้ยวปั้นยาก นั่นก็เพราะ --- พลังิญญาของมันใกล้จะหมดสิ้นแล้ว!
ในระหว่างนี้เองข้อมูลก็ยังคงหลั่งไหลผ่านเข้ามาในความคิดของมันอย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันข้อมูลก็ยังคงเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้ง เดิมทีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ‘ระดับไอเทม’ที่แสดงว่าเป็ของวิเศษระดับกลางวนเวียนสลับกับระดับต่ำ แต่ยามนี้กลับขยายขอบเขตกว่าเดิม ั้แ่ดีเลิศไล่ไปจนถึงของวิเศษล้วนเคยปรากฏออกมาทั้งหมด มิหนำซ้ำยังปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว
มิหนำซ้ำบางครั้งยังปรากฏคุณสมบัติว่าผ่านการอัพเกรดแล้ว แต่แล้วจู่ๆรายละเอียดนั้นก็‘หายไป’ ยังมีบางครั้งก็ปรากฏคุณสมบัติสิ่งของที่ผ่านการอัพเกรดซึ่งมันโยนเข้าไปก่อนหน้านี้อีกด้วย
สับสนยิ่ง ยามนี้วุ่นวายยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว...
ที่ยุ่งเหยิงนั้น ไม่เพียงแต่ความคิดของไป๋หยุนเฟยเท่านั้น ยังมีพลังที่คลุ้มคลั่งนั้น ยังมีกระบวนการอัพเกรด ยังมี...
……
ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเท่าใด ดวงตาไป๋หยุนเฟยเต็มไปด้วยเส้นเืแดงฉาน ใบหน้ามันแดงก่ำ พลังิญญาก็ใกล้จะเหือดแห้งหมดสิ้นแล้ว
“อัพเกรดล้มเหลว”
“ไอเทมถูกทำลาย”
ข้อมูลที่ปรากฏเมื่อครู่เป็ข้อความแจ้งเตือนว่ามีดสั้น+10 เล่มหนึ่งอัพเกรดล้มเหลว แต่ว่า‘ลูกกลม’ที่อยู่ในกระถางนั้นกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ แล้วจากนั้นก็ปรากฏข้อมูลให้วาบขึ้นในความคิด
“ระดับไอเทม: หายากระดับสูง”
“พลังโจมตี: 461”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 77 แต้ม”
สติของไป๋หยุนเฟยยามนี้เริ่มพร่าเลือน มันนำแหวนที่สะสมพลังิญญาจำนวนสามร้อยหน่วยออกมาเพื่อเติมพลังิญญา จากนั้นจึงกัดฟันร้องว่า “อัพเกรด
“อัพเกรดสำเร็จ”
“ระดับไอเทม…….”
ข้อมูลในความคิดของไป๋หยุนเฟยยังคงแปรเปลี่ยนไม่หยุดเช่นเดิม เพียง่เวลาไม่นานหลังจากนั้น ไป๋หยุนเฟยก็ไปยืนอยู่ในชายขอบของการล่มสลายแล้ว หากมีข้อมูลสิ่งของชิ้นต่อไประบุว่า้าแต้มิญญาเกินกว่าร้อยแต้มปรากฏขึ้น มันคงต้องใช้พลังิญญาจนหมดสิ้นแล้ว
ทันใดนั้นเอง ไป๋หยุนเฟยก็รู้สึกได้อย่างเลือนรางว่ามีวัตถุชิ้นหนึ่งหล่นลงสู่มือ แล้วจากนั้นก็มีข้อมูลปรากฏขึ้นในความคิดจนสร้างความตื่นตะลึงให้แก่มัน
“ระดับไอเทม: ธรรมดา”
“ระดับการอัพเกรด: +13”
“พลังโจมตี: 9”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 132”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10……”
“……”
ที่แท้ก็เป็ก้อนอิฐ+13!
ก่อนหน้านี้ไป๋หยุนเฟย‘ช่วย’ไม่ให้มันตกลงไป แต่สุดท้ายแล้วมันก็‘กลับ’มาอยู่ในมือไป๋หยุนเฟยอีกครั้ง ทว่า... ไป๋หยุนเฟยเองกลับไม่มีความรู้สึก‘ยินดี’เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังถึงกับไม่กล้าดึงมันออกมาด้วยซ้ำ
ด้วยความลังเลเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ไป๋หยุนเฟยก็ััได้ถึงพลังอันคลุ้มคลั่งที่เริ่มจะ‘ตอบโต้’ ชายหนุ่มถูกบีบให้ไร้ทางเลือกจึงได้แต่กล่าวอย่างแ่เบาว่า “อัพ...”
แต่ว่ายังไม่ทันจะได้กล่าวอีกคำออกจากปาก เหตุการณ์ก็พลิกผันอย่างรวดเร็ว
บังเกิดแรงดึงดูดอันมหาศาลถูกส่งออกมาจาก‘สิ่งนั้น’ มันไม่ให้เวลาไป๋หยุนเฟยได้ทันมีปฏิกิริยาอันใด เพียงพริบตาเดียวก็ดึงดูดพลังิญญาที่เหลืออยู่น้อยนิดผ่านแขนขวาของไป๋หยุนเฟยออกไปจนหมดสิ้น
ราวกับหัวใจจะหยุดเต้น ไป๋หยุนเฟยรู้สึกว่าแม้แต่ิญญาในร่างก็ถูกดึงออกไป แล้วอาการเซื่องซึมเลอะเลือนก็ครอบงำมันไปทั้งร่างโดยไม่อาจต้านทาน ในพริบตาสุดท้ายก่อนที่ไปหยุนเฟยจะหมดสติไปนั้น ในหัวมันก็มีเพียงสามคำ...
“จบสิ้นแล้ว!!”
ทันใดนั้นพลังธาตุไฟที่ครอบคลุมอยู่ทั่วบริเวณก็พลันชะงักลง แล้วพริบตาต่อมากระถางหลอมประดิษฐ์พลันะเิลำแสงออกจนสว่างจ้ากว่าที่เป็อยู่นับร้อยเท่า จากนั้นก็ราวกับมหาสมุทรที่สามารถรองรับสายน้ำจากแม่น้ำหลายร้อยสาย พลังธาตุไฟที่กระจายอยู่โดยรอบถูก‘ดึงดูด’เข้าสู่กระถางในพริบตาเดียว
พริบตาต่อมา ระหว่างที่ไป๋หยุนเฟยที่หมดสติกำลังจะล้มลงนั้น จู่ๆลำแสงเจิดจ้าราวกับไร้ที่สิ้นสุดก็พลันะเิออกจากกระถางหลอมประดิษฐ์มาครอบคลุมร่างของไป๋หยุนเฟยเอาไว้
“ตูม”
เสียงะเิกึกก้องราวกับจะสะท้านไปถึง์ดังออกมาจากยอดเขาประจิมแห่งสำนักช่างประดิษฐ์ เสียงที่เกิดขึ้นปลุกทุกคนในสำนักให้ตื่นขึ้นโดยพร้อมเพียง ท้องฟ้าอันมืดมิดในยามนี้ราวกับมีดวงอาทิตย์กำลังขึ้นจากทิศตะวันตก บังเกิดเป็ลำแสงสีแดงฉานส่องสว่างทั่วท้องฟ้ากระจายออกไปนับร้อยลี้
ผ่านไปชั่วครู่ แสงเจิดจ้าบาดตาจึงค่อยจางลง สุดท้ายก็เผยให้เห็นว่าใจกลางของลำแสงนั้นอยู่ที่หน้าผาหลอมประดิษฐ์บนยอดเขาประจิม เพียงแต่หน้าผาหลอมประดิษฐ์ในยามนี้... กลับหลงเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว
ส่วนยอดเขา้ากว่าครึ่งหนึ่งนั้น หายไปจนหมดสิ้น
……
ครึ่งหนึ่งของหน้าผาหลอมประดิษฐ์ถูกแรงะเิเป่าหายไป ในกลางของแรงะเินั้นมีไป๋หยุนเฟยทอดกายอยู่ราวกับกำลังหลับใหล --- ดูจากภายนอกกลับไม่มีร่องรอยาแจากแรงะเิแม้แต่น้อย!
แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังการะเิที่รุนแรงเช่นนี้ เหนือร่างของมันขึ้นไปราวครึ่งวากลับยังมีก้อนของเหลวขนาดเท่าศีรษะลอยอยู่ดังเดิม!
มิหนำซ้ำเมื่อเทียบกับในคราแรก ยามนี้นอกจาก‘มัน’จะเปล่งแสงสีแดงเจิดจ้าแล้ว ยังปรากฏแสงหลากสีซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามการพลิกหมุนของมันสาดส่องออกมาด้วย
และที่เบื้องล่างของ‘มัน’ยังมีลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นที่เปลวไฟกำลังเต้นระริกอย่างแ่ล้า ดูไปคล้ายจะสามารถดับลงไปได้ทุกเมื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็ราวกับพร้อมจะะเิพลังอันมหาศาลไร้ที่สิ้นสุดออกมาได้ทุกเวลาเช่นกัน
เป็แก่นพลังธาตุไฟ!!
แก่นพลังธาตุไฟของไป๋หยุนเฟย กลับออกมานอกร่างของมัน!!
และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษเป็อย่างยิ่ง นั่นคืออากาศรอบกายไป๋หยุนเฟยในรัศมีหลายวา กลับให้ความรู้สึกว่าไม่กลมกลืนกัน ราวกับว่ามีมวลอากาศโปร่งแสงกำลังโอบล้อมอยู่ จนผู้จนบังเกิดความรู้สึกว่าราวกับภายในนั้นถูกตัดขาดออกจากโลก
ไป๋หยุนเฟย แก่นพลังธาตุไฟ ‘ลูกกลม’ที่ปั่นป่วน ทั้งสามสิ่งนี้ล้วนถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยมวลอากาศโปร่งแสง หากดูจากภายนอกจะสามารถมองเห็น‘ระลอกคลื่น’ที่กวาดวนอยู่ภายใน
ทุกครั้งที่‘ระลอกคลื่น’กวาดผ่าน แก่นพลังธาตุไฟก็จะสั่นไหวระริก และ‘ลูกกลม’ที่พลุ่งพล่านนั้นก็คล้ายถูก‘บีบ’ไปชั่วครู่
‘มวล’ที่โปร่งแสงนี้ เคยปรากฏขึ้นครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว --- ในยามที่ไป๋หยุนเฟยได้รับ‘กระบวนการอัพเกรด’มา
สิ่งนี้ถูกเรียกว่า --- กฎเกณฑ์แห่งโลก!!
และในยามนี้เมื่อปรากฏขึ้นอีกครั้ง จะนำพาความเปลี่ยนแปลงอันใดมากันแน่?
