ภายในโรงเก็บศพ ลมพลันพัดแรง กงเต๊กที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นถูกพัดจนเกิดเสียง
ลู่เต้าเห็นผู้ดูแลรีบมาขอโทษเขา และเสี่ยวอวี้กับน้องชายก็หายไปไหนไม่รู้ ก็สังหรณ์ใจไม่ดีรีบถามว่า “เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ”
ผู้ดูแลพยักหน้าอย่างร้อนรน “เมื่อสองวันก่อน ศพของคนหามเกี้ยวส่งตัวถูกส่งมาที่นี่ หูเอ้อร์เห็นว่าข้าเตรียมอาหารไว้สามชุด จึงเกิดความสงสัย สั่งให้คนมาค้นโรงเก็บศพ แล้วก็พบเด็กทั้งสอง”
ลู่เต้าหันหลังเตรียมจะจากไป ผู้ดูแลคิดว่าเขาเป็คนธรรมดา และดูเหมือนจะบุกเข้าไปในจวนสกุลหู ด้วยความหวังดีจึงดึงเขาไว้ แล้วพูดเกลี้ยกล่อมว่า “น้องชาย เ้าใจเย็นก่อน! เ้าเมืองและครอบครัวของเขาล้วนไม่ใช่คนดี!”
ลู่เต้าหันขวับแล้วกล่าวใจเย็นว่า “ดีเลย ข้าเองก็ไม่ใช่เหมือนกัน”
เด็กหนุ่มปล่อยมือผู้ดูแลอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็ออกวิ่งอย่างรวดเร็ว แรงลมที่พัดผ่านทำให้กงเต๊กที่อยู่บนพื้นปลิวว่อนไปทั่ว
ผู้ดูแลยืนอึ้งไปท่ามกลางสายฝนกงเต๊กที่โปรยปราย ลังเลอยู่นานก่อนจะพึมพำว่า “เขา...เป็ผู้ฝึกตนอย่างนั้นหรือ”
ระหว่างทางไปยังจวนสกุลหู ลู่เต้าที่วิ่งอย่างบ้าคลั่งก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า ทิวทัศน์รอบข้างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ลู่เต้ารู้สึกว่าร่างกายเบาดั่งขนนก ก่อนหน้านี้หลังจากยกหินก้อนใหญ่ ร่างกายที่มีน้ำหนักมากแล้วจะเกิดผลเพียงชั่วครู่ แต่ตอนนี้หลังจากเลื่อนขั้นเป็ระดับหนึ่งดาราขั้นสูงสุดแล้ว แม้แต่การวิ่งธรรมดาก็มีความเร็วเทียบเท่ากัน
เขาดีใจในใจ เพราะััได้อย่างชัดเจนว่าตนเองกำลังก้าวหน้าขึ้นทีละขั้น
ยามวิ่งเสียงลมพัดผ่านข้างหู เสียงของไป๋เสียดังแทรกเข้ามา “เ้าคิดจะทำสิ่งใด”
“ยังต้องถามอีกหรือ” ลู่เต้าตอบโดยไม่ต้องคิด “ก็ต้องไปช่วยคนสิ!”
“อืม ช่วยออกมาแล้ว จากนั้นจะทำอย่างไรเล่า”
‘จากนั้น...’ ลู่เต้าพูดไม่ออก เขาถูกไป๋เสียถามจนลิ้นพันกัน สมองที่กำลังเดือดพล่านค่อยๆ สงบลง ฝีเท้าก็ชะลอลงเรื่อยๆ
“หลังจากช่วยหญิงสาวคนนั้นออกมาแล้ว นางจะไม่อาจอยู่ในเมืองนี้ได้อีก เ้าจะพานางเดินทางไปด้วยกันหรือ”
“เื่นี้...ข้าไม่ได้คิด” ลู่เต้าเกาหัว
ไป๋เสียส่ายหน้า “ชีวิตคนเราเปรียบดั่งกระดานหมากรุก เ้าต้องมองภาพรวมดั่งการเล่นหมาก คิดหาแผนการมากกว่าคนอื่นหลายก้าว จึงจะได้เปรียบ”
“แล้วข้าควรทำเช่นไร”
ไป๋เสียแค่นเสียง แล้วแสยะยิ้มเขี้ยวลากดิน “บังเอิญว่าข้าตื่นขึ้นมาแล้ว อยากจะขยับแข้งขยับขาเสียหน่อย”
****
ณ จวนสกุลหู
เหล่าหู เ้าเมืองเซียนเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่ในห้องด้วยความกังวลใจ ส่วนหูเอ้อร์ หลานชายของเขาก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ ปล่อยให้สาวใช้ป้อนผลไม้ให้ มือก็บีบคลึงบั้นท้ายของนางไม่หยุด
สาวใช้รู้ว่านายท่านเป็คนเช่นไร จึงได้แต่ทนกล้ำกลืนฝืนทน ถึงไม่พอใจก็ไม่กล้าเอ่ยปาก
กลับเป็เหล่าหูที่ทนไม่ไหวโบกมือไล่นางออกไปด้วยความรำคาญ
สาวใช้ถือโอกาสขอตัวออกไป หูเอ้อร์ยังคงอาลัยอาวรณ์ “อย่าเพิ่งไปสิ! ให้ข้าจับอีกหน่อย”
“พอได้แล้ว!” เหล่าหูตำหนิ “เ้านี่ยังมีอารมณ์คิดเื่แบบนี้อีกหรือ ยังคิดว่าเื่น่าปวดหัวของข้าน้อยไปหรืออย่างไร”
“ท่านกังวลอะไรนักเล่า” หูเอ้อร์ดมมือสูดกลิ่นหอมสาวใช้ “ท่านไม่ได้บอกหรือว่าเซียนก็เป็คนสกุลหูของเรา ส่งไปช้าสักสองสามวันก็ไม่น่าจะลำบากญาติพี่น้องหรอก”
“เ้าไม่รู้อะไร!” เหล่าหูตัวสั่น
ในฐานะคนเดียวในเมืองที่สามารถพบปะพูดคุยกับเซียนได้โดยตรง เหล่าหูรู้อยู่แก่ใจว่าหูต้าเซียนผู้นี้เป็ใคร
หูต้าเซียนมีชื่อจริงว่าหูชุนส่วง เป็ญาติของเหล่าหู เมื่อห้าสิบปีก่อน เขาทำผิดจึงถูกขับไล่ออกจากเมือง ภายหลังได้พบเจอเื่มหัศจรรย์จึงเริ่มต้นการฝึกตน นับแต่นั้นมาในยุทธภพจึงมีผู้ฝึกตนฝ่ายอธรรมเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง
เมื่อสิบกว่าปีก่อน หูต้าเซียนถูกไป๋เสียทำร้ายจนาเ็สาหัส พลังลดลงอย่างมาก ด้วยความจำเป็ เขาจึงกลับไปยังบ้านเกิด ใครจะรู้ว่าเมืองูเาหมอกเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว คนที่ขับไล่เขาในตอนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว เ้าเมืองคนใหม่กลับเป็เหล่าหูญาติของเขาเอง
เมืองูเาหมอกมีสิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบ เหมาะแก่การบำเพ็ญตนและรักษาตัว
ข้อเสียคือทรัพยากรบนูเามีอยู่อย่างจำกัด ชาวเมืองจึงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพียงแค่ประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้น
เมื่อเห็นดังนั้น หูต้าเซียนจึงตกลงกับญาติว่าเขาจะตั้งค่ายกลดึงดูดิญญาบนูเา นำพลังิญญารอบๆ ไปยังูเาหมอก
พลังิญญาทำให้พืชพันธุ์และสัตว์ป่าบนูเามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นกและสัตว์ป่าต่างๆ มีมากมายมหาศาล ชาวเมืองขายเนื้อตากแห้งและขนสัตว์จนร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ ชื่อของเมืองก็เปลี่ยนจากเมืองูเาหมอกเป็บ้านเกิดของเซียน นั่นคือที่มาเมืองเซียน เ้าเมืองจึงต้องวุ่นอยู่กับการนับภาษีไม่เว้นแต่ละวัน
เมื่อทุกคนได้ลิ้มลองความสุข หูต้าเซียนก็ปรากฏตัวอีกครั้ง และขอให้ญาติทำตามสัญญา ส่งหญิงสาวขึ้นูเาให้เขาหนึ่งคนทุกปี เพื่อนำไปปรุงเป็โอสถหญิงพรหมจรรย์สำหรับรักษาตัว
ในตอนนั้น เหล่าหูก็แค่คิดว่าลองดูก็ไม่เสียหาย ใครจะรู้ว่าญาติผู้นี้ห่างหายไปหลายปีจะกลายเป็เซียนจริงๆ และยังเป็เซียนที่ชั่วร้ายอีกด้วย
ถึงแม้ชื่อเสียงจะไม่ดี แต่ความสามารถนั้นเป็ของจริง เพียงแค่ตั้งค่ายกลก็ทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของทุกคนดีขึ้นมาก
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘เปลี่ยนจากยากจนเป็รวยนั้นง่าย เปลี่ยนจากรวยเป็จนนั้นยาก’ แม้จะต้องส่งหญิงสาวขึ้นูเาหนึ่งคนทุกปี แต่เหล่าหูก็ไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตยากลำบากอีกแล้ว แต่เื่การส่งคนขึ้นูเานั้นบอกชาวเมืองไม่ได้ เขาจึงคิดแผนการชั่วหลอกลวงชาวบ้านว่าเป็การขึ้นูเาไปรับใช้เซียน
แน่นอนว่าคำกล่าวนี้ได้รับการยอมรับจากทุกคน ทุกคนต่างคิดว่าชีวิตที่ดีในวันนี้เป็เพราะเซียน การส่งคนขึ้นูเาไปรับใช้ท่านเซียนนั้นหาใช่เื่เสียหายไม่
ตอนแรกยังมีคนที่ยอมให้ลูกสาวขึ้นูเา แต่หลังจากขึ้นูเาไปแล้วก็ขาดการติดต่อ เมื่อเวลาผ่านไปนาน ชาวบ้านก็เริ่มสงสัย ไม่มีใครอยากให้ลูกสาวจากไปโดยไม่มีวันกลับมา จึงเกิดการจับสลากขึ้น
หญิงสาวที่ควรจะถูกส่งขึ้นูเาหนีกลับมา เหล่าหูกังวลว่าหูต้าเซียนจะโกรธ ต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็ปีศาจที่ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา ไม่ต้องพูดถึงเื่ชีวิตที่ยากลำบาก แม้แต่ชีวิตก็อาจไม่รอดด้วยซ้ำ
ขณะที่เขากำลังกังวลเกี่ยวกับสกุลอีกห้าสิบชีวิต หูเอ้อร์ก็ยืนอยู่ด้านข้างพูดจาเล่นหัวและลวนลามสาวใช้
ลมแรงพัดขึ้นกะทันหัน แสงเทียนในห้องโถงพลันริบหรี่
“กะ...เกิดอะไรขึ้น” เหล่าหูใจนทำอะไรไม่ถูก
หูเอ้อร์เลิกทำตัวเหลวไหล แล้วสังเกตทุกสิ่งอย่างในห้องอย่างระมัดระวัง
แสงไฟวาบขึ้น เซียนผู้มีคิ้วสีขาวสวมชุดคลุมสีเหลืองก็นั่งลงบนเก้าอี้ของเหล่าหู แล้วเอ่ยเสียงเย็นว่า “ไม่ได้ตกลงกันไว้หรือว่าจะส่งหญิงสาวให้ข้าปีละหนึ่งคน”
เหล่าหูมองไปตามเสียง ก็เห็นหูชุนส่วงญาติของเขากำลังจ้องเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับกำลังจะมาเอาเื่
เข่าทั้งสองล้มลงกับพื้นทันใด ตัวสั่นโยกไปมาด้วยความหวาดกลัว “ทะ...ท่านเซียน ปีนี้เราก็ส่งตามกำหนดแล้ว แต่หญิงสาวคนนั้นหนีกลับมา เราจับนางได้แล้ว กำลังจะส่งขึ้นูเาไปให้ท่านขอรับ”
หูเอ้อร์ที่เพิ่งเคยพบเซียนเป็ครั้งแรก เห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วด้วยความโกรธและรัศมีอันน่าเกรงขามก็ทำให้เขารู้ว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา เขาจึงคุกเข่าลงเช่นเดียวกับท่านลุง
“จับได้แล้วหรือ” หูต้าเซียนถาม
“ชะ...ใช่แล้ว!” เหล่าหูกลอกตา “เพื่อเป็การไถ่โทษ ข้ามอบเด็กผู้ชายให้ท่านอีกคนเป็อย่างไร”
“ไม่ต้อง” หูต้าเซียนโบกมือ
เหล่าหูคิดว่าญาติโกรธ จึงรีบพูดว่า “ทะ...ท่านเซียนอย่าได้โกรธเกรี้ยวนักเลย!”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว ครั้งนี้ข้าไม่ได้มาเพราะเื่อิสสตรี”
“เอ๋? แล้วเพราะเหตุใดเล่า” เหล่าหูและหลานชายมองหน้ากัน
หูต้าเซียนหยิบขวดน้ำเต้าออกมา แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าอยากเชิญท่านทั้งสองทานลูกกวาดเสียหน่อย”
