“อู้ๆ!”
ผู้แข็งแกร่งของต่างอาณาจักรอีกส่วนหนึ่งยังคงทยอยกันปรากฏตัว พวกเขาที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในฟองอากาศเจ็ดสีมาเผยตัวอยู่ในพระราชวังโบราณที่กว้างขวาง
คนเ่าั้ส่วนใหญ่ล้วนมาปรากฏตัวอยู่ในอีกสองพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ของเนี่ยเทียน ต่างก็มีตบะกลาง์และต้น์
เนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียดแล้วจึงเห็นว่าในพื้นที่ของกลาง์มีคนทั้งหมดหกคน พื้นที่ต้น์มีคนทั้งหมดแปดคนซึ่งรวมถังหยางและโหมวเฉินไว้ด้วย
บนหลังมือของคนเหล่านี้มีแสง์สิบกว่าจุด
เห็นได้ชัดว่าที่พวกเขาสามารถมาถึงที่นี่ได้นั้นต้องผ่านการเข่นฆ่านองเื ต่างก็เดินเหยียบย่ำผ่านซากกระดูกกันมาแล้วทั้งนั้น
นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีผู้ฝึกลมปราณคนใดของอาณาจักรหลีเทียนได้เข้ามาในพระราชวังโบราณนี้อีก
ตอนที่เขาเดินเข้ามา ประตูทั้งสี่บานของเมืองคูน้ำผุพังที่เปิดออกน่าจะปฏิเสธไม่ให้คนเข้าไปเพิ่มอีก
“อาณาจักรหลีเทียนมีแค่ข้าคนเดียว” เนี่ยเทียนแอบขมวดคิ้ว
ผ่านไปครู่หนึ่งก็ไม่มีคนมาเพิ่มอีก แม่น้ำแสงเจ็ดสีสองเส้นนั้นได้แบ่งพื้นที่ขอบเขตท้าย์ ขอบเขตกลาง์และขอบเขตต้น์ออกจากกันอย่างเป็สัดเป็ส่วน
มีพื้นที่ขอบเขตของกลาง์กั้นขวาง ถังหยางจากอาณาจักรอั้นิยังคงเหลือบมองมาถลึงตาใส่เขาเป็ระยะ
แต่ต่อให้เป็ถังหยางเองก็เหมือนจะรู้ว่า พอเข้ามาในพระราชวังโบราณแล้ว แม่น้ำแสงเจ็ดสีที่กางกั้นทั้งสองฝ่ายออกจากกันนั้นไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปได้
เขาไม่แม้แต่จะทดลองทำ ได้แต่เคียดแค้นอยู่ในใจ เสียดายที่ไม่ฆ่าเนี่ยเทียนั้แ่ก่อนที่จะเข้ามาในนี้
พื้นที่ของขอบเขตท้าย์ เนี่ยเทียนและสามคนนั้นแยกกันอยู่สี่มุม ต่างฝ่ายต่างเว้นระยะห่างกันหลายสิบเมตร
เนี่ยเทียนมองไปยังสามคนนั้นอยู่เป็พักๆ เห็นสามคนนั้นทยอยกันเข้าฌานคล้ายกำลังปรับลมหายใจ แอบเตรียมตัวเพื่อทำอะไรบางอย่าง
ดูเหมือนสามคนนั้นจะรู้ว่าในพระราชวังโบราณแห่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
มีเพียงเนี่ยเทียนคนเดียวที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง
แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มีท่าทีจะอธิบายเพื่อคลายความสงสัยให้แก่เนี่ยเทียน ต่างคนต่างนั่งเงียบๆ และดูดซับเอาปราณิญญาเข้มข้นของที่แห่งนี้
เนี่ยเทียนลังเลอยู่ชั่วครู่ก็เลือกทำเหมือนพวกเขา ไม่ได้อาศัยหินวิเศษใดๆ แต่ดูดซับปราณิญญามาโคจรคาถาหลอมลมปราณอย่างเดียว
เพียงแค่ฉุกคิด ปราณิญญาที่มีอยู่ทั่วทุกแห่งในบริเวณใกล้เคียงก็ไหลกรากเข้ามาหา
ปราณิญญาพวกนั้นบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด คล้ายไม่จำเป็ต้องผ่านการกลั่นหลอมใดๆ แค่เข้ามาในมหาสมุทริญญาของเขาก็หลอมรวมเข้ากับพลังิญญาเดิมที่มีอยู่ได้ทันที
น้ำวนพลังิญญาในมหาสมุทริญญาของเนี่ยเทียนขยายขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว คล้ายแปรสภาพกลายมาเป็พายุหมุน
น้ำวนเปลวเพลิงและน้ำวนพืชหญ้าก็ค่อยๆ โคจรไปตามการไหลทะลักของปราณิญญาพวกนั้นด้วย
เพียงแต่ว่าเนื่องจากปราณิญญาเ่าั้ค่อนข้างบริสุทธิ์ ไม่มีธาตุพิเศษใดๆ เจือปน ดังนั้นจึงไม่สามารถทำให้น้ำวนเปลวเพลิงและน้ำวนพืชหญ้าเปลี่ยนแปลงได้มากเท่าไหร่นัก
“ช่างเป็ปราณิญญาที่บริสุทธิ์ยิ่งนัก!”
เพียงแค่ฝึกฝนเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง จิตใจของเนี่ยเทียนก็โปร่งโล่งสบาย พบว่ามหาสมุทริญญาของเขามีแววว่าจะขยายขนาดอีกครั้ง
หลังจากที่เขาฝึกคาถาหลอมลมปราณแล้วเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้าย์ พื้นที่ของมหาสมุทริญญาก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่นิด
การฝึกบำเพ็ญตบะขอบเขตท้าย์่ต้นเป็เพียงแค่การกลั่นหลอมปราณิญญาในมหาสมุทริญญารอบแล้วรอบเล่า ทำให้ปราณิญญาที่เบาบางเ่าั้เปลี่ยนมาเป็เกาะตัวกันและบริสุทธิ์มากขึ้น
เดิมเขานึกว่าการฝึกบำเพ็ญตบะขอบเขตท้าย์ล้วนเป็เช่นนี้ นั่นคือแค่กลั่นหลอมปราณิญญาเท่านั้น
ทว่าเมื่อปราณิญญาบริสุทธิ์ของโลกภายนอกเข้ามาในน้ำวนพลังิญญา เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นผิดถนัด
เขาได้เหยียบย่างเข้าสู่ท้าย์่กลางแล้ว ภายใต้ขอบเขตเล็กๆ ขอบเขตใหม่นี้ เขาได้กลั่นหลอมมหาสมุทริญญามาแล้วหลายรอบ แล้วก็เริ่มแผ่ขยายมันออกไปอีกครั้ง
อีกทั้งการแผ่ขยายในครั้งนี้ยังรวดเร็วมากอีกด้วย!
“อู้ๆๆ!”
ปราณิญญาที่ล้อมวนอยู่รอบด้านััได้ถึงการชักนำของเขาจึงเข้ามารวมกันในม่านแสงเจ็ดสีที่เขาอยู่อย่างบ้าคลั่ง
เขาเหมือนฟองน้ำก้อนหนึ่งที่ดูดซับเอาปราณิญญาเ่าั้ แล้วชักนำมันเข้าไปในมหาสมุทริญญาอย่างรวดเร็ว ทำให้มหาสมุทริญญาค่อยๆ ขยายออกไป
“เอ๊ะ!”
ชายหนุ่มชุดดำที่แบกมีดยาวแปลกประหลาดเล่มหนึ่งไว้ด้านหลังคล้ายััได้ถึงความผิดปกติจึงลืมตาขึ้นกะทันหัน
เขาจ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียน สังเกตวิธีการรวมตัวกันของปราณิญญาที่แปลกประหลาดอย่างเห็นได้ชัด แล้วพลันแสยะยิ้ม “มีเพียงผู้ที่เพิ่งฝ่าทะลุขอบเขตเท่านั้นที่มหาสมุทริญญามีจุดแห้งขอดจึงสามารถดูดซับเอาปราณิญญาบริสุทธิ์ซึ่งมารวมกันอยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ เ้าหมอนี่เพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่ท้าย์่กลาง ฮ่าๆ น่าสนใจ!”
เพียงแค่เห็นวิธีฝึกของเนี่ยเทียนและความเคลื่อนไหวผิดปกติของปราณิญญา เขาก็มองออกถึงสถานการณ์ของเนี่ยเทียนในปราดเดียว
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาด้านใน เนี่ยเทียนเพิ่งจะเหยียบย่างสู่ท้าย์่กลางอย่างง่ายดายในประตูเมืองที่เปิดออกจริงๆ
ตอนที่ฝ่าทะลุขอบเขตเล็กๆ มหาสมุทริญญาจะมีความปรารถนาต่อพลังงานใหม่อย่างถึงที่สุด เมื่อเขามาอยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแห่งนี้แล้วใช้คาถาหลอมลมปราณชักนำปราณิญญาบริสุทธิ์เข้าไปในมหาสมุทริญญา จึงฝึกได้รวดเร็วกว่าอีกสามคน
ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่ามหาสมุทริญญาของคนทั้งสามนั้นมีพลังิญญาอยู่เต็มเปี่ยมแล้ว
หากจะดึงปราณิญญาเข้าไปด้านในอีกจำเป็ต้องสิ้นเปลืองพลังจิตอย่างมาก และจำเป็ต้องใช้เวลาที่นานยิ่งกว่าเพื่อเปลี่ยนแปลงมหาสมุทริญญา นั่นถึงจะทำให้มหาสมุทริญญาได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง
ทว่าหลังจากที่ฝ่าทะลุขั้น มหาสมุทริญญาของเนี่ยเทียนได้อยู่ในสภาพที่แห้งขอด้าพลังิญญาใหม่อย่างถึงที่สุดพอดี ดังนั้นความเร็วในการดูดซับปราณิญญาของเขาจึงเร็วกว่าคนทั้งสามหลายเท่า
“อู้ๆๆ!”
ปราณิญญาขาวโพลนถูกเขาดูดซับเอามาอย่างตะกละตะกราม หลังจากหลอมรวมเข้าในมหาสมุทริญญาแล้วก็ขยายขนาดของมหาสมุทริญญาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขอบเขตที่มหาสมุทริญญาปกคลุมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
แล้วก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน มหาสมุทริญญาของเขาถึงได้ขยายมากพอหนึ่งในสองส่วนของพื้นที่ดั้งเดิม
มาถึงเวลานี้ ปราณิญญาที่เข้ามาใหม่จึงเปลี่ยนมาเป็พลุ่งพล่านไร้ระเบียบ พยายามเกาะตัวเข้าหากัน ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างกลายมาเป็น้ำวนิญญาลูกใหม่อีกหนึ่งลูก
เมื่อเป็เช่นนี้ ในมหาสมุทริญญาของเขา นอกจากน้ำวนเปลวเพลิงและน้ำวนพืชหญ้าแล้วจึงมีน้ำวนพลังิญญาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งลูก
หลังจากน้ำวนพลังิญญาสองลูกก่อตัวขึ้น ความเร็วในการดูดซับปราณิญญาของเขาจึงพลันเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
ปราณิญญาที่กว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าเดิมไหลทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่งไม่ขาดสาย ขยายมหาสมุทริญญาให้ใหญ่ขึ้นต่อเนื่อง
มหาสมุทริญญาของเขายังคงแผ่ออกไปและเริ่มใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ
เนี่ยเทียนจึงรู้สึกฮึกเหิมอย่างยิ่ง ในใจเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา เขาพบว่าฝึกบำเพ็ญตบะอยู่ในพระราชวังโบราณแปลกประหลาดแห่งนี้มีพัฒนาการรวดเร็วเหมือนเดินได้พันลี้ในวันเดียว
แม้แต่ปราณิญญาที่มีอยู่ในดินแดนลึกลับที่แกนเืของเกราะัเพลิงพาเขาเข้าไป ก็ยังเทียบที่นี่ไม่ติด
สถานที่วิเศษเช่นนี้ หากเขาไม่คว้าโอกาสอันดีนี้มาใช้พัฒนาศักยภาพตัวเอง เกรงว่าเขาคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
เขาโยนเื่ของการประลอง เื่จุดแสง์ทั้งหมดที่อยู่บนหลังมือไว้เื้ั เอาแต่รวบรวมสมาธิตั้งใจฝึกฝน พยายามดูดซับปราณิญญาเข้มข้นมาให้ได้มากที่สุด หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงมหาสมุทริญญารอบแรกได้สำเร็จในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
เวลาผ่านไปช้าๆ โดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ทั้งเหมือนผ่านไปแค่ครู่เดียว และก็เหมือนผ่านไปนานหลายวัน
“ฟิ้วๆๆ!”
บางครั้งดาวระยิบระยับในทางช้างเผือกพริบพราวบนเพดานของพระราชวังโบราณก็จะปลดปล่อยแสงดาวเจิดจ้าออกมา
แสงดาวเ่าั้ทอดข้ามผ่านความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด ไหลรินลงมาจากทางช้างเผือกที่ไกลแสนไกล
ในพระราชวังโบราณ หลังจากที่แสงดาวสาดส่องลงมา รูปภาพงดงามทั้งหมดที่สลักบนกำแพงก็จะเปลี่ยนมาเป็ระยิบระยับเด่นชัด ทำให้ทุกคนล้วนมองเห็นได้อย่างชัดเจน
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนพลันตื่นขึ้นมาจากการฝึกฝน เขาเหม่อมองแสงดาวที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่าเพียงแค่ครู่เดียวเขาก็พบว่าแสง์สิบห้าจุดบนหลังมือเปลี่ยนมาเป็ร้อนลวกอย่างถึงที่สุด
ตอนนี้มหาสมุทริญญาของเขาขยายออกไปเกือบหนึ่งเท่าตัวแล้ว พลังิญญาที่ท้าย์่กลางสามารถสะสมได้ ในระยะเวลาที่สั้นเพียงแค่นี้กลับสะสมมาได้เกือบถึง่ท้ายสุดแล้ว
เขารู้สึกว่าหากเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่อยู่โลกภายนอก ต่อให้เขายืมใช้หินวิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยังจำเป็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีครึ่งจึงจะสามารถรวบรวมพลังงานได้มากขนาดนี้ เพื่อเอามาใช้เปลี่ยนแปลงมหาสมุทริญญาใหม่ทั้งหมด
“ฟิ้ว!”
แสงดาวกลุ่มหนึ่งสาดลงมาบนผนังพระราชวังโบราณ รูปภาพสวยงามของจุดนั้นเปลี่ยนมาเป็เด่นชัดถึงขีดสุด
เนี่ยเทียนหันไปมองตามแสงก็พบว่าพลังจิตของเขาไหลหายไปอย่างรวดเร็ว และเขาก็แอบรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงที่ลึกลับบางอย่างระหว่างตัวเองกับภาพสวยงามตรงจุดนั้น
พลังจิตของเขาคล้ายเปลี่ยนมาเป็มือที่มองไม่เห็นซึ่งกดลงไปบนรูปภาพ
เวลานี้ในแสง์สิบห้าจุดบนหลังมือพลันมีแรงดึงดูดระลอกหนึ่งบังเกิดขึ้น
นาทีถัดมาเขาก็มองเห็นว่ารูปภาพสวยงามที่เขามองเห็นค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป เริ่มหลุดออกมาจากผนัง และบินมาหาเขาทีละนิด
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น อีกสามคนที่อยู่ข้างๆ ต่างก็หรี่ตา ต่างคนต่างหาเป้าหมายของตัวเอง
รูปภาพสวยงามบนผนังสามชิ้นที่ถูกแสงดาวสาดส่องจนเปลี่ยนมาเป็เจิดจ้าต่างก็ทยอยกันหลุดออกมาจากผนังหนาหนัก พุ่งเข้ามาหาคนทั้งสาม
อีกสองขอบเขตที่เหลือ ผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์และต้น์ก็ใช้วิธีการบางอย่างร่ายเวทดึงดูดเอาภาพงดงามบนผนังมาเช่นกัน
ภาพสวยงามที่เนี่ยเทียนมองเห็นถูกพลังจิตของเขาชักนำ ถูกแสง์ดึงดูด สุดท้ายก็มาตกอยู่ในแสง์บนหลังมือเขา
วินาทีที่ภาพสวยงามนั้นผสานรวมกับแสง์ พลังจิตของเนี่ยเทียนก็แทรกลึกเข้าไปในจุดแสงด้วย อักขระโบราณลึกลับเป็สายพลันไหลพรวดเข้ามาในสมองของเขา
“พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว สืบทอด คาถาสะเก็ดดาว บทต้น”
