ลู่เต้าพยายามระงับความเ็ปอย่างยากลำบาก เมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกรงเล็บพิษด้วยตาตนเองก็รู้สึกประหลาดใจยิ่ง
ปราณสีดำที่ปลายนิ้วนั้นรุนแรงกว่าที่เคย หลังจากความเ็ปผ่านพ้นไป เขารู้สึกโล่งสบาย นิ้วแต่ละนิ้วรู้สึกแข็งแกร่งทรงพลัง
หลังกรงเล็บพิษดูดซับพิษจนเลื่อนขั้นเป็ขั้นที่สอง ไป๋เสียก็กล่าวว่า “เมื่อกรงเล็บพิษบรรลุขั้นสูงสุด มือทั้งมือจะกลายเป็กรงเล็บสีดำ ตอนนี้เ้ายังห่างไกลจากความสำเร็จอีกมาก”
“ท่านบอกว่าข้าดูดซับพิษ” ลู่เต้าถาม “เช่นนั้นตอนนี้ข้าสามารถทำให้คนอื่นโดนพิษสูญเสียพลังฝึกตนเหมือนเจ็ดก้าวมรณาได้หรือไม่”
“แน่นอน ข้อนิ้วที่สองของเ้ากลายเป็สีดำ นั่นก็เป็ข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดแล้ว”
ลู่เต้าครุ่นคิด หากทำให้พลังฝึกตนของฝ่ายตรงข้ามลดลงได้ ไม่เพียงแต่จะรุกได้ถอยได้แล้ว ยังใช้ยาแก้พิษต่อรองได้อีกด้วย
ตอนนี้จุดอ่อนของเจ็ดก้าวมรณาที่ใช้ไม่ได้ผลกับคนที่ฝึกตนขั้นสูงปรากฏอย่างชัดเจน แต่นั่นก็ไม่แปลกอะไร เพราะมันเป็เพียงวิชาพื้นฐานของศิษย์สำนักพิษ สามารถใช้ป้องกันตัวและปราบศัตรูได้ใน่เริ่มต้นฝึกตนเท่านั้น
หลังจากที่ลู่เต้าเรียนรู้เคล็ดวิชาใหม่ เขาก็อยากจะลองวิชาทันที แต่ตอนนี้มีอู่ไฮ่อยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้ถึงเจตนาของลู่เต้า “ไม่เอาน่า ข้าเพิ่งจะแก้พิษได้เอง”
ทันใดนั้นไอสังหารพลันพวยพุ่งออกมาจากป่าไผ่
ไป๋เสียและอู่ไฮ่ต่างก็รู้สึกได้ในทันทีว่ามีคนกำลังปองร้าย ลู่เต้ายังคงมองหาทิศทางที่ไอสังหารพวยพุ่งออกมา
แสงสีเขียวอมฟ้าสว่างวาบขึ้นในความมืด พุ่งตรงมายังที่ที่ทั้งสองคนอยู่
“อันตราย!” อู่ไฮ่พุ่งตัวเข้าไปผลักลู่เต้า แสงนั้นพุ่งผ่านหน้าทั้งสองคนไป ตัดกิ่งไผ่ทั้งหมดที่ขวางหน้าขาดสะบั้น
ป่าไผ่ส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ ต้นไผ่ล้มระเนระนาด ต้นที่ขาดมีรอยไหม้เกรียม และยังมีเปลวไฟสีเขียวอมฟ้าหลงเหลืออยู่
แสงสีเขียวสะท้อนกลับไปเหมือนอสรพิษ ในที่สุดลู่เต้าก็ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของแสงนั้น
เป็คนสวมชุดคลุมสีดำ ผ้าคลุมปิดบังใบหน้า มือถือแส้อัคคีบัวมรกต กวัดแกว่งไปมาบนพื้น ทุกที่ที่แส้อัคคีพาดผ่านไปล้วนแหลกสลาย
หากลู่เต้าใช้ร่างกายต้านทาน ต่อให้ไม่ถูกฟาดจนขาดสองท่อน ก็คงจะถูกแส้เผาจนเป็เถ้าธุลี
“พวกยุ่งยากโผล่มาแล้ว” อู่ไฮ่กุมาแเอ่ย “เ้าบ้านี่แหละที่ทำให้ข้าต้องลำบาก”
หลังจากไป๋เสียเห็นชายชุดดำก็กล่าวว่า “การแต่งกายแบบนี้...”
อู่ไฮ่เพิ่งจะแก้พิษ ร่างกายที่ยังอ่อนแอกล่าวว่า “เป้าหมายของเขาคือข้า พวกเ้ารีบหนีไป!”
ชายชุดดำสะบัดแส้อัคคีบัวมรกตฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
ลู่เต้ารีบแบกอู่ไฮ่ไว้บนหลัง ฝีเท้าก้าวย่างหนีอย่างรวดเร็ว วิ่งเข้าไปในป่าไผ่อย่างไม่คิดชีวิต
เปลวเพลิงพุ่งลงพื้น เสียงดังสนั่นพร้อมกับแรงปะทะมหาศาล ทิ้งร่องรอยแส้ที่ลึกลงไปบนพื้น หญ้ารอบๆ ติดไฟลุกไหม้เป็จุดๆ
“เ้าทำแบบนี้ทำไม” อู่ไฮ่ร้อนใจ “ตายคนเดียวดีกว่าตายไปด้วยกัน!”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!” ลู่เต้าหันกลับมามองพลางกล่าว “พอรู้ตัวอีกทีก็แบกท่านไว้บนหลังแล้ว!”
‘ยามทุกข์ยากจึงจะเห็นใจแท้’ อู่ไฮ่รู้สึกซาบซึ้งใจกับการช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ เขาคิดในใจว่า ‘เ้าเด็กน้อยนี่มีพร์ไม่เลว นึกไม่ถึงว่าเ้ายมทูตจะสิงร่างเขาได้’
เดิมทีชายชุดดำคิดว่าอู่ไฮ่โดนพิษจนล้มลงไปแล้ว ใครจะรู้ว่าระหว่างทางจะมีลู่เต้าโผล่ออกมาช่วยเขาไว้ได้จึงโกรธจัด
ลู่เต้าแบกนักพรตวิ่งไปมาในป่าไผ่เพื่อสลัดอีกฝ่าย แต่ชายชุดดำก็ยังคงไล่ตามไม่เลิกรา และคอยใช้แส้อัคคีบัวมรกตโจมตีจากด้านหลังไม่หยุด
ทุกครั้งที่เปลวเพลิงฟาดฟันลงมา ต้นไผ่ก็ล้มเกลื่อนกลาด แต่ลู่เต้ากลับไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
ป่าไผ่เริ่มเบาบางลง ภายใต้แสงจันทร์ กำแพงหินสีขาวขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทั้งสองคน
ลู่เต้าเงยหน้าขึ้นมอง เห็นูเาทรายที่แห้งแล้งไร้พืชพันธุ์ตั้งตระหง่าน บนูเามีโพรงอยู่เป็ระยะ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็ฝีมืุ์
ไป๋เสียลอยออกมานอกร่างเพื่อตรวจสอบแล้วกล่าวว่า “เป็เหมือง ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว”
ลู่เต้ามองไปตามกำแพงหิน ก็พบปากถ้ำสำหรับขุดแร่อยู่ไม่ไกลนัก
เมื่อเห็นว่าชายชุดดำกำลังจะไล่ตามมาทัน ในยามคับขันไม่มีทางหนีเช่นนี้ เขาจึงทำได้เพียงหนีเข้าไปในถ้ำ
ภายในถ้ำกว้างขวางเดินเรียงหน้ากระดานได้สามคน เพดานถ้ำก็สูงประมาณสองหมี่
ภายในถ้ำมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อยจากทางเข้า เดินลึกเข้าไปก็มืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด
ลู่เต้าหยิบยันต์สีแดงออกมาจากอก แล้วเป่าลมเบาๆ ยันต์ก็ติดไฟทันที แสงสว่างพลันส่องไปรอบๆ
เสียงฝีเท้าของชายชุดดำดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลู่เต้าแบกอู่ไฮ่เดินลึกเข้าไปในถ้ำภายใต้แสงไฟจากยันต์อย่างรวดเร็ว
อีกฝ่ายคงกลัวว่าหากพุ่งเข้าไปโดยไม่ทันระวังตัว อาจโดนทั้งสองคนซุ่มโจมตีได้ จึงหยุดอยู่ที่ปากถ้ำ มองดูแสงไฟเล็กๆ เลี้ยวหายไป
ทางเดินในถ้ำยิ่งเดินก็ยิ่งแคบลง และมีทางแยกมากมาย เดินเข้าไปแล้วก็พบว่าข้างหน้าพังทลายลง จึงต้องย้อนกลับไปตามทางเดิม
ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นต่างก็หวาดผวาอยู่ตลอดเวลา เกรงว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าของชายชุดดำเข้า
ลู่เต้าเดินอยู่ในความมืดไม่รู้ว่านานเท่าใด เปลี่ยนยันต์ไฟไปแล้วสี่แผ่น ทันใดนั้นเปลวไฟบนยันต์ไฟก็สั่นวูบไปมา แสงไฟริบหรี่ สว่างบ้างมืดบ้าง ก่อนจะลุกไหม้แรงขึ้นเรื่อยๆ
ลู่เต้ารู้สึกถึงสายลมอ่อนๆ พัดผ่านหน้ามา เขาจึงรีบก้าวเท้าไปยังช่องลม
ที่ปลายทางเดินเริ่มมีแสงสว่างรำไร เขาวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ จากทางเดินแคบๆ มาถึงพื้นที่กว้างใหญ่
ตรงกลางพื้นที่นั้นมีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ห้อยลงมาอยู่เนืองๆ มีหยดน้ำไหลลงมาตามปลายหินลงไปในบ่อน้ำเล็กๆ ด้านล่าง บนพื้นเต็มไปด้วยตะไคร่เขียว
“ทางออกอยู่ตรงนี้!” ไป๋เสียชี้ไปยังทางเดินฝั่งตรงข้าม “ลมพัดมาจากทางออกนี้”
ลู่เต้าเดินผ่านบ่อน้ำไปปากถ้ำ มองออกไปก็เห็นแสงจันทร์ส่องสว่างอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยหมี่ มองเห็นพืชพรรณนอกถ้ำก็ได้อย่างชัดเจน
เสียงดังโครมครามดังมาจากด้านหลัง ลู่เต้าหันกลับไปมอง ทางเดินที่เพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่พังทลายลง ทางที่ผ่านมาก็ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
หากเขาไม่เดินไปอีกสองสามก้าว ตอนนี้คงถูกก้อนหินขนาดใหญ่ทับตายอยู่ในนั้นแล้ว
ลู่เต้าแบกอู่ไฮ่เดินหน้าต่อไปยังทางออก จังหวะที่ใกล้จะถึงปลายทาง ทั้งสองต่างก็คิดว่ารอดพ้นจากความตายมาได้แล้ว
ทว่าเงาดำกลับปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้าทางออก เห็นเพียงอีกฝ่ายถือแส้อัคคีบัวมรกต สวมชุดคลุมสีดำและปิดบังใบหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ชายชุดดำที่ไล่กวดมาตลอดทาง
อีกฝ่ายคงเฝ้าอยู่ตามปากถ้ำต่างๆ บนูเา เมื่อได้ยินเสียงถล่มดังมาจากถ้ำแห่งหนึ่ง จึงคาดเดาว่าเกิดจากการเคลื่อนไหวของลู่เต้า
เดิมทีแค่ลองเสี่ยงดวงดู ใครจะรู้ว่าจะตกรางวัลใหญ่เช่นนี้
ลู่เต้าถอยกลับเข้าไปในถ้ำ ชายชุดดำกวัดแกว่งเปลวเพลิงพลางหัวเราะเสียงเย็นเยียบ “เป็อะไรไป ไม่ใช่ว่ากำลังจะออกไปหรือ”
“ข้าคิดว่าสลัดเขาได้แล้วเสียอีก” ลู่เต้ากัดฟันกล่าว
ชายชุดดำเกรงว่าลู่เต้าจะหนีกลับเข้าไปในถ้ำอีก จึงสะบัดเปลวเพลิงออกไปอย่างรวดเร็ว เปลวไฟส่องสว่างสีเขียวอมฟ้าภายในถ้ำ พวยพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแปลบปลาบ
อู่ไฮ่มือไวตาไว เขายื่นมือไปจับผนังถ้ำข้างๆ แล้วดึงก้อนหินก้อนหนึ่งมาหนีบไว้ระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วโป้ง ก่อนจะดีดออกไปปะทะเปลวเพลิง
เปลวเพลิงปะทะกับก้อนหินกลางอากาศจนแตกละเอียดโดยไม่ต้องสงสัย แต่แรงส่งจากก้อนหินทำให้ทิศทางเปลวเพลิงเปลี่ยนไป มันพลาดเป้าไปฟาดเข้าใส่ผนังถ้ำแทน
โครงสร้างของถ้ำนั้นเปราะบางอยู่แล้ว เพียงแค่มีแรงกระแทกเล็กน้อยก็ส่งเสียงดังโครมคราม
ผืนปฐีสั่นะเื ฝุ่นละอองร่วงลงมาจากเพดานถ้ำไม่หยุด ชายชุดดำกล่าวเสียงเ็า “เ้าบ้าไปแล้ว”
อู่ไฮ่ยิ้มอย่างใจเย็น “เ้าอย่าหวังจะได้มรดกไปเลย!”
โครม! ก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาปิดทางเดิน ชายชุดดำถูกปิดกั้นอยู่นอกถ้ำโดยสมบูรณ์
