หลันจินเยว่ชะเง้อมองประตูที่ถูกปิดไปเพียงบานเดียวราวกับจะเห็นแผ่นหลังของคนผู้นั้นอีก
"เ้าค่ะ คนที่เพิ่งออกไปคือตงเปียนอ๋องถังเฟยหลง องค์ชายสี่ขององค์ฮ่องเต้ถังเฟยเทียนคนที่ช่วยคุณหนูไว้สองครั้งสองครา"
"สองครั้ง?"
หลันจินเยว่ขมวดคิ้วพลางนึกคิดตามที่เสี่ยวโหรวบอก นางจำได้เพียงแค่ครั้งในคุกใต้ดินนั้น แล้วอีกครั้งคือครั้งไหนกัน
"อ๊ะ!ข้ากลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเปลี่ยนสถานที่พำนักแล้ว
"คุณหนูจำไม่ได้หรือเ้าคะ ท่านเกือบตามท่านเสนาเฟิงไปแล้วนะเ้าคะ"
หมายถึงตามบิดาของเฟิงเยว่ซินไปน่ะหรือ
แต่เดี๋ยวนะ!
พ่อของเฟิงเยว่ซินตายไปแล้วนี่ เหตุใดสาวน้อยคนนี้ถึงบอกว่านางเกือบตามคนตายไป หรือว่า...
"เ้าช่วยพูดให้ข้าเข้าใจที"
เพิ่งตื่นขึ้นมาสมองเหมือนปรับจูนไม่ทันจนต้องถามสาวใช้ออกไป
"ก่อนหน้านี้คุณหนูเผลอทานขนมหนวดัไปใช่ไหมเ้าคะ"
หลันจินเยว่นึกย้อนไปถึงเื่ก่อนหน้าที่ทำ ที่แท้เ้าขนมสีขาวเหมือนดักแด้นั่นเรียกขนมหนวดันี่เอง
"อืม อร่อยดี"
ว่าแล้วก็เพิ่งรู้สึกแสบคอ คอแหบแห้งจนต้องฝืนกลืนน้ำลายลงไป
"คุณหนู!"
เสี่ยวโหรวมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเซียวเพราะเหมือนเพิ่งผ่านจากความตายมาด้วยความใขั้นสุด
เหตุใดคุณหนูนางถึงได้กล่าวชมขนมที่มีส่วนผสมของสิ่งที่ตนเองแพ้ได้หน้าระรื่นเพียงนั้นกัน
"เ้าเสียงดังทำไม แล้วดูจ้องเข้า เหมือนข้าทำอะไรผิด"
คนที่มาอยู่ในร่างคนอื่นยังไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำลงไปคือสิ่งผิดพลาดที่ร้ายแรงมากสำหรับร่างกายที่สิงสู่อยู่
"คุณหนูลืมไปแล้วหรือเ้าคะว่าตนเองทานน้ำผึ้งไม่ได้"
เสี่ยวโหรวเผลอใช้น้ำเสียงสูงดุคุณหนูนางที่ลืมเื่สำคัญเช่นนี้ไป
"เฟิงเยว่ซินแพ้น้ำผึ้ง!?"
หลันจินเยว่พึมพำเบา ๆ พร้อมยกมือตบหน้าแตะปากตัวเองเบา ๆ
ที่แท้ไอ้อาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกเหมือนจมอยู่ใต้น้ำลึก คืออาการของคนแพ้อาหารนี่เอง
ใครจะรู้ว่านั่นคืออาการแพ้อาหาร เกิดมานางไม่เคยแพ้สิ่งใดมาก่อนนอกจากผู้ชายหล่อ
"คุณหนู... ท่านลืมจริง ๆ ด้วย..."
เสี่ยวโหรวสะอื้นไห้ปรี่เข้าไปกอดคุณหนูนางที่โชคดีแคล้วคลาดมาได้
"โอ๋ ๆ เ้าเลิกร้องได้แล้ว ตอนนั้นข้าคงหิวเกินไปเลยลืม ดูว่ามันคือขนมหนวดั หลังจากนี้ข้าจะจำให้ขึ้นใจเลย"
เกือบไปแล้วจินเยว่ เกือบตายรอบสองแล้วไหม ครั้งหน้าคงต้องหาวิธีตะล่อมถามเื่ส่วนตัวเ้าของกายนี้จากสาวใช้ให้มาก ๆ จะได้รับมือรักษาชีวิตในชาตินี้ให้ได้นาน ๆ
"เออ!เมื่อกี้ท่านอ๋องมาทำอะไรที่นี่"
เกือบลืมเื่สำคัญที่ถามค้างไว้ไปเลย
"เื่ที่เพิ่งผ่านไปท่านก็จำไม่ได้หรือเ้าคะ?"
หลันจินเยว่ส่ายหัวไปมา ก็นางเพิ่งตื่น จะให้ไปจำอะไรตอนหลับได้เล่า
"ก่อนหน้านี้คุณหนูกับท่านอ๋องกำลัง..."
เสี่ยวโหรวยกมือปิดปากพร้อมเอี้ยวใบหน้าหลบสายตาคุณหนูนางที่มองอย่างอยากรู้อจากเห็น
"ข้ากับท่านอ๋องทำไม"
หลันจินเยว่เก็บความอยากรู้ไว้ในอกจนแทบจะะเิออกมาอยู่แล้ว สาวใช้คนนี้จะทำท่าทางเขินอายอะไรนักหนา
"ท่านกับท่านอ๋อง..."
จะให้สาวใช้อย่างนางเอ่ยเื่ที่บังเอิญเข้ามาเห็นได้อย่างไร แค่คิดเสี่ยวโหรวก็รู้สึกผิดมากแล้วที่บุ่มบ่ามเข้ามา
"เสี่ยวโหรว!ถ้าเ้ายังไม่บอกอีกข้าจะลงโทษเ้า!"
"ล...ลงโทษหรือเ้าคะ"
คนที่เพิ่งได้ยินคำว่า 'ลงโทษ' ครั้งแรกจากปากคุณหนูนางเริ่มมีก้อนสะอื้น
"เฮ้ย!เ้าอย่าเพิ่งร้องสิ นี่เราดุเกินไปเหรอ โอ๊ย!ทำไงดีจินเยว่เอ๊ย!"
หลันจินเยว่พึมพำกับตัวเองท้ายประโยค นางคงไม่ได้พูดแทงใจดำอะไรสาวน้อยคนนี้ไปใช่ไหม
"เสี่ยวโหรวผิดเองที่บุ่มบ่ามเข้ามาเจอเื่นั้น สมควรแล้วที่คุณหนูจะสั่งลงโทษบ่าวเป็ครั้งแรก"
พูดไปก็สะอื้นไห้ไป
"ครั้งแรก?นี่คุณหนูเ้า... ไม่ใช่ ๆ หมายถึงข้าในอดีตไม่เคยลงโทษเ้าเลย"
หลันจินเยว่เป็คนฉลาดจึงพอจับต้นชนปลายถูก
"..." เสี่ยวโหรวพยักหน้าตอบอย่างรู้สึกน้อยใจระคนใที่เฟิงเยว่ซินในสายตานางนิสัยเปลี่ยนแปลงไป
"โอ๋ ๆ เ้าไม่ต้องร้อง ไม่ต้องร้องแล้ว ต่อไปข้าจะไม่สั่งลงโทษเ้า ดีไหม?"
หลันจินเยว่เอื้อมไปโอบกอดสาวใช้ที่นั่งสะอื้นตัวโยก นางพยายามปลอบคนที่กำลังเสียใจเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำที่ดูแล้วคงอ่อนไหวต่อเสี่ยวโหรวมาก
"เอางี้ ถ้าเ้าหยุดร้อง ข้าจะไม่ถามแล้วว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น"
แม้ลึก ๆ จะอยากรู้ แต่คงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกมั้ง เพราะนางเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าร่างกายมีอะไรเปลี่ยนแปลง
"เสี่ยวโหรวบอกก็ได้เ้าค่ะ"
เอ้า!อะไรของสาวน้อยคนนี้
ตอนอยากรู้ทำอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พอไม่อยากรู้แล้วกลับจะบอกออกมาง่าย ๆ
"งั้นลองบอกมาสิ เมื่อกี้ท่านอ๋องนั่นมาทำอะไร"
เสี่ยวโหรวหายใจเข้าปอดลึก ๆ อยู่หลายครั้งก่อนจะกระซิบบอกคุณหนูนางถึงสิ่งที่บังเอิญเข้ามาพบเจอ
