ภายในห้องทำงานของดยุกเรกูลัส บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบจะหายใจไม่ออก ดยุกเรกูลัสนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊กขนาดใหญ่ เงาของเขาพาดทับข้ารับใช้ระดับสูงสองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทางที่สงบ
"เฮนริค อาเรีย... นับั้แ่วินาทีนี้ไป พวกเ้าพ้นสภาพจากการเป็คนของอาเชนวาลด์ จงเก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่ก่อนอาทิตย์ตกดิน!"
คำตัดสินนั้นเหมือนสายฟ้าฟาด เฮนริคน้อมรับด้วยใบหน้าที่ยอมจำนนต่อความผิด ส่วนอาเรียหน้าซีดเผือด มือที่เหี่ยวย่นสั่นระริก เธอไม่คิดว่าดยุกจะกล้าตัดขาดแม่นมและหัวหน้าแม่บ้านอย่างเธอเพียงเพราะเด็กไร้ค่าคนเดียว
"เ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่!"
"ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นครับท่านดยุก" พ่อบ้านใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ทว่ามั่นคง
"กระผมรู้ดีว่าตัวเองละเลยหน้าที่ และปล่อยให้ความอคติบังตาจนมองข้ามความปลอดภัยของคุณหนูเอเลน่าไป คำสั่งลงโทษใดๆ จากท่านดยุก กระผมยินดีรับไว้ด้วยความเต็มใจครับ"
เฮนริคหลับตาลง ภาพของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เคยแอบหลบมุมร้องไห้ลำพังวนเวียนอยู่ในหัว เขาคือคนที่ควรจะปกป้องทุกคนในบ้าน แต่เขากลับเลือกที่จะมองไม่เห็น ความรู้สึกผิดนี้หนักอึ้งยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"ท่านปู่! ไม่นะครับ! อย่าไล่แม่นมออก!”
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เลออนฮาร์ท และ เอริอุส วิ่งโผเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา ทั้งคู่ตรงเข้าไปเกาะขาดยุกและร้องไห้โฮ โดยเฉพาะเอริอุสที่สะอื้นจนตัวโยน เพราะอาเรียคือคนที่เลี้ยงเขามามากกว่าแม่แท้ๆ เสียอีก
“ถ้าไม่มีแม่นม... ใครจะกล่อมพวกเรานอน ใครจะคอยดูแล... ท่านปู่ใจร้าย!” เอเรอุสะโทั้งน้ำตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้นที่พุ่งเป้าไปที่เอเลน่า
ขณะเดียวกัน วาเลเรีย และ คาเอล ก็วิ่งตามเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก คาเอลและวาเลเรียหน้าเสียพยายามจะเอ่ยปาก
“ท่านพ่อคะ... โปรดเมตตาด้วย เด็กๆติดอาเรียมากนะคะ การไล่เธอออกกะทันหันแบบนี้มันจะกระทบจิตใจของพวกเด็กๆ...” วาเลเรียพยายามใช้ลูกเป็ข้ออ้าง แต่คาเอลกลับนิ่งเงียบ แววตาของเขาดูซับซ้อนขณะมองไปที่ดยุก เขาพยายามจะห้ามลูกๆ ไม่ให้ทำตัวเสียมารยาทแต่ก็ดูเหมือนจะช้าไป
เรกูลัสมองภาพหลานชายทั้งสองที่กอดขาเขาไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เอริอุสตัวน้อยร้องไห้ฟูมฟายจนตัวโยนน่าสงสาร ส่วนเลออนฮาร์ทแม้มือจะสั่นเทาแต่ก็พยายามเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นสะอื้นไว้ แววตาที่จ้องมองมานั้นสับสนระหว่างความเสียใจและความไม่เข้าใจ
ดยุกถอนหายใจเฮือกใหญ่ บรรยากาศรอบตัวอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเด็ดขาด
"วาเลเรีย... พาเด็กๆ ออกไปก่อน" ดยุกสั่งเสียงเบาลง
อาเรียที่ยืนนิ่งมาตลอด เมื่อเห็นสภาพของคุณชายทั้งสองที่เธอเลี้ยงดูมา น้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะลงบนพื้นพรม เธอคุกเข่าลงข้างๆเด็กชายทั้งสองแล้วลูบแผ่นหลังสั่นเทานั้นเบาๆ
"คุณชายทั้งสอง... เชื่อแม่นมนะคะ กลับไปรอที่ห้องก่อนเถอะค่ะ ดิฉันขอร้อง"
เมื่อเห็นแม่นมยืนยันเช่นนั้น วาเลเรียจึงรีบเข้ามาประคองลูกๆ ออกไป ดยุกนิ่งสนิทไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเย็นเยือก
"รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงไม่สั่งลงโทษและขับไล่พวกเ้าพร้อมกับคนรับใช้คนอื่นๆ?"
เฮนริคและอาเรียนิ่งฟัง ดยุกเรกูลัสลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปที่หน้าต่างมองดูทิวทัศน์ด้านนอก
"ก็เพราะข้ายังอยากไว้หน้าพวกเ้าเป็ครั้งสุดท้าย" ดยุกเอ่ยโดยไม่หันกลับมามอง
"พวกเ้าทำงานรับใช้ข้ามาครึ่งค่อนชีวิต เฮนริค... เ้าเป็มือขวาที่ข้าไว้ใจที่สุด อาเรีย... เ้าเป็แม่นมที่ข้าฝากฝังหลานชายไว้ ข้าไม่อยากให้พวกข้ารับใช้ระดับล่างเห็นหัวหน้าของพวกเขาถูกกระชากคอเสื้อโยนออกไปเหมือนขยะริมทาง"
เขาม้วนแขนเสื้อขึ้นช้าๆ "ข้าให้เกียรติพวกเ้าในฐานะสหายเก่าแก่ที่เคยร่วมทุกข์สุข จึงเรียกมาจัดการเงียบๆในห้องนี้ เพื่อให้พวกเ้าได้เดินออกไปจากคฤหาสน์ด้วยเท้าของตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ถูกลากออกไปให้คนอื่นรุมประณาม"
อาเรียสะอื้นออกมาเบาๆ เมื่อตระหนักได้ว่าความเมตตาครั้งสุดท้ายของดยุกคือการปกป้องเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเธอ
"แต่ความผิดก็คือความผิด... เอเลน่าตกน้ำเกือบตายเพราะความละเลยของพวกเ้า" ดยุกหันกลับมาจ้องเขม็ง
"เื่นี้ต้องให้ข้ารู้เองใช่ไหม โดยไร้การรายงานจาก ข้ารับใช้ระดับสูงอย่างพวกเ้าทั้งสอง!"
เฮนริคค้อมตัวต่ำสุด "กระผมต้องขอโทษเป็อย่างสูงครับท่านดยุก และขอบพระคุณท่านดยุก... ที่เมตตาไว้เกียรติกระผมเป็ครั้งสุดท้าย"
หลังจากที่เฮนริคและอาเรียค้อมตัวลงต่ำเป็ครั้งสุดท้ายและเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ประตูไม้หนาหนักปิดลง
ดยุกเรกูลัสนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม เขารู้สึกว่ามันช่างหนักอึ้งและหนาวเหน็บกว่าทุกวัน มือที่เคยถือดาบออกรบจนเป็ที่ยำเกรงบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อย
เขาทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ความทรงจำไหลย้อนกลับไปสู่อดีต...
เขายังจำวันที่พ่อบ้านคนเก่าแนะนำเด็กหนุ่มหน้าซื่อให้เขารู้จักได้ดี ในตอนนั้นเฮนริคเป็เพียงเด็กฝึกงานที่ท่าทางลนลานแต่แววตามุ่งมั่น เรกูลัสในวัยเยาว์และเฮนริคเคยเติบโตมาด้วยกัน แลกเปลี่ยนความลับ ร่ำสุรา และผ่านสมรภูมิการเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน เฮนริคไม่ใช่แค่คนรับใช้ แต่คือ มือขวาที่รู้ใจเขามากที่สุดในโลก
ต่อมาคืออาเรีย เธอเข้ามาในวันที่ตระกูลกำลัง้าหัวหน้าแม่บ้านคนใหม่ที่ไว้ใจได้ แม้เธอจะเข้ามาทีหลัง แต่ความทุ่มเทในการดูแลเื่หลายอย่างในคฤหาสน์ ทำให้เรกูลัสมอบความไว้วางใจให้เธอจนหมดสิ้น
สำหรับเรกูลัส 'หน้าที่' และ 'เกียรติยศของอาเชนวาลด์' ต้องมาก่อนความรู้สึกส่วนตัว
ไม่ว่าเอเลน่าจะเป็สายเืที่แท้จริงหรือไม่ หรือเธอจะมีที่มาอย่างไร ตราบใดที่เธอมีนามสกุล 'อาเชนวาลด์' ต่อท้าย เธอก็คือคนของตระกูลที่ข้ารับใช้ทุกคนต้องเคารพโดยไร้ข้อกังขา ใครก็ตามที่กล้าละเลยหรือดูิ่ ต่อให้เป็เพื่อนรักที่อยู่กันมาทั้งชีวิต เขาก็จำเป็ต้องเขี่ยทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปาดครา
บน้ำตาที่หางตาออกอย่างรวดเร็ว แววตากลับมาแข็งกร้าวและเ็าดุจเดิม
