หลังจากที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างยาวนานเฉียงเวยก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมานั่งบนเตียง เธอหาวหวอดใหญ่ออกมาก่อนจะมองหาหยางเฉินที่เดินไปนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง เฉียงเวยกะพริบตาด้วยความสงสัย ก่อนจะถามเขาขึ้น
“คุณสามี ไม่กลับบ้านเหรอคะ?”
หยางเฉินไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะกลับบ้านล่ะครับ”
“คุณจะไม่กลับบ้านเหรอคะ?” เฉียงเวยสะดุ้งเล็กน้อย“แต่... ตอนกลางวันคุณก็ไม่ได้กลับไปนี่คะ...”
“จะกลับหรือไม่กลับก็ไม่แตกต่างกัน แค่ครึ่งปีภรรยาของผมก็คงยังเ็าเหมือนเดิม ไม่ช้าก็เร็วเราก็คงจะกลายเป็คนแปลกหน้าของอีกฝ่ายอยู่ดี” หยางเฉินกล่าวขึ้นอย่างโหดร้ายเขาเปิดโทรศัพท์โทรกลับไปบอกป้าหวังว่าจะไม่กลับบ้าน โดยที่ไม่ได้ให้เหตุผลกับอีกฝ่ายไว้แม้แต่คำเดียว
สีหน้าของเฉียงเวยดูซับซ้อนขึ้นเธอถอนหายใจออกมา
“ความจริงแล้ว ฉันก็อยากให้คุณเลิกกับภรรยาของคุณจริงๆ นั่นแหละค่ะแต่ที่คุณกำลังทำอยู่นี่ ฉันเองก็ไม่คิดว่ามันเป็เื่ดีนักหรอกนะคะ”
หยางเฉินเอื้อมมือไปหยิกแก้มของเฉียงเวยครั้งหนึ่ง
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ บางทีเื่นี้มันอาจผิดพลาดมาั้แ่จุดเริ่มต้นแล้วก็ได้”
เฉียงเวยดูเศร้าใจเธอไม่พูดอะไรออกมา ไม่รู้ว่าเธอเศร้าเพราะสงสารหยางเฉินหรือหลินรั่วซีกันแน่
“วันนี้คุณได้พบกับเธอในสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าอึดอัดบางทีมันก็อาจมีโอกาสที่ทำให้เธอไม่ชอบผมมากขึ้นก็ได้” หยางเฉินยิ้มอย่างขมขื่นออกมาเขาไม่้าคิดเื่นี้ให้หนักหัวอีกต่อไป “ที่รัก ลุกขึ้นมากินข้าวเย็นให้เสร็จก่อนเถอะจากนั้นเราค่อยทำเื่ของเราต่อ”
“เื่ของเรา?”
เฉียงเวยงุนงงกับคำว่า ''เื่ของเรา'' แต่หลังจากนั้นใบหน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หยางเฉินจึงได้แต่มองเธอกินข้าว พลางส่ายหน้าเบาๆ เท่านั้น
ค่ำคืนในฤดูหนาวนั้นย่างกรายเข้าปกคลุมจงไห่อย่างรวดเร็ว หลินรั่วซีขับรถกลับมาที่บ้านผิวของเธอขาวซีดลงเล็กน้อย เมื่อเห็นแสงไฟอบอุ่นส่องมาจากในบ้านใบหน้าของเธอก็ปรากฏความซับซ้อนขึ้น
เขากลับมาหรือยัง? หลังจากที่ได้พบกับเขาตอนกลางวันเธอควรจะแสดงอาการยังไง? ดุด่าเขา? ต่อว่าเขา? แกล้งทำเป็ปกติอย่างที่เคยเป็?
ความรู้สึกซับซ้อนมากมายเอ่อล้นออกมาจนหลินรั่วซีเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกแบบนี้ออกมาได้
เขาเป็พวกขี้โกงอีกทั้งยังนอกใจเธอด้วย ทำไมเธอต้องรู้สึกกังวลเื่ของเขามากมายถึงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าอนาคตความรู้สึกแปลกๆ นี่จะเพิ่มมากขึ้นหรอกนะ?!
นอกจากนี้ยังเหลือเวลาอีกเพียงครึ่งปีเป็ไปได้เหรอที่เธอจะเปลี่ยนเป็รักเขาอย่างสุดซึ้งเข้าสักวัน
นอกจากนี้ผู้ชายคนนั้นยังสมควรโดนประณามคิดว่าตัวเองเป็คุณชายมาจากตระกูลใหญ่หรือไงกัน?!
หลินรั่วซีค่อนข้างสับสนเธอเดินขึ้นไปยังห้องนอนของเธอ ไม่นานนักกลิ่นอาหารก็ลอยเข้ามาแตะจมูก หลินรั่วซีหันไปมองที่ห้องครัวป้าหวังกำลังเตรียมอาหาร แต่เธอกลับไม่เห็นหยางเฉินอยู่ในบ้าน
“คุณหนูคะ วันนี้คุณผู้ชายบอกว่าจะไม่กลับบ้าน เขาบอกว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อไว้ให้เราทานกันไปก่อนได้เลยน่ะค่ะ” ป้าหวังกล่าวพลางอมยิ้ม
หลินรั่วซีจ้องมองอย่างเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
“เขาไม่กลับบ้านเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ คุณชายเพิ่งโทรมาบอกป้าเมื่อครู่นี่เอง” ป้าหวังกล่าว
“…”หลินรั่วซีรู้สึกปวดใจขึ้นมา เธอไม่้าที่จะโทรศัพท์ไปต่อว่าหยางเฉิน ว่าเขากล้าไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นโดยที่ไม่กลับบ้านได้อย่างไร?
เพียงแค่หกเดือนเขากลับทนไม่ไหวเสียแล้ว?!
ใบหน้าของหลินรั่วซีซีดลงอีกครั้งเธอนั่งลงทานอาหารกับป้าหวังอย่างเงียบๆ
ภายใต้แสงไฟสีเหลืองจางๆหญิงสาวสองคนกำลังนั่งทานอาหารอยู่เพียงลำพัง ทำให้บรรยากาศดูเงียบเหงาดังเช่นในอดีต หลังจากที่ทานอาหารเสร็จในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ป้าหวังก็ลุกขึ้นเก็บจานอาหาร เมื่อเห็นว่าหลินรั่วซี้าจะช่วย เธอจึงกล่าวขึ้น
“่นี้คุณหนูดูไม่ค่อยสบายนะคะ ให้ป้าเก็บจานเองเถอะค่ะ คุณหนูเองก็ขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนที่ห้องนอนเถอะนะคะที่เหลือป้าจัดการเอง”
“ให้ฉันช่วยเถอะค่ะ” หลินรั่วซีส่ายหัว
ในตอนนั้นเองเสียงกริ่งที่ประตูบ้านก็ดังขึ้น หลินรั่วซีวางจานลงบนโต๊ะทันทีสีหน้าแสดงถึงความสุขอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่เธอรีบเดินไปเปิดประตู
ที่หน้าบ้านเป็คนที่หลินรั่วซีไม่คาดคิดว่าจะมาหาเธอในตอนนี้คนตรงหน้าแต่งกายสบายๆ บ่งบอกอารมณ์ของอีกฝ่ายได้เป็อย่างดี ไช่เอี๋ยนนั่นเอง หลินรั่วซีรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่เธอก็เอ่ยถามขึ้น
“เอี๋ยนเอี๋ยน เธอมาที่นี่ได้ยังไง? เข้ามาข้างในก่อนสิ”
ไช่เอี๋ยนสวมเสื้อเหลืองลายขนนกเข้ากับผมสีดำเป็เงางามจิติญญาห้าวหาญและทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลินรั่วซีไม่สู้ดีนักไช่เอี๋ยนก็ถอนหายใจออกมา
“ฉันได้ยินมาจากพี่ว่า เธอรู้เื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นหลายเื่จริงมั้ย?”
ในวันที่ไช่หนิงปรากฏตัวออกมาเพื่อจัดการกับปัญหาของพวกซูจื้อหงและเฉิงซินหลินไช่เอี๋ยนเองก็พอจะทราบข่าวมาบ้าง ทำให้หลินรั่วซีไม่จำเป็จะต้องปิดบังไว้เป็ความลับอีกนอกจากนี้แล้วสองพี่น้องคู่นี้ยังคอยช่วยสนับสนุนหลินรั่วซีในหลายๆ ทางด้วย
หลินรั่วซีพยักหน้าเธอยิ้มอย่างไม่เต็มใจ “ฉันสบายดี ไม่จำเป็ต้องกังวลไปหรอก”
“จะเป็อย่างนั้นไปได้ไง สีหน้าของเธอดูไม่ดีเลยนะรู้ตัวบ้างหรือเปล่า?” ไช่เอี๋ยนพูด“แล้วเ้าคนเหลวแหลกคนนั้นล่ะ?”
หลินรั่วซีรู้สึกเ็ปที่หัวใจเธออีกครั้ง“คืนนี้เขามีนัดกับคนอื่น เขาคงยังไม่กลับมาหรอก”
“อะไรนะ?!” ไช่เอี๋ยนมีโทสะขึ้นมาทันใด “หมอนั่นไปมีผู้หญิงคนอื่นได้อย่างไร?! หลินรั่วซีเห็นได้ชัดว่าเธอยอมอ่อนข้อให้เขามากเกินไปแล้ว สามีแบบไหนกันที่ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องมาดูแลภรรยาของตัวเอง?!”
หลินรั่วซีดึงไช่เอี๋ยนลงมานั่งอีกครั้งเธอส่งน้ำชาให้ไช่เอี๋ยนก่อนจะพูดขึ้น “ไม่ต้องไปยุ่งชีวิตของคนคนนั้นหรอก อยากทำอะไรก็ให้เขาทำไปเขาไม่อยู่ บ้านนี้ก็เงียบลงเหมือนเดิม ดีจะตายไป”
ไช่เอี๋ยนมองหน้าหลินรั่วซีถึงแม้ว่าปากของเธอจะบอกว่าไม่เป็ไร แต่สีหน้าของเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นดังนั้นไช่เอี๋ยนจึงดึงมือของหลินรั่วซีให้เธอนั่งลงที่ด้านข้างตัวเองอีกครั้ง
“รั่วซี บอกความจริงมาเถอะ เธอไม่ใช่คนแบบนี้ เธอไม่เคยแสดงอาการแบบนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาเกิดอะไรขึ้น? ท่าทางของเธอตอนนี้ทำให้ฉันกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้วนะ!”ไช่เอี๋ยนเอ่ยถามอย่างจริงจัง
เบ้าตาของหลินรั่วซีบวมแดงขึ้นมา“พวกเราสบายดี ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงหรอก...”
ไช่เอี๋ยนรู้สึกเป็ห่วงเธอมากขึ้น
“เนี่ยน่ะเหรอที่บอกว่าไม่เป็ไร?ฉันอยู่กับเธอมาั้แ่เด็กจนโต ทำไมฉันจะไม่รู้ั้แ่ที่คุณยายหลินเสียไป เธอก็ไม่เคยแสดงท่าทางเสียขวัญแบบนี้มาก่อน รั่วซีเธอรู้ตัวบ้างมั้ยว่าเธอกำลังแสดงท่าทางอย่างไรออกมา?! เมื่อกี้เธอดูผิดหวังสิ้นหวังจนฉันยังใ เกิดอะไรขึ้น หรือเป็เพราะหยางเฉินไม่กลับบ้าน?! เธอเสียใจเพราะเขาไม่กลับบ้าน!? แต่ทำไมเธอไม่พูดออกมา?! ทำไมเธอต้องอดทนต่อไป?! ถ้าเธอรักเขาเธอก็แค่บอกกับเขาไปตรงๆเท่านั้น!”
“จะให้ฉันพูดเพื่อที่จะรั้งให้เขาอยู่ต่อเนี่ยนะ?!” หลินรั่วซีะโออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นต่อไปได้ น้ำตาของเธอพรั่งพรูออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
“เขาบอกว่าอีกครึ่งปี อีกครึ่งปีทุกอย่างจะจบลง หลังจากนี้ไม่ว่าเขาจะไปอยู่กับผู้หญิงคนไหนมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันแล้วนอกจากนี้ฉันยังเห็น เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างมีความสุข ในขณะที่เขาไม่คิดจะกลับมาบ้านด้วยซ้ำเขาบอกฉันเอง เขาบอกฉันว่าเขาไม่้าคงความสัมพันธ์อะไรกับฉันทั้งนั้น” หลินรั่วซียิ้มอย่างขมขื่นออกมา“ฉันไม่อยากปกปิดเื่นี้กับเธอ ความจริงฉันคิดว่าจะบอกเธอในอีกหกเดือนหลังจากนี้”
ไช่เอี๋ยนนั่งอึ้งอยู่กับที่“หมายความว่าอะไร... ครึ่งปี?”
หลินรั่วซีเช็ดน้ำตา เธอเล่าเื่สัญญาการแต่งงานของทั้งสองแต่เธอก็ไม่ได้พูดถึงคืนนั้น หลินรั่วซีบอกเพียงแค่ว่าเธอไปพบกับหยางเฉินด้วยอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
“นั่นหมายความว่า การแต่งงานของพวกเธอเป็เื่หลอกลวงสินะ?” ไช่เอี๋ยนเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง
“ใช่ แต่ไม่ว่ามันจะจริงหรือเท็จก็ไม่สำคัญ อีกแค่หกเดือนทุกอย่างก็จะจบสิ้นแล้ว”หลินรั่วซีกล่าวทั้งน้ำตา
“เธอกำลังหลอกตัวเอง” ไช่เอี๋ยนมองหลินรั่วซีด้วยความสงสาร“ถ้าเธอไม่สนใจเขา ทำไมเธอต้องร้องไห้ด้วย? ทำไมเธอถึงไม่เต็มใจให้เื่ราวระหว่างเธอกับเขาจบลงในอีกครึ่งปีล่ะ?”
“ฉันแค่สับสนกับตัวเองไปชั่วขณะเท่านั้น” หลินรั่วซีกล่าว“เอี๋ยนเอี๋ยนรู้อะไรมั้ย วันนี้ฉันเจอเขา เขาสวมรองเท้าให้กับผู้หญิงคนอื่น โดยที่ฉันยังมองอยู่ ต่อให้ฉันตาย ฉันก็ไม่มีทางไปชอบผู้ชายคนนั้นได้หรอก เธอมั่นใจได้เลยขอแค่สองวันฉันก็กลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว”
ใบหน้าของไช่เอี๋ยนเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยหัวใจของเธอปรากฏความคับข้องใจออกมา หลินรั่วซีก็เหมือนกับแก่นเหล็กกล้า หากจะพูดอะไรอีกเธอก็คงไม่คิดจะฟัง
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อยไม่นานนักไช่เอี๋ยนก็นึกได้ว่ามีเื่ต้องทำ เธอจึงบอกลาหลินรั่วซีและกำชับให้เธอกลับไปพักผ่อนให้เพียงพอ
หลังจากที่บอกลาหลินรั่วซีและออกมาจากบ้านไช่เอี๋ยนเดินกลับไปขึ้นรถออดี้ของเธอ จากนั้นก็นิ่งเงียบเป็เวลานาน
ตราบใดที่หยางเฉินและหลินรั่วซียังแต่งงานกันไช่เอี๋ยนก็คิดว่ามันคงเป็เื่ไม่ดีที่เธอจะเข้าไปสอดแทรกความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ และทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนลง
แต่ตอนนี้สัญญาระหว่างหยางเฉินและหลินรั่วซีเป็เพียงเื่ที่กุขึ้นมาสำหรับไช่เอี๋ยนแล้วเธอไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ ที่หยางเฉินจะไปมีผู้หญิงคนอื่นอีก บางทีมันอาจเป็เพราะไช่เอี๋ยนเองก็ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของหยางเฉินได้แม่นยำนัก
ถึงแม้ว่าเื่เหล่านี้จะดูไม่ยุติธรรมสำหรับหลินรั่วซีนักแต่มนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่เห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น ไม่จำเป็จะต้องพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าความรักของตัวเองด้วยซ้ำ...
อย่างไรก็ตามไช่เอี๋ยนกลับนึกย้อนไปในวันที่หยางเฉินปฏิเสธนาฬิกาของเธอ ริมฝีปากบางก็โค้งขึ้นเป็รอยยิ้มอย่างมีเสน่ห์
“รอก่อนเถอะ ฉันเอง... ก็ไม่คิดจะยอมแพ้เื่นายง่ายๆ หรอกนะ”ไช่เอี๋ยนพึมพำ จากนั้นจึงขับรถออกจากหมู่บ้านสวนหลงจิ่งไป
